Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
ประสบการณ์หวาดเสียว ถูกหลอกไปกินเนื้องูที่เวียดนาม !!!

ครั้งแรกในชีวิต สำหรับการเดินทางเที่ยวไปต่างประเทศคนเดียวและก็เป็นครั้งแรกของการได้รับประทานเนื้องู มันช่างเป็นประสบการณ์ที่ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกยังไงดี เพราะมีหลากหลายความรู้สึก ทั้งตื่นเต้น กลัว เศร้า รวมไปถึงหมดอาลัยตายอยาก !!

ไม่ใช่อะไรหรอก คุณลองจินตนาการถึงคนที่เดินทางไปต่างประเทศคนเดียว ไปแบบ Backpack นะค่ะ แค่ครั้งแรกของดิฉันกับการเดินทางไปเปิดโลกคนเดียว ก็เล่นเอาเสียวไส้แบบสุดๆ

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ดิฉันได้เดินทางไปเมืองฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม และได้ไปเดินเที่ยวเล่นบริเวณเขตเมืองเก่า (Old Quarter) ซึ่งเป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวต่างพากันไปพักอาศัยอยู่กัน เนื่องจากเป็นเขตเมืองเก่า ซึ่งเป็นบริเวณที่จะได้เห็นสิ่งก่อสร้างแบบเก่าๆ สไตล์โคโลเนียล เป็นบริเวณที่จะได้เห็นครบทุกอย่างตั้งแต่ ตลาดสด ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร ศาลเจ้า วัดจีน โรงละคร ไปจนถึงโบสถ์ เรียกได้ว่ารวมความหลากหลาย น่าค้นหาไว้ในบริเวณ ดิฉันก็เดินเล่น ชมเมืองเก่าแบบเพลิดเพลิน อยู่เรื่อยๆ ก็จะมีบรรดาคนขายของให้นักท่องเที่ยว เดินมาเสนอขายสินค้าในรูปแบบต่างๆ ซึ่งดิฉันก็ไม่ค่อยได้ซื้อของกับคนเหล่านี้เลย ได้แต่ส่ายหัวปฏิเสธแทบทุกรายที่เดินเข้ามา ดิฉันเองได้เจอกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่อาสาจะเป็นไกด์นำเที่ยวให้ดิฉัน ซึ่งดิฉันเองก็ไม่ได้สนใจ เพราะดิฉันมีแผนที่จะเที่ยวด้วยตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งไกด์ท้องถิ่น ดิฉันเตรียมข้อมูลมาเป็นอย่างดี มีรายละเอียดสถานที่เที่ยวในฮานอยที่น่าสนใจครบหมด ดิฉันจึงปฏิเสธไปแบบไม่สนใจเหมือนทุกราย

จริงๆ เรื่องก็ไม่น่าจะมีอะไร แต่ไกด์คนนี้เนี่ยสิ ไม่ธรรมดา เป็นลูกอีช่างตื้อจริงๆ ตื้อแบบไม่ลดละความพยายาม ดิฉันพยายามเดินหนี เขาก็เดินตามตลอด แถมพูดเกลี้ยกล่อมตลอดทาง ให้ว่าจ้างเขาเป็นไกด์นำเที่ยว ดิฉันเดินไปประมาณกิโลกว่าๆเห็นจะได้ เขาก็เดินตามตลอด จนดิฉันก็เริ่มใจอ่อน ซึ่งดิฉันเองก็ไม่คิดว่าตัวเองจะใจอ่อนยอมคนง่ายแบบนี้ แต่อีกด้านหนึ่งดิฉันก็คงเบื่อที่จะบอกปฏิเสธเขาด้วย เพราะตื้อเหลือเกิน เลยตกลงที่จะให้เขาเป็นไกด์นำเที่ยว โดยการนั่งมอเตอร์ไซค์ไปตามสถานที่ต่างๆ (คนที่นั่นส่วนใหญ่จะนิยมขี่มอเตอร์ไซค์ในการเดินทาง) ไกด์คนนี้พูดภาษาอังกฤษพอสื่อสารเข้าใจได้ แต่สำเนียงการพูดยังติดสำเนียงแบบคนเวียดนามอยู่มาก

