Copyright & All rights reserved © 2008-2016 by Caramelcafe

Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2551
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
มองเขมร ฯ ตอนจบ (ล่องโตนเลสาบ)

โตนเลสาบกว้างไกลใหญ่สุดกู่


ออกจากนครธม...เราขับรถเข้ามาในตัวเมืองเสียมเรียบค่ะ...


ผ่านโรงแรมที่พักไปทางอีกด้านหนึ่งของตัวเมือง...


ซื้อตั๋วขึ้นเรือที่ในเมือง...คนละ 5 ดอลลาร์ ค่ะ


ตอนนี้ก็ยังงงนะคะว่า...ทำไมถ้าไม่ลงเรือไม่ได้หรือ


แค่นั่งเล่น ๆ ชมความงามรอบ ๆ โตนเลสาบ (Tonle Sap) ก็น่าจะพอใช่ไหมคะ...


หรือจะขับรถวนชมรอบ ๆ...แบบทะเลสาบสงขลาบ้านเรา...ก็ได้นี่นา


คนขับรถยืนยันค่ะว่า...เดินเล่นไม่ได้...ขับวนก็ไม่ได้


ต้องนั่งเรือ...เท่านั้นค่ะ...ก็เลยหยวน ๆ...


ไปต่างถิ่น...ไม่เชื่อเจ้าถิ่น....แล้วจะเชื่อใคร...จริงไหมคะ


นั่งรถต่อมาอีกนาน...จากบริษัทขายตั๋ว...ผ่านชุมชนเขมร


ที่ตั้งบ้านเรือนริมถนน...ทั้งเล็กใหญ่...


มองดูไม่เป็นระเบียบระบบ...เท่าในตัวเมืองค่ะ


ถัดจากถนนดี...กลายเป็นถนนขรุขระแคบ ๆ...การจราจรจอแจ...


รถวิ่งสวนกันแทบไม่ได้ค่ะ...จนคนขับบอกว่า...ใกล้จะถึงแล้ว...


โอ้โห...บ้านเรือนคล้ายเพิงตั้งระเกะระกะริมทาง...ค่อนข้างมีเศษถุงพลาสติก...


สีต่าง ๆ บริเวณใต้ถุน...และริมท่าที่จะลงเรือค่ะ...


มีท่าเทียบสำหรับลงเรือของหลาย ๆ บริษัท...ตั้งเรียงถัดกันออกไป...


ริมถนนแคบ  ๆ ที่ยื่นไปในทางออกของโตนเลสาบค่ะ


พอคนขับจอดให้ลงจากรถตรงท่าเรือ...แทบจะไม่มีใครอยากลงเลยนะคะ


พอเปิดประตูรถเท่านั้น...แทบผงะ...กลิ่นแปลก ๆ ค่ะ


จะว่ากลิ่นคาวปลาก็ไม่ค่อยแน่ใจ...




เรือออกจากท่า...แล่นตามคลองออกมา...


ผ่านแพนา ๆ ชนิด..ทั้งแพขายของชำ...แพโรงเรียน...แพอนามัย


แพขายน้ำมัน...สารพัดแพริมตลิ่งค่ะ


ดีนะคะที่ได้มาโตนเลสาบ...ทำให้เห็นวิถีชาวเขมรรอบนอก ๆ


ที่ไม่ใช่ในตัวเมืองเสียมเรียบค่ะ...


นั่งคุยกันไปก็นึกขำ...เข้าใจแล้วว่าทำไมคนขับยืนยันไม่ให้มาปิคนิคที่นี่ตั้งแต่แรก


เรือแล่นจากคลอง...ออกสู่ตัวโตนเลสาบ...


กว้างใหญ่ไพศาลจริง ๆ ค่ะ คลื่นลมไม่ค่อยเรียบนะคะ


เหมือนเรือลำเล็ก ๆ ลอยละล่องอยู่ท่ามกลางทะเลจริง ๆค่ะ


ลอยเคว้งคว้างได้สักพัก...เรือก็เบนหัวกลับค่ะ...


