1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31
เรียนจบแล้ว..ทำอะไรต่อดี(เรียน หรือ ทำงาน)
...ฤดูุรับปริญญาก็มาพร้อมฤดูฝนนี่แหละค่ะ... ขอแสดงความยินดีกับบัณทิตและมหาบัณทิต และดุษฎีบัณทิตทุกท่านนะคะ การศึกษานอกรั้วมหาวิทยาลัย รอคุณอยู่ อุอุอุ ..... เหมือนปีศาจอะไรสักอย่างพูดในการ์ตูน.. ก่อนที่ตอนถัดไปจะฉาย แต่ในชีวิตจริง เราต่างไม่รู้ว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร (ไม่นับรวมนอสตราดามุส และแม่มดหมอดูนะคะ) ชีวิตท่ีมีแต่การเรียนเป็นสิบๆปี ย่อมจะเคว้งคว้างและอ้างว้างเมื่อเรียนจบ เพราะการทำงานไม่ใช่บะหมี่ ไม่มีสูตรสำเร็จปรุงเสร็จเสียแต่ในซองเสียที่ไหน ตอนเรียน รั้วการศึกษา จึงตอบโจทย์ในเรื่องของการศึกษาได้ชัดเจน เพราะในโรงเรียน หรือรั้วมหาวิทยาลัย สิ่งที่จะต้องแย่งชิงมีเพียงเกรด หรือคะแนนในกระดาษ เพื่อแลกกับกระดาษที่เรียกว่า..ปริญญา เกียรตินิยม ที่ได้มา คือ สิ่งที่จะทำให้ได้งานเงินเดือนสูงๆ หรือได้โอกาสชิงทุนไปเรียนต่อ แต่ตอนที่เราต้องทำงาน สิ่งที่เจอ อาจไม่ใช่เพียงเพื่อปริญญา อาจต้องมีจิตวิทยา รัฐศาสตร์ การเมืองในที่ทำงาน การตลาด และหลายต่อหลายแขนง การเรียน ที่ไม่ได้วัดผลด้วยกระดาษเพียงอย่างเดียว คำถามที่ตามมาติดๆหลังจากที่เรียนจบคือ source://studentbranding.com/the-early-brand-gets-the-worm/เรียนจบแล้ว..จะทำอะไร เรียนต่อ หรือทำงานดี คำถามนี้จะมีมากในคนที่ "ไม่คิด"จะเรียนต่อในทันที หรือคนที่"ไม่แน่ใจ"ว่า การทำงานที่ทำอยู่จะตอบโจทย์ได้รึเปล่า และเป็นคำถามที่เราเคยเจอและทุกคนต้องเจอ จึงขอหยิบยกมาเป็นประเด็นของบล็อกในวันนี้ค่ะ *****หมายเหตุ:::ข้อมูลทั้งหมดจากประสบการณ์ตรง และจากการพูดคุยกับคนที่เคยอยู่ หรือการที่ได้สอบถามจากผู้รู้ ดังนั้น โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านค่ะ***** ก่อนจะตอบคำถามนี้ ต้องถามกลับว่า สิ่งที่เราเรียนมา ใช่สิ่งที่เราชอบหรือไม่ และเราอยากจะทำงานในสายงานนี้หรือไม่ เพราะสิ่งนี้ถ้าจะยึดเอาเป็นอาชีพเราต้องเข้ามาคลุกวงใน และอยู่กับมันเป็นส่วนมากของชีวิต ถ้าตอบว่า สิ่งที่เรียนไม่ใช่สิ่งที่ชอบ ก็จะตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้นค่ะ เช่น.. ถ้าเรารู้จุดมุงหมายของเราว่าจะเรียน หรือ ทำงาน ไปเพื่ออะไร ไม่ใช่เรียนหรือทำงานไปวันวัน การเรียนหรือการทำงานเหล่านั้นก็จะมีคุณค่าขึ้นมากค่ะ เอาละ คำตอบนี้ไม่ตายตัวค่ะ แต่อาจช่วยพอเป็นแนวทางได้บ้าง คำตอบมีสามทางหลักๆ คือ ทำงาน (ทำงานแล้วเรียนต่อ/ทำงานไม่เรียนต่อ) เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เรียนต่อโท(ในประเทศ/ต่างประเทศ) ตามสูตรกึ่งสำเร็จรูปคือทำงานสักปีสองปี แล้วเรียนต่อโท เหตุผล: จะได้มีประสบการณ์มาเพื่อเรียนโท จุดดี..