Copyright & All rights reserved © 2008-2016 by Caramelcafe

Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2551
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
มองเขมร ฯ ตอน3 (นครวัด นครธม)

ต้นไม้สูงเสียดเทียบเทียมฟ้า


โดยส่วนตัวแล้วนะคะ....จะมีความสุขทุก ๆ ครั้งค่ะ


เมื่อแหงนหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้า...มองทะลุผ่านกิ่งก้านและใบของต้นไม้


ที่ตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้า...



เห็นปุยเมฆขาว ๆ หลาย ๆ ปุย


จะสูดหายใจลึก ๆ....ให้...เต็มปอดให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ค่ะ


แค่นี้.....ก็เหมือนได้เติมพลังชีวิต...อีกครั้งแล้วค่ะ




.......................................................................................


เดินย่อยอาหารที่บันทายกเดย


หลังจากเติมพลังธรรมชาติ...และพลังอาหาร...


รวมทั้งต้องรับผิดชอบกับ....อาหารบานตะไท


ที่อุตสาห์หอบหิ้วมาจากกรุงเทพให้ได้มากที่สุดแล้ว


เพื่อไม่ให้เป็นภาระในการขนกลับนั่นเองค่ะ


หัวหน้าทัวร์ของเราก็นำลูกทัวร์บางคนที่สมัครใจเข้าไปชม...


ปราสาทบันทายกเดย (Banteay Kdei)...


ที่อยู่ข้าง ๆ สระสรงใหญ่ (Srah Srang) ค่ะ


แต่มีบางคนนะคะที่หนังท้องตึง...หนังตาหย่อน...กล้ามเนื้อขาไม่อยากออกแรง


ก็นั่งพักอยู่หน้าทางเข้านั่นเองค่ะ....




ไม่อยากจะนินทานะคะว่า...แม้ของกินเพียบพร้อมจนเหลือเฟือขนาดนี้


ทุก ๆ คืนค่ะ...รถของเราจะแวะไปหน้า supermarket ใกล้ตลาด


สักพักเกือบทุกคน...ก็จะหิ้ว...ถุงขนม..เครื่องดื่มจากนา ๆ ชาติ


ที่ไม่มีวางขายในบ้านเรา...ติดมือกลับโรงแรมมาด้วยทุกครั้งค่ะ


จริง ๆ แล้ว...ในตัวเมืองเสียมเรียบนั้น...


ใน supermarket มีของกินที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่น้อยเลยนะคะ


ส่วนใหญ่เป็นของ import จากที่ต่าง ๆ ค่ะ เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว


ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากมายจริง ๆ ค่ะ ทั้งฝรั่งและเอเชีย


เสียดายนะคะ...กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ...มีกำลังใช้จ่าย...


เริ่มหนีหายจากเมืองไทย...


ซึ่งอาจกำลังมุ่งหน้าสู่เมืองที่สงบและเป็นระเบียบ..


ตามประเทศเพื่อนบ้านของเรา...ที่มีวัฒนธรรมใกล้เคียงกันก็ได้ค่ะ


.......................................................................................


บายน ปราสาทร้อยหน้าที่นครธม


คณะทัวร์ของเรา...ขับรถเข้าสู่ประตูเมืองนครธมด้านทิศใต้ค่ะ (Angkor Thom)...


ผ่านสะพานที่มียักษ์และเทวดายึดตัวนาคราช 7 เศียร ไว้ฝ่ายละฝั่งนะคะ


...ตั้งใจว่าจะกลับมาถ่ายรูปตรงนี้อีกครั้งในขากลับค่ะ


 เห็น...ปราสาทบายน....ตั้งตระการอยู่อย่างโดดเด่นค่ะ....




รถจอดให้เดินเข้าไปด้านในและจะไปย้อนรับอีกฟากของฝั่งปราสาทค่ะ...


หินแกะสลักเป็นร้อย ๆ หน้าเชียวนะคะ...กำลังจ้องมองเราอยู่...จากทุกทิศทาง


อย่างเป็นมิตร...ไม่มีความรู้สึกน่ากลัวเลยแม้แต่น้อยค่ะ...


แกะจากหินก็จริง...แต่ช่างมีความนุ่มนวลอ่อนช้อย...และสมดุลในองค์รวมค่ะ


นี่เองมั๊งคะ....ที่เรียกว่ารอยยิ้มแห่งบายน




หินก้อนใหญ่มาก ๆ ค่ะ....รู้สึกทึ่งในความสามารถของ...ช่างฝีมือโบราณนะคะ


หินแกะสลักนี้มีทั้งสลักจำลอง...หน้าพระเจ้าชัยวรมันค่ะ...


