Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
3 กันยายน 2550
 
All Blogs
 

Giorgio Locatelli


ตอนนี้ชั้นอยากจะพูดถึงเชฟคนโปรดของชั้นค่ะ เค้าคือ จิออจิโอ
เค้ามีรายการอาหารของเค้าชื่อ โทนี่ แอน จิออจิโอ อยู่ที่ช่อง bbc



คือการทำงานเป็นเชฟ นอกจากจะต้องมีความรู้เรื่องอาหารแล้ว ควรจะรู้เรื่องเชฟดังๆ ไว้บ้าง
เพราะเวลาหลังเลิกงานก็จะมีการมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อเปิดโลก และมุมมอง


ถ้าพูดถึงความเป็นเซเลบแล้ว จิออจิโอ ก็คงไม่ดังเท่า เจมี่ โอลิเวอร์ หรือ กอดอน แรมซี่นะคะ
ที่เจมี่ ดังไม่ใช่เพราะว่า ฝีมือนะคะ แต่เป็นเพราะว่า บุคลิกของเค้าที่สามารถดึงดูดผู้ชมให้สนุกสนานไปกับการทำอาหารได้


ส่วน กอดอน แรมซี่ นั้น ฝีมือได้รับการยอมรับถึงขึ้นได้แฮนเดิลงานเลี้ยงใหญ่ๆ
ส่วนรายการของเค้า บอยลิ่ง พอยท์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความป่าเถื่อน และหยาบคายในการทำงานในครัว
ถ้าดูละครแล้วย้อนดูตัว ก็พบว่าชีวิตจริงของชั้นนั้นก็เคยเจอเฮด เชฟสไตล์รุนแรงแบบนี้มาแล้ว ก็เลยไม่นิยมชมชอบ กอดอน แรมซี่เท่าไร



ในหนังสือ เมดอินอิตาลี่ ของจิออจิโอ นั้นได้มีการเล่าถึงประสบการณ์กว่าจะมาเป็นเชฟของเค้า
ซึ่งในบทแรก เค้าใช้การเปิดตัว ที่ โดน ค่ะ
เชฟฝึกหัดส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะในครัวฝรั่ง) ก็คงจะได้รับการปฎิบัติแบบแย่ๆ มานะคะ
ทั้งการพูดดูถูกก็ดี การระบายอารมณ์โกรธแบบไม่มีเหตุผลก็ดี
กว่าจะมีวันนี้ของเค้าผ่านมาทั้งสุข และทุกข์
อ่านแล้วได้มีกำลังใจและแง่คิดในการทำงาน


เพื่อเป็นการปัดฝุ่นภาษาที่เริ่มถอยหลังลงคลอง ชั้นก็อยากจะแปลบางส่วนที่ชั้นประทับใจในหนังสือเล่มนี้ค่ะ





Chapter 1 You will never be a chef, Locatelli!


ผมเริ่มทำอาหารตั้งแต่อายุห้าขวบในร้านอาหารของลุง


แต่มาวันนี้เมื่ออายุสิบหกปี ผมได้เข้าสู่โลกของความเป็นจริงในการทำงาน


เฮดเชฟคนนี้ก็ไม่รู้เป็นอะไร ชอบติ ชอบว่าผมเสมอ


“กุ้ง กุ้ง ส่งกุ้งมานี่ กุ้งอยู่ใหน มันพร้อมรึยัง” เฮดเชฟถามผม


ตอนนี้เค้าต้องการกุ้ง แต่มันยังไม่พร้อมน่ะซิ


ขณะนี้น้ำในหม้อใกล้เดือดแล้ว การต้มกุ้งต้องรอให้น้ำถึงจุดเดือดก่อน


แต่ด้วยความรีบ และลนลาน ผมรีบโยนกุ้งลงในหม้อทันที ทั้งอย่างนั้นเลย


เฮดเชฟเห็นผมทำอย่างนั้นแล้ว ก็เดือดขึ้นมายิ่งกว่าน้ำในหม้ออีก


เค้าตะโกนด่าใส่ผมว่า “อย่างนาย ไม่มีวันได้เป็นเชฟหรอก จิออจิโอ เธอมันโง่ เข้าใจมั้ย”



ผมไม่มีวันลืมคำ คำนั้นเลย มันอยู่ในหัวผมตลอดมา


ในวันนั้น เมื่อผมกลับถึงบ้าน ผมเล่าให้ย่าฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทันที ทั้งคำพูดเสียดสีที่เชฟด่าผม จนทำให้ผมอยากจะออกจากงานซะวันนั้นเลย


“เจ้านี่มันเป็นใครกัน มันจะไปรู้อะไร” ทุกๆ ครั้งที่ผมรู้สึกแย่ ย่ามักจะพูดปลอบให้กำลังใจเสมอ


“จิออจิโอ เธอจะลาออกเพราะคำพูดเจ้านี่ไม่ได้นะ”


เธอต้องกลับไป และทำให้เค้าเห็นว่าเธอเป็นใคร เป็นยังไง มีความสามารถแค่ใหน


และผมก็ทำได้ตามที่ย่าพูดจริงๆ


จบตอนที่หนึ่ง





จิออจิโอมีร้านอยู่ในลอนดอน ได้รับดาวมิชลิน มีรายการอาหาร มีหนังสือสองเล่ม

เค้าเคยผ่านงานที่ร้านดังๆ มากมาย เช่น โรงแรม the Savoy ในอังกฤษ
ในฝรั่งเศส อย่าง Restaurant Laurent ที่มีปรมาจารย์เชฟ โจเอล โรโบชอง เป็นที่ปรึกษา
และ La Tour D Argent ซึ่งเป็นร้านดังในฝรั่งเศส ที่ได้รับสามดาวมิชลิน


(ขอบคุณรูปจาก //www.locandalocatelli.com/html/intro.html )




 

Create Date : 03 กันยายน 2550
3 comments
Last Update : 3 กันยายน 2550 14:18:00 น.
Counter : 1136 Pageviews.

 

เพิ่งได้ดูหนังที่เรียกยาก ..เชฟหนูอะ

แล้วมาอ่านบล็อคคุณ.....ดีจัง

ชีวิตในครัวนี่น่าสนใจเนอะ

ว่างๆมาเล่าเรื่องของคนอื่นมาอีกนะครับ

 

โดย: jantzen 3 กันยายน 2550 19:20:48 น.  

 

หนุกดี ไม่เคยรู้ว่าแวดวงเชฟก็มีแบบนี้ด้วย
อาชีพไรก็ต้องอดทนทั้งนั้นเลยเนอะ

 

โดย: devillish girl 3 กันยายน 2550 19:33:18 น.  

 

คุณ jantzen

สวัสดีค่ะ เรื่องเชฟหนู ทั้งสนุกทั้งน่ารักค่ะ เค้าทำออกมาได้ดีมากๆ เลย



คุณ devillish girl

สวัสดีค่ะ บายดีป่าว อัพบล็อกยังคะ
ใช่แล้วค่ะ ทำงานทุกอาชีพต้องอดทน อย่างไรก็ตามงานทุกอาชีพก็มีเสน่ห์ และความสนุก ถ้างานนั้นเป็นงานที่เราชอบค่ะ

 

โดย: ~ papeete ~ 7 กันยายน 2550 12:34:58 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


~ papeete ~
Location :
กรุงเทพฯ Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ~ papeete ~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.