Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 

ประกาศิตพิศวาส - ความลับไม่มีในโลก (ไม่มีในหนังสือ)



ตอนนี้ไม่มีในหนังสือนะคะ ^__^
ตอนนี้ภาคต่อ เรื่อง เปลวปรารถนาเปิดแล้วนะคะ ลองไปอ่านยลบทนำกันได้นะคะ

//my.dek-d.com/dek-d/story/viewlongc.php?id=401580&chapter=15


ควันขาวลอยขึ้นเหนือขอบแก้วกระเบื้องสีอ่อนเป็นสาย ร่างสูงโปร่งของฟิลิปป์ก้มมองไปยังของเหลวภายในแก้วตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองสบดวงตากลมคมกริบของคนสนิทที่จ้องมองตนเองนิ่ง




“หน้าฉันมีอะไรผิดปกติงั้นเหรอ?”


“ผมเห็นคุณชายดูเครียดมาหลายอาทิตย์แล้วนะครับ”


“ไม่มีอะไรนี่พี่เซิ่น” ฟิลิปป์ยิ้มกลบเกลื่อน ทำหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ใจข่มขืน ขัดแย้งกับความรู้สึกที่แสดงอยู่ในยามนี้



“คุณชายเป็นแบบนี้อีกแล้วนะครับ อย่าปิดปังผมเลย มีเรื่องอะไรกับคุณไดอาน่าหรือเปล่า?ครับ บอกผมได้นะครับ” เฉินซิ่นพูดอย่างมองออก เขารู้ว่าทุกครั้งที่ชายหนุ่มมีเรื่องทุกข์ใจจะหลบออกมานั่งอยู่ริมสระว่ายน้ำ

“หน้าฉันมองออกง่ายนั้นเชียวหรือ?” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงโรย


“มีปัญหากับคุณไดอาน่าใช่มั้ยครับ” ฝ่ายนั้นถามพลางขยับร่างลงไปนั่งข้างๆ


“พี่ซิ่น ฉันเป็นผู้ชายที่แย่มาก ไม่สมควรที่จะดูแลไดอาน่าเลยใช่มั้ย?”

“ทำไมคุณชายถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ”

“ตอบฉันมาสิพี่ซิ่น ฉันมันแย่ใช่มั้ย?!!”

“สำหรับผมคุณชายคือ ผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงทุกคน”

“แล้วถ้าฉันจะบอกพี่ว่า แต่ก่อนฉันกับอวี๋เหวินตงไม่ได้คบหากันเพียงแค่เพื่อนธรรมดาเท่านั้น พี่ซิ่นยังจะบอกว่าฉันยังเป็นผู้ชายที่ดีอีกหรือเปล่า?”


ใบหน้าของเฉินซิ่นของยังคงเรียบนิ่ง ไม่มีแววตกใจกับคำบอกเล่าของเจ้านายหนุ่มแม้น้อย เพราะเขาเคยได้ยินเรื่องทำนองเพลมมาจากปากลูกน้องหางแถวคนหนึ่ง ซึ่งมันบอกว่าบังเอิญเข้าไปเห็นอวี๋เหวินตงจูบชายหนุ่มในห้องทำงาน


ซึ่งแรกๆเขาเองก็ยืนกรานค้านหัวชนว่าไม่มีทางเป็นไปได้ เข้าเฝ้าดูแลฟิลิปป์มาตั้งแต่เด็ก รู้ทั้งนิสัยและพฤติกรรมดี ซ้ำตอนนั้นชายหนุ่มเองก็มีไดอาน่าเป็นคู่หมั้นอยู่แล้ว แม้อยู่ห่างกันแต่เขาก็ได้ยินชายหนุ่มโทรศัพท์ไปหาหญิงสาวสม่ำเสมอและยังมาเล่าให้เขาฟังด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขทุกครั้ง


“อย่าคิดมากเลยครับ ผู้ชายกับผู้ชาย มันอาจจะมีการพลั้งเผลอกันได้ แต่ถ้าหากความรู้สึกมันไมได้ใช่เหมือนกัน มันก็จบ และผมก็เชื่อว่าว่าคุณชายไม่ใช่คนประเภทนั้นด้วย”


“พี่ซิ่น พี่ไม่รังเกียจผมเหรอ?”


