Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
8 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
วิกฤตหนี้กรีซสะท้อนยุโรป เหนือ-ใต้ สะบั้น

โดย ทีมข่าวต่างประเทศ Posttoday

ปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซ ซึ่งขยายวงไปสู่โปรตุเกสและสเปน ไม่ได้สะท้อนให้เห็นเพียงปัญหาที่กำลังลุกลามเป็นวิกฤตการณ์ภาคการเงินในยุโรปเท่านั้น ทว่า กำลังเป็นชนวนแห่งความแตกแยกของการรวมกลุ่มก้อน “สหภาพยุโรป” (อียู) และสกุลเงินเดี่ยว “ยูโร” เข้าไปทุกขณะ

เพราะแม้จะเป็นเผ่าพันธุ์คอเคซอยด์ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกัน นับถือศาสนาหลักคล้ายกัน มีวิถีชีวิตในแบบยูโรเปียนเช่นเดียวกัน แต่ทั้งหลายทั้งปวงก็ยังมี “ความต่าง” ที่ทำให้เห็นว่าเหตุใดกรีซจึงตกอยู่ในสถานะหนี้ท่วมหัว เป็นตัวฉุดเศรษฐกิจยุโรปให้ย่ำแย่ลง ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างเยอรมนี เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งและใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ 4

เป็นความต่างที่หลายฝ่ายไม่อยากพูดถึง เพราะความแตกต่างด้านสภาพ “ภูมิศาสตร์” นั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจแก้ไข หรือพูดง่ายๆว่า ไม่อาจแก้ไขด้วยการย้ายประเทศได้

ใครว่าการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายจะมีเฉพาะในประเทศโลกที่ 3 กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วผู้ร่ำรวยอย่างยุโรปนี่แหละ ที่มีการแบ่งขั้ว เหนือ-ใต้ กันในที ระหว่าง “ยุโรปเหนือผู้มั่งคั่ง” และ “ยุโรปใต้ผู้ด้อยพัฒนา” ซึ่งสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างให้เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งจากตัวเลข จีดีพี หนี้สาธารณะ วัยเกษียณอายุ การคอร์รัปชัน และการกินดีอยู่ดีของประชาชน

“พวกเขาใช้เงินกันอย่างกับเบี้ย วิกฤตของกรีซครั้งนี้ไม่เหมือนกับหายนะจากเหตุแผ่นดินไหวหรือภัยธรรมชาติ แต่นี่คือหายนะจากฝีมือมนุษย์ล้วนๆ” อิลโยนา ไรเชลท์ ชาวเยอรมันปลดเกษียณ เปิดเผยความรู้สึกกับเอพี

เป็นความรู้สึกที่สอดคล้องกับความจริงว่า โลกรับรู้ถึงปัญหาหนี้สาธารณะในกรีซ รวมถึงโปรตุเกสและสเปน มาตั้งแต่ปลายปี 2552 ที่ผ่านมาแล้ว และทั้งที่รู้ว่าประเทศเหล่านี้ไม่อยู่ในสถานะที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้

แต่ทั้งที่รู้ดีสหภาพยุโรป โดยเฉพาะกลุ่ม 16 ประเทศยูโรโซนที่ใช้สกุลเงินยูโรร่วมกัน กลับไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ จนสถานการณ์ของประเทศเหล่านี้ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะกรีซที่ถูกหั่นอันดับตราสารหนี้ลงมาเหลือแค่จังก์ หรือต่ำกว่าระดับการลงทุน ซึ่งหมายความว่ากรีซไม่สามารถระดมทุนด้วยทางการออกพันธบัตรรัฐบาลได้อีกต่อไป จนกว่าสถานะการคลังในประเทศจะดีขึ้น และได้รับการเลื่อนอันดับเครดิตกลับมาอีกครั้ง

นิวยอร์กไทมส์ได้ระบุถึงประเด็นหนึ่งภายใต้วิกฤตหนี้ยุโรปที่น่าสนใจว่า กลุ่มที่มีปัญหาหนี้สาธารณะพุ่งสูง คือ กรีซ โปรตุเกส สเปน และอิตาลีนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศในโซนยุโรปใต้เหมือนกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด

การมีภูมิรัฐศาสตร์ที่ตั้งอยู่ทับซ้อนระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและคาบ สมุทรบอลข่าน ภายใต้ภูมิอากาศที่อบอุ่นนั้น คือปัจจัยสำคัญของความต่างในลักษณะนิสัย การใช้ชีวิต ลักษณะการเมือง สภาพพื้นดิน การเกษตร และเศรษฐกิจในภาพรวมระหว่างยุโรปเหนือและยุโรปใต้

