Group Blog
 
 
ธันวาคม 2560
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
20 ธันวาคม 2560
 
All Blogs
 

[Travel] SoradaInSingapore: ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวได้





เป้าหมายนึงในปี 2017 ของเราคือ อยากไปเที่ยวคนเดียวค่ะ เอาเป็นว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปไหนไกลๆ คนเดียวเลยค่ะ เพราะนอกจากจะโก๊ะและชอบหลงทางแล้ว เรายังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองด้วยค่ะ


แต่มีพี่คนนึงเคยบอกว่า "ไปเลย อยากไปไหนก็ลองทำดู คนเรามีสัญชาติญาณของการเอาตัวรอด เราไม่ตายหรอก" ทริปสิงคโปร์เลยเกิดขึ้นค่ะ



ที่เลือกไปสิงคโปร์เพราะเคยไปกับเพื่อนรอบนึงแล้ว และเป็นประเทศไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก ที่สำคัญคือ ใช้ภาษาอังกฤษค่ะ (แต่เอาเข้าจริง ใช้ภาษาอังกฤษ แต่สำเนียงก็ไม่ได้ฟังง่ายเล้ยยยย)

ความระทึกใจตอนไปคือ เกือบโดนส่งกลับประเทศค่ะ ด้วยความที่ไปคนเดียว ก็จะโดนเพ่งเล็งหน่อย คิดในใจ ไม่น้าาาาา เพิ่งเหยียบแผ่นดินแค่ไม่กี่นาทีจะโดนส่งกลับแล้วหรอ อย่าเพิ่งงงงง

ตม. ที่นู้นหน้าโหดมาก เค้าก็ถามๆ มาทำไม เที่ยวไหน ทำงานที่ไหน เราเตรียมเอกสารทุกอย่างไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและกลับ หนังสือรับรองการทำงาน Travel Plan และที่จองที่พักไว้ เค้าถามไรมาเราก็จ้องหน้า นางก็ตะโกนคุยกันไปมา ประมาณ มาคนเดียวเว้ยๆ สุดท้ายนางก็ให้ผ่านมา โล่งไป....

ก่อนมาเราซื้อประกันการเดินทาง (ประมาณ 1,000 บาท) แล้วก็ฝากพี่สาวซื้อซิมที่นี่แล้ว ประมาณ S$15 ค่ะ แต่ตอนแรกหาไม่เจอ เก็บดีจัด เลยต้องยืม AIS Sim2Fly ของแฟนมา คือ ขาดอะไร ขาดได้ แต่ขาดเน็ตไม่ได้ค่ะ หลงกว่าเดิมแน่ๆ แถมติดต่อใครไม่ได้ด้วย 

แล้วเราก็เริ่มหลงทางกันค่ะ Smiley

ด้วยความที่เรามัวแต่ดี๊ด๊าว่าผ่าน ตม.มาได้แล้วก็ไลน์หาแฟน กรูรอดแล้วๆๆ ตอนเราไป เราเดินทางไปโรงแรมด้วยรถไฟค่ะ ที่จำได้คือ รถไฟจะหมดตอน 5 ทุ่มค่ะ ก็นั่งสายสีเขียวจาก Changi Airport ไปเปลี่ยนสายที่ Tanah Merah ค่ะ เพราะสายที่นั่งนี่จะไปแค่ 3 สถานีแล้วก็กลับค่ะ

ซึ่งแน่นอน... โสรดามัวแต่แชต นั่งไปนั่งกลับอยู่ 2 รอบค่ะ ก็ว่าเอ๊ะ ทำไมชื่อสถานีมันซ้ำไปซ้ำมา สนุกจัง ฮ่าๆ Smiley