“ไม่ครับ คุณชายแค่เผลอตัวไปเท่านั้น แต่จริงๆแล้วคุณชายไมได้คิดอะไรเลยใช่มั้ยครับ”


“ผมรู้จักกับอวี่เหวินตงมาตั้งแต่เด็ก เราเรียนด้วยกัน เติบโตมาด้วยกัน ผมไม่มีความรู้สึกอะไรกับเขาไปมากกว่าความเป็นเพื่อน เขาเป็นอารมณ์ร้าย เอาแต่ใจและเขากับคนอื่นยาก” ฟิลิปป์เอ่ยพลางนึกหวนถึงภาพความสัมพันธ์ของเขากับอวี่เหวินตงสมัยประถม


“ของแบบนี้ใครจะไปกินลง สกปรกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ” สายตาหยีเล็กเหยียดมองมือป้อมเล็กของเด็กสาวที่ยื่นกล่องพลาสติกสีชมพูมาให้ ภายนั้นนั้นมีเค้กพร้อมกับส้อมเล็กๆสองอันเสียบอยู่อย่างรังเกียจ



“ฉันซื้อมาจากร้านแบร์เบเกอรี่แล้วก็แกะลงมาวางในกล่องนี้แล้วเข้าตู้เย็นทันทีเลย มันไม่มีทางสกปรกหรือมีฝุ่นแน่นอน ฉันได้ยินว่าร้านที่เธอชอบไปทานไม่ใช่เหรอ.. ”



“ใช่!ขนมจากร้านแบร์เบเกอรี่จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เค้กส้มหน้าตาแบบนี้ร้านธรรมดาก็มี ฉันไม่เอา!”


อวี๋เหวินตงเอ็ดเสียงดัง พลางปัดมือไล่ให้ฝ่ายนั้นไปพ้นๆหน้า

“แต่ฉันตั้งใจเอามาให้เธอนะอาตง” เด็กสาวมีหน้าสลด ปากอิ่มเล็กเริ่มเบะเบ้ที่ถูกปฏิเสธ



“แล้วไง จะให้ฉันขอบคุณซาบซึ้งในน้ำใจเธองั้นเหรอ!!”



“พอได้แล้วอาตง นายไม่ควรจะพูดแบบนี้กับผู้หญิง เสี่ยวซือก็อุตส่าห์ตั้งใจซื้อมาให้นาย นายควรจะพูดดีๆกับเธอหน่อย” ฟิลิปป์เอ่ยขึ้นแทรกหลังจากที่ยืนฟังการสนทนาของทั้งคู่มานาน เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนเขาถึงได้ตั้งแง่กับทุกคนที่เข้ามาหาโดยเฉพาะผู้หญิง เพื่อนเขามักจะขับไล่อย่างไม่ไยดี


“งั้นขอบคุณ! แต่วันหลังไม่ต้องซื้อมาอีก ถ้าฉันอยากกิน ฉันสั่งให้คนที่บ้านฉันซื้อมาได้”



เพียงคำพูดเรียบๆแต่เฉียบขาดของฟิลิปป์เปลี่ยนแปลงคนเจ้าอารมณ์อย่างอวี่เหวินตงไปได้ในพริบตา ทำให้เด็กหญิงเสี่ยวซือที่ทำท่าจะร้องไห้เมื่อถูกอีกฝ่ายตวาดเริ่มยิ้มออก



เขาไม่เคยคิดหาคำตอบมาก่อนว่าทำไม อวี่เหวินตงถึงตั้งแง่กับผู้หญิงที่เข้ามาหาตัวเอง รวมทั้งเชื่อฟังเขาในทุกๆเรื่องเสมือนเขาเป็นเจ้านาย กระทั่งเขาเพิ่งมาค้นพบคำตอบด้วยตัวเองเมื่อไม่กี่ปีนี่เอง จากเพื่อนของเขาที่เป็นแพทย์จับความผิดปกติในตัวของอวี่เหวินตงได้


