มาร์คชอบอวด แต่ทวดชอบแฉ คนกรุงชอบตอแหล แต่รากหญ้าชอบความจริง
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
ขอสะเออะคุยเรื่องเศรษฐกิจสักกะหน่อย เพื่อแสดงภูมิสักเล็กน้อย

แต่ต้องออกตัวก่อนนะครับ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านเศรษฐกิจ พูดให้ฟังดี แต่ความจริงไม่รู้เรื่องหรอกครับ ดังนั้นที่ผมจะบอกต่อไปนี้ ก็อาศัยจากทางโน้นบ้าง ทางนี้บ้าง รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เลยต้องใช้วิธี “เชื่อได้ว่า”เป็นตัวกำหนดว่า มันน่าจะไปในแนวนี้ แล้วก็นำมาคิดปะติดปะต่อเอง ดังนั้นเรื่องต่อไปนี้ ก็คงต้องใช้พิจราณญานเองเช่นเคยนะครับ หรือไม่มั่นใจควรมีผู้ใหญ่ให้คำแนะนำอยู่ใกล้ๆด้วย ก็จะดี และพร้อมจะรับคำแนะนำหรือความคิดเห็นต่างๆทุกประการด้วยความเต็มใจ

ก็อย่างที่บอกแต่ต้น ผมไม่รู้หรอกครับว่า เศรษฐกิจดีขึ้นแค่ใหน จีดีพีเป็นเท่าไร หนี้สินทางครัวเรือนเป็นยังไง หนี้สาธารณะเพิ่มอีกเท่าไร หรือว่าการส่งออกมากขึ้นกว่าเดิมกี่เปอร์เซ็นต์ ผมรู้แต่ว่า ตอนนี้กระเป๋าในเงินมีเท่าไร หาเพิ่มได้เท่าไร แล้วพอใช้เหมือนเดิมหรือไม่ แค่นั้นแหละที่ผมต้องการรู้และอยากให้รัฐบาลรู้ด้วย

แต่ถ้าเขียนแค่นี้ก็รู้สึกว่าจะเขินเหมือนกัน เลยต้องคุยแบบวิชาการสักนิด เพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้นหน่อย คือผมมองว่านอกจากรัฐบาลชาติชายกับรัฐบาลทักษิณ มีนโยบายชัดเจนในเรื่องเศรษฐกิจ จึงทำให้ประชาชนในทั้งสองยุคมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนตามนโยบายที่ชัดเจนไปด้วย ไม่เหมือนรัฐบาลอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีนโยบายที่ชัดเจน (หลายชัดเจนแล้วเนอะ) ส่วนใหญ่จึงเป็นไปตามกลไกที่ทางหน่วยราชการทำกันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมักจะได้ยินคำว่า “เป็นไปตามกลไกตลาดโลก”อยู่เสมอ ซึ่งหมายความว่า เศรษฐกิจโลกเป็นไง เราก็เป็นไปตามนั้น หรือเรียกตามภาษาชาวบ้านอย่างผม เรียกว่า ปล่อยไปตามเวรตามกรรม

ส่วนนโยบายรัฐบาลส่วนใหญ่ก็มักจะนำตัวอย่างต่างประเทศมาใช้ อย่างนโยบายเงินกู้มิยาซาว่าสมัยคุณชวน ที่หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เพราะการทำงานที่ไม่เป็นและเม็ดเงินน้อยเกินไป จึงจ้างงานได้น้อยและระยะสั้นเกินไป เลยทำให้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ผล เม็ดเงินถูกละลายหายไปโดยไม่ได้ผลตอบแทนกลับมาอย่างที่ควรเป็น

ส่วนการแจกเงินฟรีแก่คนที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15000 บาทในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เช่นกัน ลอกแบบมาจากสหรัฐฯ แต่สหรัฐฯเค้าเป็นการมอบเงินภาษีคืนแก่ประชาชน จึงเป็นคืนเงินอย่างมีระบบและทั่วถึงทั้งประเทศ เพื่อนำไปจับจ่ายใช้สอย ส่วนของเราให้แค่คนที่มีเงินเดือนต่ำกว่าหมื่นห้า จึงเป็นการกระตุ้นในวงแคบ จึงเป็นการสูญเปล่า และไม่ส่งผลอะไรกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเลย

แล้วตอนนี้ยังมีหน้ามาประโคมกันใหญ่ว่า เศรษฐกิจจะดีแค่นี้ จะโตแค่นั้น แล้วทำไมคนรากหญ้าจึงยังให้สอบตก เพราะคนจนเค้าไม่ได้มีความรู้สึกว่าดีขึ้นเลย มีแต่แย่ลงแย่ลง เพราะการทำงานแบบหาเช้ากินค่ำของรัฐบาลชุดนี้ การส่งออกที่ดีขึ้น ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมอีเลคโทรนิค อะไรพวกนี้ ซึ่งอุตสาหกรรมพวกนี้ส่วนใหญ่ชิ้นส่วนก็เป็นของนำเข้า และถ้าผมจำไม่ผิด สินค้าพวกนี้ภาษีจะต่ำมาก บางอย่างปลอดภาษีด้วยซ้ำ ดังนั้นถึงการส่งออกจะดีแค่ไหน เราก็ได้แต่ค่าแรงเป็นสิ่งตอบแทนเท่านั้นเอง รัฐก็ไม่ได้ภาษี อะไรมากมายนัก

