กรกฏาคม 2552

 
 
 
3
4
5
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เมื่อผมได้เป็น Mister University Thailand 2003
ใครจะคิดล่ะครับ ว่าเด็กหน้าบ้านๆอย่างผม จะชนะเลิศการประกวด Mister & Miss University Thailand 2003 ได้เป็น Mister University Thailand ประจำปีนั้นไป


เมื่อสมัยตอนเรียนมหาวิทยาลัย ตั้งแต่อยู่ปี 1 เห็นเค้าประกาศรับสมัครประกวด Mister & Miss University Thailand เป็นการจุดประกายให้ผมอยากที่จะสมัครเข้าประกวดในโครงการนี้ครับ ก็ไปสืบค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการประกวด และสอบถามเพื่อนๆ แต่ โอ้ว อนิจจา พอถามเพื่อนๆว่ารู้จักโครงการนี้ไหม คำถามที่พวกมันสวนกลับผมมานี่สิ มันช่างน่าปวดใจจริงๆ เพื่อนมันสวนกลับมาว่า "น้ำหน้าอย่างมึงเนี่ยนะ จะไปประกวด Mister University" แล้วพวกมันก็หัวเราะกันครับ จนผมรู้สึกอาย เออ มันผิดตรงไหนฟะที่กรูว์คิดจะประกวด แต่ผมก็ยังไม่มีความมั่นใจพอ ที่จะกล้าแม้กระทั่งไปสมัคร เพราะแม้กระทั่งเพื่อนๆที่รัก มันยังดูถูกเหยียดหยาม พร้อมกับหัวเราะผมได้ถึงเพียงนี้ แล้วถ้าผมไปสมัคร เค้าจะไม่โยนใบสมัครผมทิ้งถังขยะเร๊อะ!! กลัวเค้าจะหาว่าไม่รู้จักเจียมบอดี้เอาซะเล๊ยยย คนเรา ว่าแล้ว ความฝันของผม ที่อยากเข้าประกวด อยากดังกับเค้าบ้าง ก็มีอันต้องเลิกคิด เก็บไว้ในใจเพียงคนเดียว ไม่กล้าบอกให้ใครรู้ ไม่กล้าคิดดัง เพราะกลัวเค้าจะหัวเราะเยาะ ว่าไม่เจียมกะลา จนผมเรียนจบวิดวะที่ลาดกระบัง ผมก็ไม่ได้มีโอกาสที่จะสมัครเข้าประกวดโครงการนี้


หลังเรียนจบผมก็โชคดี ครอบครัวอุปถัมภ์ของผมตอนที่ผมได้ทุน AFS ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เยอรมัน ย้ายมาทำงานที่อเมริกา ปะป๊ากับมะม๊าคงจะคิดถึงลูกชายหัวดำคนนี้มาก ก็เลยให้ของขวัญที่เรียนจบ เป็นตั๋วเครื่องบินมาอยู่กับเค้าที่กรุงวอชิงตัน ดีซี เป็นเวลา 1 เดือน เอาสิกรูว์ อะไรมันจะโชคดีอย่างนี้ฟะ!! ได้ไปอเมริกากับเขาแล้วโว๊ยย! แล้วผมก็ได้เหินฟ้าไปยังอเมริกาสมใจ จากตอนแรกที่จะอยู่แค่เดือนเดียว แต่แล้วผมก็เปลี่ยนใจนาทีสุดท้ายก่อนจะต่อเครื่องกับเมืองไทยที่ Seattle ว่าจะอยู่ต่อจนครบ 6 เดือนตามที่อิมมิเกรชั่นเขาสแตมป์ให้ ครอบครัวอุปถัมภ์ของผมก็ไม่รู้ว่าผมอยู่ที่อเมริกาต่อและผมก็ไม่รู้จักใครในอเมริกาซะด้วย บ้าดีไหมครับพี่น้อง !!