“คุณไดอาน่ารู้เรื่องนี้หรือยังครับ” เฉินซิ่นลดน้ำเสียงให้เบาลงถามไปอย่างระมัดระวัง ขณะนี้พวกเขายังคงอยู่บริเวณบ้าน



ฟิลิปป์ส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้คุณชายกังวลเรื่องอะไรครับ”



“ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำยังไงให้ไดอาน่ารักฉันได้เหมือนเดิม ทุกครั้งที่ฉันมองหน้าเธอ สายตาของเธอมันบอกถึงความเต็มกลืนทุกครั้งที่ต้องอยู่กับฉัน ฉันอยากได้ไดอาน่าคนเดิมของฉันคืนมา ไดอาน่าที่โอบกอดฉันอย่างรักใคร ไดอkน่าที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุขทุกครั้งที่ฉันทำอาหารให้เธอทาน” ฝ่ามือของเฉินซิ่นเอื้อมมาบีบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ ให้กำลังใจ ถ้าเขามีฤทธิ์เดชสามารถสั่งให้ใครต่อใครมีความรู้สึกอย่างที่เขาต้องการได้ เขาคงจะช่วยอีกฝ่ายไปทันทีอย่างไม่รอช้า ทว่าความจริงตอนนี้เขาเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเดินที่ทำได้เพียงรับฟังและให้คำแนะนำเท่าที่จะทำได้เท่านั้น



“บางทีคุณชายอาจจะต้องให้เวลาเธอนะครับ ตอนนี้เธออาจจะยังสับสนเพราะยังไม่ลืมผู้ชายคนนั้น”


“ฉันมีเวลาให้ไดอาน่าได้ทั้งชีวิตพี่ซิ่น แต่ฉันไม่รู้ว่าเวลาที่ฉันให้ไดอาน่าไปนั้นมันจะเป็นการให้เวลาเธอจริงๆหรือเปล่า...”



เขาไม่รู้เลยว่าเวลาทั้งหมดทั้งชีวิตของเขาที่อยู่กับเธอจะทำให้เธอลืมผู้ชายที่ชื่อศิรภัทรได้หรือไม่ ซึ่งถ้าได้เขามันก็คงดี แต่ถ้าหาก...มันไม่ได้ล่ะ เท่ากับเขาทรมานเธอไว้เหมือนกที่ถูกจับมาใส่กรงแขวนโชว์หรือเปล่า?


ฟิลิปป์พยายามสลัดข้อเปรียบเทียบที่ผุดขึ้นมาในใจ ก่อนจะยกแก้วชาร้อนในอุ้งมือขึ้นมาดื่ม


ขณะที่ในตัวบ้าน ดุจเดือนยังคงนั่งอยู่ในห้องรับแขกเหมือนเช่นทุกวัน หน้าที่การงานของเธอหยุดลงตั้งแต่เธอเข้าพิธีสมรสกับฟิลิปป์ หญิงสาวจึงไม่มีอะไรทำมากนอกจากเข้าห้องครัวบางครั้งบางคราว ทว่าส่วนใหญ่เธอนั้นมักจะใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ และการเลี้ยงเด็กอ่อนทั้งของไทยและต่างประเทศที่เธอสั่งซื้อมาจากร้านค้าออนไลน์ในอินเตอร์เน็ต



“เธอไม่มีสิทธิ์จะขังให้เขาอยู่กับเธอทั้งวันทั้งคืนแบบนี้!!” เป็นเสียงของอวี๋เหวินที่เดินอาดๆเข้ามาในห้อง อย่างไม่เกรงกลัวเจ้าของบ้านที่สั่งเสียงขาดห้ามเขาย่ำกรายเข้ามาไว้เมื่อหลายวันอาทิตย์ก่อน