คงกลัวคลื่นลมจะพัดเรือของเรา...ไกลออกไปเรื่อย ๆ...นั่นเองค่ะ


คนขับรถที่ตามลงเรือไปด้วย...อธิบายว่าโตนเลสาบนี้...


กินพื้นที่หลายจังหวัดค่ะ....เป็นแหล่งทำมาหากินของ...


ชาวเขมรส่วนใหญ่นะคะ...สัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์มากมายค่ะ




แล้วเรือก็พาเรามาจอดเทียบแพ...ค่อนข้างใหญ่แพหนึ่งค่ะ...


มีการเลี้ยงจระเข้ในแพนะคะ...มีติดไว้ว่าขายเนื้อจระเข้...


ให้นักท่องเที่ยวด้วย..หึม...แค่ดูก็กลืนน้ำลายไม่ลงแล้วล่ะค่ะ...


แพนี้มีห้องน้ำ...ขายของที่ระลึก...ขายเครื่องดื่ม...และของจุกจิกค่ะ


ด้านล่างจะมีเด็กตัวเล็ก ๆ ที่มากับเรือลำเล็ก ๆ พร้อมจานกล้วยไข่ค่ะ..


ไปทางไหนก็มี...จานกล้วยไข่...ตะกร้ากล้วยไข่เต็มไปหมด...


คงเตรียมมาขายนักท่องเที่ยวมังคะ....แต่ทำไมต้องกล้วยไข่ด้วยล่ะ...???


เหลือบไปเห็นเด็กเล่นกับงู...ตรงริมแพค่ะ....


ไม่เคยคิดจะญาติดีกับงู...มาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะคะ...


เลยกระโดดโหยง...รีบวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นดาดฟ้าค่ะ...


เราสามารถชมวิวโตนเลสาบ...ในมุมกว้างได้ที่นี่ค่ะ


ข้างบนนี้ลมเย็นดีนะคะ...ชื่นชมบรรยากาศกันจนหนำใจ...


ก็นั่งเรือกลับเข้าฝั่งค่ะ....




ตอนขามา...นี่ว่าการจราจรแออัดแล้ว....ขากลับมากกว่า 10 เท่านะคะ


รถนักท่องเที่ยวทั้งนั้นเลยค่ะ...ทั้งรถทัวร์...รถตู้...เต็มไปหมด...ไปโตนเลสาบค่ะ


โชคดีเราสวนทางกับชาวบ้านค่ะ...แต่ด้วยทางแคบมากเลยพลอยลำบากไปด้วย...


ทุกคนพร้อมใจมากันเวลานี้...คงตั้งใจจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันค่ะ


รถหนาแน่นจริง ๆ...จากคลานเป็นหยุดนิ่ง...


เห็นนักท่องเที่ยว...ต้องเดินลงค่ะ...ระยะทางไกลไม่ใช่เล่น...


จากตรงที่รถติด...ไปยังท่าเรือนะคะ...


แล้วเราก็เห็นกรุ๊ปนักท่องเที่ยวชาวไทย...เดินผ่านไปหลายกรุ๊ปอยู่ค่ะ


ที่เดาว่าไทยเพราะสังเกตจากหมวกและเสื้อที่สวมเป็นของ...


บริษัททัวร์ไทยค่ะ...เที่ยวเขมรมาหลายวันเพิ่งมาเจอคนไทยวันนี้เองค่ะ


สงสัยเพิ่งทยอยกันมาเที่ยวในช่วงปีใหม่....หรือไม่เราก็ไม่เจอเองนะคะ


.......................................................................................


เทียวเล่นกินลมชมเมือง


รถของเราวิ่งหนีความวุ่นวายที่โตนเลสาบกลับเข้าสู่...