ดิฉันก็นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ไป Sightseeing รอบๆเมืองฮานอย ตอนแรกเราตกลงกันว่าจะไปดูสุสานลุงโฮก่อน แต่ดิฉันก็เหลือบมองนาฬิกา มันก็ประมาณเที่ยงแล้ว ดิฉันก็เลยอยากแวะกินข้าวเที่ยงก่อน ตอนนั้นดิฉันเกิดความคิดอยากให้ไกด์แนะนำร้านอาหารที่อร่อยๆ ดิฉันคิดว่ายังไงคนที่นั่น น่าจะรู้จักร้านอาหารสไตล์เวียดนามแท้ๆ ที่อร่อยตามแบบฉบับของอาหารเวียดนามจริงๆ เขาก็บอกดิฉันว่า “Would you like to eat steak?” ดิฉันคิดในใจ เออก็เข้าท่าดีนะ ลองไปชิมสเต็กแบบเวียดนามดู ท่าจะอร่อยดี ดิฉันก็เลยตอบไปว่า “OK Let’s go”

ตอนนั้น ดิฉันเองก็ไม่รู้เลยว่า ตัวเองจะต้องไปเจอกับอะไรที่คาดไม่ถึง

ไกด์ได้ขับมอเตอร์ไซค์พาฉันออกไปไกลนอกเมือง หะแรกดิฉันก็รู้สึกว่า ทำไมร้านมันอยู่ไกลขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก จนในที่สุดไกด์ก็ได้พาดิฉันมายังร้านอาหารที่หมาย มองจากภายนอกดูไม่ออกเลยว่าเป็นร้านอาหาร เหมือนบ้านอยู่อาศัยมากกว่า จนกระทั่งดิฉันได้เดินเข้าไปในร้านนั้น ดิฉันไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกตอนนั้นยังไงดี ภาพที่ดิฉันเห็นคือขวดยาดอง ที่มีสัตว์เลื้อยคลานหลากหลายชนิด ถูกดองอยู่ในขวดที่วางเรียงกันละลานตาไปหมด เห็นแล้วดิฉันรู้สึกกลัวขึ้นมา ไกด์เล่าให้ฟังว่า ยาดองพวกนี้เป็นยารักษาโรคดีมาก ชาวเวียดนามหลายคน นิยมมาดื่มยาดองสัตว์เลื้อยคลานต่างๆที่ร้านนี้ เขาโฆษณาว่าร้านนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากในเรื่องสเต็ก ดิฉันได้ยินก็เลยยิ่งอยากทดลองกินสเต็กของร้านดู ดูสิว่าจะอร่อยตามที่ไกด์โฆษณาไว้หรือเปล่า

พนักงานต้อนรับของร้าน ยิ้มหวานเดินพาดิฉันและไกด์ไปยังโต๊ะอาหารชั้นสอง ไกด์ชี้ให้ดิฉันดูวิวทิวทัศน์โดยรอบ และบอกว่าสวยงามมาก บรรยากาศช่างดีอะไรเช่นนี้ ดิฉันก็ไม่เห็นว่าวิวทิวทัศน์รอบๆตัวของดิฉันมันจะสวยอะไรขนาดนั้น (นอกจากหน้าของดิฉัน ฮา...) เรา 2 คนนั่งรอพนักงานมารับออเดอร์ เห็นไกด์พูดคุยกับพนักงานขายอย่างสนิทสนม ก็อดแปลกใจไม่ได้ ดิฉันเชื่อว่าเขาคงมาทานอาหารที่นี่บ่อยจนสนิทสนมกับพนักงานขายขนาดนั้น ฉันให้ไกด์จัดการสั่งอาหารไปเลย เพราะดิฉันเชื่อว่าเขาย่อมรู้ดีกว่าดิฉัน ว่าอาหารจานไหนของร้านที่อร่อย จากนั้นเราก็นั่งรออาหารมาเสิร์ฟ

