ตุลาคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
27
28
30
31
 
 
อาหารการกิน ยามน้ำท่วม
เวลาพูดถึงอาหารการกินยามน้ำท่วม หลายคนมักนึกถึง มาม่า , ปลากระป๋อง กันซะส่วนมาก

แต่หลังจากที่เราน้ำท่วมมา สัปดาห์กว่าๆ ขอบอกว่า มาม่ากินแค่ ๓ ครั้ง เองค่ะ เนื่องจาก อยากกินอะไรเผ็ดๆ ร้อนๆ ตอนดึกๆ

ส่วนปลากระป๋องของน้องแมว มีสำรองประมาณโหลนึง ต่อ เดือนอยู่แล้วค่ะ




เราก็บอกไม่ถูกนะ ว่าเรามีอะไรบ้างนะ เพราะมันสะสมๆ มานานเยอะแยะหลากหลาย และบ้านเราก็ค้าขายพวกของแห้งของหมักดองด้วย เลยมีเยอะ

แต่เขียนมาให้อ่าน เผื่อเป็นประโยชน์นะคะ เผื่อเพื่อนยังสามารถ ซื้อหาบางอย่างไปใช้ได้







ที่บ้านเรา ชอบกินไม่เหมือนกัน ก็เลยต่างคนต่างซื้อ
พ่อ กับแม่เราขายของที่ตลาด ใกล้ร้านขายส่ง เวลาจะซื้ออะไรที เลยซื้อยกทีเป็นโหลๆ ชุดๆ
เป็นอย่างนี้กันมาก่อนน้ำท่วมแล้วค่ะ

ของที่ซื้อพ่อแม่ประจำ ก็มี ปลากระป๋อง,มาม่า,คัพโจ๊ก,ดื่ม,ไข่-ไข่เค็ม,น้ำตาล,ข้าวสาร ซื้อที ๒-๓ ถัง,นม-นมถั่วเหลือง,น้ำ

ของอื่นที่ซื้อสำรองไว้ก็พวก
แก๊สสำรอง ๑ ถัง(มีใช้ ๑ ถัง กับ ปิคนิคอีก ๑ อยู่แล้วค่ะ),อาหารเม็ด-หมาแมว, ฯลฯ


ส่วนเราชอบซื้อน้ำพริกแห้ง,น้ำพริกแกงโลโบ้,ปลาทูน่ากระป๋อง,ข้าวกล้อง,มาม่า(รสที่ตัวเองชอบ) มักกะโรนี,คอนเฟลก,แครกเกอร์,ขนมปัง,แยม,ข้าวกล้อง ฯลฯ ส่วนใหญ่จะเป็นขนมซะมากกว่า พอเงินเดือนออกสักอาทิตย์นึง ก็จะซื้อทีเป็นพัน ตุนไว้ทีเดียวค่ะ เพราะว่าทำงานทั้งวันไม่ค่อยได้มีเวลาไปไหน
กลับมาดึกๆ หาของกินยาก ของในเซเว่นก็เบื่อ
เวลาไปบิ๊กซี หรือ โลตัส เลยซื้อไว้ทีละเยอะๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เวลาเตรียมตัว ก่อนน้ำมา ถ้าของในบ้านไม่เยอะ มีผู้ชายหลายคน ช่วยขนตู้เย็นขึ้นบ้านก่อนก็ดีค่ะ

เพราะว่า ช่วยยืดอายุของสด ในตู้เย็น และยังจะมีอะไรเย็นๆ ให้ดื่ม ให้กินได้อีกหลายวัน
แม้จะถอดปลั๊ก หรือ ตัดไฟ ก็ยังเย็นอยู่ได้เป็นวันๆ


แต่ว่าบ้านเรา พึ่งเอาขึ้นมา วันท้ายๆ นี้ (ท่วมมา ๔-๕ วันแล้ว) เพราะก่อนหน้านี้ มัวแต่ขนของอื่น ไม่มีแรงยกตู้เย็น หรือ เครื่องซักผ้า ขึ้นบ้าน ได้แต่เอาขึ้นเตียงไว้ แต่ช่วงหลังน้ำมันปริ่มๆ เตียงแล้ว

