Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2549
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
28 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 

ใครๆก็บินได้

ใครๆก็บินได้ (ฉบับสมบูรณ์)

ตีพิมพ์ "ร้อยดาวสู่ดาว" รวมเรื่องสั้นชนะการประกวดวรรณกรรม-วรรณศิลป์ ครั้งที่ 1 ในวาระ 50 ปีสกุลไทย 2549


เจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยงานของรัฐนายหนึ่ง สวมชุดเครื่องแบบดูทันสมัยมีอินทรธนูแถบสีเหลืองทองสองขีดติดหราอยู่บนบ่า เขาเอื้อมมือหยิบแฟ้มเอกสารสีดำแล้วเหน็บเข้าใต้รักแร้ ก่อนย้ายตัวเองลงรถจากเบาะนั่งด้านหน้า แล้วเดินไปที่ด้านข้างของตัวรถเพื่อเลื่อนเปิดประตูรถตู้คันสีขาวมีตัวหนังสือพ่นติดอยู่ด้านข้างด้วยข้อความ ใช้ในราชการเท่านั้น

“ยาย ยาย ถึงแล้ว เชิญลงได้แล้วครับ” เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวหลานเรียกสรรพนามแทนหญิงชราผู้สูงวัยที่ยังนั่งเหม่อลอยให้ลงจากรถคันดังกล่าว

“จ้ะ จ้ะ ยายกำลังจะลงเดี๋ยวนี้แหละ ช้าสักหน่อยนะคนแก่ก็อย่างนี้แหละเดินเหินลำบาก” นางหันหน้ามาทางต้นเสียงของผู้เรียก พร้อมออกตัวตัดพ้อตัวเองให้หนุ่มคนนั้นฟัง ก่อนหมุนเกลียวฝายาดมที่นั่งสูดดมมาเกือบตลอดทางคืนเก็บลงใส่ตะกร้าสานจากตอกใบโทรม

หญิงชราค่อยขยับเขยื้อนสังขารโรยแรง เคลื่อนย้ายร่างกายตามเบาะนั่งออกมาจากด้านในอย่างเนิบนาบ เมื่อเขยิบมาจนได้ระยะพอจะพาตัวเองลงจากรถ นางเอื้อมมือขวาคว้าจับที่ข้อมือซ้ายของเด็กหนุ่มคนนั้นไว้แน่น เพื่อคอยพยุงตัวเองให้ก้าวลงจากรถตู้คันขาว

นางคลายนิ้วมือที่กำไว้แน่นออกจากข้อมือของเด็กหนุ่ม ปล่อยทิ้งความชื้นของเหงื่อที่รู้สึกได้จากสัมผัสติดอยู่บนผิวหนังของเขา นางยืนตัวตรงพยายามพาร่างกายที่ไร้สมดุลตั้งหลักไม่ให้โซเซเสียศูนย์จนล้มฟุบ ก่อนปล่อยลมหายใจแรงๆออกมาอย่างโล่งใจ
“เฮ้อ ถึงสักที”
“อ้าว แล้วนี่มันที่ไหนกันพ่อหนุ่ม ทำไมไม่ไปส่งยายที่หัวลำโพงล่ะ” หญิงชราประหลาดใจ ขมวดหัวคิ้วเป็นปมสีหน้างุนงงกับสิ่งที่ได้พบเห็นอยู่เบื้องหน้า มันช่างเป็นภาพที่นางไม่คุ้นเคยสายตาเอาเสียเลย และนางเองก็ไม่เคยพบเห็นมันมาก่อนแม้ว่าหลายๆปีก่อนหน้านางจะเคยได้ยินข่าวในทางดีและทางลบของสถานที่แห่งนี้มาบ้างแล้วก็ตาม

