ไม้หอมไทย
ขอเล่าเรี่องหน่อยค่ะด้วยความที่เป็นคนที่ชื่นชอบและหลงไหลไม้ไทยเป็นที่สุดค่ะก็สรรหา เสาะหา สายพันธ์ไม้ไทยมาปลูกค่ะเมื่อตอนเด็กๆ เห็นบ้านคนรวยเค้ามีพื้นที่ปลูก ดอกนมแมว สารภี จำปี จำปา ก็เดินผ่านได้กลิ่นหอมแตกต่างกันไป เช้าก็กลิ่นนี้ เย็นก็กลิ่นนั้น แอบเด็ดมาดมประจำโตขึ้นจึงจำฝังใจไม่เคยลืมยังไงซ่ะก็ปลี้มไม่รู้ลืมค่ะ วันนี้หาไม้ดอกหอมมาให้ชมค่ะ

กระดังงาไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cananga Odorata (Lamk.) Hook. F.et Th.

วงศ์ : ANNONACEAE
ชื่อสามัญ : Ilang – ilang
ชื่ออื่น : กระดังงา กระดังงาใหญ่ สะบันงา สะบันงาต้น
กระดังงาไทยเป็นไม้ยืนต้น เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดความสูงประมาณ 8-15 เมตร ออกดอกตลอดทั้งปี ออกดอกเป็นช่อ ๆ ช่อละ 3-6 ดอก กลีบดอกอ่อนนุ่น เรียวยาวและบิด มี 6 กลีบ ดอกอ่อนสีเขียว เมื่อบาน
จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมรุนแรง ขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ดและตอนกิ่ง ส่วนใหญ่นิยมขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด เพราะเมล็ดหาง่าย และเพาะให้งอกได้อย่างรวดเร็ว กระดังงาไทยชอบอยู่กลางแจ้งในสภาพดินที่มีความชุ่มชื้นสูง สำหรับ ผู้ที่ต้องการจะปลูก จำเป็นจะต้องมีพื้นที่หน้าบ้านพอสมควร เพราะกระดังงาไทยเป็นไม้เป็นไม้ยืนต้นขนาดค่อนข้างใหญ่

กระดังงาสงขลา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cananga odorata Hook.f. et Th. Var. fruticosa (Craib) J.Sincl. วงศ์ : ANNONACEAE
ชื่ออื่น : กระดังงาสาขา (กรุงเทพฯ) กระดังงาเบา (ใต้) กระดังงอ (ยะลา)
กระดังงาสงขลา เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1-3 เมตร แตกกิ่งมาก ใบหนาเป็นทรงพุ่มแน่น ออกดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกระจุกที่บริเวณปลายกิ่ง กลีบดอกมีสีเหลือง กลีบเรียวยาวบิดเป็นเกลียวและอ่อนนิ่ม มีกลีบดอก 15-24 กลีบ เรียงตัวหลายชั้น ชั้นละ 3 กลีบ กลีบยาว 5-9 เซนติเมตร ดอกอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อเริ่มบานจึงเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ดอกมีกลิ่นหอมแรง ออกดอกได้ตลอดทั้งปี นิยมปลูกเป็นไม้ประดับโชว์ทรงพุ่มสวยงาม ดอกมีกลิ่นหอม และดอกยังนิยมนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอกระเหย กระดังงาสงขลาขยายพันธุ์ได้ง่ายด้วยการตอนกิ่ง กิ่งตอนออกรากง่าย ชอบดินที่มีความชุ่มชื้นสูง และชอบแสงแดดจัด






บุนนาค

ชื่อวิทยาศาสตร์ Mesua ferrea L.
ชื่อวงศ์ GUTIFERAE (CLUSIACEAE)
ชื่อ พื้นเมือง(Common name) ก๊าก่อ ( กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) ก้ำก่อ ( ชาน แม่ฮ่องสอน) บุนนาค ( ทั่วไป) ปะนาคอ ( มาลายู ปัตตานี) สารภีดอย( เชียงใหม่) นาคบุตร( ใต้)
ชื่อสามัญ Iron wood, Indian rose chestnut
ลักษณะต้น บุนนาคสามารถมีอายุเป็นร้อยปีขึ้นไป แต่ว่าการเจริญเติบโตช้า บุนนาคได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้ใหญ่ดอกสวยงามและหอม นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นไม้ที่มีใบสวยงามอีกด้วย บุนนาคเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ ขนาดต้นสูงได้มากกว่า 25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มรูปกรวย ลำต้นเรียบ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่ๆ สลับกัน ทรงใบรูปหอกแหลมเรียวปลาย ด้านบนใบเป็นสีเขียวด้านล่างเขียวอ่อนเกือบขาว
ขนาด ของใบกว้างประมาณ 3 ซม. ยาวไม่เกิน 12 ซม. ดอกออกเป็นช่อ ช่อละ 3-4 ดอก ขนาดดอกบานเต็มที่ประมาณ 6.5-9 ซม. กลีบดอกสีขาว หรือสีเหลืองอ่อนเรียง 2 ชั้นสลับกันชั้นละ 2 กลีบ เกสรตัวผู้มีมากกระจุกเป็นฝอยสี เหลือง สดใส ดอกมีกลิ่นหอมมาก ออกดอกในช่วยเ
ดือนมีนาคม ถึงกรกฎาคมทุกปี บุนนาคชอบความชื้นในอากาศสูง เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้กลางแจ้ง ให้ร่มเงา ดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนซุยสามารถเก็บความชื้น ได้สูง อาจหาวัสดุคลุมดินช่วย การขยายพันธุ์ การเพาะเมล็ด จะดีที่สุด วิธีอื่นจะได้ต้นที่ไม่สมบูรณ์ แต่จะใช้เวลาในการปลูกนานมาก คือไม่ต่ำกว่า 6 ปี จึงจะออกดอก การตอนกิ่ง พบว่าออกรากยากมาก แต่ก็เป็นวิธีการที่จะช่วยให้ออกดอกได้เร็วขึ้น