ถ้าอยู่คนเดียว ยกไม่ไหว ก็ุถอดปลั๊กไว้ ทยอยเอาอาหารออก ให้หมด
ถ้าน้ำมาจริง เห็นว่า ปิดฝา และคว่ำหน้า มันก็ลอยของมันเองได้(เพื่อนในกระทู้ข่าวบอกมาค่ะ)


***อย่าลืมถอดปลั๊กนะคะ ถ้าจะไม่เอาขึ้น หรืออพยพออกข้างนอก เพราะหลายคนมักจะลืมจุดนี้
+++++++++++++++

วันแรกๆ ที่ไม่ได้เอาตู้เย็นขึ้นมา
เราก็ต้องโกยขึ้นมาหมดตู้เลยค่ะ

มีเนื้อหมูสดอยู่ประมาณ กิโลนึงมั้งคะ, และก็น่องไก่ ไม่แน่ใจว่า ๑-๒ กิโล, และก็ไก่ยอ


แม่ก็เอาล้าง และต้ม ใส่เกลือนิดหน่อยให้สุกไว้ก่อน
และก็แบ่งมาทำอาหาร ที่เหลือก็อุ่นให้เดือด วันต่อวันค่ะ ไว้ใช้วันต่อๆ ไป
เมนูก็ ต้มยำบ้าง,ต้มผักกาดดองบ้าง
วันท้ายๆ ก็เอามาทอด ได้หมูทอดเนื้อนุ่มๆ

แต่กินไม่หมด อุ่นแล้วอุ่นอีก กลายเป็นหมูเหนียวๆ เหมือนหมูแดดเดียวเลย ๕๕๕๕๕๕


+++++++++++++++++

อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ คง เป็นเตาแก๊ส เพราะน้ำไม่ไหล ไฟไม่ติด ยังไง ก็ยังทำอะไรกินได้
ถ้าตอนแรกวุ่นๆ กับการยกอย่างอื่น ปล่อยมันไว้ก่อนก็ได้ค่ะ ค่อยเอาขึ้นทีหลัง ถังแก๊สมันลอยน้ำได้ด้วยตัวเอง แต่ว่า ระวังหัวแก๊สหน่อยนะคะ เดี๋ยวเปียกแล้วจะจุดไม่ติดเอา
กับหัวถัง หาอะไรผูกไว้ให้มันลอย มันจะได้ไม่เป็นสนิม
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++=

ที่บ้านปลูกพริกในกระถางค่ะ วันแรกๆ พ่อลงไปเด็ด วันหลังๆ ยกกระถางขึ้นบ้านเลย พร้อมกับต้นตะไคร้
จริงๆ ปลูกกระเพรา โหระพา ในกระถางด้วย จมน้ำไปแล้ว แต่ก็ไม่เสียดาย เพราะเราคงไม่มีเนื้อสัตว์มาผัด

แม่ก็มีพวกหอม พวกกระเทียม เตรียมไว้บ้าง

พริก น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำมัน ของคู่บ้าน ที่ขนมาจากข้างล่าง


==================================================


ส่วนใหญ่เราจะตื่นสายๆ ตื่นมาก็ชงกาแฟ ใส่คอนเฟล็กซ์ กินรองท้องก่อน
ระหว่างวัน ขนมเราก็คอนเฟล็กซ์นี่แหละค่ะ กรอบๆ จืดๆ อิอิ
กินได้เป็นอาทิตย์เลย