ในช่วงครึ่งศตวรรษสุดท้ายที่ผ่านมา การเมืองของกรีซถูกครอบงำโดย 2 ตระกูลใหญ่ คือ ปาปันดรีอูส์และคาราแมนไลส์เท่านั้น การเมืองกรีซมีคำเฉพาะเกิดขึ้นเช่นคำว่า Fakelaki ซึ่งหมายถึงซองเงินสินบน และคำว่า Rousfeti ซึ่งหมายถึงบุญคุณการเมือง ในสภาพการเมืองแบบยุโรปใต้ท่ามกลางปัญหาเรื่องความโปร่งใส

แม้ชาวกรีกในวันนี้จะภาคภูมิใจกับอารยธรรมตั้งแต่ครั้งกรีก-โรมัน ผู้วางรากฐานของกฎหมายและการเมืองในยุโรป ทว่าในมุมมองของชาวยุโรปด้วยกันวันนี้ ชาวกรีกคือพวกใช้ชีวิตอย่างแสนสบาย ไม่มีวินัยการเงิน-การคลัง มีการบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อน และเกษียณอายุกันเร็วเกินควร

แม้กรีซจะกำหนดอายุวัยเกษียณที่ 60–65 ปีสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งแตกต่างจากเยอรมนีเพียง 2 ปี คือที่ 67 ปี ทว่าในทางปฏิบัติจริง ก็มีช่องต่างๆมากมายที่ทำให้ชาวกรีกสามารถเกษียณอายุได้ก่อนหน้าถึง 10 ปี

และปัญหาด้านวินัยการเงินการคลังที่ย่อหย่อนอย่างหนักของรัฐบาลกรีซ รวมไปถึงประเทศยุโรปใต้ ก็เป็นปัญหาสำคัญที่สุดที่ทำให้เพื่อนในกลุ่มยูโรโซนไม่เต็มใจช่วย

หากเปรียบเทียบสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีประเทศในกลุ่มประเทศยุโรปด้วยกัน จากการประเมินล่าสุดของบริษัท เอิร์นส์ แอนด์ยัง จะพบว่าภายในปี 2557 หนี้สาธารณะของอิตาลีจะพุ่งสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งถึง 126% ต่อจีดีพี ตามมาด้วย 2.กรีซ 116% 3.เบลเยียม 109% 4.โปรตุเกส 102% 5.ฝรั่งเศส 100%6.ไอร์แลนด์ 89% และ 7.สเปน 81% ขณะที่เยอรมนีซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป จะมีหนี้อยู่ที่ 74%

ผลสำรวจความเห็นของสถาบันอัลเลนบาซในเยอรมนี ระบุว่า ชาวเยอรมันถึง 2 ใน 3 ไม่ต้องการให้รัฐบาลนำเงินภาษีรัฐไปช่วยเหลือกรีซ สอดคล้องกับที่นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำเมืองเบียร์มองว่าหากช่วยไปก็คงยากที่จะได้เงินคืน เพราะสถานะของกรีซนั้นย่ำแย่เกินกว่าที่คิด และไม่สามารถตัดลดงบประมาณรายจ่ายลงได้อีกมากนัก ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจต้องร้องขอให้มีการยกหนี้ให้ในที่สุด

แม้ท้ายที่สุดแล้ว กรีซคงจะได้รับความ|ช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และเพื่อนบ้านในยุโรปรวม 4.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.97 ล้านล้านบาท) อย่างแน่นอน ทว่าปัญหาเรื่องความต่างในหมู่ชาวยุโรปด้วยกันเองจะยังคงเป็นปัญหาลามลึกต่อเนื่อง

หากวิกฤตหนี้ลามลึกต่อเนื่องไปถึงโปรตุเกส สเปน และอิตาลี ถึงขั้นที่ต้องร้องขอเงินกู้แบบเดียวกับกรีซ จะนำไปสู่เสถียรภาพของเงินยูโรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะการทบทวนเรื่องการใช้เงินยูโรร่วมกัน ท่ามกลางแนวโน้มที่ประเทศย่ำแย่ทั้งหลายอาจต้องถอนตัวออกไป

เพราะหากเป็นความแตกต่างที่ไม่ยอมสงวน และก้าวข้ามขึ้นไปเพื่อไปสู่การร่วมกลุ่มสหภาพยุโรปที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงนั้น กลุ่มนอร์ดิกทางตอนเหนือและประเทศที่เศรษฐกิจแข็งแกร่งจริงๆ คงไม่มีใครอยากเปลืองตัว มารวมพวกลงเหวไปด้วยกัน

. . . . .
เป็นบทวิเคราะห์ วิพากย์วิจารณ์เกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปที่ไม่ได้เขียนเองค่ะ แต่อ่านพบ-เจอ และน่าสนใจจึงเก็บไว้อ่านเอง

Ref: //www.sarut-homesite.net/forum/index.php?topic=3584.0;wap2


Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2555 17:55:35 น. 0 comments
Counter : 405 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ลูกไม้
Location :
กรุงเทพฯ Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลูกไม้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.