Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
30 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
จากสุวรรณภูมิ(มหานคร) สู่หัวหิน(บุรี)

ย้อนไปเมื่อ 1 มี.ค. 2515 ประเทศไทย
มีจังหวัดเกิดใหม่เป็นจังหวัดที่ 71 คือ “ยโสธร”
“พะเยา” ถูกตั้งเป็นจังหวัดที่ 72 เมื่อปี 2520
ตามด้วย “มุกดาหาร” เป็นจังหวัดที่ 73 เมื่อปี 2525

จนกระทั่งถึง 1 ธ.ค. 2536 ประเทศไทยก็มีจังหวัดใหม่เพิ่มขึ้นรวดเดียว 3 จังหวัด คือ

สระแก้ว(74) แยกจาก ปราจีนบุรี

หนองบัวลำภู(75) แยกจาก อุดรธานี

อำนาจเจริญ(76) แยกจาก อุบลราชธานี

จากวันนั้นเราก็ท่องจำกันจนขึ้นใจว่า ประเทศไทยมี 76 จังหวัด

แต่ช่วง 1 – 2 ปีมานี้ นอกจากจะได้ยิน “จังหวัดที่77” หนังของนายพีท ทองเจือกันแล้ว

เรายังได้ยินเรื่องจริง จังหวัดที่ 77 “สุวรรณภูมิมหานคร” กันต่อมาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งทุกวันนี้ไม่รู้ได้ข้อสรุปกันหรือยังและทำประชาพิจารณ์กันไปถึงไหนแล้ว

ยังไงผมก็ยกมือไม่(ค่อย)เห็นด้วย กับการเอาความเป็นเมืองและผู้คนไปโอบล้อมสนามบินเอาไว้ หรือนี่อาจเป็นเพียงเกมส์ปั่นราคาที่ดินให้พุ่งสูงขึ้น เพื่อให้ผู้ครอบครองที่ดินรายใหญ่(ที่ถือโฉนดกันอยู่)เทขายทำกำไรให้โครงการบ้านจัดสรรและโครงการต่างๆ

หากพินิจพิเคราะห์กันและถามกันจริงๆ
ใครอยากมีบ้านอยู่ใกล้สนามบิน?
ใครอยากอยู่ใกล้ๆสนามบิน?
คำตอบ ไม่มีหรอกครับ นอกจากคนที่ต้องเข้าไปทำงานในเขตพื้นที่ท่าอากาศยานเท่านั้น

ผมเห็นโครงการต่างๆโฆษณากันจัง ใกล้สนามบินเพียง 5 นาที 10 นาที ใกล้เพื่ออะไรครับ เพื่อได้ยินเสียงเครื่องบินงั้นหรือ หรือเพราะเดินทางไปทำงานด้วยการโดยสารเครื่องบินกันทุกเช้าหรือไง...ก็เปล่าเลย
แต่นั่นกลับเป็นข้อดีหรือจุดขายของโครงการใหม่ๆระแวกนั้น แต่วันหนึ่งมันจะกลายเป็นข้อด้อยในอนาคตอันใกล้นี้
ลองถามคนที่อยู่ดอนเมืองดู ถ้าไม่ใช่ว่าต้องทำงานในท่าอากาศฯ ไม่มีใครอยากอยู่แถวนั้นหรอก...(ผมเคยอยู่ และไม่อยู่แล้ว)

น่าอับอายต่อชาวต่างชาตินะ ที่บ้านเราให้ความสำคัญกับสนามบินผิดเพี้ยนกันไปใหญ่

เรื่องเดิมนี้ยังไม่ได้ผ่านพ้นไป เรื่อง(เดิม)มาใหม่ “จังหวัดที่77” ก็นำมาฉายอีกครั้ง เป็นหนังจากค่ายเดิม แค่เปลี่ยนโลเคชั่นถ่ายทำ

1."...เพราะเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทับอยู่ที่วังไกลกังวลหัวหิน มากกว่าประทับอยู่ที่กรุงเทพฯ..."
2. เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่ในหลวงมีพระชนม์มายุ 80 พรรษา
3……
4…..ฯลฯ

1 - 2 ข้างบน คือหลักการและเหตุผลเบื้องต้นของแนวความคิดเสนอจัดตั้งจังหวัดใหม่ของรักษาการนายกฯ