แล้วการเดินทางท่องอเมริกาของผมก็ได้เริ่มต้นขึ้น ผมได้เดินทาง backpack ท่องเที่ยว และทำงานเก็บตังค์เพื่อที่จะเที่ยวในอเมริกา ซึ่งเป็นประสปการณ์ที่กล้า บ้าบิ่นและคุ้มค่ามากๆของผม การได้เดินทางไปเห็นสิ่งแปลกๆใหม่ๆด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ได้พบปะ พูดคุยกับผู้คนจากหลายๆรัฐ ได้เห็นถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมของอเมริกาเอง (ผมแบกเป้เดินทางจากเมือง Seattle จนถึง Boston เป็นระยะทางกว่า 3,000 ไมล์) คิดๆไปแล้วก็ เออ กรูว์ก็กล้ามากนะ เดินทางเที่ยวเองคนเดียวจากอีกฝั่งหนึ่งของอเมริกาไปจนถึงอีกฝั่งหนึ่งของอเมริกา ช่างกล้าจริงๆ ถ้ามีลูก ก็คงไม่กล้าให้ลูกไปทำอย่างนี้หรอกครับ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเค้า แต่กับตัวเองเนี่ย ไม่คิดเนอะ แต่ผมก็ไม่ได้เล่าให้ที่บ้านผมฟังครับว่าผมเจออะไร ทำอะไรมาบ้างระหว่างที่อยู่ที่นั่น ที่บ้านผมคิดว่าผมพักอยู่กับเพื่อน เรื่องอะไรผมจะบอกล่ะครับ บอกไปก็โดนห้ามสิ เล่นแบกเป้ ตะลอนๆนั่งรถทัวร์ รถไฟเที่ยวอเมริกาคนเดียว ในสายตาผู้ใหญ่ เค้าก็ต้องห่วงล่ะครับ ยิ่งไปต่างบ้านต่างเมือง แต่ผมก็ไม่อยากให้เค้าเป็นห่วงและคิดว่าผมเอาตัวรอดได้น่า (มาเล่าให้ที่บ้านฟังทีหลัง ก็โดนดุอย่างที่คิดไว้ครับ อุอุ ก็วัยสะรุ่นอะ Smiley )


กลับจากอเมริกา ผมก็เริ่มทำงานที่เมืองไทย ใช้ชีวิตมนุษย์ทำงานอย่างปรกติ จนกระทั่งผมได้ไปเยี่ยมเพื่อนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ระหว่างที่กำลังเดินในมหาวิทยาลัย ผมก็เหลือบไปเห็นป้ายโปสเตอร์ประกาศรับสมัครประกวด Mister & Miss University Thailand ผมรีบปรี่เข้ามาอ่านรายละเอียดที่โปสเตอร์เลยครับ โอ้ววว มายยย ก๊อดดดด  Smiley การประกวดที่ผมใฝ่ฝันมานานนน ผมจะได้ทำฝันนั้นให้เป็นจริงแย้ววววว!!! ผมรีบมองซ้ายมองขวาว่ามีใครมองผมหรือเปล่า แบบว่า กลัวเค้ามองว่าไม่เจียมบอดี้น่ะครับ แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรเพื่อโทรไปสอบถามรายละเอียด แล้วเค้าก็บอกให้มายื่นใบสมัครด้วยตัวเอง โอ้ววว!!! ตื่นเต้นนน!!!ใจนึงก็กล้าๆกลัวๆ ว่าจะไปดีไหม เค้าจะหัวเราะเยาะเราไหมเนี่ย คำสบประมาทต่างๆ คำพูดถากถางที่เคยโดนเพื่อนปรามาศไว้ก็ลอยมาครับ ใจนึงก็คิด เอาวะ นี่ก็ใกล้จะเรียนจบที่รามแล้ว ถ้าไม่ไปปีนี้ ปี้หน้าเรียนจบ ก็ไม่มีโอกาสแล้ว ถึงหน้าตาจะไม่ถึงเกณฑ์ แต่คารมณ์ก็ไม่เป็นรองใครล่ะวะ!! มั่นใจในตัวเองหน่อยว่าตัวเราก็มีดี (ตรงไหนหว่า )


วันสมัครก็ไปถ่ายรูปที่ studio เพื่อที่จะใช้ในการสมัคร ไอ้ผมก็ไม่เคยเป็นนายแบบถ่ายรูปมาก่อน เกร็งมากๆถึงมากที่สุด เกร็งจนตากล้องเซ็ง เอ๊าา!!! ก็คนมันไม่เคยนี่คราฟฟ ให้เวลากันหน่อย พอได้รูปหล่อสมใจ ก็ไปสมัครครับ ก็ทราบรายละเอียดว่าผู้ชนะการประกวด Mister & Miss University Thailand นี้จะเป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมการประกวด Mister & Miss University International ที่ประเทศเกาหลีใต้ด้วย โหววว!! ยังกับประกวดนางงามเลยวุ๊ยย ได้แล้วต้องไปประกวดเมืองนอกอีก ถ้าได้ตำแหน่งงานนี้ ได้โกอินเตอร์สมใจแน่ๆตู


