Group Blog
 
 
มกราคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 มกราคม 2548
 
All Blogs
 
กะเต็นหัวดำ

นกกะเต็นหัวดำ Halcyon pileata (Black-capped Kingfisher) ที่พบโดยทั่วไปไม่ใช่นกประจำถิ่นของประเทศไทย แต่เป็นนกที่เดินทางอพยพเข้ามาอาศัยในประเทศไทยหรืออพยพผ่านเฉพาะช่วงหน้าหนาว โดยจะเริ่มพบตัวได้ราวเดือนตุลาคมเป็นต้นไปของทุกปี โดยจะพบได้ตามป่าโกงกาง ป่าละเมาะ สวนสาธารณะ พื้นที่เกษตรกรรม บนสายไฟข้างทาง เนื่องจากเป็นนกกะเต็นที่มีขนาดตัวจากปลายปากจรดปลายหางถึง 30 เซนติเมตร และมีสีสันสะดุดตาจึงเป็นที่สังเกตเห็นตัวได้โดยง่าย







นกกะเต็นหัวดำมีปากสีแดงสด หัวและหน้าสีดำ โดยหัวสีดำนี้ ถ้ามองจากทางด้านหลังจะเห็นตัดกันชัดเจนกับคอสีขาวเป็นลักษณะเหมือนกับว่านกไว้ผมทรงหางเต่า ขนคลุมตัวด้านบนและหางที่ยาวพอประมาณเป็นสีน้ำเงิน ขนปีกสีน้ำเงินตัดกับสีขาวที่ขอบปีกนอก ขนคลุมลำตัวด้านล่างตั้งแต่ด้านข้างของอกเป็นสีออกส้มน้ำตาล บริเวณตรงกลางของอกเป็นสีขาวต่อเนื่องลงมาจากคอ มีขาและเท้าเล็กๆดูไม่ค่อยแข็งแรงสีแดง ตัวผู้และตัวเมียคล้ายคลึงกัน







อาหารของนกกะเต็นหัวดำจะเป็นไปตามแหล่งที่อยู่อาศัย หากว่าอยู่ตามป่าชายเลน ก็จะกินปู กินปลา หากว่าอยู่ตามสวนสาธารณะ หรือแหล่งน้ำอื่นก็จะกินบรรดาแมลง กบ เขียด และสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ เมื่อจับเหยื่อได้นกก็จะนำมาฟาดกับกิ่งไม้จนตาย แล้วจึงกิน

นกกะเต็นหัวดำทำรังในโพรงดินริมฝั่งน้ำ โดยจับคู่ผสมพันธุ์ในช่วงเดือนพฤษภาคม นกตัวผู้จะเกี้ยวพาราสีตัวเมียโดยการบินโชว์ ร้องเสียงดัง แล้วบินไปเกาะโชว์ตัวเด่นๆบนกิ่งไม้ ขยับตัวไปซ้ายทีขวาที หากตัวเมียพอใจในลีลาท่าทางก็จะปลงใจช่วยกันขุดโพรงดินลึกราว1-3เมตร ทำมุมเฉียงขึ้นด้านบน เมื่อผสมพันธุ์แล้ว แม่นกจะวางไข่ราว 4-5ฟอง พ่อแม่นกช่วยกันกกไข่ราว18-24วันก็จะฟักเป็นตัว ลูกนกถูกเลี้ยงในโพรงรังราว3-4สัปดาห์ก็จะออกมาข้างนอก พ่อแม่ก็ต้องหาอาหารมาป้อนนอกรังจนลูกนกโตพอที่จะหาอาหารได้เอง







อย่างไรก็ตาม นกกะเต็นหัวดำส่วนใหญ่ไม่ได้ทำรังวางไข่ในประเทศไทย (มีเพียง 1 รายงานที่พบว่าทำรังวางไข่ที่จ.นครสวรรค์)เป็นเพียงผู้อพยพหนีหนาวลงมาจากตอนเหนือของเกาหลีและประเทศจีน ซึ่งนกจะใช้เวลาในช่วงฤดูร้อนที่นั่น และเริ่มอพยพลงมาในช่วงกันยายน-ตุลาคม โดยนกชนิดนี้จะบินลงมาถึงศรีลังกา ประเทศไทย อินโดจีน มาเลเซีย ไปจนถึงอินโดนีเซีย จำนวนน้อยมากจะเดินทางลงไปถึงสุมาตราและชวา สำหรับประเทศไทยนั้นพบได้ทั่วประเทศ โดยนกที่พบทางภาคเหนือจะเป็นนกอพยพผ่านที่กำลังเดินทางลงมาใช้เวลาช่วงฤดูหนาวในภาคกลางและคาบสมุทรมลายู







ภาพนกกะเต็นหัวดำนี้ เจ้าของบล็อกถ่ายมาจากพุทธมณฑล ซึ่งจะพบนกชนิดนี้ได้เป็นจำนวนมากทุกปี ที่ว่ามากนี้ไม่ใช่ว่านกหากินอยู่ด้วยกัน นกกะเต็นหัวดำจะแยกกันหากิน และมักพบเพียงครั้งละ 1 ตัวเสมอ แต่ที่ว่ามากก็คือ เมื่อพบตรงนี้แล้ว ขับรถไปอีกจุดก็เจอ อีกจุดก็เจอ และเจอได้ทุกครั้งที่เข้าไปในพุทธมณฑลในช่วงฤดูที่นกอพยพมา


ข้อมูลจาก //www.bird-home.com



Create Date : 08 มกราคม 2548
Last Update : 11 กันยายน 2549 19:27:38 น. 11 comments
Counter : 1345 Pageviews.