เมนูแม่แต่ละวันก็
"ยำไก่ยอ"
"ไก่ยอทอด"
"ต้มยำหมู" (จากต้มยำก้อน และก็น้ำพริกเผา ใส่ตะไคร้ กับมะนาวเพิ่ม ของเก่าจากในตู้เย็นทั้งนั้นค่ะ)
"ต้มผักกาดดอง"
"ยำผักกาดดอง"
"ยำกุ้งแห้ง"
"หมูทอด"
"ตำมะเขือเปราะ ปูเค็ม" (เมนูล้างตู้เย็น)

ส่วนเราก็
"มาม่า"
"แกงกะหรี่ กล้วยหอมดิบ" เอามากินกับหมูทอด
"ไข่ดาว"
"แกงป่า กล้วยดิบ"




"กล้วยดิบ" อย่ามองข้ามนะคะ มีคนเขาเอากล้วยหอมดิบมาให้ ตั้งไว้หลายวัน มันก็ไม่เหลือง แม่ก็เอามาลองต้มดู ส่วนเรา ก็เอามาแกงซะงั้น ๕๕๕๕๕๕๕๕
เคยเห็นคนใต้แกงกะทิใส่กล้วยได้ มันมันๆ ฝาดๆ นิดๆ ก็เลยลองใส่ดู สมมติว่าเป็นมันฝรั่ง ก็กินได้นะคะ

เอามาทอด แล้วคลุกเกลือหน่อยๆ แบบเฟรนฟรายก็ได้
หรือจะทอดแบบกล้วยแขก (แต่อาจจะไม่กรอบเท่าร้าน เพราะไม่มีน้ำปูนใส)

แอ๊ปเปิ้ลในตู้เย็น ก็เก็บได้หลายวัน เอามาข้างนอกก็ยังพออยู่ไหว สัปดาห์แรก มีแอ๊ปเปิ้ล กับพุทราลูกโตกินกันค่ะ




==============================================================

ใครที่ยังไม่รู้จะทำอะไรกิน แต่มีแก๊ส มีข้าวสารเยอะ
ให้นึกถึงเมนู ข้าวต้มก่อนค่ะ เพราะยังไงแล้ว ถ้ากินข้าวสวยไม่หมด ก็ต้องเอามาอุ่นแล้วอุ่นอีก ที่สุดแล้วก็ต้องกินเป็นข้าวต้ม จะเป็นข้าวต้มเครื่อง หรือข้าวต้มกุ๊ยก็ได้


กับข้าว ข้าวต้ม ที่เก็บได้นาน มีหลายอย่างค่ะ จะปรุงก็ได้ ไม่ปรุงก็ได้ จะกินกับข้าวสวย หรือ เอามาดัดแปลงเป็นข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยวผัดก็ได้นะคะ

ตัวอย่างเช่น
ไข่-ไข่เค็ม
กุ้งแห้ง
ไชโป๊ว
ผักกาดดอง
ไข่เค็ม
ปูเค็ม(ล้างลวกก่อนก็ดีนะคะ)
เต้าหู้ยี้
กุนเชียง
ปลาหมึกปรุงรส หรือปลาหมึกแห้ง
ฯลฯ

หรือถ้าไม่มีกับจริง คนตจว.อย่างแม่เรา แนะนำ ข้าวต้มใส่เกลือก็ได้ เพียงให้มีไว้รองท้อง

,,,,,

หรือถ้าใครไม่ชอบข้าวต้ม ชอบข้าวผัดก็เอาข้าวเย็นดัดแปลงได้นะคะ (แต่เราไม่ถนัดข้าวผัด ไม่ค่อยชอบกิน)


=========================================================

หาซื้อข้าวสารไม่ได้ ทำไงดี
ถ้าเป็นเรา เราคงซื้อเส้นหมี่ไวๆ แบบไว้ปรุงอาหาร หรือ เส้นเล็ก หรือ วุ้นเส้น เอามาดัดแปลงเอาค่ะ

แค่ลวกกินปรุงรส หรือ จะผัด
หรือ จะลวกมากินกับแกง ก็ยังทำได้
แต่ว่า คุณจะหาซื้อได้ในปริมาณเพียงพอหมุนเวียนกับอาหารอื่น ได้หลายวันหรือเปล่า เท่านั้นเองค่ะ



