..เป็นเช่นนี้เอง..
<<
พฤศจิกายน 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
2 พฤศจิกายน 2553

เที่ยวยุโรป(อีกแล้ว)..เที่ยวป่า ชมเมือง ซน(ม)อยู่กับที่ : เที่ยวป่า ตอนที่ 2

เที่ยวป่า ตอนที่ 2
ลัดคิวเขียนเรื่องนี้ตามคำร้องขอของคุ้ม ว่าเราต้องเล่าเรื่องนอนเต้นท์ให้แก่นฟัง จะได้พากันฝันถึงนอนเต้นท์ที่สิมิลันกัน..
หลังจากอยู่ที่ร้านWolselได้ 2-3 วัน เพื่อทำการกำจัดของฝาก และพบปะญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงคนสำคัญๆแล้ว เราก็ออกเดินทาง ไม่รู้ว่าจะไปไกลกันถึงไหน คาดว่าจะผ่านฝรั่งเศสและไปถึงสเปน กลับมาซักผ้าที่ร้านWolsel แล้วต่อไปอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ..
..ออกจากบ้านเข้าสู่เมืองBeaune..Sarlat..Moliets Plage..Plamplona..(ฝรั่งเศส) Zaragoza..Barcelona..Roses..(สเปน) Avignon..Vallon..(ฝรั่งเศส) Basel..(สวิส) Sainte Marie aux Mines..Saint Die..Colmar (ฝรั่งเศส)

แว๊ก..ไปซะหลายเมืองเลย ถ้าไม่มีสมุดบันทึกคงสับสนมาก..เวลาที่เราพักในเมืองก็จะเลือกโรงแรมสองดาว ถ้าเราพักในแหล่งธรรมชาติ ก็จะกางเต้นท์นอนกัน พวกญาติมิตรที่เจอะเจอตอนอยู่ที่ร้านWolselพากันเป็นห่วง มันจะหนาวน๊า สาวเอเชียจะทนไม่ไหว ที่สำคัญจะนอนยังไง ไม่เป็นไรค่า หนูชอบลำบาก..บางคนก็ฉงนฉงาย เออนะบินชั้นธุรกิจ นอนเหมือนแบบยาจก

อุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้ ไม่งั้น คนขับและผู้โดยสารต้องฆ่ากันตาย

เนวิเกเตอร์ที่ซื้อไว้ตั้งแต่ปีก่อนยังใช้ได้ดี ปีนี้เธอพูดภาษาอังกฤษได้แล้ว ปีก่อนหน้าจอเป็นภาษาอังกฤษแต่พูดภาษาเยอรมัน เธอคำนวณค่าแม่นยำมาก โดยเฉพาะถ้าเรามีชื่อของสถานที่ที่ชัดเจนเช่น โรงแรมIbis ถนนGrenada ในสเปน เป๊ะเลย ..หน้าโรงแรมพอดี แว่นสายตา แว่นกันแดด..ประจำที่..ขาอ่อนฉันเอง
ฝรั่งเศสและสเปนนี่แดดแจ๋มาก อากาศก็ร้อน อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 9-37 องศา ใส่กางเกงขาสั้นได้สบายๆ
ถ้ามีทางเลือก เราจะหลีกเลี่ยงทางด่วน เพราะวิวทางด่วนมักไม่มีอะไรให้ดูเมื่อเทียบกับถนนในหมู่บ้าน ที่แม้จะไกลกว่า ต้องลัดเลาะ แต่สองข้างทางมีป่าเขา มีชีวิตผู้คนให้ดูโดยตลอด ที่สำคัญการเก็บค่าทางด่วนแถวนี้ บางครั้งออกจะเป็นปัญหา เมื่อไม่มีใครอยู่ในตู้เก็บเงิน
เท่าที่เห็น ทางด่วนในยุโรปมีตู้เก็บเงินค่าผ่านทางอยู่สามแบบ หนึ่ง คือมีคนประจำอยู่ในตู้คอยเก็บเงินเหมือนบ้านเรา แบบนี้ดีมากๆ เวลาที่อุปกรณ์เทคนิคขัดข้อง ไม่มีอะไรดีกว่าสมองและมือมนุษย์ สองตู้หยอดเหรียญหรือเครดิตการ์ด มีปัญหาเสมอๆ เพราะตู้ไม่รับบัตร เรามีสองใบ บัตรยับเยินทั้งสองใบเพราะตู้ดูดไปดูดมา บางทีอ่านบัตรนี้ไม่อ่านบัตรนั้น ทั้งๆที่เราใช้ทั้งสองบัตรตามโรงแรมได้โดยไม่เคยมีปัญหา เหงื่อแตก วลามีรถมาต่อคิวอยู่ข้างหลังยาวเหยียดล่ะทีนี้ และสาม ชอบที่สุด คือแบบตะกร้าตาข่ายเหมือนแป้นบาสเก็ตบอล เขาจะมีป้ายบอกจำนวนเงินอยู่ก่อนถึงตู้เก็บเงินราวห้าร้อยเมตร เราเตรียมตังค์ให้พอดี พอถึงก็โยนตูม ไม้กั้นก็เปิด สะดวกมากๆ แต่ต้องแยกเศษตังค์ในรถให้ดีๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งงม ในเหรียญบาทเหรียญห้าสิบ



