Life is too short to stay in squre room for work 8 hrs, 4 hrs in traffic and 6 hr in squre bed.... Let's go out to see the world.....
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
26 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
สองสาวเที่ยวลาวไม่ง้อทัวร์ ภาคสอง เริ่มต้นการเดินทางสุดระทึก กว่า 300 km จาก ห้วยทราย-หลวงพระบาง

เอาละ วันนี้จะเอารูปลงแล้ว หลังจากที่ขี้เกียจมากนาน trip นี้เริ่มจากนั่งรถทัวร์จากนั่งรถทัวร์จากหมอชิตไปเชียงของ (จังหวัดเจียงฮาย) นั่งรถทัวร์ของสยามเฟริทร์ทัวร์ราคา 7ถต บาท ออกจากกรุงเทพ ประมาณทุ่มครึ่งถึงเชียงของตอน 07.40 am จากนั้นก็นั่งรถสกายแลปจากตลาดซึ่งคิดรถหาง่ายมาก คิวรถอยู่หน้า 7-11 นั่งจากตรงนี้ไปที่ท่าเรือบั๊ค (Thai immigration) ด่านตรวจคนเข้าออกของอำเภอเชียงของ ราคาคนละ 50 บาท
นี่แหละรถสกายแลปที่พูดถึง







ไปถึงท่าเรือแล้วก็จัดการ เขียน Boarding pass ยื่น Passport ปั๊มออกจากประเทศไทย จากนั้นก็เดินลงไปขึ้นเรือข้ามฟาก ค่าเรือข้ามฟาก 40 บาท สอบถามจากคุณป้าคนลาวที่นั่งข้าง ๆ บอกว่า ปกติราคา 20 บาท แต่วันนี้เป็นวันหยุดราชการ ทุกอย่างเลยขึ้นราคา อีกเท่าตัว ป๊าดดดด มีงี๊ด้วย

นั่งเรือข้ามฟากไปอีกฝั่ง คือด่านห้วยทราย (Hauysai) ไปจัดการทำวีซ่าเข้าประเทศลาว ซึ่งจะอยู่ที่ประเทศลาวได้ 1 เดือน (เอ๊าใครมีเวลา แล้วก็หลงรักลาว ก็อยู่ได้นะ แต่สำหรับเราอยู่ได้แค่ 5 วัน ต้องกลับไปทำงานแลกเงิน เอาไว้เที่ยวที่อื่นต่อ)

สำหรับอกสารที่ต้องยื่นก็เหมือนกับฝั่งไทย คือ Boarding Pass + Passport เสร็จแล้วก็แลกเงินลาว แต่ถ้าใครไม่อยากแลกเงินลาวก็ได้ เพราะการท่องเที่ยวลาวสามารถใช้เงินไทยได้แต่จะขาดทุนมาก เพราะแม่ค้าลาวเค้าจะคิดเราในอัตรที่ต่ำมาก (ต้องใช้เงินไทยมากกว่าปกติในการซื้อของในประเทศลาว)

ก่อนหน้านี้คุยกับลุงคนขับรถสกายแลปฝั่งไทย ลุงเค้าบอกว่าควรจะแลกไปซัก 4000 บาท น่าจะพอดีสำหรับ 5 วัน อีกอย่างเพราะตามตางรางการท่องเที่ยวของเราแล้วต้องจ่ายค่ารถหลายรอบ

อัตราแลกเงินที่ Laos Immigration ก็ 242 kip/1 baht เป็นอัตราที่ดีพอสมควร เพราะระหว่างรอเรือเร็วออก ไปเดินสำรวจตลาดห้วยทราย ให้เรทต่ำกว่าที่ Immigration พอสมควร (ได้เป็นเศรษฐีเงินล้านแล้ววันนี้ แต่เป็นล้านกีบนะไม่ใช่ล้านบาท (4000x242 = 968000 kip))




ในที่สุดการเดินทางสุดระทึกกว่า 6 ชั่วโมงบนลำน้ำโขงก็เริ่มขึ้น หลังจากแลกเงินก็เดินไปซื้อตั๋วเรือเร็วเพื่อนั่งไปหลวงพระบาง จะมีรถไปส่งที่ท่าเรือเร็วอีกที (ไม่ฟรี หรอกเพราะเค้าคงคิดรวมไปกับค่าเรือเร็วแล้ว)