ไม่ขอวิพากวิจารณ์ เรื่องแนวความคิดของท่านว่าควร มิควร เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรรอบคอบและมองกันไกลๆ แต่ผมขอตั้งข้อสังเกตุไว้เพียงเล็กน้อย

ในหลวงท่านทรงชอบประทับ ณ วังไกลกังวล ที่อำเภอหัวหิน เมืองเล็กๆ สงบๆ ใกล้ชายทะเล ท่านทรงประทับ ณ ที่นั่นเพื่อทรงงานและเพื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนท้องถิ่นนั้น

คนหัวก้าวหน้า(หรือเปล่า?)กำลังจะไปสร้างเมือง(จังหวัดใหม่)ที่นั่น คราวนี้คงต้องทุ่มงบประมาณมากมาย ทั้งค่าก่อสร้างอาคารสถานที่ราชการ หน่วยงานรัฐ และระบบสาธารณูปโภคอี่นๆจิปาถะ ซึ่งต้องใช้เงิน(ของชาติ)อีกไม่น้อยเลย

การนำมาซึ่งความเจริญ สะดวก สบาย ฟุ้งเพ้อ เคยทำลายสังคมไทยมาแล้ว...อย่างที่ทราบกัน

หากอยากทำความดีเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน ในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เราคนไทยจงอยู่กันอย่างรู้จักตนเอง รู้จักประมาณตนเอง และ รู้จักชีวิตที่พอเพียง ตามแนวพระราชดำรัสของพระองค์ท่านจะดีกว่า?

ในหลวง ไม่ว่าพระองค์จะทรงประทับอยู่ที่ใดหรือจังหวัดใดก็ตาม พระองค์ก็ยังคงประทับอยู่ในใจพวกเราชาวไทยทุกคนเสมอ

“รักพ่ออย่าทะเลาะกัน”

ท้ายที่สุดนี้ ลองกลับไปฟังเสียงคัดค้านของชาวโคราช ที่ยังคงอยากเป็นหลานย่าโม หรือคนเชียงใหม่ที่ยังอยากเป็นคนเวียงพิงค์เมื่อครั้งเก่า(เรื่องแยกจังหวัด)ดู

บางคำตอบอาจจะบอกท่านได้เองว่า ความผูกพันกับประวัติศาสตร์และความผูกพันต่อท้องถิ่น หรือที่เรียกว่าความรู้สึกทางจิตใจของประชาชนนั้น สำคัญกว่าความคิดของใครบางคนที่คิดหาเหตุของความจำเป็นแต่โดยลำพัง

ผมยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามกฎเกณฑ์และปัจจัยอันควรทางด้านภูมิศาสตร์ ยุทธศาสตร์ ด้านการปกครองประชากร ด้านการคมนาคม หรือปัจจัยทางกายภาพอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุจำเป็นทำให้ผืนดินจังหวัดที่ผมเกิดถูกแบ่งแยกอาณาเขตออกจากกัน

ลึกๆ ผมยังภาคภูมิใจมากกว่าที่จะบอกกับใครว่า “ข้าเป็นคนปราจีนฯ”

ทุกวันนี้ เมื่อบอกคนอื่นไปว่า “เป็นคนสระแก้ว” ก็จะมีคำถามตามมาอีก “อยู่ตรงไหน(วะ)?จังหวัดนี้”

แต่ถ้าคนนั้นรู้จักที่ตั้งของจังหวัดแล้ว ก็จะขยายความต่อไปอีกว่า “อ๋อ จังหวัดเสนาะบุรี นั่นเอง”.(เซ็งเลยตู)

"ไม่มีใครคัดค้านการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แม้ว่าสิ่งนั้นยากเกินกว่าที่จะยอมรับ"




Create Date : 30 สิงหาคม 2549
Last Update : 30 สิงหาคม 2549 16:51:02 น. 9 comments
Counter : 472 Pageviews.