การประกวด Mister & Miss University นี้ ไม่เหมือนการประกวดนางสาวไทยหรือนางงาม ที่หน้าตาต้องดูดี มีชาติตระกูล แต่เป็นการประกวดที่ต้องการให้นักศึกษาได้แสดงออกถึงความสามารถที่มีอยู่เพื่อเป็นฑูตวัฒนธรรมเพื่อสันติภาพโลก หรือ Campus Ambassador และมีเกณฑ์ในการคัดเลือก เช่น ความกล้าแสดงออก ความรอบรู้ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า บุคลิกภาพ และการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และหน้าตาก็เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น ซึ่งคอนเซ็ปต์โครงการที่ผมเข้าประกวดก็คือ "Service for Peace : Living for the Sake of Others" โอ้ววว Service for Peace นี่ผมยังโอเคอยู่ แต่ไอ้ที่บอกว่าการมีชีวิตเพื่อผู้อื่นเนี่ย ผมบอกตรงๆครับ ว่ามันไม่ใช่ผมเลย คือ ผมมีความรู้สึกว่า การที่คนเราจะทำอะไรได้นั้น เราต้องเติมตัวเราให้เต็มหรือให้อะไรกับตัวเราก่อน ก่อนที่เราจะสามารถไปเติมคนอื่น หรือให้อะไรกับคนอื่นได้ และผมก็ fake ไม่เป็นซะด้วยสิ เป็นคนตรงๆโผงผางๆ แต่ก็ไม่เคยเอาเปรียบใคร อุเหม่!! แค่ concept ตัวเองกับโครงการ ยังไม่ตรงกันเลย แถมยังเสแสร้งไม่เป็นอีก แล้วตูจะไปรอดไหมเนี่ย !!!


หลังจากที่ยื่นใบสมัครไปคณะกรรมการก็จะมีการคัดเลือกให้เหลือเพียงแค่ 10 คน ทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิง เพื่อที่จะทำการเก็บตัว (เหมือนนางงามจริงๆครับ มีเก็บตัวด้วย) ทำกิจกรรมร่วมกันก่อนที่จะทำการประกวดรอบตัดสิน และแล้วผมก็ต้องดีใจสุดฤทธิ์เมื่อมีโทรศัพท์แจ้งว่าผมผ่านการคัดเลือกจากทางคณะกรรมการให้เหลือ 10 คนและเตรียมตัวเข้าค่ายเก็บตัว เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน โอ้วววว ดีใจจริงๆเลย ไม่อยากจะเชื่อ ว่าหน้าบ้านๆอย่างตูก็ได้ผ่านการเข้ารอบการประกวดนี้ การประกวดที่ตัวผมโดนเพื่อนปรามาศตั้งแต่บอกว่าอยากลองประกวด


การเก็บตััว 3 วันของการประกวดเพื่อเก็บคะแนน ดูบุคลิกภาพ การแสดงทัศนะคติผ่านการสัมภาษณ์ การทำกิจกรรมร่วมกันและการบำเพ็ญประโยชน์ของผู้ผ่านการคัดเลือก ผู้สมัครแต่ละคนก็พกความมั่นใจมาทั้งนั้นครับ และผมก็เป็นผู้สมัครที่อายุเยอะที่สุดครับ ตอนนั้นอายุ 23 แล้ว แต่น้องคนอื่นอายุ 18-20 กันครับ ซึ่งตอนที่น้องๆเค้าถามกันเรื่องอายุ พอรู้อายุผมก็ทำหน้าอึ้งๆกัน (คงคิดว่า เอ่อ ลุง แก่แล้วยังมาทำอะไรอีก) ผมก็คิด เออ! ไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืน เดี๋ยวจะได้รู้กันว่าที่ข้าอายุเยอะเนี่ย ข้าไม่ได้แก่กะโหลกกะลานะเฟ้ย!! ข้าสั่งสมประสปการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านอะไรมามากกว่าพวกเอ็งเยอะ!! เดี๋ยวจะได้รู้กัน ว่าพี่กับพวกน้องน่ะ มันกระดูกคนละเบอร์!!