ถ้ามีตาที่สามบนหน้าผาก...ก็เป็นรูปหน้าพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรนะคะ


พยายามเดินนับหน้าหินสลักทั้งหมดค่ะ...ยังไง ๆ...


ก็ไม่ครบ 54 ยอด และ 216 หน้า เสียที...เลยละความพยายามค่ะ




ถึงตอนนี้มีความรู้สึกนะคะว่า...เสียดายมากถ้าไม่ได้มาเขมรคราวนี้


บายนช่างเป็นปราสาทที่สง่างามมากจริง ๆค่ะ...


แต่กระนั้นค่ะ...ด้วยความอ่อนเพลียเหนื่อยล้าของลูกทัวร์เรา


จึงเหลือแต่หัวหน้าทัวร์และคุณน้าผู้ชาย...เท่านั้นนะคะ


ที่เดินชม...ซาบซึ้งความงามและ...เก็บรายละเอียดต่าง ๆ ของปราสาทบายน...


เป็นเวลาอีกเกือบชั่วโมงทีเดียวค่ะ...ทั้ง ๆ ที่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่หัวหน้าทัวร์..


ของเรามาเที่ยว นครวัด และ นครธม ในเขมรค่ะ


หลังจาก...เข้าไปไหว้พระพุทธรูปด้านในแล้ว...


เราก็ได้มุมดี....และลมพัดเย็นสบาย...ที่ลานโล่งแจ้งด้านนอกค่ะ


นั่งคุยเรื่องราวจิปาถะ...อย่างอ่อนเพลีย...


ลมเย็น ๆ...เสียงคุยกระหนุงกระหนิง....พาให้คิดถึงเตียงนอนนุ่ม ๆ จริง ๆเลยค่ะ...




ระหว่างนั่งรอนะคะ...เราก็เห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา...


ฟังไกด์ชาวท้องถิ่น...อย่างสนอกสนใจค่ะ...


ไกด์เขมร...เขามีโรงเรียนสอนเป็นหลักสูตรต่อเนื่องเลยนะคะ...


เครื่องแบบของไกด์ก็เหมือนกันหมด...ดูเป็นระเบียบค่ะ


แต่ไกด์ที่นี่ใจดีนะคะ....หากเราสงสัยหรือถาม..ก็จะช่วยอธิบายให้อย่างดีค่ะ


และแทบทุกคน...รู้ลึก...รู้ละเอียด...เล่าได้ตรงเป๊ะเหมือนในหนังสือเลยค่ะ...


ไกด์คนหนึ่งที่พูดภาษาอังกฤษสำเนียงราวกับเจ้าของภาษาเอง...


เล่าให้ฟังจำได้คร่าว ๆ ค่ะ...ว่า...เรียนมัธยมเสร็จ...


ก็มาเรียนไกด์ต่ออีกอย่างน้อย 3 ปีค่ะ


รายได้ก็งามนะคะ...จำไม่ได้ค่ะว่าเท่าไหร่


การติดต่อไกด์ในเขมรก็ไม่ยากนะคะ...


สามารถแจ้งทางโรงแรมที่เราพักได้เลย....และโรงแรมบางที่...


ไม่แน่ใจว่าทุกที่หรือเปล่า....ก็มีบริการรถตู้พาเที่ยวค่ะ...


คิดราคาเป็นรายหัว....ราคาก็ไม่น่าแพงค่ะ


ยังเคยเห็นฝรั่ง...นั่งตุ๊ก ๆ เข้าไปเที่ยวนครวัด นครธมเลยค่ะ


ฝรั่งที่ขี่จักรยานเข้าไปเอง...ก็มีนะคะ


........................................................................................


 เยือนนครวัดหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก


เช้านี้...ทุกคนตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นค่ะ...


หลังจากนอนหลับอย่างเอาเป็นเอาตาย...เพื่อเอาแรงไว้ลุยนครวัดกันต่อ...


ปราสาทนครวัด (Angkor Wat) หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก


ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันตกค่ะ...


ผิดกับปราสาทอื่น ๆ ส่วนใหญ่นะคะ...เพราะกษัตริย์สุริยวรมัน...


นอกจากจะสร้างถวายเทพตามความเชื่อศาสนาแล้ว


ยังเพื่อใช้เป็นสุสานของพระองค์เองด้วยค่ะ...



เมื่อไปถึง...ไม่มีใครรอช้าค่ะ...


ต่างเก็บรายละเอียด...ทั้งบันทึกไว้ในความทรงจำ...


และเก็บรูปถ่าย ถ่ายวีดีโอ...ไว้เป็นที่ระลึกค่ะ...


กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินข้ามสะพานยาวที่ทอดข้ามบารายขนาดใหญ่


มีไกด์คนหนึ่งแนะนำค่ะว่า...อย่าลืมถ่ายรูปนางอัปสรานางหนึ่ง...