จากที่เรานั่งดู คนที่ทำตามสูตรดังกล่าว จะทำให้มีภูมิคุ้มกันในที่ทำงานระดับหนึ่ง และการเรียนป.โท ก็เป็นการต่อยอดสิ่งที่ทำงานมา (ถ้าทำงานตรงสายที่เรียนต่อนะ) ก็ไม่ได้มีใครบอกว่าสำเร็จ จริงๆสักคน และไม่มีอะไรยืนยันสูตรดังกล่าว และกรณีนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการความมั่นคงในระดับหนึ่ง เพราะบริษัทส่วนมากก็อยากจะรับคนมีประสบการณ์บ้าง และมีปริญญามาร่วมงานทั้งนั้น จุดที่ต้องพิจารณา..ช่วงแรกของบัณทิตป้ายแดง อาจจะต้องแตะฝุ่นสักพักใหญ่ๆ.. ถ้าจะบูรณาการก็คงเหมือนสูตรลดน้ำหนัก 3 วัน 7วัน ที่ถึงเวลาแล้วก็ต้องขึ้นอยู่กับแต่ละคนอยู่ดี ::::เรื่องอ่านเพิ่มเติม:::: ประวัติคุณบอย-วรรณศิริ คงมั่น ดีไซน์เนอร์ทำงานไปเลย ไม่เรียนต่อโท จุดดี...กรณีนี้ ส่วนมากจะเป็นลูกของเจ้าของกิจการที่ทายาทมีน้อย และ/หรือ มีโปรเจคกิจการในฝันตั้งแต่ตอนเรียน กรณีนี้อย่างมาก ก็จะไปเรียนภาษาต่างประเทศ หรือไปลองเรียนทำงานต่างประเทศ ไม่อย่างนั้นก็เปิดกิจการเสียเอง กรณีนี้ไม่ต้องเรียนต่อป.โท แค่ไปเทคคอร์สระยะสั้น หรืออบรมต่างๆที่ธนาคารพาณิชย์จัด ก็จะได้เครือข่าย กลุ่มนี้เน้นสร้างความก้าวหน้าทางการเงินเป็นหลัก (ในที่นี้คือ ไม่ได้ใช้การศึกษาเป็นปัจจัยในการสร้างรายได้เพิ่ม) ทำให้เขามั่นใจในตัวเองสูงและ จุดที่ควรพิจารณา... กิจการส่วนตัว หรือ ครอบครัว ย่อมต้องพบเจอกับคนหลากหลาย (กว่าทำงานออฟฟิศปกติ)ถ้ารับความเสี่ยงและความต่างๆไม่ได้ ถ้าแคร์สื่อ และสังคมบ้าปริญญา กับคำถามน่าเบื่อประเภท ไม่เรียนต่อหรือ จะเรียนอะไรต่อ หรือทนไม่ได้หากจะต้องมีการเปรียบเทียบกับเพื่อนๆก็ไม่ควรเลือกตัวเลือกนี้ ::::เรื่องอ่านเพิ่มเติม ตัวอย่าง..กรณีคลาสสิก:::: ผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ล สตีฟ จ็อบ (Steve Jobs) ประวัติเพิ่มเติม wikipedia ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ Bill Gates ประวัติเพิ่มเติม Bill Gates เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย กลุ่มนี้คลุมเครือเล็กๆ เพราะมัันรวมๆ ระหว่างในประเทศกับต่างประเทศ จุดดี... ส่วนมากที่พบจะเป็นในประเทศ และกลุ่มที่เรียกว่า ศรีทนได้ ระดับหนึ่ง เพราะชีวิตการทำงานจะวัดที่ผลของงาน และการเรียนก็จะวัดที่ผลการเรียน ดังนั้น การจะจัดสองสิ่งให้ไปพร้อมๆกัน ย่อมต้องอาศัยกำลังภายในจากสำนักบู๊ลิ้มไม่น้อย จึงขอคารวะหนึ่งจอกสำหรับผู้ที่เลือกทางนี้ เพราะหากคุณผ่านช่วงเวลาอันแสนทรมานนี้ไปได้ คุณก็คุยได้ไม่อายฟ้าดินเช่นกัน