ความเป็นระเบียบในตัวเมืองเสียมเรียบอีกครั้งค่ะ...


ถึงตอนนี้นะคะ...ยิ่งคิดว่าเมืองนี้ช่างวางผังได้ดีจริง ๆ...


อาคาร...โรงแรม...สถานที่ราชการ...มีแบบแผนอย่างดีค่ะ


รูปแบบ...สีสรรแสงไฟไม่ตัดกัน...โฉ่งฉ่างอย่างที่เห็นได้ตามเมืองใหญ่ของบ้านเรา


ยกเว้นรถราเท่านั้น...ที่ยังเห็นว่าบางครั้งก็วิ่งเลนตามใจฉัน...อย่างในนอกเมืองค่ะ


เย็นนี้เป็นวันสุดท้าย...ที่เราจะได้เที่ยวชมเมืองเสียมเรียบกันค่ะ...


เลยตั้งใจหาอาหารท้องถิ่นกินกัน...แต่จะท้องถิ่นซะทีเดียวก็ยังไม่กล้า...


เล็ง ๆ ร้านอยู่ร้านหนึ่งริมถนนเห็นคนกินกันแน่นค่ะ...


และท่าทางสะอาดสะอ้าน...


เจ้าของมีเชื้อสายจีนค่ะ...อาหารก็มีทั้งไก่...เป็ด...หมูแดง..


และอาหารประเภทเส้น...ต่าง ๆ...มีทั้งเส้นเล็ก...ใหญ่...และหมี่เหลือง...


ชาวเขมรที่นี่คงชอบกินขนมปังกันมาก...เพราะไปที่ไหนก็จะเห็น..


ขนมปังคล้าย ๆ ขนมปังฝรั่งเศส...แต่ย่อส่วนวางในตู้กระจกเต็มไปหมดค่ะ




ดูรายการอาหาร...ในเมนูชื่อไม่คุ้นเลย...เป็นภาษาอังกฤษทับศัพท์เขมร...


ต้องอาศัยอ่านรายละเอียดภาษาอังกฤษข้างใต้เอาค่ะ...


ราคาไม่ถูกนะคะตกจานละ...2-4 $ ค่ะ สำหรับก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ๆ ชามหนึ่ง


ค่าครองชีพเขมรในตัวเมืองค่อนข้างแพงค่ะ...สำหรับค่าเงินบ้านเรา


เราสั่งอาหารคล้ายข้าวมันไก่...แต่ไม่ถูกปากค่ะ...


เลยสั่งก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก...น้ำใส...


ก๋วยเตี๋ยวที่นี่แยกผักแยกเครื่องค่ะ....จะมีแต่เส้นอยู่ในน้ำซุปร้อน ๆ


มีจานถั่วงอกหัวโตต้มสุก และผักกาดดองเคียงมา แต่ยังดีมีมะนาวผ่าซีกให้ด้วยนะคะ


พอผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน...บีบมะนาวนิด...ใส่พริก...และสารพัดซอสเขมร


ที่ตั้งบนโต๊ะเข้าไป...ก็รสชาติใช้ได้ค่ะ...ชวนให้นึกถึงก๋วยเตี๋ยวต้มยำบ้านเราจังค่ะ...


แต่ยังไงซะ...รสก็ยังแปร่ง ๆ อยู่นะคะ


หมี่เหลืองผัดผักกวางตุ้ง...ใส่ไข่...มีน้ำเหนียว ๆ คล้ายราดหน้าของเรา


ก็อร่อยใช้ได้นะคะ...เห็นสั่งกินกันคนละจาน 2 จาน


จานนี้สั่งตามคนขับรถค่ะ...


อิ่มหนำสำราญก็แวะ supermarket อีกตามเคย...