เขาอดทนมามากพอแล้ว ตั้งแต่ฟิลิปป์แต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ฝ่ายนั้นแทบจะไม่ออกมาให้เขาเห็นแม้แต่เงาเลย อย่าว่าแต่ที่ทำงานเลย เขาให้คนของเขาไปตามดูก็รู้มาว่า พักหลังมานี้อีกฝ่ายไม่ค่อยเข้าบริษัทเมื่อแต่ก่อน หนึ่งอาทิตย์เข้ามาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งมันผิดไปจากปกติ เหมือนตั้งใจหนีเขาอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ซ้ำพอเขาโทรกระหน่ำเข้าไปหาก็ได้รับคำตอบที่แสนเชือดเชือนว่า ‘ไม่ต้องโทรมาอีกแล้ว ตอนนนี้ฉันมีงานเยอะและครอบครัวที่จะต้องดูแลให้ดี’


อีกฝ่ายจะมาตัดรอนง่ายๆแบบนี้นะ เขายอมไม่ได้!!


“คุณพูดเรื่องอะไรฉันขังอะไรใครมิทราบ”หญิงสาวถามอย่างโมโห อยู่ดีๆชายแปลกหน้าคนหน้าก็เดินเข้ามาชี้หน้าว่าเธอฉอดๆด้วยเรื่องอะไรก็ไม่รู้


“ยังจะมาตีหน้าซื่อไม่รู้ไม่ชี้ เอานี่ไปดูซะ สมองกลวงๆของเธอจะได้ฉลาดขึ้นซะที!!” อวี่เหวินตงบิดปากใส่


“อาตง!!” ฟิลิปป์ซึ่งเดินกลับเข้ามาพอดีได้ยินเสียงก็รีบปรี่เข้ามาในห้องรับแขก แย่งซองเอกสารในมือหญิงสาวไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปว่าต่อว่าอีกฝ่ายเสียงเครียด

“ฉันว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ เรื่องของเรามันยุติลงแล้ว”


“นายพูดง่ายดีนี่ “ อวี่เหวินตงทำเสีนงแค่น ”แล้วฉันล่ะ นายไม่เคยคิดถึงใจฉันบ้างเลยหรือไง ทุกครั้งที่นายเป็นทุกข์ก็มีแต่ฉันที่คอยห่วงใย นังนั่นเคยสนใจไยดีนายมั้ย! แต่พอนายมีความสุขนายก็ถีบหัวฉันส่งอย่างไม่แยแส”


“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!”


“ฉันไม่หยุด ฉันจะบอกให้นังนั่นรู้ไว้ซะด้วยว่าฉันกับนาย...”


ผัวะ!


ฟิลิปป์พุ่งมัดใส่ปากของอวี่เหวินตงทันควันอย่างไม่รอให้ฝ่ายนั้นได้เอ่ยจบครบประโยค พร้อมกันนั้นก็หันไปสั่งให้คนงานที่กำลังตัดแต่งพุ่มไม้ในสวนลากอีกฝ่ายออกไปนอกรั้ว ก่อนจะหันกลับเข้ามาในบ้านอย่างไม่แยแสสายตาของคนด้านนอกที่ถึงกับกรีดร้องเรียกเขาราวกับถูกมีดกรีดหัวใจ



“ฟิลิปป์!!”


“นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ” ดุจเดือนถามขึ้นมาช้าๆ หลังจากอึ้งตะลึงกับเหตุการณ์อยู่นาน ผู้ชายคนนั้นยื่นซองอะไรมาให้เธอ แล้วในนั้นมีอะไร ทำไมฟิลิปป์ต้องโกรธเขาขนาดนั้นแล้ว แล้วยังท่าทางของฝ่ายนั้นอีก มันทำให้เธออดสงสัยขึ้นมาไม่ได้


“ไม่มีอะไรหรอก มันก็แค่เรื่องเข้าใจผิด คุณอย่าเก็บมาใส่ใจเลย”
ชายหนุ่มหันมาบอกเสียงราบเรียบ ก่อนจะเดินผ่านร่างหญิงสาวกลับขึ้นไปบนห้องทำงานอย่างรวดเร็วเมื่อดวงตากลมโตของหญิงสาวตวัดฉับกลับมามองซองเอกสารในมือเขาด้วยแววใคร่รู้