นอกจากนี้ ก็พวกขนมปัง
ถ้าเป็นขนมปังสด นุ่มๆ อาจจะเก็บได้ไม่กี่วัน ประมาณ ๑ อาทิตย์ได้มั้งคะ
ลองดูเป็นพวกแครกเกอร์,คุ๊กกี้, ซีเรียล
หรือบางคน พวกธัญหาร ใส่น้ำ กินได้เลย พวกเนสวิต้า ฯลฯ


ส่วนโปรตีน ถ้าหาเนื้อสัตว์ไม่ได้ ก็ได้จากพวกถั่ว ก็ได้นะคะ

-----------------------------------------
เรายังอยากได้เมล็ดถั่วเขียวเลย เผื่ออยากหวานก็ต้มน้ำตาล หรือจะเพาะถั่วงอก ไว้กิน อาทิตย์ถัดไป ก็ดีเหมือนกัน



ช่วงนี้ร้อนจัด ถ้ามีเย็นๆ หวานๆ กินบ้าง ก็จะช่วยให้สดชื่นขึ้นมาได้ค่ะ




สถานการณ์อย่างนี้ บางทีก็ลืมหิว, กินก็กินได้ไม่มากนักหรอกค่ะ ช่วยประทังชีวิตกว่าน้ำจะลด
แต่ถ้าอาหารการกิน รสชาติดี เราก็จะไม่รู้สึกว่า เราต้องทนทุกข์ ทรมาณ สักเท่าไหร่นะคะ



บางทีเรายังไม่ทันทำเลย มีเพื่อนบ้าน เอาข้าว เอาอาหารมาให้ เราก็ไม่เอาเปรียบเขาข้างเดียว ก็ทำอะไรให้เขาบ้าง เอาอาหารเราไปให้เขาบ้าง ถือเป็นการแลกเปลี่ยนกัน
ยามยากอย่างนี้ ต้องช่วยๆ กัน


อ้อ อย่าลืมเรื่องความสะอาดด้วยค่ะ ควรจะเป็นอาหารที่ปรุงสุก ในสภาวะอากาศร้อนอย่างนี้ น้ำก็ท่วม ส้วมก็หายาก เชื้อโรคก็คงจะเยอะ



===============================================================

ส่วนวิธีเตรียมตัวรับมือน้ำท่วม จะอยู่ หรือ จะอพยพดี อ่านได้ ในเรื่องก่อนหน้านี้ค่ะ

ข้อคิดจากเรา ก่อนตัดสินใจอพยพ และการเตรียมตัว ที่จะอยู่เฝ้าบ้าน จากประสบการณ์ น้ำเข้าบ้านมาประมาณ ๑ สัปดาห์ และน้ำล้อมมาถนนหน้าหลังมานานก่อนหน้า
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=candy&month=24-10-2011&group=1&gblog=4



Create Date : 26 ตุลาคม 2554
Last Update : 26 ตุลาคม 2554 19:10:58 น.
Counter : 565 Pageviews.

3 comments
  
สู้ๆค่ะ
โดย: Junenaka1 วันที่: 26 ตุลาคม 2554 เวลา:21:13:43 น.
  
ขอให้ผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมไปได้โดยเร็วนะคะ สู้ๆค่ะ
โดย: Look at all IP: 223.204.4.143 วันที่: 26 ตุลาคม 2554 เวลา:23:39:58 น.
  
เป็นกำลังใจให้นะโอ๋ ขอบคุณมากสำหรับคำแนะนำดีๆ มีประโยชน์มาก กับคนที่กำลังจะโดนรายต่อไปแบบเรา อิอิ
โดย: เจน สุวรรณภูมิ IP: 58.10.137.103 วันที่: 27 ตุลาคม 2554 เวลา:12:53:18 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

โดดเดี่ยวผู้น่ารัก
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]