 
เป็นนกที่สวยงามมาก


โดย: jj IP: 61.19.228.46 วันที่: 30 กันยายน 2549 เวลา:12:33:29 น.  

 
สวยดี


โดย: นาย ธรรมชาติ IP: 61.19.227.2 วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:11:40:24 น.  

 
นกสวยช่วยกันดูแลนะครับ
ขอบคุณที่เก็บภาพสวยงามอย่างนี้เป็นสี่งที่ยอดมาก


โดย: นาย ธรรมชาติ IP: 61.19.227.2 วันที่: 13 ธันวาคม 2550 เวลา:11:46:17 น.  

 
สวยมากๆ


โดย: แพ็ก IP: 125.26.229.111 วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:9:07:29 น.  

 
เข้ามาในบ้านผมครั้งนุงด้วย


โดย: พี IP: 125.27.19.22 วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:19:57:26 น.  

 
สวยมากๆๆครับ.


โดย: manus IP: 110.77.146.37 วันที่: 9 มกราคม 2553 เวลา:12:35:20 น.  

 
ตอนนี้ที่บ้านมีตัวหนึ่งสงสัยอยู่ว่ามันจะบินกลับได้ไหม...เพราะว่าปล่อยให้มันบินก็ไม่บิน..ไม่รู้จาหาไรให้มันกิน เครียดจังเลย..

ปล.ไปเจอมันบาดเจ็บมา


โดย: hydejime IP: 222.123.18.75 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:02:45 น.  

 
เจอนกบาดเจ็บมายังไงคงต้องพาไปหาหมอก่อนอะค่ะ (ตอบช้าไปไหมเนี่ย)

ขึ้นชื่อว่า Kingfisher ก็เป็นนกกินปลา
แต่เจ้าตัวนี้มักเห็นหากินไกลน้ำ อาหารก็อาจเป็นเนื้อสัตว์เล็กอื่นๆ พวกกบเขียดสัตว์เลื้อยคลานตามแต่จะหาได้

ส่วนเรื่องบินกลับ ต้องลองดูซักพัก พอถึงฤดูกลับและแข็งแรงพอก็คงจะบินกลับเอง (แถวๆก่อนหน้าร้อนนี่แหละค่ะ)



โดย: จันทร์น้อย วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:11:14 น.  

 
กำลังสนใจศึกษาข้อมูลนกในพุทธมณฑลค่ะ
โดยเฉพาะนกกระเต็น

เมื่อมาพบบล็อกนี้ก็เก็บ Link ไว้นทันที
นั่งอ่านไปเรื่อยๆ ทำความเข้าใจทีละนิดละหน่อย

วันนี้ได้เข้ามาอ่านกระเต็นหัวดำ เกิดข้อสงสัยถึงการทำรัง
"ช่วยกันขุดโพรงดินลึกราว1-3เมตร"

??? ขุดได้เป็นเมตรจริงๆ หรือข้อมูลผิดพลาด???

ขอบคุณค่ะ
จะได้หายสงสัย


โดย: ข้าวปุ้น IP: 115.87.179.98 วันที่: 15 เมษายน 2554 เวลา:21:19:46 น.  

 
ขุดได้เป็นเมตรจริงค่ะ เชื่อเถอะนะ


โดย: จันทร์น้อย วันที่: 6 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:49:30 น.  

 
น่ารักจริงๆ


โดย: แมวหง่าว (chaiwatmsu ) วันที่: 1 เมษายน 2557 เวลา:16:31:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จันทร์น้อย
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




เล็กๆน้อยๆ
" ฤดูที่เหมาะสมในการดูนกในเมืองและใกล้เมืองคือฤดูหนาว เพราะเป็นเวลาที่นกอพยพเดินทางไกลมาอาศัยร่วมพื้นที่กับนกท้องถิ่น ทำให้มีปริมาณมากขึ้นและมีนกหลากหลายชนิดขึ้น "






เรื่องเล่าวันนี้

เมษายน เดือน "ฮ็อต"

นกใหม่วันนี้
















ค้นหาในGOOGLE.CO.TH















ขอบคุณ:

ไฟล์เสียงเพลงประกอบบล็อกและสคริปต์ อนุเคราะห์โดย ป้ามด

ตัวหนังสือที่ใช้ทำปุ่มต่างๆและโลโก้จาก www.f0nt.com

ภาพวาดการ์ตูนนกน่ารักสีสันสดใสจากบล็อกคุณ Pichsud

Friends' blogs
[Add จันทร์น้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.