และแล้วพนักงานคนเดิมก็กลับมา หน้ายิ้มระรื่น แต่เดี๋ยวก่อน ในมือของหล่อนมีอะไรบางอยู่ ดิฉันตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อพบว่าสิ่งที่อยู่ในมือของหล่อนคือ “งู” !! โอ้วว มายก๊อด คุณพระช่วย ตาเถร กริ๊ดดดดดดดด ดิฉันอุทานทุกสิ่งทุกอย่างออกมา เพราะงูคือสิ่งที่ดิฉันกลัวมากที่สุด บัดนี้ มันมาเลื้อยอยู่ตรงหน้าของดิฉัน หล่อนจับที่คอของมันอย่างไม่รู้สึกขยะแขยงเลย หล่อนสบตาฉัน ยิ้มหวาน จากนั้นหล่อนก็เอาผ้าชุบแอลกอฮอล์ทาไปตามลำตัวของงูตัวนั้น จากนั้นก็หยิบเอามีดออกมา หันมายิ้มหวานให้ดิฉันอีกครั้ง ก่อนที่จะเริ่มกรีดไปตามผิวของงูตัวนั้นเป็นทางยาวไปตามลำตัวทั้งๆที่มันยังมีชีวิตอยู่ เลือดสีแดงเข้มแบบช้ำเลือดช้ำหนองหลั่งไหลทะลักออกมามากมาย น่าสยดสยองเหลือเกิน ดิฉันไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ทำไมหล่อนถึงได้เลือดเย็นขนาดนั้น จากนั้นหล่อนก็ควักเอาบางอย่างในลำตัวของงูตัวนั้นออกมา ดิฉันเข้าใจว่าน่าจะเป็น “ดีงู” หล่อนก็เอาดีงูนั้นหย่อนลงไปในแก้วที่ใส่เหล้าเตรียมไว้ แล้วเอามาวางอยู่ตรงหน้าของดิฉัน และเชิญชวนให้ดิฉันดื่มเครื่องดื่มในแก้วนั้น

เพื่อนๆลองเดาสิค่ะ ว่าดิฉันจะกล้าดื่มเครื่องดื่มแก้วนั้นหรือไม่ ดิฉันกริ๊ดดดดดดด อีกรอบ ก่อนจะปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด ว่าดิฉันไม่ดื่มแน่นอน สยดสยองเหลือเกิน ไกด์บอกดิฉันว่าทำไมไม่ดื่ม มันเป็นของดีนะ และยิ่งเขาบรรยายสรรพคุณของดีงู ก็ยิ่งทำให้ดิฉันรู้สึกขยะแขยงมากขึ้นไปอีก เขาบอกว่าต้องเอาดีงูตอนที่มันถูกฆ่าตายใหม่ๆ จึงจะมีสรรพคุณเป็นเลิศ มันจะช่วยบำรุงร่างกายและเป็นยาอายุวัฒนะ ดิฉันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น จะเป็นยาวิเศษทำให้ดิฉันสวยขึ้นกว่าเดิม (ซึ่งสวยมากอยู่แล้ว) ดิฉันก็ไม่มีวันที่จะดื่ม ดิฉันบอกปัดเอาไปให้ไกด์ดื่ม ดิฉันต้องกลั้นใจเอามือไปจับแก้วนั้นและผลักแก้วออกไปให้ห่างจากตัวดิฉันให้มากที่สุด ดิฉันบอกไกด์ไปว่า ดิฉันไม่ดื่ม ถ้าเป็นของดีขนาดนั้น ดิฉันยกให้คุณ เชิญดื่มตามสบาย ไกด์ถามฉันเพื่อให้แน่ใจอีกครั้งว่า “Are you sure??” ดิฉันตอบไปว่า “Very Sure!!!” ไม่ทันพูดจบ ไกด์ก็ยกเครื่องดื่มแก้วนั้นกรอกเข้าปาก ดื่มกิน และกลืน “สิ่งนั้น” ลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วทำเสียงซี้ดปากด้วยความสะใจ ความรู้สึกประมาณว่า “แซบอีหลี”

