เส้นชายแดนขวานทองยาวเหยียด เกียรติยศของไทย ให้ลูกหลานร่วมยุคสมัย สืบสานไปยาวนาน
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
6 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
15 วัน แผ่นดินลุงโฮ "เวียดนาม"

1พย.2553 ตอนเช้าเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อนทางไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ โฮจิมินท์ เวียดนาม ประมาณ ชั่วโมงกว่า ก็ถึงสนามบินที่ Ho Chi Minh (Tan Son Nhat International Airport) วันนี้ที่สนามบินคนมากมาย เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไม่ซับซ้อนอะไรมาก เนื่องจากเวียดนามไม่ต้องทำวีซ่า มีเจ้าหน้าที่จากโรงแรม มารอรับอยู่ก่อน ประมาณ ชั่วโมง ก็ถึงโรงแรมกลางเมือง โฮจิมินท์ ซิตี้
จากกรุงไซ่ง่อน สู่ โฮจิมินท์
ในสมัยเด็ก ครูเคยให้ท่องจำเกี่ยวกับเมืองหลวงของประเทศเพื่อนบ้าน ตอนนั้น ประเทศลาว เวียงจันทร์ ประเทศกัมพูชา พนมเปญ ประเทศพม่า กรุงย่างกุ้ง ประเทศเวียดนามเหนือ ฮานอย ประเทศเวียดนามใต้ คือกรุงไซ่ง่อน
สมัยนั้น หลังจากการล่าอาณานิคมสิ้นสุด ฝรั่งเศสซึ่งแพ้สงครามที่เดียนเบียนฟู ก็ล่าถอยไป สงครามเย็นเริ่มขยายเข้าสู่คาบสมุทรอินโดจีน อเมริกาส่งทหารเข้าสู่ประเทศเวียดนามไต้หรือกรุงไซ่ง่อน เวียดนามเหนือซึ่งมี ประธานาธิบดี คือ โฮจิมินท์ ได้ตั้งกองกำลังเรียกว่าเวียดมินท์ และได้ตั้งกองกำลังไต้ดินที่เวียดนามไต้ คือเวียดกง เพื่อทำการต่อต้าน อเมริกา โดย
ประธานาธิบดีโฮจิมินท์ ปลุกระดมให้คนเวียดนามสามัคคีกันโดยต้องการรวมเวียดนามให้เป็นหนึ่งเดียวไม่มีเหนือไต้ ทำให้คนเวียดนามมีกำลังที่จะต่อกรกับอเมริกา จนในที่สุด สงครามเวียดนาม อเมริกา พ่ายแพ้อย่างยับเยิน หลังจากนั้น เวียดนามก็รวมเป็นประเทศเดียวกัน และเปลี่ยนชื่อกรุงไซ่ง่อน เป็นเมือง โอจิมินท์ ซิตี้ เพื่อสุดุดีแก่ ประธานาธิบดีโฮจิมินท์ ซึ่งถึงแก่กรรม ก่อนที่สงครามจะจบ

วันนี้ที่เมือง โฮจิมินท์ มีความเจริญมากขึ้น และสิ่งสำคัญ ยังมี สิ่งที่เตือนความทรงจำถึงความโดดร้ายของสงคราม โดยเฉพาะต่อคนเวียดนามที่ไม่สามรถลืมสงครามในครั้งนั้นได้



อนุสาวรีย์ โฮจิมินท์ นักปฏิวัติเวียดนาม อาคารด้านหลังเป็นสภาประชาชน HCMC's Peple Committee Building



โรงละครในอดีต Opere House ในวันเสาร์ และอาทิตย์ จะมีดนตรีเวียดนามมาแสดงสด เนื้อเพลงแม้จะฟังไม่รู้เรื่องแต่อารมณ์เพลงเศร้ามาก อาจกล่าวถึงความโหดร้ายของสงครามที่คนเวียดนามโดนกระทำ จะมีผู้หญิงแก่ สองท่านซ้ายและขวา นั่งน้ำตาไหล แกคงจะเข้าใจในเหตุการณ์ครั้งนั้น


Ho Chi Minh Museum เป็นที่ทำงานของรัฐบาลเวียดนามใต้(ไซ่ง่อน)และเป็นศูยน์บัญชาการทางสงคราม ข้างในมีอุปกรณ์การทำงานต่างๆยังอยู๋ในสภาพเดิม



ถ่ายจากบนตัวอาคารบัญชาการ



สภาพห้องใต้ดินใต้อาคาร กว้างขวางมากมีหลายห้อง ส่วนใหญ่จะเป็นสถานีวิทยุ และอุปกรณ์สื่อสาร



