เคล็ดลับ “กิน” ต้านหวัด
ภาวะอากาศช่วงนี้เปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ทำให้หลายคนมีปัญหาสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะโรคหวัด ส่วนจะเป็นมากเป็นน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิต้านทานในร่างกายของแต่ละคน ถ้าหากว่าร่างกายอ่อนแอหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็มักจะถูกเจ้าเชื้อไวรัสหวัดจู่โจมได้ง่ายๆ

อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารชื่อดังหมายเลขต้นๆ ของไทย ให้คำแนะนำว่า การป้องกันหวัดจู่โจมสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการเลือกกินอาหารที่ให้คุณค่าแก่ร่างกาย สะอาด ปลอดภัย พร้อมหมั่นล้างมือให้สะอาด ซึ่งแค่เพียงเท่านี้ก็ยากที่โรคหวัดจะคุกคามได้

สำหรับปัจจัยที่ช่วยในการป้องกันหวัดที่ให้ผลเสมอก็คือ หมั่นล้างมือให้สะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เสริมภูมิต้านทานให้ร่างกายด้วยอาหารที่มีสารอาหารในการป้องกันหวัด เช่น อาหารที่มีวิตามินซีสูง ดื่มน้ำมากๆ

ทั้งนี้ นักธรรมชาติบำบัดได้รวบรวมอาหาร 7 ชนิดที่อาจให้ผลในการช่วยเพิ่มภูมิต้านทานป้องกัน หรือลดความรุนแรงของหวัด ดังนี้

1.อาหารรสเผ็ดรวมทั้งเครื่องเทศ เช่น กระเทียม พริก ลดอาการคัดจมูก ช่วยให้หายใจโล่งขึ้น

2.กระเทียม ช่วยลดอาการหวัด จะเติมลงในอาหารหรือเคี้ยวสดๆ วันละ 1-2 กลีบก็ได้

3.ดื่มน้ำมากๆ แทนที่จะดื่มกาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน อาจดื่มน้ำผลไม้คั้นสดบ้างเพื่อเสริมวิตามินซี เครื่องดื่มร้อนที่ช่วยได้ เช่น ชา น้ำมะนาวอุ่นๆ จะช่วยลดเสมหะได้

4.ซุปไก่ร้อนๆ ช่วยลดอาการคัดจมูก อาจเติมผักหลายๆ สี เพื่อเพิ่มสารแอนติออกซิแดนต์ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี ซุปไก่ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นเคี่ยวนานๆ จนโปรตีนย่อยสลายเป็นไดเปปไทด์ อาจช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและยังให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายด้วย

5.สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีน(วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากหวัดแล้ว อีกโรคภัยไข้เจ็บหนึ่งที่มาพร้อมกับอากาศร้อน และน่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ “ไมเกรน”

ภญ.อินทิรา วงศ์อัญมณีกุล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ช่วงนี้ อากาศบ้านเราเริ่มร้อนอบอ้าว อาจจะทำหลายคนโดนไมเกรนเล่นงานได้บ่อยขึ้น เพราะอากาศร้อนๆ ถือเป็นตัวกระตุ้นของอาการปวดไมเกรนที่จะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองเกิดการบีบและคลายตัวมากกว่าปกติ และจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ความกดอากาศของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การอยู่ในห้องแอร์ในที่ทำงานที่มีอากาศเย็นๆ และเมื่อออกไปข้างนอกเจอกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว ก็จะไปกระตุ้นให้อาการปวดศีรษะไมเกรนกำเริบขึ้นได้เช่นกัน

ทั้งนี้ วิธีสังเกตว่า คุณกำลังจะถูกไมเกรนเล่นงานหรือไม่ ให้สังเกตได้จากอาการหน้าซีด เหงื่อแตก อาเจียน ตาไม่สู้แสง หรือเวลาได้ยินเสียงต่างๆ ก็จะยิ่งทำให้อาการปวดศีรษะเพิ่มมากขึ้น บางรายอาจจะนึกอยากอาหาร หาวนอนมากขึ้น หรือเริ่มสมองตื้อๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ไมเกรนสามารถป้องกัน ลดความถี่ของการปวดและความรุนแรงลงได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น ไม่เครียด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและเป็นเวลา ตลอดจนการรับประทานยาแก้ปวดไมเกรนโดยเฉพาะ แต่ควรจะปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับคำแนะนำในการใช้ยาที่เหมาะสม เนื่องจากยาแก้ปวดไมเกรนในปัจจุบัน มีทั้งยาประเภทป้องกัน ซึ่งจะใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะกำเริบอยู่บ่อยๆ และยาประเภทแก้ปวดไมเกรน ใช้เมื่อมีอาการปวดเท่านั้น

โดย ผู้จัดการออนไลน์




Create Date : 10 มีนาคม 2554
Last Update : 10 มีนาคม 2554 18:19:00 น.
Counter : 607 Pageviews.

1 comments
  
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับบทความดี ๆ นี้นะคะ
ตอนนี้กำลังเริ่มเป็นหวัดพอดีเลยค่ะ
โดย: killerqueen วันที่: 10 มีนาคม 2554 เวลา:21:44:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

caballus
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Group Blog
มีนาคม 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31