ช่วงเก็บตัวนี้เราได้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์โดยที่ไปบ้านเด็กกำพร้าปากเกร็ดครับ เอ่อ ตัวผมก็ไม่ใช่คนรักเด็กซะด้วยสิ แถมยังต้องมาทำภาระกิจแบบนางงามรักเด็ก แต่ผมก็ไม่ได้ฝืนนะ เพียงแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมากว่ารักเด็ก เพราะมันไม่ใช่ตัวผม จากนั้นก็มีการแจกแจงเกี่ยวกับตำแหน่งที่จะได้รับและการเป็นตัวแทนไปประกวดที่ประเทศเกาหลีใต้ร่วมกับประเทศอื่นๆ (นี่ล่ะที่ผมอยากได้ อยากโกอินเตอร์!!!) การอบรมเกี่ยวกับการเป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชน การแสดงความคิดเห็นร่วมกัน การแสดงความสามารถพิเศษของแต่ละคน และการสัมภาษณ์ ซึ่งตอนนั้นผมก็คิดว่าตายล่ะหว่า ตาม Concept การประกวด คือ "Service for Peace;Living for the Sake of Others" มันไม่ใช่ตัวเราสักเท่าไหร่เลย ตูจะรอดไหมเนี่ย!! แล้วยังจะการแสดงอีก ตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดเลยครับว่าจะทำอะไร พอเค้าให้เตรียมตัว ผมก็บอกว่ายังไม่ได้เตรียมตัวแต่ก็อยากจะแสดงเป็น VJ ภาษาอังกฤษนะ โดยที่ไม่ได้แสดงให้ใครดู จนคนอื่นเค้าคิดว่าผมซุ่ม แต่จริงๆแล้ว ผมยังไม่ได้เตรียมตัวหรือเขียนสคริปต์เลยต่างหาก!!


เหมือนสวรรค์มีตา และเข้าข้างคนดี(อย่างผม) ในรอบสัมภาษณ์ระหว่างการเก็บตัว ผมเจอคำถามที่ตอบแล้วเป็นตัวของตัวเองมากๆ โดยที่ไม่ต้อง fake เลย กรรมการก็ถามเกี่ยวกับกิจกรรมในอดีตที่ผมทำมา ผมก็เล่าตั้งแต่ผมมีโอกาสได้ทุน AFS ได้เป็นตัวแทนเยาวชนไทยเผยแผ่วัฒนธรรมไทยให้กับชาวต่างชาติได้รับรู้ กิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชนบทที่ผมทำสมัยเรียน (หน้าตาชนบท แล้วยังไปพัฒนาชนบทอีก กรรมจริงๆตู!!!) ค่ายลูกเสือโลกที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งผมได้ทำงานเป็นผู้ประสานงานระหว่างข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของไทยกับทีมงานจากต่างประเทศ และเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผู้อำนวยการจากองค์กรลูกเสือโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผมยังเล่าถึงการที่ได้มีโอกาสไปเปิดโลกทัศน์ เดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศอเมริกาเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งล้วนเป็นประสปการณ์ที่มีค่าของผม ทำให้ผมเป็นผมในทุกวันนี้ แล้วกรรมการก็ถามคำถามผมเกี่ยวกับครอบครัวครับ ซึ่งผมไม่ต้อง fake อะไรเลย และตอบได้เป็นตัวของตัวเองมาก ผมเชื่อว่า กรรมการทุกคนรับรู้ได้จากแววตา น้ำเสียงของผม ซึ่งผมก็ดีใจครับ ที่สามารถสื่อให้กรรมการได้รู้ถึงความเป็นตัวเองของผม (เล่าให้พี่สาวฟัง พี่สาวผมบอกว่า แกตอแหลสุดๆ)