......คืนแรกกับการนอนเต้นท์ ประสบการณ์เก็บอาหารแบบไม่มีตู้เย็น เที่ยวชมปราสาทยุคกลาง
ใกล้กับเมือง Sarlat ......

สองคืนแรกเราพักที่โรงแรมในเมือง Beaune และ Sarlat จากนั้นก็ขับรถไปที่หมู่บ้านเล็กๆชื่อSaint Cybranet ห่างจากเมือง Sarlat ไม่ถึง 20 กม.พักแบบแค้มปิ้งในที่พักชื่อ Les cascades พากันเลือกทำเลที่มีเสียงน้ำไหลซู่ๆ ตลอดเวลา ใต้ต้นไม้ใหญ่ จะได้ตากเสื้อผ้าเปียกได้ อากาศกลางคืนค่อนข้างเย็น เวลาเรารูดซิปปิดหมดก็อุ่นสบาย เวลาจะฉี่ไม่ต้องเดินไปไกลถึงห้องน้ำ ใช้วิธียิงกระต่ายเอา แต่ก็ไม่ค่อยอยากจะลุก ข้างนอกมันหนาว



อาหารการกินสำหรับการเที่ยวป่าในยุโรปนี่ช่างสะดวกสบาย ขับรถออกมาห้านาทีก็เจอซุปเปอร์มาเก็ตเป็นแบบขายอาหาร organic เนื้อ ชีส นมเนย ผักผลไม้ ที่เห็นในขวดโหลเรียงรายเป็นข้าวมาจากที่ต่างๆ เช่นข้าวญี่ปุ่น ข้าวบัสมาติของอินเดีย เห็นมีข้าวไทยอยู่สามรายการ กิบเก๋ มีข้าวกล้องด้วย ร้านนี้พื้นที่ขนาดเท่าบ้านที่หัวหินสองหลัง แต่มีพนักงานหญิงสาวร่างยักษ์คนเดียวทำทุกอย่าง เก็บของเข้าชั้น คิดตังค์..เป็นคนไทยคงลาออกไปแล้ว ทำไม่ไหว



อาหารที่ซื้อมาแล้วอาจเสียได้แม้ว่าอากาศจะเย็น คุ้มมีวิธีแบบแค้มเปอร์ตัวจริงคือใส่กล่องพลาสติกใส่ถุงดำมัดให้แน่นแล้วเอาไปแช่น้ำ น้ำเย็นเจี๊ยบช่วยถนอมอาหารได้ แต่จะไม่ได้ก็ตรงที่จะมีมือดีมาฉวยเอาไปนี่แหละ



เราพักอยู่ที่นี่สองคืน กลางวันกลับจากไปเที่ยวชมปราสาทสมัยยุคกลาง อากาศร้อนมาก เดินไปเดินมา น้ำเย็นมากเกิน แม้จะอากาศร้อนก็ตาม ลองวิดดู อื้อ ..ไม่เอา..ร้อน ลองใหม่ ว่าแล้วกลั้นใจกระโดดตูม คุ้มเห็นเราเล่นน้ำสนุก ทนไม่ไหวยอมช๊อกน้ำเย็น ตามลงมาเล่นน้ำดีกว่า น้ำเย็นแบบนี้ไม่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคหัวใจ อาจช็อคตายได้ เย็นเหมือนน้ำแช่อยู่ในตู้เย็นเลย