 
อืม...มีเหตุผลๆๆๆ แต่ถ้าไปสร้างเมืองใหม่ที่หัวหินอ่ะจิ ว้าวที่ดินสิ่งก่อสร้างอะรไต่อมิอะไรคงแพงขึ้นเป็นกี่เท่าล่ะทีนี้
ดีนะที่ปะป๊ากะอาม๊านู๋ไปซื้อคอนโดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว..ไม่งั้นล่ะก็ต้องซื้อในราคาที่โอเวอร์แน่ๆเลย...ส่วนเรื่องสนามบินใหม่ ไกลเมืองจังนู๋บอกตรงๆนะว่าไปไม่ถูกอ่ะ เป็นไก่หลงก็คราวนี้แหละ..(เด็กดอย)


โดย: ผู้หญิงที่หลงรักพระอาทิตย์(ข้างเดียว) IP: 203.157.254.33 วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:11:57:30 น.  

 


น่าคิด..น่าคิด

แต่ไม่คิดดีกว่า เดี๋ยวต้องเตรียมตัวไปทำงานแล้ว..


โดย: random-4 วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:14:27:59 น.  

 
การพัฒนาของประเทศไทยมันเป็นแบบ "รวยกระจุก จนกระจาย" จริงๆ นะ

พัฒนาเมืองให้ใหญ่โค เป็นเมกะโปรเจค
แต่ไม่สนใจที่จะพัฒนาบุคลากรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีวิสัยทัศน์ที่จะพาเอาเทศบาล หรืออบต. เล็กๆ ยากจน ทุรกันดารให้พึ่งพาตัวเองได้
สงสัยผู้หลักผู้ใหญ่เมืองนี้คงชอบ เลี้ยงประชาชนให้จนเข้าไว้ เวลาอยากได้ฐานคะแนนก็เอาเงินไปแลกมา เห็นไหม ง่ายดีออก

---------------------------------

น้องชลสิทธิ์พาเจ๊เครียดแต่เช้าเลย



โดย: เจ๊อาร์ต IP: 124.120.8.82 วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:7:48:07 น.  

 
แค่การคมนาคมสะดวก ก็น่าจะเพียงพอแล้ว สำหรับสนามบินแห่งใหม่ จุคิดงั้นนะคะ

จังหวัดใหม่นี่ เขาใช้อะไรคิดอ่ะ คิดให้มันเปลืองงบประมาณ หรือว่า จะเอา CEO เพิ่ม เพื่อการควบคุมที่สะดวกขึ้น


โดย: กระจ้อน วันที่: 31 สิงหาคม 2549 เวลา:10:37:25 น.  

 
มันต้องมีประชาพิจารณ์ก่อน
แต่ประชาพิจารณ์เชื่อได้แค่ไหรไม่รู้

จ.ไกลกังวล
จะว่าไปชื่อเท่ ครับ


โดย: ระจัน (ต้นตุลา ) วันที่: 1 กันยายน 2549 เวลา:10:26:30 น.  

 
สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ ช่วงนี้ยุ่งมากค่ะ
ขอบคุณนะคะ ที่แวะเข้าไปทักทาย



โดย: chompoo (เเสงตะวัน ) วันที่: 1 กันยายน 2549 เวลา:11:16:44 น.  

 
เออ.... จังหวัดไกลกังวล
อืมม์.........................




โดย: ดาริกามณี วันที่: 1 กันยายน 2549 เวลา:20:25:38 น.  

 


แต่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับจ.77
."...เพราะเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทับอยู่ที่วังไกลกังวลหัวหิน มากกว่าประทับอยู่ที่กรุงเทพฯ..."


(นายกฯไทย-คิดไปได้ไงวะ)

แสดงความคิดเห็นตรงนี้...
คงไม่โดนสั่งปิดบล้อกน๊า หุหุ


โดย: สายลมอิสระ วันที่: 2 กันยายน 2549 เวลา:0:51:44 น.  

 


โดย: ฤทธิพร IP: 125.24.216.10 วันที่: 2 กันยายน 2549 เวลา:4:39:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ชลสิทธิ์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ชลสิทธิ์" และ "ชลสิทธิ์ วรสินธุ์"
เป็นนามปากกาในการเขียนของ"อนิรุจน์ มั่งคั่ง"
งานเขียนงานประพันธ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นทุกประเภท
ที่ปรากฏในเวบไซด์นี้ได้รับความคุ้มครองสิทธิ์
ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537(มาตรา15)




หากโลกไม่หยุดหมุน ...ฤาคุณจะหยุดฝัน? หยุดฝันก็ไปไม่ถึง
New Comments
Friends' blogs
[Add ชลสิทธิ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.