ดุจเดือนมองไหล่หลังผึ่งผายของสามีตามกฎหมายอย่างชั่งใจว่าจะตามไปคาดคั้นตามความสงสัยในใจดีหรือไม่ ก่อนที่เธอจะตัดสินเดินกลับไปนั่งที่โซฟาที่เดิม


ชายหนุ่มเป็นคนแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งถ้าเขาไม่ยอมพูดซะอย่าง เธอก็ไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าเขามีอะไรซ่อนเร้นในใจ


มือเรียวบางของหญิงสาวหยิบหนังสือที่วางบนโต๊ะกลางขึ้นมาวางที่หน้าตักพลางพลิกกระดาษไปยังหน้าที่คั่นไว้เพื่ออ่านเรื่องอาหารบำรุงสุขภาพต่อ อีกเจ็ดเดือนกว่าๆ สิ่งมีชีวิตใหม่ของเธอกับศิรภัทรจะถือกำเนิดขึ้น


พลันนั้นรอยยิ้มน้อยๆของดุจเดือนชะงัก ระหว่างที่ลูบหน้าท้องตนเบาๆ เมื่ออดคิดไม่ได้ว่าถ้าศิรภัทรรู้เรื่องนี้เขาจะรู้สึกอย่างไร? ยินดีเหมือนกับเธอหรือเปล่า? แต่ว่าตั้งแต่วันที่เธอเป็นคนผลักไสให้เขาไป เขาก็ไม่กลับมาให้เห็นอีกเลย กระทั่งถึงงานวันหมั้นที่จัดขึ้นในโรงแรม เธอถึงได้เห็นเขามาปรากฏตัวต่อหน้า แต่เพียงชั่ววินาทีเท่านั้นเขาก็จากไป มีเพียงกล่องของขวัญเล็กๆที่เขามอบไว้ให้เธอถือไว้จนสิ้นสุดงาน



คุณภัทร...ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้เลย ฉันอยากอยู่คุณ คนเดียวเท่านั้น......



หญิงสาวรำพึงในใจ ก่อนกัดริมฝีปากกลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้สุดกำลัง เมื่อน้ำร้อนๆไหลลงมาจากขอบตา
เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน


”น้ำแอปเปิ้ลมาแล้วค่ะ คุณไดอาน่า” เสียงของสาวใช้ที่เดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำทรงสูงทำให้ดุจเดือนต้องรีบก้มหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาลงพลันวัน ทำให้เธอสดุดเห็นบางอย่างอยู่ใต้ขาโต๊ะ



นั่นอะไร?!

ร่างบางคิดพร้อมกับขยับปลายเท้าเขี่ยสิ่งที่เห็นออกมาจากซอกโต๊ะ แล้วเอื้อมมือหยิบมันขึ้นมาภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้เอาหญิงสาวถึงกับนิ่งงัน สมองราวกับถูกทุบเข้าอย่างแรง พอรู้สึกตัวหญิงสาวก็วิ่งขึ้นบันไดไปทันที


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ฟิลิปป์!! คุณอยู่ข้างในใช่มั้ย ฟิลิปป์!”

เสียงเรียกรัวของหญิงสาวทำให้ฟิลิปป์ที่ยืนมองประกายไฟเล็กๆที่กำลังมอดไหม้ไปพร้อมกับภาพถ่ายใบสุดท้ายอย่างตกใจ หากเขายังคงไม่ออกไปเปิดในทันที เขายืนรอกระทั่งถังขยะอะลูมิเนียมเหลือเพียงเถ้าสีเทาจึงโยนเศษกระดาษบนโต๊ะทำงานลงไปกลบ ก่อนเอี้ยวลำตัวออกไปดันบานหน้าต่างออกกว้าง จึงค่อยเดินไปเปิดประตูให้กับหญิงสาวนอกห้อง



“มีเรื่องอะไรเหรอไดอาน่า” เขายังยิ้มเหมือนทุกๆวัน แต่ก่อนเธอคิดว่ามันเป็นยิ้มที่ดีและให้ความอุ่นใจแก่เธอ แต่นาทีเธอกลับรู้สึกว่ามันช่างชืดชาและเต็มไปดด้วยความลับมากมายจนเธอรู้สึกกลัว