ดิฉันได้แต่อึ้ง มองภาพต่างๆแบบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นี่ดิฉันกำลังฝันไปหรือเปล่า ดิฉันกำลังมาทำอะไรอยู่ที่นี่ ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมดิฉันจะต้องมาชมการแสดงที่แสนจะโหดร้ายทารุณเยี่ยงนี้ มันเกิดอะไรขึ้น ดิฉันกำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ไหนบอกว่าอาหารที่เราจะมาทานกันคือสเต็กไง แล้วนี่มันเป็นสเต็กตรงไหน ตอนนั้นความรู้สึกกลัวเริ่มคลืบคลานเข้ามาในหัวของดิฉัน ดิฉันพยายามเรียกสติสัมปะชัญญะกลับคืนมา ทบทวนและทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ภาพทั้งหมดนี้ มันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ดิฉันแทบไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า ทำไมดิฉันถึงต้องมาเห็นงูถูกฆ่าตายสดๆ ต่อหน้าต่อตา พนักงานคนนั้นหันมายิ้มหวานอีกครั้งก่อนนำซากงูตัวนั้นเดินจากไป ไกด์บอกดิฉันว่า หล่อนจะนำซากงูตัวนั้นไปประกอบอาหารในรูปแบบต่างๆ ทั้งผัด ต้มซุป ทอด และสารพัด และจะทยอยยกออกมาเสิร์ฟทีละอย่าง ในระหว่างที่รออาหารสารพัดรูปแบบจากงูตัวนั้น ดิฉันเริ่มคิดทบทวนและเริ่มเข้าใจสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น

ดิฉันคิดว่า ดิฉันเข้าใจผิดไปเอง ที่เข้าใจว่าไกด์จะพาดิฉันมาทานสเต็ก เพราะจริงๆ เขาพูดว่า “Snake” ไม่ใช่ “Steak” คือเสียง N คนเวียดนามจะออกเสียงเป็น T ทำให้ดิฉันฟังเป็น Steak เมื่อคิดได้ดังนั้น ดิฉันก็กริ๊ดดดดดด ออกมาอีกครั้ง ไกด์มองหน้าดิฉันแบบงงๆ ตอนนั้นรู้สึกอย่างเดียว “กูจะบ้าตาย” ดิฉันคิดว่า จะว่าเขาหลอกดิฉันมากินเนื้องู มันก็พูดไม่ได้ เพราะเขาเองก็บอกดิฉันก่อนแล้ว เพียงแต่ดิฉันฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดเอาเอง ดิฉันรู้สึกผิดมากๆ เพราะถ้าดิฉันเข้าใจว่าเขาจะพามากินเนื้องู ดิฉันต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน

สิ่งที่ดิฉันกลัวอีกอย่างคือ เรื่องค่าอาหาร ดิฉันเดาว่ามันคงไม่ถูกแน่ๆ แต่จะเป็นราคาเท่าไหร่นั้น ดิฉันก็ไม่สามารถคาดเดาได้

และแล้วอาหารสารพัดชนิดที่ทำมาจาก “เนื้องู” ตัวนั้นก็ทยอยออกมาเสิร์ฟ จานแรกคือเนื้องูทอดกระเทียม ซึ่งดูหน้าตาแล้วคล้ายๆไก่ทอด ดิฉันก็รู้สึกกล้าๆกลัว ไม่กล้าทาน แต่หน้าตาอาหารดูไม่ออกเลยว่าทำมาจากเนื้องู ดิฉันเห็นไกด์หยิบกินเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมออกปากเชิญชวนยั่วต่อมตะกละของดิฉันเหลือเกิน ดิฉันคิดว่า ไหนๆมันก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ยังไงอาหารมื้อนี้ ดิฉันคงต้องเป็นคนจ่ายแน่นอน ดิฉันเลยตัดสินใจ ทานเนื้องูมันซะเลย อยากจะรู้เหมือนกันว่ารสชาติมันจะเป็นอย่างไร ดิฉันได้ทานแล้ว ก็รู้สึกว่ารสชาติเหมือนเนื้อไก่มากๆๆ นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นเนื้องู ก็จะไม่รู้เลย นึกว่าเป็นเนื้อไก่ธรรมดานี่แหละ แต่รสชาติการปรุงอาหาร ต้องยอมรับว่าสุดยอดมาก ไม่ต่างกับอาหารในภัตตาคารเลยทีเดียว