ตอนเช้าแสงแดดสดใส เอาผ้าเปียกๆออกมาตาก อากาศเย็นทำให้ไม่อยากลุกจากที่นอน กว่าจะหลุดออกมาจากเต้นท์ได้ เก้าโมงเช้า ถุงนอนเหมือนมีแม่เหล็กดูดไว้ ..ในแค้มป์มีพวกขี่จักรยานติดเครื่องยนต์แบบนายฮอนด้าทำให้เมียใช้สมัยสงครามโลก วิ่งกันให้ควั่กแต่เช้ามืด ติดธงเบลเยี่ยมบอกที่มาด้วย คงจะเป็นของเล่นยอดฮิตของผู้ใหญ่ชาวเบลเยี่ยมกระมัง คุ้มว่าสงสัยเขาจะมามีตติ้งกันแถวนี้



ดูปราสาทพวกนี้มากๆ ออกอาการเอียน คงจะเหมือนพวกฝรั่งที่มาเมืองไทยแล้วเราพาไปวัด เขาว่าวัดไหนๆก็เหมือนๆกัน ที่เป็นดังนี้เพราะไม่มีประสบการณ์ร่วมกระมัง



ที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือการใช้พื้นที่ภายในปราสาทชนิดที่ว่าไม่ต้องออกไปสู่โลกภายนอกก็ได้ เขามีที่เลี้ยงสัตว์ ปลูกผักไว้กิน เวลาศัตรูมาประชิด ก็ปลอดภัยอุ่นใจอยู่ในนี้แหละ



กินเสร็จแล้วก็ถ่าย ไปมาหลายปราสาทแล้วเพิ่งจะเห็นสุขาในปราสาทก็คราวนี้ ที่เห็นกลมๆนันแหละหลุม มีภาพแสดงข้างฝาถึงวิธีใช้ คุ้มว่านี่นะหรูนะ บางปราสาทไม่มีส้วมหรอก เขาเปิดหน้าต่างแล้วก็หย่อนก้นออกไป ..เหมือนโยนบอมบ์อึจากที่สูงเลยนะ อี๋ยย..



แถวนี้มีมธุลดาออกดอกสะพรั่งดูแข็งแรง ไม่เหมือนเจ้าสาวน้อยที่บ้านหัวหิน มีแต่ใบ ยาวชะลูดปรูดๆขึ้นไบบนท้องฟ้า...




...................

......กินหอยแมลงภู่แกล้มหนุ่มหล่อ ปีนเนินทราบที่สูงที่สุดในยุโรป กินหอยนางรมจากแอตแลนติกและนอนในเต้นท์อีกสองคืนท่ามกลางลมพายุ ใน Moliets Plage.......



แผนการเดินทางเปลี่ยนตลอดเวลา ความจริงคนขับรถกำหนดว่าจะใช้วิธีนอนเต้นท์สองคืนนอนโรงแรมสองคืนสลับกัน แต่แผนก็คือแผนสำหรับคุ้มเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะมาจอดรถอยู่หน้าโรงแรม หลังจากที่เราไปตะเวณกันที่เมือง Arcachon เพื่อจะปีนเนินทรายที่สูงที่สุดในยุโรปกัน
Pilat เมือง Arcachon ที่เนินทรายแห่งนี้ไม่มีการเก็บค่าเข้าชม แต่เก็บค่าที่จอดรถตามระยะเวลาที่ใช้ไป ..เช่นเดียวกับแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปที่คลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยว และเราสองคนก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่อุตส่าห์ปีนขึ้นไปเหมือนกับคนอื่นๆ เพราะมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ดูซะหน่อยแ็แล้วกัน(วะ) เขาทำบันไดให้เดินขึ้นได้สะดวก แต่ไม่สุดทาง ต้องเดินบนทรายต่ออีก แต่ขากลับแทบทั้งนั้นถลาลงโดยไม่ลงบันได



ข้างบนเนินทรายมีคนนั่งๆนอนๆอาบแดด มีไม่ถึงสิบคนที่ลงไปเล่นน้ำ ก็น่าอยู่หรอก อากาศเย็นแบบนี้ ลมแรงมากด้วย หลายคนหอบเด็กทารก ..ทารกนอนแบเบาะชนิดคอยังไม่ชัน จริงๆนะ ขึ้นมาปีนป่ายเป็นคนไทยปู่ย่าคงจะด่าแน่ๆ
มีคนนั่งหน้าบึ้งเพราะหิวอยู่ด้วยคนนึง มองไปไกลๆเห็นมหาสมุทรแอตแลนติค น้ำทะเลสีฟ้าแบบไม่ใสแจ๋วแต่ก็ยังดีกว่าน้ำทะเลที่เห็นที่เมืองคานส์เมื่อหลายปีก่อน ..ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกับฝนด้วยหรือปล่าว เพราะสองคืนที่อยู่กันแถวนี้ ฝนตกหนักทุกคืน