ในวันประกวด ผมตื่นเต้นมากกกก ขาสั่น ปากสั่น เพราะเป็นการประกวดเวทีแรกของผม เดินประกวดก็เกร็งๆ แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดครับ ถึงรอบแสดงความสามารถพิเศษ ผมก็แสดงเป็น VJ ภาษาอังกฤษ (ซึ่งก็ซ้อมและเขียนสคริปต์คืนก่อนการประกวด และเสื้อผ้าก็ต้องขอบคุณน้องๆที่เข้าประกวดที่ช่วยเลือกจับ Mix & Match ให้) ช่วงนั้นเรย์ แมคโดนัลด์กำลังดัง ผมออกมาก็หวัดดีสี่ทิศแบบเรย์ แล้วก็รัวเป็นภาษาอังกฤษเลยครับ ซึ่งสำเนียงภาษาอังกฤษผมก็ค่อนข้างดี ไม่ค่อยมีสำเนียงไทยเท่าไหร่ ก็ทำให้ผู้ชมใน hall อึ้งไปเหมือนกัน การแสดงของผมก็คือรายงาน chart อันดับเพลง และเพลงที่ขึ้นอับดับ 1 ก็สร้างความประหลาดใจมาก เพราะเป็นเพลง re-entry ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ณ ปัจจุบัน ทุกคนอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจกัน เห็นใจกันและช่วยเหลือกันมากขึ้น ซึ่งก็คือเพลง Heal The World และพยายาม link เรื่องให้เข้าสู่ world peace ประมาณนี้ หลังจากโชว์เสร็จก็โล่งใจครับ เพราะตื่นเต้นมากกกก



แล้วก็มาถึงการประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 3 คนสุดท้ายครับ ซึ่งก็มีผมเป็น 1 ใน 3 คน ดีใจมากๆ อย่างน้อยก็พิสูจน์ให้ใครหลายๆคนได้เห็นว่าผมก็มีอะไรดีในตัวบ้างล่ะ (ถึงแม้หน้าตาจะแค่พอถูๆไถๆไปได้ก็เหอะ) ผมได้ตอบคำถามคณะกรรมการเป็นคนแรกครับ ซึ่งทุกคนจะตอบคำถามเดียวกัน ส่วนคนที่เหลือก็ไปยืนหลังเวทีโดยมีหูฟังเปิดเพลงเพื่อไม่ให้ได้ยินคำถาม (เหมือนตอนดูประกวด Miss Universe เลยวุ๊ยยยตู) คำถามที่โดนถามก็คือ "ถ้าคุณขอพรวิเศษได้ 1 ข้อ คุณจะขออะไร" น่านนน คำถาม นางง๊ามมมมมนางงามมมมม โอย!!! บอกตรงๆว่าตอนนั้นตื่นเต้นมาก พึ่งเ้ข้าใจความรู้สึกของนางงามตอนที่เค้าตอบคำถามตอนอยู่บนเวทีว่า แค่คำถามง่ายๆแค่นี้ ทำไมตอบไม่ได้ โดนเข้ากับตัวเองถึงรู้เลยงานนี้ ผมก็พยายามนึกอยู่ จะตอบไงดีวะนี่ และต้องพยายามตอบให้เข้ากับ concept การประกวดด้วย คิดสิคิด!!


ตอนนั้นก็ยังตื่นเต้นมากๆอยู่ แต่ก็ต้องตอบไปแล้ว ก็ตอบไปประมาณว่า "ถ้าผมขอพรได้ 1 ข้อ ผมอยากจะขอให้เด็กๆได้รับความรัก ความอุ่นจากครอบครัวและมีพื้นฐานครอบครัวที่ดีครับ เพราะการได้รับเลี้ยงดูที่ดีจากครอบครัวที่อบอุ่น จะทำให้เด็กคนนั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม การที่เด็กๆเติบโตมาจากครอบครัวที่มีปัญหา บ้านแตกสาแหรกขาด ขาดการอบรมที่ถูกที่ควร จะทำให้เด็กคนนั้นมีปัญหา และปัญหาสังคมต่างๆก็จะเกิดขึ้นตามมา เช่น ยาเสพย์ติด ปัญหาเยาวชน เป็นต้น ดังนั้น ผมจึงอยากจะขอพรให้เด็กๆทุกคนได้รับความรักความอบอุ่นจากครอบครัวอย่างเพียงพอครับ" พอตอบคำถามเสร็จ ตอบเอง ก็งงเอง ว่ากรูว์ตอบอะไรไปฟะ งง!! ตอบวกไปวนมาด้วยความตื่นเต้น กรรมการและผู้ฟังใน hall ก็คงงงด้วย ผมตอบเสร็จแล้ว ในใจก็คิด เกาหลีเอ๊ย!!! ข้าคงจะไม่ได้ไปแล้วล่ะ หลุดลอยไปแล้ว และก็ไม่คาดหวังกับผลที่จะออกมา เพราะคิดว่า ยังไงก็ไม่ได้แน่ๆ ยิ่งฟังคำตอบของน้องอีกคน ซึ่งผมคิดว่าเค้าตอบดีมาก น้องคนนี้ต้องได้แน่ๆ