ดุจเดือนก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานของเขาอย่างเนิบช้า ห้องของเขาเธอไม่เคยเข้ามาเหยียบย่างเลยตั้งแต่แต่งงานกัน ภายในห้องเป็นโทนสีเขียวแก่ดูเคร่งขรึมเมื่อรวมกับองค์ประกอบของห้องที่เป็นไม้มะค่า ทุกอย่างวางอย่างเรียบร้อยทั้งชั้นหนังสือและโต๊ะทำงาน ผิดจากที่เธอคิดไปเล็กน้อยว่าห้องของเขาคงจะกองไปด้วยเอกสารหรือแฟ้มกองโต


กลิ่นควันเผาไหม้ที่ยังจางๆอยู่ในห้องทำให้ดุจเดือนรู้ว่าก่อนที่เธอจะเข้ามาเขาคงต้องทำอะไรอยู่แน่และคงไม่ต้องการให้เธอรับรู้ เพราะมิเช่นนั้น เขาจะเปิดหน้าต่างออกไปทำไมทั้งที่เปิดใช้เครื่องปรับอากาศ



“เปิดหน้าต่างทำไมค่ะ”


“อ้อ..หน้าต่าง ผมรู้สึกว่าห้องมันอับๆน่ะไดอาน่า ผมเลยเปิดหน้าต่างระบายอากาศซะหน่อย” เขาแก้ตัวด้วยเสียงเรื่อยๆ เหมือนปกติ


“เมื่อกี้ ผู้ชายคนนั้นเค้ายื่นซองอะรมาเหรอคะ ฉันขอดูได้มั้ย!”

“คุณจะดูไปทำไม!!”


ฟิลิปป์ว่าเสียงเข้ม “มันก็แค่เอกสารบ้าบอเท่านั้น ผมบอกแล้วไงว่าคุณไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ ”


“เอกสารงั้นเหรอคะ.....” ดุจเดือนยิ้มหยันให้กับเขา ก่อนจะยิงคำถามอย่างตรงไปตรงมา “ฟิลิปป์....คุณมีอะไรปิดปังฉันอยู่หรือเปล่า?”


“คุณนึกยังไงถึงถามผมแบบนี้” กลางหน้าผากชายหนุ่มปรากฏรอยขมวดมุ่นอย่างแปลกใจที่ภรรยาสาวเอ่ยถาม


“ตอบฉันมาสิคะว่า...คุณมีเรื่องอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า...”


“ผมไม่มีอะไรที่จะปิดปังคุณ” เสียงของเขาลดต่ำเหมือน
พยายามข่มกลั้นอะไรบางอย่างในใจที่แล่นขึ้นกลางอก



“เหนื่อยมั้ยคะ....ที่ต้องแต่งงานกับฉัน”


“คุณจะพูดอะไรไดอาน่า”



“รู้สึกเหนื่อยบ้างมั้ย ที่ต้องปิดปังเรื่องทุกอย่างเอาไว้ คุณแต่งงานกับฉัน คุณคือสามีฉันและฉันก็คือภรรยาคุณถูกต้องมั้ยคะ”


“ใช่...” ฟิลิปป์รับ สายตามองปราดร่างคนรักอย่างพยายามค้นหาความหมายภายในนัย



“เราสองคนอยู่ด้วยกันในนามเท่านั้น ฉันรักคุณภัทร ส่วนคุณก็รักผู้ชายคนนั้น” สสิ้นเสียงหญิงสาว ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มก็ถลันเข้ามาบีบไหล่บางสองข้างแน่น ก่อนเอ่ยเสียงกร้าวแข็ง จ้องตากลมนิ่ง



“รัก!! คุณจะบ้าเหรอไดอาน่า คุณไปฟังอะไรจากมันมา ผมไม่เคยรักมันเลย มันเป็นแค่เพื่อนของผม”

“แล้วนี่คืออะไรคะ” หญิงสาวคลายมือที่ไพล่ไว้ด้านหลังออก ยื่นภาพถ่ายที่เก็บมาจากใต้โต๊ะด้านล่างให้กับชายหนุ่มที่พอรับถึงกับเบิกตาถลนตา