เจ้าแผนที่นี่สามารถโหลดแอปได้ค่ะ เราก็ใช้แอปเอา ไปง่าย สะดวกมากค่ะ

ไปครั้งนี้ เราไปพักที่แถว Lavender Station ค่ะ ก็นั่งสายสีเขียวไป ไม่กี่สถานีก็ถึงแล้วค่ะ เราพัก ที่ Fragrance Hotel - Imperial ค่ะ ใช้ทางออกเดียวกับ V Lavender Hotel เลยค่ะ แต่จะเดินเข้าไปลึกว่าหน่อย ซึ่ง.... ก็หลงอีก 55555 เพราะว่า Google Map มันพาเดินอ้อมค่ะ เราก็โอยยย มืดก็มืดแล้วยังจะหลงอีก 

โทรหาเพื่อนที่นี่ โทรหาแฟนก็แล้ว ก็ยังหาไม่เจอ (ไปเหวี่ยงใส่นางอี๊ก ขอโทษนะคะ Smiley) เลยตั้งสติ เอาใหม่ค่ะ ต้องหาเจอนะคะ อย่าเพิ่งสติแตก ก็กด Google Map แล้วเดินใหม่ สรุปคือ เดินอ้อมค่ะ มันเลยไม่เจอ 

ในที่สุดก็ถึงแล้วววว สะดวกสบายมากค่ะ แต่ราคาต่อคืนก็ 2,000 กว่าบาทค่ะ ก็แพงนิดนึงสำหรับการอยู่คนเดียว แต่เราเป็นพวกขี้กลัวค่ะ เอาความปลอดภัยไว้ก่อนเลยเลือกที่นี่ แถมมีสระว่ายน้ำด้วยนะคะ


ที่นี่อยู่ใกล้ร้านขนม อยู่ใกล้ Supermarket ใกล้สถานีรถไฟ ใกล้ของกิน เรียกว่าใกล้ทุกอย่างเลยค่ะ ดีงามมากๆ

ซึ่งไอเจ้านี่ ไม่เคยมากินทันโปรเค้าละค่ะ เที่ยวตลอด



อาหารมื้อแรกของที่นี่ค่ะ Burger King!!! มาตั้งไกล กินเบอร์เกอร์เนี่ยนะ Smiley



แล้วก็เจอเพื่อนพอดี นางมาเที่ยวก่อนเราก็เลยนัดเจอ พอสักพักเลยแยกย้ายกันกลับ เพื่อนมาธุระ ส่วนเรา เที่ยววนไปค่ะ!

กลับมาโรงแรม พออยู่คนเดียวแล้วรู้สึกได้เลยว่าห้องใหญ่มาก โทรไปรายงานแม่ รายงานแฟนแล้วก็นอนได้ พรุ่งนี้เราจะไปตะลุยสิงคโปร์กันค่ะ

วันแรก

ตื่นเช้าเราก็ไปเดินเล่น สำรวจพื้นที่กันก่อนเลย... ก็เดินๆ ไปจนถึง Arab Street ค่ะ จริงๆ คือเดินหาร้านกาแฟค่ะ แต่ที่นี่ไม่ค่อยเปิดตอนเช้า ถึงจะเปิดก็คนเยอะมาก ขี้เกียจต่อแถว





กลับมาอาบน้ำ แต่งตัวแล้วไปตะลุยเมือง คือจริงๆ ไปหลงค่ะ แพลนที่วางไว้เยอะมาก แต่ใช้เวลาหลงไปเกือบหมด ที่ที่อยากจะไปเลยเหลือน้อยลง

ตอนแรกคิดว่าจะซื้อบัตร MRT แบบจำกัดวัน แต่ไม่เอาดีกว่า แบบนี้น่ารักกว่า เติมเงินเอา 555



ที่แรกที่ไป อยู่ใกล้มากค่ะ คือสถานีน่ะค่ะ ใกล้ 5555

Haji Lane ค่ะ ไปได้แบบไม่หลง ง่ายมากค่ะ ลงสถานี Bugis ทางออก B สถานีนี้มีห้างด้วยค่ะ ชื่อ Bugis Junction ของกินเยอะ คนก็เยอะค่ะ เดินแล้วก็ง่ายมาก เปิด Google Map แล้วเดินตามเลยค่ะ Smiley