วินาทีแห่งความตื่นเต้นที่สุดก็มาถึง นั่นก็คือ ประกาศรองชนะเลิศอันดับ 1 ในตอนนั้นผมก็ไม่ได้หวังอะไรแล้ว ซึ่งพอจะประกาศผู้ชนะเลิศการประกวด Mister & Miss University Thailand 2003 ผมก็ทำปากประมาณว่า น้องคนนี้ได้แน่ๆ และกำลังจะเตรียมตบมือแสดงความดีใจกับน้องเค้า แต่แล้ววววว...ชื่อที่พิธีกรประกาศออกมา นั่นเป็นชื่อของผม!!! ตอนนั้นผมก็ทำหน้างงเต๊กสุดขีดครับ ประมาณว่า ห๊าาาาาา อะไรนะะะะะ กรูว์ได้เหรออออ ได้ได้ไงฟะ งง!!! พร้อมกับเสียงกรี๊ดเชียร์ที่ค่อนข้างดัง เพราะว่าก็มีคนเชียร์ผมค่อนข้างเยอะเหมือนกันหลังจากรอบแสดงความสามารถพิเศษ อะไร!!! ยังไง!!! ผมได้เป็น Mister University Thailand ประจำปี 2003 แล้วเหรอ ไม่อยากจะเชื่อ!!! แม่จ๋า ผมทำสำเร็จแล้ว!!!!! เกาหลีใต้เอ๋ย ข้าจะได้ไปแล้วววว โอ๊ยยย ดีใจจังเรยยยยย


พี่สาวผมก็มาดูผมประกวดด้วยกับเพื่อนเค้า แต่ว่าแม่กับพี่สาวอีกคนไม่ได้มาดู ซึ่งผมก็กำชับแล้วว่าไม่ต้องมา (จริงๆที่พี่สาวมาดูเนี่ย ผมก็เพิ่งบอกเค้าเช้าวันที่จะประกวด เพราะไม่อยากให้เค้ามาดูเท่าไหร่ อายยยยตััวเอง) พี่สาวผมเปิด speaker phone ทางโทรศัพท์ ถ่ายทอดสดให้คุณแม่ที่อยู่ที่ต่างจังหวัดฟัง พอประกาศว่าผมได้ ท่านก็ดีใจมาก ร้องเฮกันลั่นบ้าน โถวๆๆๆ ใครจะคิดล่ะครับ ว่าลูกชายที่หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ ใช้ไปซื้อโอเลี้ยงก็ได้ จะได้เป็น Mister University กับเขา แถมยังเป็นตัวแทนประเทศไปประกวดเมืองนอกอีก เอากับเขาสิครับ แต่อย่างน้อย ผมก็ภูมิใจกับตำแหน่งนี้ที่ผมได้มา แม้จะอายเล็กๆเวลาบอกใครว่าชนะการประกวดนี้มาและทุกคนทำหน้าตาประมาณว่า หน้าอย่างนี้เหรอได้ตำแหน่ง Mister University Thailand แต่มันก็เป็นการบ่งบอกว่า การที่ผมได้ตำแหน่งนี้มานั้น ผมได้มาด้วยฟามสามารถ และปฏิภาณไหวพริบของผมล้วนๆครับ


ติดตามการประกวด Mister & Miss University International 2003 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ภาคต่อไปครับ



Create Date : 06 กรกฎาคม 2552
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2556 10:44:58 น.
Counter : 731 Pageviews.

14 comments
  
เด็กกิจกรรมจริงๆ ดีใจด้วยนะคะ
โดย: Too Optimistic วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:48:37 น.
  