จุดที่ควรพิจารณา.. การทำงานและเรียนไปด้วย สิ่งที่เราจะเสียมากที่สุด หากทุ่มพร้อมๆกัน คือสุขภาพและเวลาส่วนตัว และที่สำคัญ หากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ดี ก็จะทำให้อีกส่วนหนึ่งไม่ดี ดังนั้น ก่อนจะเลือกข้อนี้ขอให้คิดให้จงหนักว่า เวลาของเราที่มีจะแบ่งปันให้มันได้ครบหรือไม่ เพราะสายน้ำไม่ไหลกลับ หากเลือกไปแล้วก็จงทำให้เต็มที่ ::::ข้อมูลเพิ่มเติม::::: Block-Courseยาแก้ปวดหัว-คนเรียนโท จากนสพ.กรุงเทพธุรกิจ ประวัติ สมคิด ลวางกูร นักเขียนและนักธุรกิจ ประวัติ วิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ประสบความสำเร็จในงาน แต่เรื่องครอบครัว.. เรียนต่อโทเลย จะพูดทีละกรณีนะคะเรียนต่อโทเลย:ในประเทศ จุดดี:เครือข่ายสายสัมพันธ์ เพราะสิ่งนี้มีผลต่อชีวิตคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น การทำงาน หรือ การติดต่องานต่างๆ ต้องยอมรับว่าสังคมไทยนั้น เรื่อง"คนของใคร" ยังสำคัญอยู่มาก จุดนี้การเรียนในประเทศจะตอบโจทย์เราได้ และอาจช่วยให้เราได้รู้จักเพื่อนจากสังคมอื่นๆ ที่มาร่วมรุ่นกับเราได้อีกหลายต่อ ประเด็นต่อมาคือเรื่องความรู้ที่สดใหม่ของเรา ทำให้เราเสียเวลาทบทวนน้อยกว่า พี่ๆน้าๆประสบการณ์สูง เผลอๆ เป็นคนช่วยติวให้พวกท่านอีกต่างหาก ประเด็นสุดท้ายคือ ความชัดเจนของเราเรื่องการศึกษา เพราะส่วนมากถ้าจบแล้วเรียนต่อเลย การได้ปริญญาเอกในช่วงอายุยังน้อย ก็ทำให้เรามีโอกาสใต่เต้าในวงการการศึกษาและวิจัยอีกมาก จุดที่ควรพิจารณา: ถ้าเราไม่ชัดเจนในตัวเองจริงๆ การเรียนต่อเลยจะทำให้เรายิ่งฟุ้ง ในที่นี้คือ พอจบโทใบนึง ก็จะเข้าสู่วงจรสับสนและหาเรียนป.โทใบอื่นๆ จนล้นบ้าน ไม่มีเวลาหาปริญญาให้ชีวิต และสุดท้ายก็จะทำให้เราจับจดเสียเวลาได้ การเรียนต่อโดยไม่มีประสบการณ์ทำงานในบางกรณีเช่น MBA อาจทำให้เราหลั่งน้ำตาได้ อันนี้ที่เพื่อนเอมเจอ คือ เรานึกภาพตามไม่ออก เวลามีกรณีศึกษา เพราะเรายังไม่เคยทำงานนั่นเอง กรณีที่เลือกเรียนหลักสูตรภาคภาษาไทย.. ก็จะทำให้เราไม่ได้พัฒนาภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่สาม เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือภาษาทางโลกตะวันตกอื่นๆ เพราะ เรียนภาษาไทยก็จะไม่รอดแล้วอาจจะจมน้ำได้ถ้าเรียนภาษาอื่นๆ สุดท้ายๆ ก็อาจโดนแซวแบบท่านเฉลิม อยู่บำรุงเวลาใช้ภาษาอังกฤษก็เป็นได้ ::::ข้อมูลเพิ่มเติมการเรียนต่อในประเทศ..สมภารกินไก่วัด จากกระทู้ รวมเวปบัณฑิตศึกษา คลังกระทู้ที่มีคนถามเกี่ยวกับเรียนต่อป.