จากนั้นอาหารก็ทยอยเสิร์ฟมาเรื่อยๆ ไล่มาตั้งแต่ซุปงู เป็นคล้ายซุปข้นเหนียวๆ ใสๆ หน้าตาคล้ายๆ กระเพาะปลาน้ำแดง อาหารจานต่อไปก็มีเมี่ยงงู คือเป็นเนื้องูเอาไปผัดกระเทียม ทานกับผักนานาชนิด อาหารอีกจานที่อร่อยมากๆคือข้าวเกรียบปากหม้องู เป็นแป้งขาวๆห่อด้วยไส้ ซึ่งก็แน่นอนทำมาจากเนื้องู ดิฉันจำไม่ได้ทั้งหมดหรอกค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง แต่นับคร่าวๆ มีอาหารประมาณ 10 ชนิดได้ ซึ่งอาหารก็ทำมาจากเนื้องูตัวนั้นตัวเดียว พอกลับมานึกถึงภาพของงูตัวนั้นตอนถูกเชือด ก็ทำเอาดิฉันอยากจะคายของเก่าออกมาทั้งหมด ดิฉันกับไกด์ 2 คนพยายามช่วยกันทาน แต่ก็ไม่สามารถทานได้หมด ถือว่าเป็นอาหารมื้อที่อร่อยมาก นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเห็นภาพสยดสยองนั้น และอาหารไม่ได้ทำมาจากเนื้องู ดิฉันยกนิ้วให้ 10 นิ้ว สำหรับความอร่อยของอาหารทั้งหมด

หลังจากทานอาหารเสร็จ เวลาลุ้นระทึกก็มาถึงอีกครั้ง เมื่อพนักงานสาวหน้าเนื้อใจเสือคนนั้น ได้เอาบิลมาให้ดิฉัน ดิฉันก็ตกตะลึงกับค่าอาหาร ราคาค่าอาหารทั้งหมดคือ 250 ดอลล่าร์อเมริกา ตกประมาณ 1 หมื่นบาท ดิฉันแทบหมดสติ ไม่คิดว่าราคาจะแพงได้ถึงขนาดนั้น ดิฉันมั่นใจอย่างแน่นอนว่า ดิฉันจะต้อง “ถูกฟัน” แน่ๆ แต่ตอนนั้นดิฉันยังไม่เอาเรื่องนี้มาคิดติดใจอะไร ดิฉันคิดแค่ว่าคงต้องยอมจ่ายค่าอาหารไปก่อน เพราะคงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว คิดซะว่าเป็นบทเรียนราคาแพงก็แล้วกัน ทำใจซะเถอะ ดิฉันพยายามปลอบใจตัวเอง ดิฉันเอากระเป๋าเงินออกมานับเงินสดที่มีอยู่

ปรากฎว่าดิฉันไม่มีเงินพอจ่ายค่าอาหาร ตายแล้วว !!!!! แล้วทีนี้ดิฉันจะทำยังไงดีล่ะ !!



(อ่านต่อตอนหน้านะค่ะ)





Create Date : 25 สิงหาคม 2548
Last Update : 25 สิงหาคม 2548 3:08:08 น. 21 comments
Counter : 1730 Pageviews.

 
สเนค สเต๊ก เหอ ๆ ไม่กล้าทานอะคะ ว่าแต่ว่าทำไมแพงจังเลยอะ


โดย: Angel Tanya วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:3:17:11 น.  

