มองเห็นหลังคาเพื่อนบ้านอยู่ไกลๆ โดดเดี่ยวอยู่กลางนา
ในที่สุดแมลงก็ได้ที่ดินแปลงเล็กๆขนาด สีี่ร้อยหกสิบสามตารางวา ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นที่ทางใหม่ของตัวเอง หลังจากตระเวณหาในอินเตอร์เน็ตจนเหนื่อย และตกลงใจอย่างใจง่ายกับการเห็นที่นาผืนใหม่เพียงครั้งเดียวและที่เดียว
มุมนี้สวยไหม คงหมดค่าถมอื้อเลย
และพบว่าที่นาผืนนี้ อยู่ใกล้กับครูเกษตรอินทรีย์ตัวจริงอย่างโจน จันได ..
ไม่รอช้า บุกรังโจ(ร)น ทันที..
ปั่นจักรยานจากบ้านเช่าที่บ้านปงมาจอดไว้หน้าโรงอาหาร
วันที่เก้าถึงสิบเอ็ด มีผู้คนมาเรียนรู้การกินอยู่อย่างเรียบง่ายจากครูโจนและสมาชิกพันพรรณ ที่บ้านเป้า อำเภอแม่แตงกันกว่าสิบชีวิต เราพูดคุยกันถึงอาหารและบ้านที่เราทำเองได้ โดยพึ่งพาอุตสาหกรรมน้อยที่สุด แต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบชุมชนเกษตรดั้งเดิม ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การสร้างบ้านดิน การทำแชมพู การทำน้ำนมถ่ัวเหลืองและเต้าหู้ การปลูกผักเลี้ยงไก่ การทำนา ที่แมลงพบว่ามันง่ายอย่างเหลือเชื่อ และสนุกมากด้วย..
แผนการบนที่ดินที่จะเป็นบ้านใหม่ มีทั้งบ้านดิน(น่าจะเป็นกระต๊อบขนาดหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องน้ำที่มองเห็นสระบัวได้จากทุกมุมของบ้าน) เล้าไก่ แปลงผัก ท้องนา และสระบัว
ทุกๆมื้ออาหารจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เป็นที่สนุกสนาน การเข้ามาที่หลังคนอื่น และไม่ได้บอกให้คนที่เป็นห่วงที่บ้านพักในบ้านปง ทำให้แมลงไม่ได้อยู่ร่วมกิจกรรมในคืนแรก แต่ก็ได้นอนในบ้านดินหนึ่งคืน ท่ามกลางฝนกระหน่ำตลอดคืน จนไม่ได้อาบน้ำ ต้องใช้วิธีซักแห้ง เพราะห้องน้ำและห้องอาบน้ำแยกจากอาคารเรือนนอน และเป็นแบบห้องอาบน้ำเปิดโล่ง
นี่น่ะกำลังลากคอพี่ทานมาห้ำหั่น
ลูกหลานเล่นกันสนุกสนาน เจ้านี่แสบมากชื่อน้องZen พ่อแม่ไทยแต่พูดภาษาอังกฤษและไทย เป็นขวัญใจของลุงๆป้าๆ และพี่ๆ
ร้านกาแฟก่อและฉาบด้วยดิน หลังคาดินปลูกข้าวได้
บ้านใหม่ของเราจะมีหน้าตาประมาณนี้
ห้องนอนในบ้านดินของแมลง
วันที่สมาชิกจะเดินทางกลับ เราไปรวมตัวกันที่แปลงกล้า สนุกสนานกับการมัดกล้ากลางฝนโปรยหลังอาหารเช้า เพื่อเตรียมเอาไปดำในแปลงนาที่เตรียมดินไว้ แมลงสัมผัสได้ถึงกลิ่นดินและฝนในอากาศที่สะอาด และอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ
มุมมองจากที่สูง ผ่านต้นไม้ใหญ่นี่ อะโวคาโด
ลูกดกมากๆ ที่นี่ขายกันกก.ละสิบบาทเจ้า
ตอนถอนต้นกล้า ชาวนาตัวจริงจะทำได้ไวมากๆ ทั้งแขน มือและเท้าจะมีจังหวะการเคลื่อนไหวที่งามเหมือนท่ารำ หนุ่มชาวนาภาคกลางใช้ไม้เก้าอี้ฟาดโคลนให้หลุดออกจากรากของต้นข้าว แต่ชาวนาจากภาคอิสานใช้ฝ่าเท้าเตะ มีรายการเตะแกล้งกันเป็นที่สนุกสนาน ใครไม่เลอะเละเทะ ถือได้ว่าไม่ได้ทำงาน
แมลงมัดได้สี่ฟ่อนครึ่ง ทนแมลงวันตอมแผลจักรยานล้มไม่ไหว เพราะเอามือเลอะโคลนไปปัดไม่ได้ ก็เลยเลิก เปลี่ยนมาเป็นตากล้องแทน
พักเทีี่ยงกองเสบียงเอาอาหารมาส่ง เมนูผัดผักบุ้งที่เก็บไปจากท้องนาแถวๆนี้นี่แหละ มะรุมมะตุ้มกินกันสนุกสนาน ตบท้ายด้วยฝักบัวสดๆ เก็บจากสระบัวใกล้ๆกัน
ผลงานที่สำเร็จและงานที่ต้องทำต่อหลังจากอาหารกลางวัน ต้นกล้าที่ถูกมัดไว้ มีหน้าตาเหมือนหัวเด็กที่มัดผมจุก..เสียดายที่ไม่ได้อยู่ดำนาต่อ เพราะมีต้องออกไปจัดการเรื่องถมที่และขุดสระ ..
ตอนขากลับครูโจนออกไปธุระ ก็เลยเอาจักรยานใส่ท้ายรถ ไปดูที่ใหม่ด้วยกัน ครูให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างย่ิงกับการจัดการพื้นทีี่ดิน ที่กำลังจะลงมือทำ ครูบอกว่าแล้วจะมาดูอีกเป็นระยะๆ..แมลงเห็นใจพองโต โอโห..บ้านใหม่ของเรานี้มีครูดีมาแนะนำ ไม่ได้เดินเองแบบมั่วๆนา..
ความเอื้อเฟื้อและความงดงามของการแบ่งปันความรู้ จะยิ่งต่อยอดให้เครือข่ายของการพึ่งพาตนเองด้วยเกษตรอินทรีย์ตามแบบอย่างของบรรพบุรุษจะขยายไปไม่สิ้นสุด..แมลงขอสัญญา