การเดินทางทางน้าจากห้วยทรายไปหลวงพระบาง มี 2 ตัวเลือก คือเรือเร็ว กับเรือช้า ถ้าเป็นเรือเร็วใช้เวลา 6 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นเรือช้าต้องใช้เวลาอยู่บนเรือ 14 ชั่วโมงและต้องแวะค้าคืนที่ปากแบ่งหนึ่งคืน สำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวเพียงพอแนะนำให้นั่งเรือช้าเพราะจะปลอดภัยกับชีวิต และได้ชมบรรยากาศสวยๆ สองข้างลำน้ำโขง และที่สำคัญค่าเรือถูกกว่าด้วย
สำหรับเราแล้วด้วยเวลาที่มีจำกัดเพียงแค่ 5 วัน สามเมือง ไม่สามารถที่จะเลือกเรือช้าได้ เลยต้องเลือกเรือเร็วและได้ของแถมระหว่างนั่งเรือคือ หมวกกันน๊อคและชูชีพ อ้าว อ้าว อ้าว อย่าทำหน้างงว่าทำไมต้องใส่หมวกกันน๊อคเดียวจะเฉลยให้ฟัง และจะฟ้องด้วยภาพ
เอ๊าดูภาพกันเลย


เรือที่นั่งเป็นเรือหางยาว นั่งได้แถวละสองคน ทั้งลำมีสี่แถว สรุปแล้วเรือเร็วจะมีผู้โดยสาร 8 คน คนขับเรือผู้มากประสบการณ์ 1 คน รวมทั้งลำก็ 9 คน ความเร็วของเรือประมาณ 80 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง การนั่งเรือเร็วค่อนข้างอันตราย และไม่สะดวกสะบาย ต้องนั่งในที่แคบๆ ขยับไม่ได้มาก เป็นเหน็บก็หลายรอบ บางจุดเจอฝนตก (ลืมบอกไปว่าเรือเร็วไม่มีหลังคา) ต้องก้มหน้าหนีเม็ดฝนที่ปะทะหน้า แต่ก็ดีหน่อยที่ฝนตกเป็นช่วงๆ ไม่ได้ตกตลอดเส้นทาง แถมราคาแพงมาก คือ 1600 บาท แต่เราก็ยังเลือกเรือเร็วอยู่ดี เพราะอยากใช้เวลาอยู่ที่หลวงพระบางสองคืน (ซึ่งก็ยังไม่เต็มอิ่ม ควรจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ซัก 3-4 คืน จะได้เที่ยวทั่ว ๆ หลวงพระบาง อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องเร่งรีบ เหมือนกำลังแข่ง Amazing Race อย่างเรา)




บรรยากาศสองข้างลำน้ำโขงสวยใช่เล่น นั่งชม Sand dune ก็คือหาดทราย นั่นเอง บางแห่งก็เป็นทรายชันสูงจากน้ำ บางที่จะเป็นทรายลาดน่าเล่น Sand Boarding มาก คงมันส์น่าดู นึกภาพซิ หากระดาษลัง (ถ้ารวยหน่อยก็คิดว่ามี board นะ) มาแล้วนั่งสไลด์จากที่สูงลงมา แค่คิดก็สนุกแล้ว
บางจุดในลำน้ำโขงจะเป็นหินโขดหินที่ดูสวย แต่ดูน่ากลัวมาก (ที่ดูน่ากลัวอาจเป็นเพราะเรือเร็วมากจากเหมือนรู้สึกว่าจะชนหลายรอบ แต่ความจริงแล้วไม่ชนหรอกเพราะพี่คนขับเรือมีประสบการณ์สูง
นั่งเรือมาสักพักก็แซงเรือช้า อ้อลืมเล่าไปตอนอยู่ที่ห้วยทรายเจอ เม้ง (หนุ่มไทย แบกเป้เที่ยวคนเดียว) เค้านั่งเรือช้ามา และเราได้เจอกันอีกรอบที่หลวงพระบางเค้าก็เล่าบรรยากาศในเรือช้าให้ฟังว่า ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเป็นฝรั่ง เค้าเป็นคนไทยเพียงคนเดียว (แต่ความจริงแล้วเค้าเป็นคนญี่ปุ่นปลอมตัวมา 555 ล้อเล่นนะเม้ง พอดีว่าหน้าเค้าเหมือนคนญี่ปุ่นมาก ถึงขั้นมีคนมาพูดภาษาญี่ปุ่นใส่ เม้งเลยซัดภาษาลาดกลับไป ฮิ ฮิ) นั่งท่องเที่ยวไทยไม่ค่อยล่องเรือช้า เพราะคิดว่าเสียเวลาและไม่มีอะไรทำแค่นั่งมองวิวสองฝั่งโขง แต่ถ้ามีเพื่อนไปด้วยกันเยอะๆ ก็น่าลองนะ เพื่อนๆ เยอะก็เอาไพ่ไปด้วย นั่งจั่วไป เดียวก็ถึงบางแบ่ง เดียวก็ถึงหลวงพระบางแล้ว 14 ชั่วโมงเอง 555