โอ๊ย หน้าตาอย่างนี้ไม่เรียกว่าบ้าน ๆ แล้วค่ะ


^^
โดย: โสดในซอย วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:45:14 น.
  
ยินดีด้วยนะครับ

จากที่ได้อ่านมามีสิ่งหนึ่งที่เคยเจอคือคนไทยมักไม่ค่อยให้กำลังใจกันตั้งแต่เริ่มต้น ประเภทหน้าอย่างแกเหรอ....

ทำให้หลาย ๆ คนล้มเลิกแต่ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น
โดย: c (chaiwatmsu ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:28:15 น.
  
แวะมาทักทายค่ะ
โดย: CrackyDong วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:40:53 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

อยากเห็นภาพและบรรยากาศในงานจังค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:4:01:57 น.
  
ยินดีด้วยนะคะเนี่ย สมแล้วที่ได้รางวัลเก่งออกขนาดนี้ แถมหล่ออีกต่างหาก
โดย: thaispicy วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:04:33 น.
  
โอ้ กล้ามเป็นมัดๆ 555 ยินดีด้วยค่ะ เด็กลาดกระบังเหรอ เหอๆ เคยเป็นลูกท่านเจ้าพระยาเหมือนกัน
โดย: no filling วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:52:58 น.
  
โอ้ว ขอบคุณมากๆเลยครับ ที่เข้ามาเยี่ยมชม ผมกำลังพยายามนึกย้อนถึงวันวาน (ยังหวานอยู่) เพื่อที่จะมาถ่ายทอดลงสู่บล็อคนี้ครับ update ไปทีละนิดๆน่ะครับ เลยยังเขียนไม่เสร็จ แต่จะทำให้เสร็จภายในวันนี้ครับ มีรูปการประกวดในวันงานด้วย เดี๋ยวจะค่อยๆเอาลงนะครับ
โดย: Charlie Man วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:52:58 น.
  
Awesome! I enjoyed reading it!
โดย: Annie/Fl. IP: 173.78.101.222 วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:12:14:41 น.
  
ดีใจด้วยนะค่ะ
โดย: joy@putchanok วันที่: 6 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:32:25 น.
  
พี่แมนนนน จำน้องคนนี้ได้ป่าว....เด็กเอ๋อๆ ที่อยู่ดีๆ ก็ได้ยืนรอบ 2 คนสุดท้ายกับพี่แมนอ่ะ บังเอิญมาก เอชเสิร์ชการประกวด MFI 2009 แต่ดันมาเจอ บล๊อคพี่แมนซะนี่ อิอิ คิดถึงๆๆๆ ตอนนี้เบอร์โทรพี่ๆ หายหมดแล้วอ่ะ ยังไงอัพเดทกันนะ h_monsters@hotmail.com เด่วทิ้งเบอร์ในนี้จะม่ะปลอดภัย อิอิ ไงถ้าเจอแล้วติดต่อมาด้วยเน้อ คิดถึงมากๆๆๆๆๆๆ
โดย: น้องเอชช IP: 58.10.36.94 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:36:48 น.
  
รุ่นหลัง ๆ มานี้สายสะพายไม่สวยเลย
รุ่นพี่ยุคแรก ๆ จะมีเอกลักษณ์ที่ผู้ชายจะคาดสีน้ำเงิน ผู้หญิงจะคาดสีแดง
สวยกว่าเยอะ...55
สมัยของพี่ คาดว่าสายสะพายจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากมิสยูนิเวิร์ส ที่พี่ปุ๋ยได้ตำแหน่ง ทำให้การตัดเย็บออกมาเหมือนกันเปี๊ยบ.. ตอนนี้สายเริ่มเหลือง ๆ ละ..เน่าน่ะ
โดย: mr.u'89 IP: 125.24.12.197 วันที่: 10 พฤษภาคม 2554 เวลา:1:01:43 น.
  
เก่งจังครับ อ่านแล้วได้กำลังใจดี
โดย: cash IP: 110.168.185.224 วันที่: 14 เมษายน 2556 เวลา:21:54:36 น.
  
คิดถึงแมนอะ โจ้เอง จำกันได้ป่าว
โดย: JoJo IP: 1.47.225.155 วันที่: 12 พฤษภาคม 2557 เวลา:11:56:37 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

CHaRLiE San
Location :
Tokyo  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]