 
อี้ๆๆๆๆ ขยะแขยง ยังไงก็ไม่กินๆๆๆ เด็ดขาดคร้าบบบ (แถมแพงอีกอะ) แต่ว่าเล่าสนุกดีครับ อ่านไปหยะแหยงไป ฮาไป สงสัยคุณคงกรี้ดไปหลายรอบนะครับทริปนี้ เหอๆ รออ่านต่อครับ และขออนุญาตแอดเป็น friend's link นะคร้าบบ


โดย: เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:4:25:17 น.  

 
(เราออกอาการเกินไปป่าวเนี่ย 555555) ก็มันหยะแหยงจริงๆ อะ เกลียดงูและสัตว์เลื้อยคลานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: เมื่อลมแรง...ใบไม้ก็ร่วง วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:4:26:42 น.  

 
หัดทานไว้นะคะ อีกหน่อยโลกเกิดวิกฤต จะได้ไม่อด แฮ่ๆ


โดย: แตนต่อย วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:6:09:24 น.  

 
ดีนะที่กินเนื้องูถ้าเป้นเฒ่าหัวงูจะน่ากลัวกว่านี้อีก


โดย: sevenlotus วันที่: 25 สิงหาคม 2548 เวลา:14:19:23 น.  

 
ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมาอ่านนะค่ะ ตอนทานเนื้องู คิดในใจว่า เอาละว่ะ ครั้งหนึ่งในชีวิต ไหนๆก็ๆไหนๆแล้ว คิดว่าคงไม่กินอีกแน่นอนค่ะ เป็นคนรักสัตว์ค่ะ แม้ว่าจะเป็นสัตว์ที่ตัวเองรู้สึกขยะแขยง ก็ไม่อยากเห็นมันตายต่อหน้าต่อตานะค่ะ


โดย: candy (candy perfume girl ) วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:2:46:00 น.  

 
อยากเห็นงูเวียดนามจัง


โดย: ปุ๋ยเอง (สวย ส่ายสุดๆ ) วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:8:57:12 น.  

 
สวัสดี คุณ candy perfume girl ไม่ทราบคุณได้รับข้อความส่วนตัวจากดิฉันรึยัง แต่จะได้รับแล้วไม่อ่าน ได้รับอ่านแล้วไม่สนใจก็ตาม ดิฉันไม่สนใจแล้ว บอกได้อย่างเดียวว่าดิฉันก็ไม่ปล่อยคุณแน่เหมือนกันค่ะ อย่านึกนะคะ ว่าตัวเองอยู่ในที่มืด แล้วคอยซุ่มทำร้ายดิฉันในที่สว่างได้เรื่อยๆ ถึงเวรกรรมมันไม่มีผลกับคนอย่างคุณ แต่ดิฉันคงไม่งอมืองอเท้าให้คุณกระทืบเล่นแน่ๆ

อ้อ จะไปปลอมตัวเล่นที่บอร์ด Forward ยังไงก็ทำให้หนำใจก่อนจะไม่ได้ทำอีกนะคะ


โดย: Dirrty Girl IP: 203.113.76.74 วันที่: 1 กันยายน 2548 เวลา:1:17:15 น.  

 
อย่ามาลามปามนะค่ะ คนอย่างดิฉันเปิดเผยอยู่เสมอ ไม่เคยลอบกัดใครก่อน ใครดีมา ดิฉันก็ดีกลับไป ใครร้ายมา ดิฉันก็ร้ายกลับไป มันก็สาสมนี่ค่ะ

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง (ขอยืมคำพูด drop เอามาใช้) ไม่เคยได้ยินเหรอค่ะ


โดย: candy perfume girl วันที่: 2 กันยายน 2548 เวลา:1:28:26 น.  

 


โดย: ปุ๋ย พันธุ์ทิพย์ IP: 203.118.73.114 วันที่: 26 กันยายน 2548 เวลา:2:24:20 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ


โดย: it ซียู วันที่: 30 กันยายน 2548 เวลา:17:21:59 น.  