เราและหมวกกันน๊อคคู่ใจ อ้อ ที่สำคัญอย่าลืมแว่นดำนะ แดดแรง ลมก็แรง แว่นช่วยถนอมดวงตาคุณได้

รูปที่ถ่ายมาไม่ค่อยสวยนะ เพราะ ไม่กล้าเอากล้องออกมาบ่อย กลัวน้ำกระเด็นใส่กล้องสุดรัก ได้แต่นั่งชมบรรยากาศและเก็บไว้เป็นความทรงจำ
กลับมาที่เรือเร็วสุดสวิงของเราต่อ นั่งมาประมาณสองชั่วโมงจะถึงปากแบ่ง แวะกินข้าวที่นี่คนขับเรือจะให้เวลาเรา 1 ชั่วโมงสำหรับอาหารเที่ยง ปกติแล้วตรงท่าที่จอดเรือจะเป็นร้านอาหารแต่ว่าช่วงนี้กำลังปิดปรับปรุง เจ้าของร้านน่ารักมากชวนเรากินข้าวเที่ยงกับเค้าด้วย แต่ว่าอาหารเป็นลาบแบบไม่สุกกับข้าวเหนียว อยากกินมากถึงขั้นน้ำลายไหล แต่เราก็ไม่ได้ลองกินเพราะกลัวท้องเสีย อย่าเข้าใจผิดนะว่าเรารังเกียจหรือว่าอะไร แต่มันไม่คุ้มกับการที่ตามใจปากแต่มันอาจไม่ถูกกับท้องแล้วท้องเสียไปสามวันเป็นอุปสรรคในการเที่ยว เราเคยมีประสบการณ์ท้องเสียจนไม่ได้เที่ยวตอนไปลังกาวี เที่ยวก็เที่ยวไม่สนุกเพราะต้องคอยไปห้องน้ำตลอดเวลา อยู่เมืองไทยเราเป็นสิงห์ส้มต้ำ น้ำตก ตัวยงอยู่แล้ว แถมถ้าสมตำไม่ใส่ปลาร้านี่กินไม่ได้เลยนะ รู้สึกไม่อร่อยเลย เมื่อก่อนไม่กินปลาร้านะ แต่พอลองแล้วติดใจถึงขั้นส้มตำไทยนี่กินไม่อร่อยไปเลย เอ้ยนอกเรืองไปเรื่องกินได้ไงเนี่ย
กลับมาที่ปากแบ่งต่อนะ จากที่มีเวลา 1 ชั่วโมงที่ปากแบ่ง แถมร้านอาหารที่ท่าเรือก็ปิดเลยได้แค่ขอเข้าห้องน้ำ อ้อ วกมาเรื่องห้องน้ำนิดนึง ห้องน้ำเป็นแบบนั่งยอง แต่จะได้ยินเสียงของเหลวที่ปล่อยออกมาไปรวมกับน้ำในลำน้ำโขงอย่างชัดเจน แถมมองผ่านคอห่าน ป๊าดดดดด เห็นพื้นน้ำเลย ไม่อยากจะคิดตอนที่ถ่ายหนัก จงมีเสียง ของแข็งตกน้ำกันบ้างละ เข้าห้องน้ำเส็จแล้วก็หิวเลยต้องหาของกินแล้ว แต่พอเห็นบรรไดที่ต้องเดินไปในตัวเมือง (ไม่อยากเรียกว่าตัวเมือง เรียกว่าชุมชนแล้วกันนะ) แล้วก้เกือบจะหายหิวบันไดสูงมากกก ไม่อยากนับขั้น แถมระหว่างแพร้านอาหารกับบันไดต้องเดินผ่านไม้กระดานแผ่นเดียวอีก ปกติอ้วนเดินลำบากอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมีกระเป๋ากล้อง กล้อง ขวดน้ำอีกหนึ่งขวดอีก แต่ก็เดินผ่านมาได้โดยไม่ตกลงไปในแหล่งรองรับของเหลวจากร่างกายเราที่เพิ่งถ่ายออกไปตะกี้
มาถึงร้านอาหาร (อืม น่าจะเรียกว่าเพิงอาหารมากกว่านะ) ก็ไม่รู้จะกินอะไรดี เพราะมีแต่ส้มตำกับใส้ย่าง หันมองไปเห็นอาหารยอดนิยม (ทายซิคืออะไร คำตอบคือ มาม่านั่นไง) หันไปเห็นมาม่าของร้านข้างๆ เลยสั่งมาม่าสองถ้วย แต่เจ้าของร้านไม่มีน้ำร้อน เค้าก้อุตสาห์เดินกลับไปที่บ้านเพื่อไปเติมน้ำร้อนมาให้ หลังจากที่เรานั่งรอประมาณ 30 นาที (นับถือจริงๆ )
ง่วงแล้วนอนก่อนนะ เด๊วมาเติมรูปทีหลัง



