มองลำธารผ่านความคิด มองชีวิตอย่างพอเพียง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
15 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
กฎของแมวฉบับคุณค่า

กฎของแมวฉบับคุณค่า
ผมพิจารณาขอบเขตความสามารถของตนเองตาม Circle of Competency เท่าที่ตัวเองมีพบว่า ถ้าใช้ความพยายามในการคัดเลือกหุ้นตามกฎของแมว แล้ว ผมได้หุ้นดี ๆ มาอยู่ในมือพอสมควร แต่ ผมก็ทำหลุดไป ขายก่อนเวลาบ้าง ไม่ Cut-loss เมื่อตกบ้าง ขายแล้วไม่ได้ซื้อคืนบ้าง ถือจนขาดทุนบ้าง สรุปแล้วผมเองพบว่าตัวผมเองไม่มีทักษะในการขาย กฎของแมวที่ให้ไว้ใช้ได้ดีสำหรับการซื้อไม่ใช่สำหรับการขาย ผมเองใช้เวลาก่อนการซื้อนานพอสมควร จะเรียกว่านานมากในการทำการบ้านก็ได้ แต่ใช้เวลาน้อยนิด บวกกับจิตใจที่ไม่มั่นคงในการขาย ผมค้นพบว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถ้าเราจะเป็นคนมีเหตุผลแล้วเราควรจะมีเหตุผลให้ตลอดรอดฝั่ง หากเราซื้อด้วยเหตุผลแต่ขายเพราะอารมณ์ ไม่ว่าจะโลภหรือกลัว เราจะเป็นคนที่ไม่มีเหตุผล
เหตุผล+ไม่มีเหตุผล = ไร้แก่นสาร ไร้จุดยืน
นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มคิดเรื่องการไม่ขายตลอดชีวิตอย่างจริงจัง แต่ผมจะทำรึเปล่าหรือผมจะทำได้รึเปล่า?
การไม่ขายตลอดชีวิต เป็นคำตอบจริง ๆ หรือ เท่าที่ได้คุยกับพี่แมว ผมพบว่าพี่แมวเองก็ไม่ได้มีคำตอบที่ดีสำหรับการขาย หลายครั้งที่ซื้อมาได้กำไร จนขาดทุน จนแล้วจนรอดพี่แมวก็ไม่ได้มีคำตอบที่ดีสำหรับผม แล้วเราควรจะขายเมื่อไร? ทำไมถึงตอบยาก เพราะเราไม่รู้จักคุณค่าที่แท้จริงของหุ้นที่เราถือ และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นอีกครั้งของการเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องราวของ Warren Buffett อีกครั้งอย่างจริงจังกว่าเดิม พี่แมวเองก็เป็นคนที่สนใจเรื่อง บัฟเฟตต์ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจดูเหมือนว่าวิธีการของพี่แมวจะใส่ใจกับเทคนิคัลมากกว่า การใส่ใจกับเทคนิคคัลนั้นไม่ผิดแต่ บางครั้งอธิบายเหตุผลที่แท้จริงยาก พี่แมวเป็นคนที่ศึกษาด้าน Quantitative Analysis มากแต่ไม่สนใจด้าน Fundamental เลย มันจะเป็นไปได้มั๊ยถ้าเราจะเอาทั้งสองอย่างมารวมกัน (?) บวกประสบการณ์และคำสอนของครูบาอาจารย์ต่าง ๆ เข้าไป ประกอบกับพี่แมวก็ต้องทำงานประจำและเดินทาง คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเฝ้าหน้าจอทั้งในเวลาทำงาน (คงโดนไล่ออกเป็นแน่แท้) แต่ที่แน่ ๆ ปีที่แล้ว(2008) ผมและพี่แมว ขาดทุน!

การซื้อหุ้นที่ตกอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมดแน่ เพราะถึงซื้อมาได้ถูกจริง แต่ก็ไม่รู้ (เดาก็ยาก) จะขายเมื่อไร เพราะขาดหลัก ไอ้ครั้นจะถือไว้ก็จะมีหุ้นเน่า ๆ เต็มพอร์ต เพราะรู้จักแต่ซื้อหุ้นถูกแต่ ไม่รู้แม้กระทั่งกฎเกณฑ์ในการเดาคุณค่า ซึ่งเป็นสิ่งที่มากกว่าราคา ดังนั้น ผมและพี่แมวจึงเริ่มต้นอีกครั้ง และอีกครั้ง และอีกหลายครั้งในการอ่านหนังสือของ Warren E. Buffett ให้จริงจังมากขึ้น ๆ ๆ อีก เพื่อเอาเทคนิคเหล่านั้นมาเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตเรา ถ้าจะเรียกใหม่ให้เป็น กฎของแมวฉบับคุณค่า ก็น่าจะดี แต่ถ้าจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษก็น่าจะเป็น Selective buying