ไปต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ ถ้าอยากมีรูปถ่ายก็ง่ายเช่นกันค่ะ ขอให้คนอื่นถ่ายให้ค่ะ ภาษาอังกฤษดีมากกกก และถ้าให้แนะนำคือ ให้ไปขอความช่วยเหลือจากผู้ชายค่ะ สังเกตละว่า เค้าจะเต็มใจถ่ายให้เราและถ่ายให้หลายรูปด้วย 

จากนั้นก็ไป Fort Canning ค่ะ สถานที่ยอดฮิตที่หลายๆ คนชอบไปถ่ายกัน 




ลงที่ Dhoby Ghaut station exit B ออกทางซ้ายแล้วข้ามถนน Penang Rd. เดินไปตามทางเลยค่ะ เค้ามีป้ายบอก ไม่ไกลมาก มันจะเป็นอุโมงค์เดินเข้าไปก็จะเจอละ 

ตอนเราไปโชคไม่ค่อยดีเพราะฝนตกค่ะ ถ่ายได้แปบนึงก็ต้องรอฝนหยุดแล้วไปต่อ ที่ถ่ายได้นี่เพราะขาตั้งกล้องค่ะ ซื้อไปหลายร้อย ใช้ได้คุ้มทีเดียว แต่ตั้งเวลาถ่าย วิ่งขึ้นวิ่งลงจนเหนื่อยค่ะ 



จากนั้นก็เดินไป Orchard Rd. ค่ะ เพราะนัดเพื่อนกินข้าวกลางวันกัน ฝนตกแบบปรอยๆ ที่ลืมไม่ได้เลยคือ ร่ม ค่ะ ไปเที่ยวห้ามลืมร่มเด็ดขาด

เลยได้กินเจ้านี่ค่ะ Sriracha Chicken burger ร้าน Wildfire Chicken & Burgers อยู่ที่ตึก 313@Somerset ค่ะ ราคาก็แรงสมสถานที่ค่ะ ประมาณ 400 กว่าบาทแน่ะ แต่เยอะมากกก กินไม่หมด (ไปเที่ยวนี่ถือคติ พยายามอย่าตีเป็นราคาไทยค่ะ ไม่งั้นจะไม่อยากกินอะไรเลย) 



จริงๆ ความตั้งใจของเราคือ เราอยากได้ Yoga Mat ของ Lululemon ค่ะ อยู่ที่ ION Mall ไปเที่ยวนี่ อยากได้อย่างเดียวเลยคือ เสื่อโยคะ เราเดินวนแล้วก็วน บางทีก็โมโห Google Map นะที่พาเราวนไปก็วนมา คือจะเชื่อมันอย่างเดียวไม่ได้ค่ะ ต้องถามคนไปตามทางเลย แต่ข้อดีของที่นี่คือ อากาศดีค่ะ มีอะไรเขียวๆ ในเมืองเยอะกว่าบ้านเรา



Yoga Mat จะอยู่ที่ S$95 ค่ะ ประมาณ 2,300 บาท เราซื้อเป็นแบบ 3 มิลมา (Travel Size) ไม่ค่อยทนค่ะ ตอนนี้จะพังละ ต้องซื้อที่หนากว่านี้ ...ไปใหม่ดีมั้ย?

จากนั้นก็เดินมั่วเลยค่ะ เดินจนเหนื่อยมากเลยต้องกลับไปพักที่ห้องก่อน แล้วค่อยออกไปหาของกินใหม่ เลยแวะไปเดินเล่นที่ Little India ค่ะ เดินวนไปก็วนมา จำได้ว่าคราวที่มากับเพื่อน เจอ Outlet ราคาถูกแถวๆ นี้ เลยกะมาช้อป ที่ห้างนี้ค่ะ



ซึ่งจริงๆ ห้างนี้อยู่สถานี Farrer Park (สายสีม่วง) ค่ะ ชั้นนนนน จะเดินทำไมให้ขาลาก ไม่เข้าใจตัวเอง และเดินขาลากไม่พอ ช้อป Charles & Keith มันปิดปรับปรุงจ้าาาาาา 

เป็นอะไรที่..... 