ในที่สุด ก็ได้กินอาหารเสียที ..หิวแทบอยากจะฆ่าคนอยู่แล้ว จานที่เราสั่งมากินคือหอยแมลงภู่อบมีสามแบบ ซอสครีม ซอวไวน์ขาว ซอสมะเขือเทศแบบอิตาเลียน เราสั่งมาสองแบบแรก เขาเสิร์ฟกับเฟรนซ์ฟราย เสิร์ฟมาในกล่องพลาสติก ส่วนจานนั้นเอาใส่เปลือกหอย ก็อร่อยดี แต่ถ้าให้ชอบ น้ำจิ้มซีฟู๊ดแบบบ้านเราดีกว่า ที่เห็นซองเล็กๆนั่น กระดาษแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดมือ นึกถึงที่สกลเขาใช้น้ำมะนาวนะ



นี่แหละกับแกล้มของไก่แก่แม่ปลาช่อน เจ้าหนุ่มนี่กินอย่างเอร็ดอร่อย กินไปพูดไป เสียงตัวRRRRRสนั่น คุ้มว่าเจ้านี่สเปนแน่นอน ท่าทางคงจะอร่อยมากๆ รอบปากงี้เขรอะเชียว พวกเด็กๆน่ะมีเสน่ห์ตรงนี้เอง เป็นธรรมชาติไม่ต้องระวังตัวเองว่าใครเขาจะวิจารณ์ว่าอะไร



เราเลือกพักกันสองคืน ที่ Moliets Plage ในแค้มป์ชื่อ Les cicales ที่ชื่อนี้เป็นเพราะแถวนี้เป็นย่านจิ้งหรีด ตกกลางคืนออกมาร้องกันระงม..บางคนรำคาญนอนไม่หลับ แต่สำหรับแมลงแล้วไซร้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด..
ตอนคุ้มมาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ เวลาฝนตกหนักพวกอึ่งอ่างออกมาเริงระบำน้ำฝน ร้องกันเสียงขรม เขาให้สงสัยนักหนาว่าทำไมพระชอบสวดกันวันที่ฝนตกหนัก..ฮะฮะ ขำ

ที่นี่ก็เช่นกัน ตอนกลางวันแสงแดดสดใส ตกเย็นมาลมแรงมาก ฝนตกหนักกลางคืน เราสองคนสูญเสียเสื่อที่เพิ่งซื้อจากคาร์ฟูร์ไปหนึ่งผืน เพราะตากทิ้งไว้แล้วออกไปเดินชมชายหาดตอนเย็น ไม่คิดว่าจะมีลมพายุพัดไปแบบนี้เสื่อนี่ราคาห้ายูโร ยังไม่ทันได้ใช้คุ้มค่าเลย
รองเท้านั่นก็มาซื้อเอาแถวนี้เพราะเริ่มขี้เกียจเข้าออกรองเท้าผ้าใบแล้ว ไปเดินหาซื้อรองเท้าฟองน้ำแบบที่บ้านเราคู่ละสามสิบบาทเขาขายกันคู่ละยี่สิบห้ายูโร จ๊าก เลยเอาแตะฝรั่งเศสสิบสามยูโรนี่ดีกว่า แต่เดินไปเดินมาเจอสิบยูโร เลยถอยมาอีกสามคู่ จำได้ว่าตอนเป็นเด็กวัยรุ่น พี่หญิงใหญ่มีหลายคู่หลายสีเลย ..ข้างใต้เป็นยาง รูปทรงของรองเท้าขึ้นเป็นผ้าใบ พื้นเป็นเชือกถักเปีย



แถวนี้มีป่าสีสวยแบบนี้เต็มไปหมด ต้นไม้ที่รู้จักคือเฟิร์น โอ๊ก และวอลนัท เวลาที่เดินในป่าจะได้ยินเสียงคลื่นจากทะเลแว่วมา แสดงว่ามันอยู่ใกล้กับทะเลนิดเดียว