“สนามบินครับคุณยาย สนามบินสุวรรณภูมิ” เด็กหนุ่มช่วยตอบไขข้อสงสัย
“คุณยายครับนี่มัน พ.ศ.ไหนกันแล้ว รถไฟหัวลำโพงที่ยายถามถึงเพื่อให้ผมไปส่งน่ะ เขาไม่ขาดทุนแล้วแหละ ยายไม่ต้องไปอุดหนุนเขาหรอก” เด็กหนุ่มอธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้นางรับรู้และเปลี่ยนภาพความคิดเสียใหม่จากสิ่งเดิมๆที่ยังเกาะติดมากับตัวนางเกือบทั้งชีวิต
“ยายรู้มั๊ย? ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนให้สัมปทานบริษัทเอกชนก่อสร้างทางรถไฟยกระดับ และได้นำรถไฟความเร็วสูงมาใช้ เมื่อหลายปีก่อน ผมเองยังไม่มีปัญญาซื้อตั๋วนั่งรถไฟไปเชียงใหม่บ้านเกิดเลย ตั๋วมันแพงมาก มีแต่คนรวยมากๆ เท่านั้นแหละที่เดินทางด้วย ไฮ สปีดเทรน(High Speed Train) คนธรรมดาทั่วไปส่วนใหญ่เขาก็นั่งเครื่องบินกันทั้งนั้น ราคาก็ถูกแสนถูก แล้วก็รวดเร็วดีด้วยนะครับ ถ้าไม่นับว่าจำเป็นต้องลงจอดฉุกเฉินนะ แป๊บเดียวถึงที่หมาย” เขาพูดเสริมเพื่อให้นางเข้าใจถึงพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนแปลงไปของคนเมืองนี้ในเวลานี้

“แล้วทำไมไม่ไปส่งยายที่หมอชิตใหม่ล่ะ” นางยังคงข้องใจและถามหาความคุ้นเคยเดิมๆแต่เก่าก่อนอีกคำถาม
“โอ๊ย... คุณยายครับ ไม่มีแล้วไอ้หมอชงหมอชิตอะไรของยายน่ะ เขาได้เปลี่ยนเป็น ทีน เอนเตอร์เทนเม้น โซน(Teens Entertainment Zone) แหล่งสันทนาการแห่งใหม่ของวัยรุ่นยุคนี้ไปแล้ว หมอชิตอะไรของยายน่ะเขาย้ายไปที่ รังสิตเมกกะเทอร์มินอล (Rangsit Mega Terminal)แถวๆเมืองปทุมธานีโน่น” เด็กหนุ่มยังคงช่วยไขข้อสงสัยอีกข้อ และยังคงเล่าต่อไปเผื่อว่าคู่สนทนาจะกระจ่างขึ้น
“รถทัวร์นะยาย ค่าตั๋วยิ่งแพงกันไปใหญ่ ต้องเสียค่าธรรมเนียมวิ่งผ่านจังหวัดเป็นเงินจัดเก็บภาษีท้องถิ่นของ อบจ. แต่ละจังหวัด อย่างยายจะไปสุรินทร์ ก็ต้องเดินทางผ่านเขตรอยต่อถึงห้าจังหวัด ถ้ารถส่วนตัวก็ต้องโดนอย่างน้อยๆจังหวัดละหนึ่งร้อยบาทแล้วหละ นี่ยังไม่รวมค่าน้ำมันที่แสนแพงนะ”
หญิงชราพยายามนั่งนึกภาพตามคำของเด็กหนุ่ม แต่นางก็ยังมองไม่ออก ว่าสิ่งต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วนั้นแท้จริงมันเป็นยังไง แต่ ณ ตอนนี้ชั่วโมงนี้ เห็นทีนางต้องจำนนต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีข้อกังขาหรือว่าข้องใจใดๆแล้ว

เด็กหนุ่มได้ทีบอกเล่าอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้เปลี่ยนแปลงไปสู่ความล้ำสมัยไฮเทค(Hi-Technology) เรื่องต่างๆที่เด็กหนุ่มเล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่นางไม่เคยรับรู้จากใครมาก่อนเลย นางได้แต่ทำใจยอมรับและยอมทำตามคำแนะนำของเด็กหนุ่มรุ่นหลานซึ่งทำหน้าที่ตัวแทนของรัฐเป็นอย่างดีทุกประการ
++++++