ก็เลยกลับไปหาอาหารเย็นทานที่ Bugis Junction ค่ะ ได้ลองกิน Laksa ค่ะ ราคาไม่แพงมาก รสชาติโอเค แต่เห็นหน้าทำไมนึกถึงขนมจีนน้่ำยาไม่รู้



พอดึกหน่อยก็กลับห้อง เป็นกิจวัตรมากอะ เพราะเราเป็นคนไม่ชอบเที่ยวกลางคืน เพื่อนก็โทรมาชวนยิกๆ นะว่า ยูไปมั้ย เนี่ย อยู่ตรงนี้ เดินมาหน่อยนึง ก็ไม่ไปค่ะ 5555 เพื่อนชวนจนเพื่อนด่าบอกว่าทำไมไม่ออกไปเที่ยวบ้าง คือ ไม่ชอบน่ะโว้ยยย เข้าใจมั้ย Smiley

วันที่ 2

วันนี้จะไปไกลกันหน่อยค่ะ เราจะไป Sentosa กัน ไปก็นั่งไปต่อสายสีม่วง มุ่งหน้าไป Harbour Front ค่ะ จะเจอ Vivo City 

MRT ที่นี่เดินไกลนะ ต่อหลายสายด้วย แต่ตั้งแต่ไปก็ไม่เคยหลงเลย แปลกดี

เราเลือกนั่ง Singapore Cable Car Sky Pass นั่งไป นั่งกลับ ราคา S$33 ความโชคดีคือ เจอฝนอีกแล้วค่ะ



แน่นอนว่า วานคนอื่นถ่ายให้อีกแล้วค่ะ เป็นคู่สามีภรรยาน่าจะเป็นคนสเปน คนเป็นสามีน่ารักมากกก มีเชียร์ให้เรายิ้มด้วย 

การมาเที่ยวคนเดียวนี่ดีนะคะ ได้เพื่อน แต่ไม่ค่อยได้รูปตัวเอง เพราะไม่มีใครถ่ายให้เท่าไหร่ 5555

ที่แรกที่ไปแวะคือ Mount Faber Park 

เป็นอะไรที่อยู่นอกจากแพลนเที่ยวมากค่ะ เรียกว่า นั่งมานี่โผล่ตรงนี้ได้ยังไงไม่รู้ ก็ช่างมัน นี่ทริปมั่ว อยู่แล้วนี่ มีอะไรให้ไปก็ไป ที่นี่จะมีระฆังเล็กๆ ผูกไว้เยอะมากค่ะ คิดว่าน่าจะเหมือนที่เกาหลีนะ เพื่อความสุขอะไรแบบนี้



และที่นี่ก็มีระฆังใบใหญ่ เป็น Bell of Happiness ค่ะ ซึ่งก็ให้เค้าถ่ายให้อีกแล้ว 



ทางเดินสีสันสุดๆ แต่ปรับแสงยากจัง สีแสบตาสุดๆ ค่ะ



แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ ที่นี่สวยมาก ใครชอบความธรรมชาติ เขียวๆ แนะนำให้ลองมาค่ะ มานี่ใช้ขาตั้งกล้องคุ้มอีกแล้ว ไม่อายด้วย คนก็มองกัน เราก็ยิ้ม... 



เดินเล่นไปมา ดูจาก Map แล้วที่นี่น่าจะเดินไป Henderson Wave ได้ ก็ลองมั่วค่ะ ตาม Google Map ไป แต่พอเดินอยู่ เห็นอะไรสีขาวๆ แวบๆ มันคือ......