ได้ กาแฟ Frappuccino ของ starbucks ที่ pack ไว้ในขวดแก้วทรงเตี้ย



 


อร่อยค่ะ...ปกติไม่ค่อยถูกใจกับรสชาติกาแฟยี่ห้อนี้...เท่าไรนะคะ


แต่ขวดนี้อร่อยมาก..หอม หวาน มัน...กลับกรุงเทพ


ต้องไปตามหาตามห้างใหญ่ ๆ ว่ามีหรือเปล่า...ติดใจค่ะ


พอถึงโรงแรม...ก็แช่น้ำอุ่น แล้วเข้านอนเลยค่ะ


หลับเป็นตายอีกตามเคย....


.......................................................................................


เดินทางกลับบ้านเรา


กินอาหารเช้าเสร็จ check out เรียบร้อย...


กำลังจะไปขึ้นรถ...พนักงานต้อนรับที่ counter ถามสามีว่า...


จะมาอีกเมื่อไร...เราทำหน้างง ๆ...น้องเขาเลยยิ้มหวานพูดว่า....


มาคราวหน้าอย่าลืมซื้อของฝากมาฝากด้วย...


เออ..ดีแฮะ...พนักงานต้อนรับที่นี่เขากล่าวลาแปลก ๆ ค่ะ


นั่งรถกลับ..รู้สึกว่าไวกว่าขาไปค่ะ...


สามีแวะซื้อหินสลักจำลอง...ระหว่างทางด้วยค่ะ


เป็นหินทรายแดงทั้งก้อนค่ะ...น้ำหนักรวมฐานก็ใกล้ ๆ 40 กิโลได้ค่ะ


และก็เช่าพระพุทธรูปแกะจากหินหยกเขียวองค์ไม่ใหญ่มาอีกองค์ค่ะ


พอข้ามมาฝั่งไทย...ก็มีรถตู้มารับเราค่ะ


ญาติของคุณน้ามารับเอง...พาไปกินสุกี้เจ้าอร่อยด้วยค่ะ...


ขอบอก...เป็นสุกี้แห้งที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมาค่ะ....


อร่อยทุกอย่างทั้งน้ำและแห้ง....


สั่งยำรวมมิตรทะเล....ก็แซบมาก ๆ ค่ะ...พริกขี้หนูสวนเต็มจาน...


แต่อร่อยมากจริง ๆ....ขนาดเล่ายังน้ำลายไหล


กินสุกี้ กินยำ ร้านนี้แล้ว...หายคิดถึงเมืองไทยเลยค่ะ...


เสียดายนะคะ...จำชื่อร้านไม่ได้ค่ะ...


เป็นร้านเล็ก ๆ ไม่แน่ใจหลังคามุงสังกะสี หรือกระเบื้อง


 มีโต๊ะไม้ใหญ่ตั้งอยู่ 4-5 ตัว ค่ะ


อยากแนะนำให้ไปกินให้ได้นะคะ...แต่ต้องถามคนสระแก้วเองว่า...


ร้านอะไร...อยู่ที่ไหน...แฮะ ๆ ช่วยไม่ได้จริง ๆ ค่ะ


เราไปแวะซื้อของที่ตลาดโรงเกลือกันอีกร่วม 2 ชั่วโมง


บรรดาแม่ ๆ น้า ๆ ซื้อของกัน...แทบหอบหิ้วไม่ไหว...อีกแล้วค่ะ


รถตู้ได้ไปส่งเราที่บ้านที่เราจอดรถไว้...ถ่ายรถเสร็จ...


ก็ร่ำลาแยกย้ายกันกรุงเทพกลับค่ะ....ของเต็มรถเลย...


ดีนะคะที่รถใหญ่...สรุป...trip นี้ ทุก ๆ คน Happy ค่ะ


.......................................................................................


กลับบ้านเราเด้อค่ะ






Create Date : 20 พฤษภาคม 2551
Last Update : 14 สิงหาคม 2551 10:38:17 น. 0 comments
Counter : 343 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

caramelcafe
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH
ค้นหาใน BlogGang.com
Friends' blogs
[Add caramelcafe's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.