โทค่ะ เรียนต่อโทเลย:ต่างประเทศ จุดดี... นอกจากข้อมูลข้างบน การเรียนต่างประเทศทำให้เราได้เห็นและได้อยู่ กับโลกอีกใบหนึ่งที่เราไม่คุ้นเคย ทั้งอาหารอากาศ ผู้คน สิ่งที่เราจะได้นอกจากภาษา คือการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ และหนังสือเรียน ที่ไม่ใช่ภาษาไทย งือๆ คนที่เรียนภาคอินเตอร์ หรือภาคภาษาอังกฤษไม่น่าห่วง คนที่เก่งอังกฤษเป็นทุนเดิมก็ไม่น่าห่วง สองกลุ่มนี้การไปเรียนเมืองนอกเมืองนา จะเป็นการต่อยอดสิ่งทีเรามีให้เพ่ิมพูนขึ้น รวมทั้งอาจทำให้เราสอบทุนไปเรียนช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกไม่น้อย จุดที่ควรพิจารณา.. แน่นอนค่าใช้จ่าย เพราะร้อยทั้งสองร้อย แพงกว่าเมืองไทย นอกจากนี้ ถ้าเราติดเพื่อนหรือติดการใช้ชีวิตแบบคุ้นเคย กรณีนี้ไม่น่าแนะนำ เพราะเท่าที่เอมเจอ คือจะคิดถึงบ้านมากจนล้มเลิกกลางคัน และกลับบ้านมาเลย ยิ่งถ้าเราไม่เก่งภาษาหรือไม่ได้อยู่ในข่ายสองข้อนี้ เราอาจต้องเสียเงินและเวลาเรียนภาษา เพิ่มเติม ซึ่งอีกแล้ว เงิน..ซึ่งถ้ามันยังเป็นปัจจัยหลักอยู่เราก็ไม่ค่อยอยากจะแนะนำ :::::เรื่องอ่านเพิ่มเติม:::::: เวปรวมทุนต่างประเทศ รวมลิงค์เรียนต่างประเทศ ที่เอมหวานเคยทำค่ะ หลักสูตรที่เคยเรียนค่ะ โทสองประเทศในปีเดียว อันนี้เกี่ยวกับความฝันและการทำตามความฝันค่ะ “ริโนะ นากาโซเนะ” (Rino Nakasone) สาวปลาดิบ ผู้อยู่เบื้องหลังกิมจิฟีเวอร์ การใช้ชีวิต ไม่มีสูตรตายตัวว่า เราจะต้องเลือกข้อ ก. ข. หรือค. สิ่งที่เราเลือก บางครั้งก็ต้องมีวัดดวงบ้าง มีวัดใจบ้าง แต่ทางที่ดีที่สุดก่อนจะเลือกทางใดทางหนึ่ง ใช้สติ และปัญญา พร้อมปากกากระดาษค่ะ อยู่กับแค่ตัวเอง และถามตัวเอง เป็นความลับฉบับตัวเอง ว่า เราชอบ ถนัด และอยากจะทำอะไร.. แล้วก็ศึกษาทางเลือกนั้นๆให้เต็มที่ เชื่อว่าทางเลือกนั้นๆ ที่เราเลือก เมื่อมองย้อนกลับไป เราก็จะไม่เสียใจ..ที่ได้เลือกค่ะ อนุโมทนาวันเข้าพรรษานะคะ ขอบคุณกรอบและเส้นน่ารักจากคุณกุ้งค่ะ Kingguenter //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kungguenter&month=04-2008&date=06&group=23&gblog=19 *****หมายเหตุ:::ข้อมูลทั้งหมดจากประสบการณ์ตรง และจากการพูดคุยกับคนที่เคยอยู่ หรือการที่ได้สอบถามจากผู้รู้ ดังนั้น โปรดใช้วิจารณญานในการอ่านค่ะ***** ปล.ช่วงนี้มีการโหวตไทย บล็อก อวอร์ดค่ะ ขอฝากไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ ถ้าสมัครสมาชิกจะได้สามโหวตทีเดียว ขอบคุณมากค่ะ โหวตได้วันละสามเวลาไม่ว่ากันเลยค่ะ (เอมหวาน) อันนี้ของเพื่อนบล็อกแกงค์ค่ะ พี่ก๋า กะว่าก๋า ย่าดา ดา ดา คุณน้ำอ้อย Love at First พี่แอม Peeamp คุณเมอร์ merveillesxx คุณซองขาวเบอร์ 9 บล็อกคุณคนขับช้า คุณอาคุงกล่อง คุณเป็ดสวรรค์
Create Date : 27 กรกฎาคม 2553
Last Update : 28 กรกฎาคม 2553 8:51:59 น.
