...ฉันคนเดียวก็อยู่ได้...
อีกคืน...กับตัวฉันตรงนี้...คนเดียว...กลับจากการเดินทาง trip สั้นสั้น แต่ระยะทาง ที่ออกเดินทางไม่น้อยเลย จากเมืองใหญ่ทางใต้ สู่เมืองเหนือสุดชายแดนประเทศ ข้ามสู่...บ้านเพื่อน ที่ห่างแค่โขงกั้น ก่อนกลับมาสู่เมืองใหญ่...ที่สำหรับฉันแล้ว อยากเรียกมันว่า...เมืองเหงา....ตามความรู้สึกของตัวเอง เมื่อไหร่ฉันจะเคยชินกับมันซะทีกลางคืน...ยังคงเป็นช่วงเวลาของความรู้สึก...ที่ไม่อยากพูดถึง...ไม่อยากบอกใครอีกครั้งแล้วครั้งเล่า กับความรู้สึกที่ฉันเป็นอยู่...แต่หัวใจก็ดูเหมือนมันจะทำหน้าที่แยกชัดจากสมอง ที่เต็มไปด้วยเหตุผลพันล้านอย่าง ชัดเจนจนต้องรู้สึกกับความเหงา...อีกครั้งแล้วครั้งเล่า...อีกแล้ว...กว่าที่ฉันจะเงยหน้า พักสายตาจากงานตรงหน้า ก็ล่วงเลยเข้าวันใหม่แล้วซะทุกครั้งไป เงยหน้ามองนาฬิกาที่ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างสม่ำเสมอ เตียงใหญ่ที่เต็มไปด้วยหมอนหลายใบ ผ้าห่มอุ่น ยังรอให้เจ้าของอย่างฉันเอนตัวลงนอน อยู่จนค่อนคืนอย่างนั้นเอง...ยิ้มกับเรื่องราวรอบตัว และความรู้สึกเดิมเดิมของตัวเองอีกครั้ง อีกซักคืน...ที่ฉันจะพาตัวเองรู้สึกซะให้พอ อีกซักคืน...ที่ฉันจะเหงา...อีกซักคืนฉันไม่ใช่คนที่ใครต่อใคร...จะได้เห็นภาพฉันคนนี้ ที่เหงา ที่กอดตัวเองเพียงเพื่อหวังให้อุ่น...อุ่นที่ใจได้อีกซักนิด ที่น้ำตาเต็มสองตา เพียงแค่มีความรู้สึกมากระทบใจ ไม่ใช่ใครจะได้เห็นฉันในภาพนี้ได้ง่ายนัก...ไม่ใช่เพราะฉันไม่จริงใจ ไม่เปิดเผย หากแต่ช่วงเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน ไม่ว่าใครก็ตาม ครอบครัว เพื่อนฝูง เด็กเด็ก...หากแต่เป็นเพราะ ช่วงเวลาที่ฉันได้อยู่ตรงนั้น สุขจนฉันยิ้มได้ไม่เลิก เพลินจนฉันไม่อยากลุกออกมา และมีค่าอยากรักษาไว้นานเท่านาน ช่วงเวลากับทุกคนพิเศษซะจน ฉันที่ใครต่อใครรู้จัก...จึงเป็นภาพของหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่เสมอ พูดคุยออกรส เพลินกับทุกเรื่องตรงหน้า แต่นั่น...ทั้งหมดนั่นเป็นเพราะทุกคนนะ เป็นเพราะทุกคนที่ให้...ให้จนใครคนนี้ ยิ้มอย่างเป็นสุขอยู่เสมอ...ขอบคุณนะคะทุกทุกคน...แต่ฉันที่เป็นแบบนั้น จึงมีใครอีกหลายหลายคน ยังคงสงสัย และมักจะมาด้วยคำถามพร้อมเสียงหัวเราะเล็กเล็กอยู่เสมอ...อย่างฉันเอาเวลาที่ไหนมาเหงาได้อีก...นั่นสินะ...แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ล่ะ เหงาคงไม่ต้องใช้เงื่อนไขของเวลามาเป็นตัวกำหนดสินะ...เหงา...