หญิงชราเดินตามพลางจับข้อมือซ้ายของเด็กหนุ่มคนนั้นไว้แน่นด้วยเกรงว่าจะพลัดหลงกันในหมู่ฝูงชนที่พลุกพล่าน นางพาร่างชราที่โรยแรงเบียดเสียดผู้คนที่ต่างเดินกันขวักไขว่ไปมาอย่างเร่งรีบเข้าไปภายในตัวอาคารเรือนกระจกสถาปัตยกรรมล้ำสมัยอันใหญ่โตโอ่อ่า มีชื่อเสียงดังกระฉ่อนโลกอันเป็นหน้าเป็นตาแห่งสยามประเทศ
“คนเยอะยังกับหนอนไม่ต่างกับหัวลำโพงเลยสักนิด” ...นางแอบคิดประชดประชันให้กับการเปลี่ยนแปลงในใจอย่างขัดแย้ง ขณะเร่งเท้าเดินตามเด็กหนุ่มรุ่นหลานที่เดินนำหน้าแหวกกันผู้คนเพื่อพานางตรงไปหน้าเคาน์เตอร์รอเช็คอิน (Check In) ก่อนขึ้นเครื่อง
++++++

เด็กหนุ่มในเครื่องแบบหยิบกระดาษออกมาจากแฟ้มสีดำที่หนีบอยู่ใต้รักแร้ เขาตั้งท่าเตรียมอ่านข้อความสำคัญในหนังสือให้นางรับรู้และได้ปฏิบัติตาม
“คุณยายครับในหนังสือสำคัญฉบับนี้นะครับ มีข้อกำหนด กฎระเบียบและบทลงโทษ ซึ่งผมจะขออนุญาตอ่านให้คุณยายฟังนะครับ ถ้าหากคุณยายไม่เข้าใจอะไร ตรงไหน บอกผมนะครับ แล้วผมจะช่วยชี้แจงอีกครั้ง” เด็กหนุ่มแจกแจงแล้วก็อ่านข้อความในกระดาษให้นางได้ฟังจนจบสองหน้ากระดาษ
“คุณยายเข้าใจดีนะครับ... ถ้าไม่สงสัยอะไรคุณยายช่วยเซ็นชื่อ และลงวันที่ ในช่องนี้ไว้เป็นหลักฐานด้วยนะครับ”
“….ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานของผมคงไม่ได้รับบริการคุณยายที่นี่อีกนะครับ” เด็กหนุ่มพูดจาทีเล่นทีจริง แต่ท่าทางขึงขังดูจริงจังยิ่งนัก เขายื่นกระดาษสองแผ่นนั้นวางลงบนโต๊ะพื้นกระจกที่หน้าเคาน์เตอร์
หญิงชราได้แต่พยักหน้าเป็นการรับปาก แต่นางยังคงนั่งแน่นิ่งควักยาดมในตะกร้าออกมาสูดดมอย่างใจเย็นโดยไม่เอื้อนเอ่ยวาจาหรือซักถามข้อสงสัยใดๆเพิ่มเติม นางจะจดจำไว้เพียงข้อความสำคัญเพียงประโยคที่ว่า

“ห้ามกลับมายึดอาชีพเดิมนี้อีกเป็นอันขาด มิฉะนั้นถือว่ามีความผิดโทษฐานทำให้ประเทศเสื่อมเสียเกียรติ”
++++++

หญิงชราจำยอมหยิบปากกาที่หนุ่มน้อยยื่นให้ และกำไว้ในมือแน่น ในใจนางกำลังนึกถึงภาพแห่งวันวานที่กำลังกลายเป็นอดีต ภาพที่นางยังคงนั่งทำงานตากแดดตรากตรำอยู่บนพื้นสะพานลอยท่ามกลางเปลวแดดที่ร้อนระอุอันมีเพียงแสงเงาเล็กๆของเครื่องบินลำโตบนท้องฟ้า ที่วูบผ่านมาพอได้แหงนหน้ามองหาเจ้าของร่มเงาที่พาดผ่านเป็นการพักสายตา นางยังนึกกลับไปถึง ความหลังเลือนรางในอดีต นึกถึงวันที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งสุดแสนดีใจออกอาการลิงโลดวิ่งตามฝูงนกเหล็กที่บินต่ำผ่านท้องทุ่งนา แต่ทว่าฝูงวัวควายกลับพากันวิ่งหนีแตกตื่น