ผมและพี่แมวเถียงกันมาหลายครั้ง ถ้าจะทำให้ Cat’s rule philosophy คงอยู่ต่อไปต้องเพิ่มวิธีคิดเรื่อง Value Investing เข้ามา คือนอกจากจะซื้อหุ้นถูกแล้ว ยังต้องคัดสรรอีกด้วย ใส่ใจคุณค่า เพื่อคัดสรรการลงทุน (ดังนั้นจึงตั้งชื่อวิชาสามดาบแยกออกมาจากกฎของแมว เพราะวิชาสามดาบว่ากันที่เทคนิคัล ล้วน ๆ ซึ่งเป็นเหมือนหนังสืออ่านนอกเวลาจากกฎของแมว และที่สำคัญปี 2009 ผมและพี่แมวไม่นำวิชาสามดาบมาใช้เลย)

ผมและพี่แมว คงผิดอีก แต่ผิดเพื่อเรียนรู้และปรับปรุงไปเรื่อย ๆ ชีวิตคือการเรียนรู้ เจ็บเพื่อเข้าใจ ดังนั้น พี่แมวจึงให้ผมลบ blog เรื่องข่าวเศรษฐกิจออก แต่คงหัวเรื่องไว้ และจะพิจารณาสิ่งที่มีคุณค่า (value) มากกว่าข่าว เช่น สัมภาษณ์ ข้อคิดดี ๆ จากคนไทยหรือเทศ ก็ว่ากันไปตามความเหมาะสมและเวลา ส่วนหัวข้อบันทึกเพื่อวิเคราะห์ คงเป็นเรื่องเชิงลึกของพอร์ต ตัวเองมากขึ้น เพื่อสร้างแก่น ให้ผมและพี่แมวได้ยึดเหนี่ยว ว่าเราได้มาในทิศทางที่ถูกต้อง (หรือผิดพลาด) มากยิ่งขึ้น

ผมปรึกษากับพี่แมวและจึงลงมือเขียน blog อีกครั้งโดยไม่ Modify blog เลย ยึดหลักเดียวกับเวปของเบิร์กไชร์ เพื่อคงไว้ซึ่งความเรียบง่ายของชีวิต และการลงทุน ส่วน blog เรื่องบันทึกเพื่อวิเคราะห์ก็จะบันทึกถึงหุ้นที่ซื้อมา ในแต่ละปี จะทยอย เขียนเข้าไปเรื่อย ๆ ตามความเป็นจริง ผมมีความเชื่อลึก ๆ ว่าแม้ปู่บัฟเฟตต์จะขาดทุน หรือกำไร เค้าบอกเสมอในจดหมายประจำปีของเบิร์กไชร์ว่ายินดีรายงานไปตามความจริง หากมีข้อผิดพลาด (เช่นในปีที่แล้ว) ก็จะบอกมาตรง ๆ เพื่อเรียนรู้ กูรู ขนาดปู่ ยังเรียนรู้ไม่จบ แล้วผมกับพี่แมวล่ะ ก็คงต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นกันต่อชีวิตคือการลงทุน รูปด้านขวาบนมาจากหนังเรื่อง 15ค่ำฯ ผมประทับใจกับคำว่าทำในสิ่งที่เชื่อและเชื่อในสิ่งที่ทำ ผมและพี่แมวคงจะเริ่มใช้แนวทางนี้ไปเรื่อย ๆ ตราบที่เราเรียนรู้มันไปพร้อมกัน

ผมและพี่แมวตั้งใจจะใช้ประโยชน์จาก blog ของพี่แมวในการบันทึกวิธีคิดและข้อผิดพลาดของตนเอง ซึ่งแน่นอนพวกเราคงไม่ได้เขียนบ่อยนัก แต่เพื่อให้ในอนาคต พวกเราเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ไม่ว่านานแค่ไหน ดังนั้น blog นี้จึงไม่ได้เป็นการชี้นำ ชี้แนะ สอน หรือบอกใบ้ แก่ใครทั้งสิ้น แต่เป็นการวิเคราะห์ตามแนวทางที่ผมและพี่แมวตกลงร่วมกันลงทุนและพัฒนาทั้ง Portfolio และ Methodology และเป็นกลยุทธ์ที่บ้าบิ่นและไร้สาระที่สุดอันหนึ่งของโลกแห่งการลงทุน

สุดท้ายสโลแกนประจำ blog พี่แมวชอบเพลง อยู่เพลงหนึ่งของ คาราบาว/เฉลียง/Modern Dog คุณประภาส เป็นคนแต่งครับ จวบกับบ้านนอกของผมก็อยู่ติดริมคลองเวลานั่งคิดนั่งมองสายน้ำแล้วมันมีความสุขแบบบอกไม่ถูกเหมือนกัน หากเราเริ่มต้นที่คำว่าพอและพอเพียง ชีวิตและสายน้ำ มองและคิดได้อย่างไม่สิ้นสุดครับ -> มองลำธารผ่านความคิด มองชีวิตอย่างพอเพียง

ลูกแมวน้อย



Create Date : 15 พฤษภาคม 2552
Last Update : 15 พฤษภาคม 2552 19:26:54 น. 0 comments
Counter : 258 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Catrule
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Catrule's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.