ที่ยืนยิ้มยิงฟันตรงบริเวณประตูทางเข้าด้านขวามือ


แต่พยายามหาเท่าไรก็หาไม่พบค่ะ...


ก็เลยเดินเข้าไปตัวปราสาทด้านในค่ะ




ปราสาทนครวัด...สร้างได้ละเอียดกว่าปราสาทอื่น ๆ...ที่เคยเที่ยวชมมาค่ะ


อย่างฝาผนังนะคะ...ก็เรียบเนียน...รอยต่อระหว่างหินขนาดใหญ่...


แต่ละก้อนผนึกกันอย่างดีแทบไม่เห็นร่องรอย...ที่ขรุขระเลอะเกินเลยค่ะ


มีคนบอกว่าเพราะเป็นฝีมือช่างชาววัง...ไม่ใช่ช่างชาวบ้านทั่วไปค่ะ...


น่าเสียดายนะคะ...ที่ไม่ได้ปีนขึ้นไปถึงชั้นบนสุด...เพราะปิดห้ามขึ้นค่ะ...


หัวหน้าทัวร์ของเรา...เป็นหนึ่งเดียวที่เคยได้ขึ้นไปชมในครั้งที่เคยมาคราวก่อนค่ะ


บอกว่า...ข้างบนสวยงามมาก...อีกทั้งวิวก็สวยค่ะ...


มีความเชื่อนะคะว่า...ถ้าได้ขึ้นไปชั้นบน...เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ค่ะ


ปราสาทชั้นบนนี้...ไม่แน่ใจนะคะว่าจะปิดถาวรหรือชั่วคราว


ถามไกด์แถว ๆ นั้น ต่างก็ตอบกันไปคนละทิศละทางค่ะ...


........................................................................................


นางอัปสรานับพันนางรายรอบปราสาทนครวัด


และแล้วก็พบนางอัปสราที่ยิ้มยิงฟันอยู่ด้านในด้วยค่ะ...


ดีใจสุด ๆค่ะ...หลังจากอกหักหานางอัปสราข้างนอกตรงทางเข้าไม่พบ...


ภาพแกะสลักนางอัปสราเกือบสองพันนางในนครวัด


แทบไม่มีนางไหนที่เหมือนกันเลยนะคะ...


ทั้งผมเผ้า....อาภรณ์เครื่องประดับ....และท่าทางร่ายรำค่ะ....




ตามความเชื่อนะคะ...นางอัปสรานี้เกิดจาก....พิธีกวนเกษียรสมุทร


ตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ค่ะ...


ซึ่งหาดูได้ตามเรื่องราวที่แกะสลักไว้...ตามระเบียงด้านนอกของนครวัดค่ะ


นอกจากนี้ถ้าใครสนใจยังมีภาพเรื่องราวอื่น ๆ อีกด้วยนะคะ....




หลังจาก...เดินชมความงามของนางอัปสราไปเรื่อย ๆ...


ก็พบนางอัปสราอีกนางที่ไม่สวมใส่อาภรณ์ใด ๆ เลยค่ะ


........................................................................................


ชื่นชมความงามด้านนอกของปราสาทนครวัด


นอกจากรายละเอียดด้านในแล้วนะคะ


มุมมองด้านนอกรอบนครวัดก็สวยงดงามวิจิตรบรรจงค่ะ...




นักท่องเที่ยวสามารถชมนครวัดใน...มุมมองของนก...


หรือ...Bird eye view ได้อีกด้วยนะคะ...โดยการขึ้นบอลลูน


จริง ๆ แล้ว...หัวหน้าทัวร์ของเราได้ชักชวนลูกทัวร์...


ขึ้นเจ้าลูกบอลลูนสีเหลืองนี้นะคะ...แต่ไม่มีใครเอาด้วย...


แถมห้ามไม่ให้ขึ้นอีกต่างหากค่ะ...เลยได้ดูนครวัดด้วย...


มุมมองของคนธรรมดาคนหนึ่ง...แต่แค่นี้ก็...อืมม...สุดยอดแล้วค่ะ




ที่นครวัดก็เหมือนกับที่อื่น ๆ นะคะ คือมีเพิงขายของที่ระลึก


แยกออกมาเป็นสัดส่วนค่ะ...


เพราะที่นี่เป็นที่สุดท้ายที่เราจะ shopping กันแล้ว


ต่างก็นับจำนวนของฝากที่ขาด...และระดมซื้อเพิ่มกันอีกยกใหญ่ค่ะ...


ราคาของที่นี่บางร้านจะแพงกว่า...ที่บันทายสรีมากค่ะ...


เราก็เลยต้องเลือกร้านที่ราคาใกล้เคียงที่สุด


พวกเราขนซื้อของจากร้านนี้...จนแม่ค้าคิดว่า...