เข็มหอม

ชื่อวิทยาศาสตร์:Ixora finlaysonia wall. ex 6. Don ชื่อวงศ์ :RUBIACEAE

ชื่อสามัญ:siamese white Ixora
ชื่ออื่นๆ :เข็มพวงขาว
ลักษณะทั่วไป
ไม้พุ่มสูง 1-3 เมตร สำต้นขนาดเล็ก แตกกิ่งใกล้ผิวดินจำนวนมาก แต่ละต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางของ
ลำต้น 1-2 เซนติเมตร เปลือกสีดำหรือม่วงเข้ม ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ใบรูปรีแกมขอบขนาน หน้าใบมัน มีสีเขียวเข้ม หลังใบสีอ่อนกว่าและเห็นเส้นใบชัดเจน ช่อดอกสีขาว ออกที่ปลายยอด มีเส้นผ่าศูนย์กลางช่อดอก 8-18 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงสีเขียวรูปถ้วย ปลายแยกเป็นกลีบ โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็ก ๆ ยาว 2.5-3 เซนติเมตรปลายหลอดมีกลีบแยกจากกันเป็น 4 กลีบ แต่ละกลีบรูปไข่กว้าง 0.3
เซนติเมตร ยาว 0.6 เซนติเมตร เมื่อดอกบานมีเส้น ผ่าศูนย์กลาง 1.2-2 เซนติเมตร ดอกย่อยภายในช่อดอก
เดียวกันบานในเวลาใกล้เคียงกัน ดอกที่บานใหม่ ๆ จะมีสีขาว บริสุทธิ์ เมื่อใกล้โรยจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ดอกมีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี



กระทิง


ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calophyllum inophyllum L
มีชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ: กระทิง กากะทิง (ภาคกลาง), ทิง (กระบี่), เนาวกาน (น่าน), สารภีทะเล (ประจวบคีรีขันธ์), สารภีแนน (ภาคเหนือ)
เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาด ใหญ่สูง 20 – 25 เมตร เปลือกเรียบสีเทาอ่อนหรือน้ำตาลปนเหลือง เปลือกในสีชมพูเนื้อไม้สีน้ำตาลปนแดง ใบเป็นใบเดี่ยว ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกลม สีเขียวเข้ม กิ่งอ่อนเกลี้ยง ยอดอ่อนเรียวเล็ก ปลายทู่ ออกดอกเป็นช่อสั้นที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง มีดอกย่อย กลีบดอกสีขาว เกสรเพศผู้สีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ผลเป็นผลสดทรงกลม ปลายผลเป็นติ่งแหลม เมื่อสุกจะมีสีเหลืองการดูแลรักษาทำได้โดยชอบดินร่วนปนทรายหรือดินทราย ความชุ่มชื้นปานกลาง

ทิวา ราตรี


ชื่อวิทยาศาสตร์ Cestrum Diurnum L.

ชื่อสามัญ Day Cestrum
ทิวา ราตรี เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 2 - 5 เมตร แตกกิ่งยืดยาวจำนวนมาก เป็นไม้ดอกหอมสกุลเดียวกับราตรี คนไทยรู้จักกันมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ออกดอกดกส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ใบมีลักษณะรูปรีแกมใบหอกขอบ ใบเป็นคลื่น ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบที่ปลายกิ่ง ดอกเล็ก มี 5 - 6 กลีบ ปลายกลีบม้วนออกกลิ่น หอมตอนกลางวัน เมล็ดแก่เป็นสีดำซึ่งต่างจากราตรีที่เป็นสีขาว ออกดอกตลอดปี ทิวาราตรี เป็นพรรณไม้ชอบ แดดจัดหรือแดดเต็มวัน ชอบดินชุ่มชื้น ธาตุอาหารสมบูรณ์ หมั่นตัดแต่งกิ่ง พรวนดินและใส่ปุ๋ย กิ่งที่แตกใหม่จะแข็งแรง และจะทำให้ดอกดกตลอด





Create Date : 09 กันยายน 2553
Last Update : 9 กันยายน 2553 1:08:10 น.
Counter : 1848 Pageviews.

7 comments
  
โดย: smartmome วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:1:09:10 น.
  
ที่บ้านก็มีกระดังงาสงขลาเหมือนกันค่ะ
โดย: Van - แว่นแว่น (cheering ) วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:12:55:53 น.
  
บ้านคุณแว่นแว่นมีกระดังงาสงขลา ส่วนบ้านภูผามีกระดังงาไทยค่ะ ตอนนี้ต้นเริ่มใหญ่แล้วกะว่าจะทำเป็นซุ้มเลยค่ะ
โดย: ภูผา กะ วาริน วันที่: 9 กันยายน 2553 เวลา:21:50:05 น.
  
บุนนาค กะ ทิวาราตรี สวยจริง



*~*~*~*..แวะมาทักทายจ๊ะ..ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..*~*~*~*

..HappY BrightDaY..
โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 22 กันยายน 2553 เวลา:15:42:50 น.
  
สวยมากครับ
โดย: หล่อสุดใน3โลก IP: 61.7.178.19 วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:15:07:30 น.
  
สวยจุงเบย
โดย: 3โลก IP: 61.7.178.19 วันที่: 20 สิงหาคม 2556 เวลา:15:08:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

smartmome
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มีความสุขกับการได้ดมดอกไม้ไทย ชอบ และหลงใหลในความมีพลังในการรักษาโรคของสมุนไพร และรักงานผ้ามักมัก
กันยายน 2553

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
9 กันยายน 2553