14 comments
Counter : 5257 Pageviews.
โดย: แต๊ง IP: 113.53.164.23 วันที่: 27 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:39:36 น.
โดย: เก่ง (keng_toshi ) วันที่: 27 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:16:17 น.
โดย: ชะเอมหวาน วันที่: 27 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:36:46 น.
โดย: มนุษย์ต่างดาว..ผมยาว..ปากหวาน... (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:0:48:55 น.
โดย: ภัทรจัง IP: 113.53.42.236 วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:6:25:51 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:40:03 น.
โดย: chenyuye วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:9:08:26 น.
โดย: yyswim วันที่: 28 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:46:40 น.
โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 29 กรกฎาคม 2553 เวลา:0:36:14 น.
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:15:09 น.
โดย: ณ ปลายฉัตร IP: 58.9.187.202 วันที่: 29 กรกฎาคม 2553 เวลา:14:29:44 น.
โดย: ิbeam IP: 27.130.80.200 วันที่: 24 มิถุนายน 2557 เวลา:22:56:31 น.
โดย: beamhyli IP: 27.130.80.200 วันที่: 24 มิถุนายน 2557 เวลา:22:59:45 น.
Location :
Dalian(China),Guildford(UK),กทม.,สกลนคร United Kingdom
[ดู Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [? ]
Edutainment International Business Bossa Nova& Easy Listening ถ้าถามอะไรในนี้ไม่ได้ตอบ กรุณาส่งไปทางเฟซบุ๊คเลยนะคะ ไม่ค่อยได้เช็คบล็อกค่ะ ขอบคุณค่ะ ยินดีต้อนรับ ณ บ้านชะเอมหวานค่ะ ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนกันเสมอนะคะ จขบ.เป็นอาจารย์เล็กๆค่ะ ฟรีแลนซ์ พิธีกรงานแต่งงาน สะสมโปสการ์ดค่ะ ฟังเพลงสบายๆ ชอบแต่งหน้าแต่งตัว แต่งกลอน ขีดๆเขียนๆ ท่องเที่ยว ก็เป็นกำลังใจให้กันด้วยค่ะ จุ๊บๆ
บ้านนี้จขบ.ต้องการสร้างสรรค์ให้เบา สบายๆค่ะ เอนทรี่เก่าๆเกี่ยวกับอาหารและการท่องเที่ยวจะย้ายบ้านไปที่ Amiley lala(ท่องเที่ยวและอาหาร) POSTCARD & International Business ถ้าจะโหวตขอหมวดการศึกษา และหมวดดนตรีค่ะ ขอบคุณมากค่ะ credit:::: photo by พี่เป็ดสวรรค์) Head blog กับของตกแต่งจาก pk12th และ คุณกุ้ง Kungguenter
เราเป็นคนนึงที่เรียนด้วยทำงานไปด้วย ยอมรับว่าเหนื่อยจริงๆ แต่ก็ขอสู้ศักตั้ง ครั้งหนึ่งในชีวิต