 
แวะมาอ่านครับ เล่าได้สนุกมากครับ น่าติดตาม


โดย: G.P. Agrawal วันที่: 6 ธันวาคม 2548 เวลา:4:20:57 น.  

 
สนุกมากๆเลยค่ะ จะติดตามตอนต่อไปนะคะ


โดย: คุณหญิงเจมส์ IP: 58.9.159.89 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:08:38 น.  

 
สวัสดีคุณน้องหญิงเจมส์ คุณพี่ไม่ได้อัพเดตมาปีนึงได้แร๊วมั๊ง โฮะๆๆ ขอบคุณค่ะที่แวะมาอ่าน เนื้องูอร่อยนะค่ะ โบก โฮะๆๆๆ


โดย: candy perfume girl วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:07:07 น.  

 
อยากอ่านต่อ มาอัพเรวๆๆอิอิอชอบๆๆๆ


โดย: ชินจังน้อย IP: 125.24.226.142 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:05:24 น.  

 
หวัดดีอาทค่ะ ขอบคุณค่ะที่แวะมาอ่านบล๊อคของพี่นะค่ะ ช่วงนี้ยุ่งจนไม่มีวันอัพบล๊อคเรยค่ะ ถ้ามีเวลาจะเล่าให้จบ (จนได้) นะค่ะ


โดย: candy perfume girl วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:53:37 น.  

 
อัพต่อเลยค่ะ...อัพต่อ
อยากรู้ว่าพี่ไกด์จะช่วยจ่ายที่เหลือให้ไม๊คะ..ก็กินด้วยน่ะ..(แอบโกรธแทน...555)

ขอบคุณนะคะ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของคุณแคนดี้
เพราะฮานอยนี่ได้ยินมาเยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะผู้หญิงเดินทางคนเดียว
ขนาดพี่สาวอิชั้นว่าเป็นหญิงมั่น เขี้ยวลาก และระวังตัวสุดยอดแล้ว
ยังโดนโกงที่โรงแรมเลยค่ะ...

แต่อร่อยใช่ไม๊คะ...


โดย: จันทร์สวย วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:4:05:14 น.  

 
แหมไม่อยากจะบอกว่าอร่อย ถ้าไม่ติดว่าถูกโกงราคาค่ากิน เรานี่ต้องให้ที่บ้านโอนเงินมาให้ อุตส่าห์ไปครั้งแรก แบบว่าเสียความรู้สึกอย่างแรง ยังไม่ทันออกจากฮานอยก็เกิดเรื่องซะล่ะ เฮ้อออ


โดย: candy perfume girl วันที่: 31 มีนาคม 2550 เวลา:0:53:25 น.  

 
พวกนี้กินอะไรกันแปลกๆ เนื้องู แหยะ ว่าแต่มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอเผื่อจะลองแวะไปหาทานตามร้านอาหารป่าแถบชานเมืองดูบ้าง เงินหมื่นแลกกับงูตัวเดียว โหยเสียดายอ่ะ เอาไปทำไรได้อีกตั้งเยอะ แต่พี่ก็คิดซะว่าเป็นรสชาตของชีวิต และรสชาตจากเนื้องูที่ไม่น่าจะมีใคร(อยาก)ได้สัมผัสแล้วกันนะคะ

-*-


โดย: ซูฉี so close IP: 203.156.68.79 วันที่: 3 สิงหาคม 2550 เวลา:2:25:13 น.  

 
แวะมาทานที่อิสาณสิ...ก็คนมันจน..รับรองมาทานที่อิสาณจะคิดแค่ตัวละ 150 บาทเท่านั้น 5555


โดย: แขมร IP: 125.26.111.109 วันที่: 12 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:54:26 น.  