“ตอบฉันมาสิคะฟิลิปป์”


“ทุเรศ!” เขาขบกรามแน่น ก่อนจะหันมาพูดเสียงจริงจัง “ผมแบล็กเมล์ผม ผมไม่เคยคิดอะไรแบบนี้เลยนะไดอาน่า ผมคิดกับมันแค่เพื่อนจริงๆ มันเป้นเพื่อนของผมมาตั้งแต่เด็ก ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามันจะคิดกับผมแบบนั้น ผมพูดกับมันนานแล้วว่าผมรักคุณ ผมไม่ได้มีความรู้สึกแบบมัน แต่มันไม่เข้าใจ มันคิดจะทำลายเราสองคนนะไดอาน่า”


“ไดอาน่า! คุณต้องเชื่อผมนะ มันเป็นพวกจิตวิปริต มันคิดจะทำลายครอบครัวของเรานะไดอาน่า” พูดพลางถลาตัวเข้ามากุมมือนุ่ม


“คุณอยากให้ฉันเชื่อเหรอคะ ในเมื่อภาพมันยืนยันว่าคุณเองก็ไม่ได้ถูกบังคับหรือเมามายอะไรเลย และถึงจะเมาอย่างน้อยคุณก็ไม่น่าจะเผลอไปจูบกับผู้ชายด้วยกันลึกซึ้งขนาดนั้น”

“คุณพูดแบบนี้แสดงว่าคุณไม่เชื่อผม”

“ค่ะ ฉันไม่เชื่อ!!”


“โธ่..ไดอาน่าได้โปรดเชื่อผม มันจิตวิปริต และผมเองก็ไมได้รู้สึกมีอารมณ์อะไรไปกับมันด้วยจริงๆ ให้ผมสาบานก็ได้เถอะไดอาน่า”


“ฉันจะเชื่อก็ต่อเมื่อคุณเซ็นใบหย่าให้กับฉันเท่านั้น”

“ไดอาน่า......” ฟิลิปป์ถึงกับครางเสียหลงเมือ่ได้ยินคำขาดของร่างบางตรงหน้า


“ฉันยอมรับนะคะฉันโกรธคุณ แต่ฉันไม่ได้เกลียดคุณนะคะ ฉันยังรู้สึกดีๆกับคุณเหมือนวันแรกที่เราพบกัน คุณคือคนที่ปกป้องและช่วยเหลือฉันมาตลอด แต่ตอนนี้ฉันไม่เหมือนเดิมแล้ว ฉันกำลังตั้งท้อง ซึ่งทั้งคุณและฉันก็ต่างรู้ดีว่าความรู้สึกของเรามันต่อไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว คุณจะให้ฉันอยู่กับคุณ เป็นภรรยาคุณ ให้เด็กในท้องคนนี้เป็นลูกของคุณ โดยที่ฉันรุ้อยู่เต็มอกว่ามันไม่ใช่อย่างนี้ต่อไปเหรอคะ?“


“คุณคิดว่าถ้ามันรู้ มันจะยอมรับคุณกับลูก ยกยอคุณว่าภรรยาอย่างภูมิใจเหรอไดอาน่า” ฟิลิปป์เอ่ยหยันมองดวงหน้าของดุจเดือนอย่างปวดเร่าในใจ


“ฉันไม่รู้...แต่ที่ฉันสนคือ...คุณไม่ควรจะรับผิดชอบในสิ่งที่คุณไม่ได้เป็นคนทำ ฉันรู้ว่าใจของคุณยอมรับตัวฉันที่เป็นอยู่ตอนนี้ได้ แต่ฉันยอมรับตัวเองไม่ได้!!”





 

Create Date : 02 มีนาคม 2553
0 comments
Last Update : 24 มกราคม 2555 1:23:58 น.
Counter : 332 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


cheery_princess
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




★ถ้าเราไม่รู้จักสูญเสียบางอย่างไป เราก็จะไม่รู้จักคุณค่าของสิ่งนั้น★ Never lie,cheat or steal,always strike a fair deal






MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com





Friends' blogs
[Add cheery_princess's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.