วันนี้มันเป็นจริงได้อย่างไร? ในเวลาอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านางกำลังจะได้นั่งเครื่องบินกลับถิ่นฐานบ้านเกิดด้วยสายการบินต้นทุนต่ำยุคเฟื่องฟู

หญิงชราโน้มตัวก้มศีรษะจนใบหน้าที่หยาบกร้านแทบแนบชิดกับพื้นกระจก นางจรดปลายปากกาลงบนกระดาษพื้นที่ว่างตรงปลายนิ้วชี้ของข้าราชการหนุ่มผู้นั้น

นางตั้งใจบรรจงเขียนชื่อและวันที่ลงในช่องว่างอย่างเชื่องช้า

ลงชื่อ นางจำเนียร มีบุญ
วันที่ ๙ เม.ย.๒๕๖๖
(อดีตอาชีพขอทานผู้ถูกส่งตัวกลับภูมิลำเนา)




 

Create Date : 28 สิงหาคม 2549
8 comments
Last Update : 12 ตุลาคม 2550 21:08:11 น.
Counter : 522 Pageviews.

 

ถ้ารวมตรงนี้ด้วย เท่ากับว่าชั้นอ่านเรื่องนี้เป็นหนที่ 8

 

โดย: ดาริกามณี 28 สิงหาคม 2549 13:59:04 น.  

 

อืมม์ ไม่รู้จะพูดอะไรนะ แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกทึ่งในตอนจบอะครับ

 

โดย: ดำรงเฮฮา 28 สิงหาคม 2549 19:40:49 น.  

 

เอามาฝาก สงสัยที่เขียนไว้จะเป็นจริง
//www.pantip.com/~nation/200510/12/news18.html

 

โดย: ชลสิทธิ์ 29 สิงหาคม 2549 9:43:59 น.  

 

เมื่อไหร่ จะมาบ้านเราเดี๋ยวนี้บ้านเราเหตุการณ์เป็นปกติแล้วนะ เลิกเผาโรงเรียนแล้ว เพราะเหลือให้เผาน้อยเต็มทีเลยย้ายไปเผาภาคอื่น ๆ บ้าง มาเหอะเรื่องวางระเบิดก็ปกติแล้ว คือวางกันเป็นปกติ

 

โดย: The Little Prince IP: 58.136.218.93 23 พฤศจิกายน 2549 1:02:15 น.  

 

อ่านแล้วอยากกลับบ้านบ้าง

 

โดย: บุษบามินตรา 8 กุมภาพันธ์ 2550 19:05:44 น.  

 

 

โดย: กระจ้อน 19 กันยายน 2550 17:22:53 น.  

 

น่ารักเหมือนสุนักจูน

 

โดย: สิริกร IP: 118.173.144.99 19 มีนาคม 2551 11:43:45 น.  

 

วิวน่ารักเหมือนกันนีหว่า

 

โดย: สินิทรา IP: 118.173.144.99 19 มีนาคม 2551 11:45:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ชลสิทธิ์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ชลสิทธิ์" และ "ชลสิทธิ์ วรสินธุ์"
เป็นนามปากกาในการเขียนของ"อนิรุจน์ มั่งคั่ง"
งานเขียนงานประพันธ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นทุกประเภท
ที่ปรากฏในเวบไซด์นี้ได้รับความคุ้มครองสิทธิ์
ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537(มาตรา15)




หากโลกไม่หยุดหมุน ...ฤาคุณจะหยุดฝัน? หยุดฝันก็ไปไม่ถึง
New Comments
Friends' blogs
[Add ชลสิทธิ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.