มุมนี้มองจากห้างส่องสัตว์ที่ลงมากินน้ำในบึง เขาทำเป็นกระท่อมไม้ ให้เราเข้าไปแอบดูสัตว์ รอบๆบริเวณบึงที่กว้างมากเขาทำรั้วกั้น ไม่ให้คนเข้าไปรบกวนสัตว์ป่า ดีจังนะ อยู่ร่วมกัน คนเรานี่มาทีหลัง ต้องรู้จักเกรงใจผู้มาอยู่ก่อน



และที่นี่เอง ได้ลองกิน หอยนางรมจากแอตแลนติคเป็นครั้งแรก เรากินกันคนละสิบสองตัวต่อมื้อ รสชาติจับใจจริงๆ มันมีกลิ่นและรสของทะเลที่ติดมาเหมือนกับที่เคยอ่านในหนังสือพ่อเฒ่ากับเจ้าหนู เขาเปิดเปลือกหอยออกให้เราเอาน้ำมะนาวบีบลงไป ก่อนจะซดหอยเข้าปาก เสียงดังซู๊ดดด.. อร่อย..ชื่นใจ
และยังได้ลองบูยาเบส(ซุปปลา)ของแท้ ลองข้าวอบหญ้าฝรั่นแบบสเปนเป็นครั้งแรก และจะลองกินไปเรื่อยๆ เพื่อทำความเข้าใจกับรสชาติแท้ๆจากท้องถิ่น เหมือนจะกินส้มตำของแท้ต้องมากินที่เมืองไทย..มีเพื่อนฝรั่งชายคนนึง เวลามาเมืองไทยต้องตะเวณกินส้มตำ..มีอยู่ครั้งนึง กินส้มตำห้าจานในหนึ่งวันจากสามร้าน..อย่างนี้เรียกว่าหลงส้มตำของเราแท้จริง



จานนี้คือซีฟู๊ดรวม มีหอยนางรมเป็นพระเอก ตอนเขายกหอคอยนี้มาตั้งพร้อมถ้วยเปล่าอยู่ข้างใต้ให้สงสัย ว่าเขาจะทำอะไร พอถาดน้ำแข็งวางซีฟู้ดมาวางข้างบนถึงได้ร้องอ๋อ ถ้วยข้างล่างหน้าตาดีนี่เอาไว้ใส่ขยะ ที่ร้านนี้เห็นน้ำใจสาวเสิร์ฟที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เธอวิ่งตามหาลูกค้าที่ลืมร่มทิ้งไว้..ปรกติ มักจะรอให้นึกออกแล้วเดินกลับมาเอาเอง



พอเก็บข้าวของออกจากแค้มป์จิ้งหรีด เพื่อจะเข้าสู่สเปน ผ่านเมือง Plamplona คุ้มว่าเข้าไปดูเมืองนี้หน่อย เขาเคยมา เป็นเมืองเก่าที่สวยดี ได้เรื่องเลย พอเข้าเขตเมืองรถติดแหงก เขามีประท้วงกันเรื่องการขยายเวลาเกษียณอายุที่รัฐบาลจะเพิ่มจากหกสิบปีเป็นหกสิบสอง ที่ตอนนี้กำลังขยายไปที่เมืองLeon ที่เป็นเมืองใหญ่กว่า จินตนาการได้เลยถึงความโกลาหลและความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้จะไม่มีใครตาย แต่ก็เสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก
คุ้มว่าที่เยอรมันตอนนี้กำลังจะขยายเป็นหกสิบเจ็ดจากหกสิบห้า..ทำงานกันจนนาทีสุดท้าย



จากนั้นเราก็ขับรถออกจากฝรั่งเศส เข้าพรมแดนสเปน ข้างทางไม่มีวิวต้นไม้เลย เห็นสัญลักษณ์กระทิงบนภูเขาอยู่ลิบๆ บนถนนก็มีแต่สิบล้อเป็นส่วนมาก อากาศร้อน แดดแรงถึงขึ้นต้องเอาผ้ายายสังวาลย์มาคลุมตัว บนถนนทางด่วนนี้ เราพักกินกลางวันที่ร้านอาหารริมทาง ให้นึกถึงร้านข้าวแกงเขาย้อยหรือร้านนันทวันที่เพชรบุรี ..ต่างกันแต่ว่าขนาดร่างกายของลูกค้าใหญ่กว่ากันสามเท่า กว่าจะบุกเข้าไปถึงตู้ขายอาหารได้ แทบเอาชีวิตไม่รอด