เราซื้อไปขายค่ะ....เพราะจริง ๆ แล้ว...ปีนี้แม่ปลดเกษียณพอดีค่ะ...


ก็เลยจะซื้อไปแจกตอนงานเลี้ยงเกษียณค่ะ...


มากน้อยแค่ไหนไม่รู้ค่ะ....รู้แต่ว่าต้องระดมจากร้านอื่นมาขายด้วยนะคะ...ถึงจะพอ


ลูกทัวร์คนอื่นก็ใช่ย่อยนะคะ...ผลสุดท้ายขามาหอบหิ้วของกินพะรุงพะรัง...


แต่ขากลับ...ต้องหิ้วของฝากกันไม่มีมือจะถือเลยค่ะ...


นี่ยังไม่นับรวม...ขาตอน shopping ที่ตลาดโรงเกลือฝั่งไทยนะคะ...




มุมใต้ต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ บาราย...ก็เป็นอีกมุมนะคะ


ที่เห็น...นครวัดได้ในเงาน้ำ...สวยไปอีกแบบค่ะ


เรานั่งพักผ่อนเอาแรง...และทานอาหารกันแถวนี้ค่ะ...


ลมเย็นสบายดีนะคะ....มีบางคนได้แอบงีบด้วยค่ะ...


.......................................................................................


เก็บตกนครธม


ได้พักผ่อน...หย่อนใจกาย...ก็ได้เวลา...ลุยต่อค่ะ...


เมื่อวันวาน...ยังไม่ได้เที่ยวรอบ ๆ นครธมกันเลยนะคะ


ลูกทัวร์งองแงค่ะ...ไม่สู้ค่ะ...จะกลับไปนอนโรงแรมกันท่าเดียว...


บ่ายนี้ก็เลย...ได้เวลาเก็บตกค่ะ....


เราขับรถไปที่ปราสาทบาปวน พิมานอากาศ ลานช้าง


ลานพระเจ้าขี้เรื้อน และอื่น ๆ จำได้แค่นี้ล่ะค่ะ


ได้เดินเข้าไปชม...ความอลังการของนครธม...ในจุดต่าง ๆ


จนเกินอิ่มแล้วค่ะ...ถึงตอนนี้..ลูกทัวร์ในรถอีกคัน..


ไม่มีใครยอมลงเดินกันแล้วนะคะ...รถไปจอดตรงไหน...


ก็เพียงชะเง้อมองจากในรถเท่านั้นค่ะ...ชวนเท่าไรก็ไม่ยอมลง


โอดโอยว่า...เดินไม่ไหวกันแล้วค่ะ...


ไปต่อกันอีกสักพัก...หัวหน้าทัวร์เห็นสภาพสมาชิก...


ทั้ง ๆ ยังอยากพาไปชมต่อ...ก็เลยยอมแพ้ค่ะ...


วกรถออกจากนครธม...ยังบ่ายไม่แก่มากนัก...


ปรึกษาสมาชิกภายในรถ...ตกลงใจกันว่า..


ไหน ๆ...ก็มาเขมรแล้วทั้งที...จะไม่ไปเที่ยวโตนเลสาบ...ก็ใช่ที่ใช่ไหมคะ


และหัวหน้าทัวร์ก็อยากไปมาก...เพราะเป็นที่เดียวที่ยังไม่เคยไปค่ะ


เลยส่งซิก...ให้รถอีกคันที่ขับตามมา...จอด...แล้วแจ้งว่า


จะไปโตนเลสาบกันต่อ...เท่านั้นแหละค่ะ...


ลูกทัวร์ในรถอีกคัน...พร้อมใจกันประกาศขอลาออกจากคณะ ฯ ชั่วคราวค่ะ


ในที่สุด...ก็เหลือแต่ตัวเอง บรรดาแม่ ๆ  หัวหน้าทัวร์ และคนขับรถ...เท่านั้นค่ะ


ที่มุ่งมั่นจะไปโตนเลสาบกันต่อ....ส่วนรถอีกคันแยกกลับโรงแรม...


ขอตัวนอนยาวค่ะ....


................................................................................








Create Date : 20 พฤษภาคม 2551
Last Update : 14 สิงหาคม 2551 10:32:55 น. 2 comments
Counter : 183 Pageviews.

 
สวยอะอยากไปจัง


โดย: ไม่มี IP: 117.47.191.56 วันที่: 18 มกราคม 2552 เวลา:13:21:11 น.  

 
สวยอะอยากไปจัง


โดย: ไม่มี IP: 117.47.191.56 วันที่: 18 มกราคม 2552 เวลา:13:21:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

caramelcafe
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH
ค้นหาใน BlogGang.com
Friends' blogs
[Add caramelcafe's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.