ส่วนสินค้าที่ควรจะทำให้ประเทศได้กันทุกภาคส่วน คือ สินค้าทางเกษตร ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสทองของเรา เพราะต่างประเทศกำลังประสบกับภัยธรรมชาติการถ้วนหน้า แต่เป็นเพราะการบริหารที่ไม่เอาไหน จึงทำให้เราไม่สามารถตักตวงโอกาสทองที่อยู่ตรงหน้าได้ จริงอยู่ บางชนิดอาจขายได้ราคามากขึ้นกว่าเดิมมาก แต่การขาดการวางแผนที่ดี ปริมาณการส่งออกจึงน้อยลง โดยเฉพาะข้าว ซึ่งเป็นผลผลิตที่เป็นของคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ กลับต้องอาศัยส่วนต่างของเงินประกันราคาข้าวมาช่วยพยุง ทั้งที่ความต้องการข้าวในโลกมีสูง นั่นคงเป็นเรื่องที่ควรภูมิใจเหลือเกินสินะ รัฐบ๊าล นี่ก็ไม่รู้ว่ารู้กันหรือยังว่า เวลานี้เวียดนามเค้าแซงเราเป็นประเทศที่ขายข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลกแล้วนะครับ

ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า หุ้นขึ้นไป 900 กว่าจุด ส่งออกมากขึ้น 30-40 เปอร์เซ็นต์ อัตตาการเจริญเติบโตจะ 7 หรือ 8 ที่พยายามพูดกันเหลือเกิน คนจนก็ยังไม่ปลื้ม ยังอยากให้ยุบสภาอยู่ดี เพราะตัวเลขไม่ได้ทำให้อิ่มท้องไงครับรัฐบาล การเติบโตของเศรษฐกิจมันเป็นแค่รวยกระจุก จึงรวยแต่พวกส่งออก พวกทำธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรม แล้วจะให้ผมดีใจไปกับรัฐบาลได้ยังไงครับ

ก็ท่านมัวแต่ไปดูแลเศรษฐกิจระดับบน โดยไม่คิดจะกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แม้แต่การกู้เงินเพื่อ “โครงการเศรษฐกิจพอเพียง” และ “โครงการไทยเข้มแข็ง” ก็เต็มไปด้วยการทุจริต ซึ่งกว่าจะถึงมือชาวบ้าน ก็เหมือนแท่งไอติม กว่าจะถึงมือคนจนก็เหลือแต่ไม้ไอติม อย่างนี้จะกระตุ้นได้อิหยังเหอ รัฐบ๊าล

ทั้งๆที่ความจริงก็มีคนทำให้ดูมาเป็นตัวอย่างอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ต่อยอดแค่นั้นเอง เศรษฐกิจก็คงจะไปได้สวย ดูอย่างยางพาราสิครับ เค้าทำให้ราคาจาก ก.ก. ยี่สิบกว่าบาทมาเป็นร้อย ท่านไม่ต้องทำอะไรอีกเลย มันก็เดินไปตามกลไกของมันอยู่แล้ว เห็นมะไม่ยากเลย พวกท่านไม่ต้องทำอะไรมากจริงๆ เพียงแค่จัดหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมและวางระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพรองรับ เหมือนกองทุนหมู่บ้าน ธนาคารชุมชน กองทุนเอสเอ็มแอล หรือส่งเสริมสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข็ง ทำให้คนจนสามารถลืมตาอ้าปากและสามารถยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ แบบนี้ทำเป็นมั๊ย

สิ่งที่ควรทำกลับไม่ทำ ฮึ มัวแต่ไปทำถนนที่เม็ดเงินก็คงหายไปกับการทุจริต ได้ไปกับพวกมีอิทธิพลท้องถิ่น หรือไม่ก็พวกรับเหมาของพวกนักการเมือง ส่วนคนจนก็เช่นเคยได้แค่ค่าแรงรายวันตามเคย แล้วแบบนี้จะมาร้องแรกแหกกระเชอแค่ไหน คนรากหญ้าก็ไม่รักหรอกครับ รัฐบ๊าล

ก็ขนาดลอกข้อสอบแล้วยังสอบตก แล้วยังมีหน้ามาเสนอตัวว่า “ผมพร้อมจะเป็นนายกฯ” (ตอนอ่านผมพร้อมจะเป็นนายกฯ กรุณาทำปากเบะๆแล้วพูดเสียงยานคางหน่อยๆแบบเดียวกับ คุณจาตุรงค์ ม๊กจ๊ก จะได้อารมณ์อีกแบบ ไม่เชื่อลองดูนะครับ)



Create Date : 03 มีนาคม 2554
Last Update : 3 มีนาคม 2554 14:16:24 น. 0 comments
Counter : 372 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ทวดเอง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add ทวดเอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.