 
ใครที่กำลังคิดไปเที่ยวฮานอยกับบริษัททัวร์ โปรดระวังและต้องอ่าน คณะเราโดนมาแล้ว คือว่าเราซื้อทัวร์มาฮานอย ฮาลอง 3 วัน 2 คืน ในทริปที่เดินทางไปอ่าวฮาลอง ไกด์จะให้แวะร้าน ไข่มุก ร้านยาจีน ร้านกาแฟ ระหว่างทางเพื่อให้เข้าห้องน้ำกัน และมีการเชิญชวนจากร้านต่างๆเพื่อให้ซื้อของตามความสมัครใจของแต่ละคน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรที่ต้องวื้อของเหล่านี้เพราะที่เมืองจีนก็มีแบบนี้ จนกระทั่งขากลับมีการให้แวะร้าน หยก ก็เหมือนร้านอื่นๆมีคนพูดไทยได้มาแนะนำการดูหยกและบอกว่ากำลังจะมาตั้งร้านในเมืองไทยแถวสีลม และบอกว่าวันนี้พวกเราโชคดีมีลูกเจ้าของร้านชื่อคุณหนูอยู่ และเรียกเข้ามาพบพวกเรา เป็นสาวแต่งกายดีมาแนะนำตัวว่าเป็นลูกเจ้าของร้าน ปกติอยู่อ่องกง เพิ่งมาเวียดนามได้ 6 วันพูดภาษเวียดนามไม่ได้คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง วันนี้ดีใจที่พบคนไทยจะได้คุยภาษาไทยเพราะ เคยอยู่เมืองไทยแถวจันทบุรี แนะนำตัวว่าชื่อเจนจิรา( เราเข้าดูใน web ของคนที่เคยโดนแบบเราเมื่อปีที่แล้ว มันบอกว่าชื่อ บัว) มาแนะนำการดูหยกไม่อยากให้คนไทยโดนหลอก และก็พาไปดูที่ตู้ใส่หยกแสดงความแข็งของหยกโดยการตัดกระจก และบอกว่าจะลดราคาให้ และมันก็ลดราคาแหลกจาก 280 US มันก็ลดลง เหลือ 100US คนขายคนอื่นก็ทำท่าเป็นว่า คุณหนูจะขายราคานี้ไม่ได้ เดี๋ยวปาป๋าจะว่าเอา(เล่นละครก็ทั้งร้าน) นางนี่ก็บอกว่าชั้นเป็นเจ้าของร้านจะลดไม่มีปัญหา แต่นี้ไม่เท่าไรเพราะของห้องนี้เป็นพวกหยกอาบน้ำราคาไม่สูงมาก แล้วมันก็พาเข้าห้องเล็กอีกห้องที่อยู่ติดกัน( พวกเรามาเรียกทีหลังว่าห้องเชือด) มันบอกว่าห้องนี้เป็นของลูกค้าสั่งทำ ของทุกชิ้นในห้องนี้มีใบรับประกัน
แต่มันก็บอกว่าถ้าสนใจก็เอาไปก่อนได้ มันลดราคามากกว่าครึ่งต่อครึ่ง หลายคนเริ่มเคลิ้มพวกมันหว่านล้อมเล่นกันเป็นทีม คณะเราไอ้คนที่เขี้ยวๆก็หลวมตัวหมดกันไปหลายหมื่นเพราะเชื่อมัน พอกลับขึ้นมาบนรถเริ่มรู้สึกตัวว่า โง่ ซื้อไปได้อย่างไร สรุปว่าคณะเราโดนไปเป็นแสน และมาดูๆเปรียบเทียบก็คิดว่าของราคา 1000 มันขาย 10000 แพงเป็น 10 เท่า จึงอยากเตือนคนที่จะไป ฮาลอง โปรดระวังเราไปกันเมื่อต้นเดือนมีนา 2554 ก่อนไปไม่ได้อ่านเจอคำเตือนใน web กลับมาอ่านเจอคนที่เหมือนเราเลยเขาไปเมื่อปีที่แล้ว มันเล่นละครเหมือนเราเลยแต่ใช้ชื่อว่าบัว จงช่วยกันกระจายข้อความนี้เพื่อเตือนคนที่จะไปเที่ยว


โดย: กาแฟ IP: 58.9.118.239 วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:22:42:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

candy perfume girl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add candy perfume girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.