พอเจอก็กรี๊ดๆ อยู่คนเดียว ตั้งขาตั้งกล้อง... อีกแล้ว ฝรั่งเดินมาเห็นเราวิ่งไปวิ่งมาเค้าก็ขำ บอกแฟนเค้าว่า She's so funny -"- ก็แค่ตั้งกล้องถ่ายเองงงงงง ตลกตรงไหนนะ



ตอนแรกก็กะจะเดินไปอยู่นะคะ แต่ไปๆ มาๆ ไม่ไหวค่ะ แล้วทางมันเป็นป่า ไม่มีคนไปเลย จะไปคนเดียวก็ยังไม่น่าโอเคเท่าไหร่ ก็เลยนั่ง Cable Car กลับค่ะ คราวนี้ไปโผล่ตรง Sentosa เลย

ตรงนี้ไม่ได้ถ่ายอะไรค่ะ เพราะว่า ไม่มีอะไรที่น่าสนใจสำหรับเรา อีกอย่าง หงุดหงิดค่ะ เพราะหลงทาง หาทางกลับมา Vivo City ไม่เจอ เดินวนไปก็วนมา กว่าจะเจอ Sentosa Express นี่เดินจนเหนื่อย แล้วอีกอย่าง มีเป้าหมายอื่นค่ะ 

นั่นคือ ช้อปปิ้งงงงงงงงงงง

เราไปที่นี่กันค่ะ



Anchor Point Outlet ที่เราคู่ควร มาได้ Charles & Keith ที่นี่แหละ เซลล์เยอะมาก แต่มาลำบากหน่อยค่ะ

ต้องนั่งสายสีเขียวมาลงสถานี Queen street แล้วต่อรถเมล์สาย 195 มาอีก 2 ป้าย จะสังเกตเห็น Ikea แล้วก็ลง ข้ามสะพานลอยไปค่ะ 

ซึ่งก็ไม่ได้อะไรมามาก....



รองเท้าและกระเป๋า 4 ถุงใหญ่ หอบกลับมาคือแบบ โอยยยยย ตอนซื้อไม่ได้คิดถึงตอนเอากลับสินะ 

เอามาลองๆ 



วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยมากกกกกกกกค่ะ เดินขาลากสุดๆ อาการกลัวผีไม่มีเลย มีแต่ปวดขา ปวดก้นไปหมด หลับแบบเพลียสุดๆ

เหนื่อยจนต้องกลับมากินฟู๊ดคอร์ทแถวโรงแรมอะ



มาสิงคโปร์ก็ต้องกินลอดช่องสิ




วันที่ 3

วันนี้ต้องกลับแล้วค่ะ ก็เก็บข้าวของ เช็คเอ้าว์ แล้วก็ฝากของไว้ที่โรงแรม ออกไปเที่ยวก่อน แล้วตอนเย็นค่อยมาลากของไปสนามบิน เรากะเวลาไว้ตั้งแต่มาแล้วว่าไปยังไง หรือต้องเผื่อเวลาเท่าไหร่

เห็นสภาพข้าวของตัวเองแล้วก็เพลียมาก เพราะเยอะมากกกกกกก สกิลการเก็บของมีเท่าไหร่ เอามาใช้หมดค่ะ ออกมาได้สภาพนี้ ซึ่งตอนไป... กระเป๋าใบเดียวค่ะ พวกนี้มันงอกมาจากไหนนนนน Smiley




เก็บเสร็จเราก็ไปอีกแล้วค่ะ ไปเดินอีกฝั่งกัน ใจอยากไป Marina Barrage ค่ะ ตอนนั้นเหมือนเห็นกระทู้เค้าถ่ายรูปมาสวยๆ เลยอยากไปบ้าง

ลงสถานี Marina Bay > Exit B เดินไปขึ้นรถที่ป้าย Marina Bay Financial Ctr. > ขึ้นรถสาย 400 ไปลงป้าย Marina Barrage ประมาณ 10 นาทีถึง (5 สถานี)



ซึ่งพอไปถึง ไม่เห็นมี.... ไม่เห็นมีแบบที่เค้าลงเลยอ่ะ ก็เดินไปเรื่อยๆ มาโผล่ที่นี่เฉยเลย



Garden By the Bay 

วิวนี้สวยมากค่ะ ชอบมาก



ตรงมุมต้นไม้มีเจ้าตัวนี้นอนขี้เกียจกันอยู่ค่ะ



ตัวนาก.... มันขี้เกียจมากกกกกกก นอนทั้งวันเลย

แล้วก็เดินๆ จริงๆ ให้เรียกว่าหลงอยู่ในนั้นแหละค่ะ เพราะพยายามออกไป MRT 

เดินๆ หลงๆ จนถึงเวลาต้องไปสนามบิน โชคดีที่เพื่อนบินกลับพอดี เลยนั่งแท็กซี่กลับมากับนางได้ (ถึงแม้ว่าเกือบจะวางมวยกับคนขับก็เถอะ)