ด้านบนดาดฟ้าที่จอด เฮลิคอปเตอร์ ตอนสงครามลำนี้ทราบว่าสำหรับประธานาธิบดีสมัยนั้น

โบสถ์นอร์ทเธอดาม
ตั้งอยู่บริเวณกลางเมืองก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2420 ใช้เวลาสร้าง 6 ปี โบสถ์นี้ไม่มีการประดับด้วยกระจกสีเหมือนโบสถ์คริสต์ที่อื่น เพราะได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับโบสถ์แห่งนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเวียตนาม โดยในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากมาย ลักษณะของตัวโบสถ์เป็นรูปแบบของสมัยอาณานิคม มีหอคอยคู่สี่เหลี่ยมอยู่ด้านบนสูง 40 เมตร เป็นเอกลักษณ์ที่งดงามของโบสถ์แห่งนี้ ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นขนาดใหญ่สีขาวเด่นเป็นสง่าของพระแม่มารี นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาชมกันมาก เพราะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ร่วม อันหมายถึงการเข้ามาของตะวันตก และเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโฮจิมินห์


ส่วนหนึ่งจะมีแผงหนังสืออยู่ตามถนนต่างๆจำนวนมาก เข้าไปดูหนังสือที่วางขายจะเป็นหนังสือพิมพ์ วารสารต่างๆ รถยนต์ มือถือ เทคโนโลยี่ แฟชั่น หลากหลาย สือให้เห็นว่าเวียดนามมีนักอ่านจำนวนมาก


เมืองโฮจิมินท์ปัจจุบันหนาแน่ไปด้วยรถมอเตอร์ไซจำนวนมาก ตอนเช้าสภาพการจราจรหนาแน่นไปด้วยมอเตอร์ไซ การจัดการจราจรยังไม่ดี สัญญานไฟยังมีน้อย

สวนสาธารณะมีขนาดกว้างใหญ่มีต้นไม้ใหญ่ๆโตๆ สมัยโบราณยังคงกลิ่นอายดินให้ลูกหลานโฮจิมินท์ได้มานั่งเป็นที่พักผ่อน ส่วนใหญ่นักเรียนนักศึกษามาอ่านหนังสือ วาดรูป ต่างๆนาๆ นี่เป็นมุมหนึ่งเท่านั้น


รูปด้านล่างเป็นอุปกรณ์ยุธโทปกรณ์ ทางสงครามและผลจากสงคราม ซึ่งเนื่องจากชิงความเป็นใหญ่เหนือแผ่นดิน โดยมีประเทศอื่นคอยยุแหย่ในที่สุดก็ยับเยินดังที่เห็น อเมริกาแพ้สงคราม โดยอ้างว่าเข้ามาหยุดยั้งสงครามเย็น อนิจจา.......













พระเผาตัวเองเพื่อประท้วงสงคราม




นี่คือเป็นของที่มีค่าต้องต้องทะนุถนอมเพื่อไว้ฆ่าผู้รุกราน








งานนี้เป็นงานของ นายผี ชื่อ “ค้ากำไรเกินควร” ซึ่งพูดถึง “สงคราม” เห็นภาพทีเดียว

“เหล็กคืบเดียวดูไปไม่มีค่า
เหล็กบ้าบ้าบัดสีมีสนิม
ลองกลึงกลมกลองกลางให้บางริม
อาบยาอิ่มเออนี่มีราคา

เป็นลำกล้องปืนกลแยบยลแท้
ฆ่าคนแน่-นอนกระไรให้พับผ่า !
เป็นของดีมีคุณอุ่นอุรา
เออเอามาขายเล่นละเป็นรวย

อันเศษเหล็กรุงรังอยู่ตั้งเยอะ
เออ,เอาเถอะทำอาวุธสุดจะสวย
การเงินทรุดหยุดชะงักตะหวักตะบวย
อาจอำนวยในค่าของอาวุธ

ทุนหนึ่งบาทอาจขยายได้ตั้งร้อย
ขายไม่น้อยนะหากมากที่สุด
เมื่อรบไปยิ่งเปลืองเรื่องเร็วรุด
ขายไม่หยุดรวยใหญ่ไปทีเดียว

ค้าความตายขายดีเป็นที่หนึ่ง
เป็นสิ่งซึ่งสัตบุรุษสุดจะเสียว
ทรชนชอบใจกันไปเที่ยว
ค้าเต็มเหนี่ยวหน้าด้านค้านไม่ฟัง

เกิดสงครามลามไล่ไปในโลก
ล้วนเรื่องโศกเศร้ากระไรเลือดไหลคั่ง
มือประชามาประชุมคุมกำลัง
ย่อมอาจยั้งหยุดบ้าค้าสงคราม”




"อินโดจีน คาราวาน ชุดคนไกลบ้าน "



Create Date : 06 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2553 6:06:38 น. 0 comments
Counter : 1410 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ชัยบุรี
Location :
พัทลุง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ภายใต้ดวงตะวัน ไม่โดดเดี่ยว และ เหงา อย่างน้อย มี เงา คอยเป็นเพื่อน
Friends' blogs
[Add ชัยบุรี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.