มือเอื้อมไปเปิดเพลงเบาเบา จากเครื่องเสียงเล็กเล็ก ดังแค่พอให้กล่อมความเหงาของฉันคนเดียว...ในคืนนี้ มือกอดหมอนหลับตา ร้องตามบางเพลง แล้วเพลงหนึ่งก็ทำให้ฉันรู้สึก..............................ฉันเล่นเพลงนี้เพลงเดียวอยู่หลายต่อหลายรอบ บอกความรู้สึกไม่ถูกเลย เหมือนมีใครมานั่งเอากระจกมาสะท้อน ตัวเราเอง ให้ตัวเราเองได้เห็น คอยบอกคนอื่นๆ เสมอว่า...ไม่มีเวลา ทำงาน ขนาดนอนยังไม่ได้นอนเลย ทำงานจนเช้าทุกวัน...ชอบเดินทางคนเดียวจะตาย อิสระดี เต็มที่ ไม่ต้องตามใจใคร จริง ๆ นะมองฟ้ากว้างกว้างคนเดียว สบายตา สบายใจ จะตายไปอีกสารพัดอย่าง ที่ฉันทำ เพื่อกันตัวเองออกจากการยอมรับ...ความเหงา...ที่ฉันมี...ที่แท้ ส่วนลึกในใจมันเหงาเหลือเกิน..........................ใครเขาก็คงรู้ ฉันมันดูไม่ใส่ใจไม่ชอบจริงจังกับใคร อยากตามใจตัวฉันเองไม่เหงา ไม่อยากซึ้ง ถึงคนเดียวก็อยู่ได้ฉันบ้าทำงานจะตาย แบ่งเวลาไปให้ใคร...คงไม่พอแต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ถ้าได้ดูหนังรักดีดีพอถึงฉากบอกรักกันทุกที ฉันต้องร้องไห้* น้ำตาก็ไหล ไม่เข้าใจสักทีจะมัวมาซึ้งอะไร มาเศร้าทำไมหนอเราหรือใจดวงนี้มันต้องการรักใครที่แท้ส่วนลึกในใจมันเหงาเหลือเกินตบตา คนอื่นไป ลึกในใจมันสุดเหงาที่บ้าทำงานถึงเช้า เพื่อคลายเหงาเท่านั้นเองไปไหนก็อมทุกข์ เที่ยวคนเดียวสนุกตายท้องฟ้ามันงามแค่ไหน แต่ไม่มีคนรู้ใจมาร่วมมองพอมานั่งดูหนังคนเดียว ถ้าได้เจอหนังรักดีดีพอถึงฉากบอกรักกันทุกที ฉันก็ร้องไห้................................เพลงจบ...หากความรู้สึก ยังคงอยู่ เสียงดนตรีไม่ได้เศร้าสร้อย อ้อยอิ่งให้รู้สึกเศร้าจนปางตาย เนื้อเพลงไม่ได้บรรยายความรู้สึกยืดเยื้อ คร่ำครวญ...แต่ "เป็นจริง" ทุกคำ เป็นจริงซะจนฉันเองเหมือนโดนหมัดฮุก จุกตรงอกซ้าย ตรงหัวใจนี่แหละ ที่มันทำให้...ยอมรับ...ความเป็นจริง ที่ฉันคนนี้ เป็น.... ที่คนคนนี้ รู้สึก.... ที่ตัวเราเอง....ที่ทำ เพื่อกันตัวเองออกจากความเจ็บปวด...ฉันบ้างานจนถึงเช้า เพื่อคลายเหงา ฉันชอบออกเดินทาง เพื่อคลายเหงาฉันชอบอยู่ท่ามกลางผู้คน ก็เพื่อคลายเหงา.....และอีกมากมายที่ฉันทำเพื่อ...คลายเหงา...แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้ตัวเองอยู่เสมอ คือ...ใจของฉันที่มันต้องการรักใคร ฉันแน่ใจ...ว่าไม่ได้เพื่อต้องการคลายเหงา หากแต่...ฉันต้องการรักใครสักคน และเป็นคนที่ถูกรักของใครสักคน...ต้องการ "ความรัก" ให้หัวใจได้มีรัก...ความรัก ความรู้สึกพิเศษ...
หาอะไรที่เราชอบทำค่ะ
หรือออกไปพบปะเพื่อนฝูง
ก็ช่วยได้เหมือนกันนะคะ