บรรยากาศที่ ปากแบ่ง



เด็กลาวมาขายขนุน น่ารักมาก พอรู้ว่าจะถ่ายรูป มาเข้ากล้องกันใหญ่ รู้งานดี เจง ๆ


ระหว่างทาง (ระหว่างลองลำน้ำโขงเรือจะจอดเป็น จุดๆ ไม่ได้ให้คนไป ทำธุระส่วนตัวหรอก นะ) คนขับเรือ จะถูกเรียกให้จอดเป็นระยะๆ ชาวลาวที่อาศัยริมน้ำโขงจะเรียกเรือที่ผ่านให้แวะมาซื้อ ปลา หรือ สัตว์ป่า เลยได้ ถ่ายรูปนางแบบสาวสวยมา เด้กลาวไม่อายกล้องเลย ชอบถ่ายรูปมาก เหมือนถูก เทรนด์มา



ถึงหลวงพระบางแล้ว เย้ พอขึ้นจากท่าเรือก็ต้องต่อรถ ตุ๊กตุก 50000 กีบแนะ


ไปเที่ยวลาวหลายวัน เจอตำรวจแค่วันเดียวที่หลวงพระบางนี่แหละ กำลังซิ่งมอเตอร์ไซค์ เลย



แถมรูปเรือเร็วอีกรุปนึง รูปนี้ชัดกว่ามาก ดูความพยายาม และการเสี่ยงชีวิตของเราสองคน




Create Date : 26 พฤษภาคม 2552
Last Update : 9 มิถุนายน 2552 13:00:23 น. 7 comments
Counter : 1801 Pageviews.

 
กำลังมันส์ จะตามอ่านตอนต่อไป


โดย: In Trend IP: 96.255.16.241 วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:46:28 น.  

 
สะบายดี

จำหนุ่มไทยที่ไป Villa Muang Swa ด้วยกันได้ไหมครับพี่ ^_^

รออ่านต่ออยู่นะครับ


โดย: M_Gio IP: 203.170.242.132 วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:25:39 น.  

 
แล้วงัยต่อเพ่......


โดย: KhunKARN วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:41:53 น.  

 
จำได้ดิ รู้สึกผิดมากกกกกกก กำลังจะส่งรูปตอนไปผับลาวด้วยกันให้นะ รอนิดนึง กลับมางานยุ่งแทบคลั่งแล้ว



โดย: pum_sang วันที่: 27 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:55:41 น.  

 
วิ๊ดวิ้ว
รูปที่ 2 (ในกระจก) นั่น เด็กที่ไหนอ่ะ หน้าตาคุ้นๆ อิอิ
น้องพี่ปุ้มอ่ะเป่าหน้อ

อิจฉาๆๆๆ อยากไปมั้งๆ



โดย: Biewly IP: 148.177.241.8 วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:13:10:51 น.  

 
ชอบมากๆๆค่ะ ติดตามอ่านอยู่นะค่ะ
สนุกดี อยากไปด้วยอิ อิ


โดย: guk IP: 69.251.196.76 วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:23:56:51 น.  

 
รบกวนถามหน่อยคะถ้าไปจากรุงเทพไปหนองคายเหมือนกันหรือป่าวคะทางไหนดีใกล้กว่ากันคะ ขอคำแนะนำด้วยคะกำลังจะไปคะกะจะไปเองคะขอบคุณคะ
rungrasami@hotmail.com


โดย: mee IP: 110.164.108.7 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:23:01:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สงสัยจังเลย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




hi all,
สวัสดีคะ อยากมี blog ท่องเที่ยวแบบเเบกเป้ หรือแบบลุยๆ และอยากแชร์ข้อมูลกับทุกคนค่า แนะนำด้วยนะคะ
Friends' blogs
[Add สงสัยจังเลย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.