ต้องหอบข้าวของเยอะมากกกกก ขึ้นเครื่อง ยิ่งกว่าคนบ้าอะ เพราะของมันโหลดใต้เครื่องไม่ได้ ฆ่าดิชั้นเถอะะะะะะ คราวหน้าไม่เอาอีกแล้ว





จริงๆ คือ ทริปนี้ไปตามแพลนน้อยมาก เพราะหลงทางด้วย อะไรด้วย แต่ไปแล้วสนุกมากค่ะ มั่นใจตัวเองมากขึ้น ดู Google Map ได้ (ดีขึ้นนิดนึง) ส่วนเพื่อนก็เจอบ้างไม่เจอบ้าง นางงานเยอะ ธุระเยอะ แต่ก็ยังโทรตามจิกยังกะไก่ กลัวเราหลงทาง 5555 

คราวหน้าจะพยายามหาเงินไปเที่ยวอีกค่ะ



เก็บตก

  • ซื้อตั๋วแล้วอย่าลืมซื้อประกันการเดินทางด้วยค่ะ การรักษาในตปท.ราคาแพง ถึงเราไม่อยากให้เกิด แต่ทุกอย่างไม่แน่นอน
  • ถ้าเป็นผู้หญิงไปคนเดียว แนะนำให้เตรียมไปให้พร้อม ไม่ว่าจะตั๋วเครื่องบินไป-กลับ, หลักฐานการจองโรงแรม, หนังสือรับรองการทำงาน (หรือหนังสือรับรองจากมหาวิทยาลัย) + มั่นใจค่ะ ตม.เค้าแค่พยายามกดดันเรา ถ้ามั่นใจว่าไปเที่ยว ไม่ได้จะไปทำไรผิด ไม่ต้องกลัวค่ะ
  • ภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานต้องพอได้บ้างค่ะ 
  • ซีรอกพาสปอร์ตและหลักฐานต่างๆ ไว้อีกชุดนึงค่ะ กันหาย
  • ทำ Travel Plan ไปด้วย ช่วยลดเวลาในการหลงค่ะ 
  • สุดท้าย หลงก็ช่างมันค่ะ 5555 บอกตัวเองแบบนี้ แต่หงุดหงิดทุกรอบเลย
  • และสุดท้ายกว่า ขอบคุณคุณแฟน (ซึ่งตอนนั้นจะยังไม่ใช่ก็เถอะ) มากๆ ที่อดทนฟังเค้าบ่นและไฮเปอร์ตลอด ซาโทชิ คุณเพื่อนนนนนน ที่คอยจิกให้ออกไปเที่ยวกลางคืนบ้าง แต่ซอรี่นะ ไม่ชอบอะ 




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2560
0 comments
Last Update : 20 ธันวาคม 2560 15:05:08 น.
Counter : 611 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


~บุลภรณ์~
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




ก็เป็นแค่ผู้หญิงหน้าตาบ้านๆ คนนึงบนโลกใบนี้ที่บ้าแต่งหน้า บ้าสกินแคร์ บ้านิยาย แต่ไม่ยักจะบ้าหนังสือเรียนแฮะ

สภาพผิว : ผิวผสมค่อนไปทางแห้ง, สิวอุดตัน

ปัญหาผิว : เป็นสิวทั้งอักเสบ อุดตัน และรอยดำ

สีผิว : ผิวสองสีค่อนไปทางเหลือง ใช้แมคประมาณ NC37

ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยอะไร ติดต่อผ่านเมล์ก็ได้ค่ะ

jessenia_write@hotmail.com

กล้องที่ใช้ Fuji Xa-2







Duean Sorada รักในหลวง




Friends' blogs
[Add ~บุลภรณ์~'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.