สาวงามข้างถนน..
ถัดจากถนนนี้เราจะเข้าสู่เขตเมืองของสเปนที่จะเล่าเรื่องเมืองในตอนต่อไป ผ่าน Zaragoza..Barcelona..มุ่งสู่เมือง Roses

เราเลือกถนนเลียบชายฝ่ังเมดิเตอเรเนียน ท่ีต้องขึ้นเขาลงห้วย ถนนแคบ ชันและมีโค้งมาก แต่วิวสวยอย่าบอกใคร น้ำทะเลเป็นสีฟ้าสดใส กระทบแสงแดดระยิบระยับ ชายหาดเล็กๆที่รถเข้าไม่ถึง แม้จะเดินเท้าเข้าไปไม่ได้ ดูเงียบสงบ มีแต่เรือสปีดโบ๊ทเท่านั้นที่เข้าถึง นักท่องเที่ยวนอนอาบแดดกันบนเรือนั่นแหละ บ้านบนเชิงเขาแต่ละหลังก็ดูใหญ่โต สวนเขียวหนามหญ้ากว้างพร้อมสระว่ายน้ำ เจ้าของคงจะมีเงินมากเอาการ..



เราหยุดพักชมวิวกันเป็นระยะๆ ก่อนจะเข้าที่พักแบบแค้มปิ้งที่ชานเมือง Roses ระหว่างทางใกล้จะไปถึงที่พัก มีเรื่องประหลาดที่พบเห็นสองข้างทาง คือหญิงสาวรูปร่างอวบอั๋นใส่ชุดนุ่งน้อยห่มน้อย ยืนบ้างนั่งบ้าง ทุกๆห้าสิบถึงร้อยเมตร ตอนเห็นนางแรก ให้สงสัย ว่าทำไมไม่ไปอาบแดดที่ชายหาด มาอาบแดดข้างถนน สาวฝรั่งพวกนี้ชอบกล..พอเห็นอีกหลายนางถัดมา ก็ชักจะเห็นด้วยกับคุ้มที่ว่าแต่ละนางกำลังรอลูกค้า..ให้สงสัยต่อว่า แล้วเขาจะไปรับแขกกันแถวไหน พอมีแต่ทุ่งหญ้าแห้งโล่งโจ้งออกอย่างนั้น เรื่องนี้มาเล่าให้พวกเพื่อนฝรั่งที่เยอรมันฟัง เขาว่าถ้าคิดอีกที มันก็เป็นอาชีพสุจริตนะ ลดอัตราการข่มขืนได้..ถ้าคิดอย่างนี้ก็เป็นการมองแบบแยกส่วน และพูดถึงมันแค่ส่วนเดียว มันน่าจะมีวิธีอื่นในการทำมาหากินที่ดีกว่านี้ แต่ก็อีกแหละ ทั้งคนซื้อก็แสวงหา คนขายก็พึงพอใจ..อาชีพนี้นับเป็นว่าอยู่ยงคงกะพันมาร่วมกับสังคมมนุษย์มานานนับพันปีแล้ว



เราพักกันในแค้มป์ชื่ออารายจำไม่ได้แล้ว ลืมจดไว้..อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองRosesประมาณสักสิบกม.น่าจะได้ เป็นแค้มป์ที่ห้องน้ำสะอาดมากเทียบกับอีกสามแค้มป์ในฝรั่งเศส มีพนักงานหญิงทำความสะอาดทั้งวัน วันละสามคน ชะรอยค่าแรงในสเปนน่าจะถูกกว่าในฝรั่งเศสมาก ที่แค้มป์นี้เรามีโอกาสได้ประสบการณ์คาราโอเกะในสังคมฝรั่งด้วย
ตอนเย็นหลังจากกลับมาจากกินอาหารที่ในเมือง เราพากันมานั่งตากลมจิบไวน์ที่ร้านอาหารของแค้มป์ เขามีเวทีสำหรับการแสดงด้วย คืนที่เราพักเขามีสมัครร้องคาราโอเกะแข่งกัน
คุ้มว่า ในยุโรปม่ีแต่พวกสมองเน่าเท่านั้นแหละที่กล้าแสดงอะไรแบบนี้ คนหัวเราะเยาะแย่..
พากันไม่ยอมไปนอน จะรอดูว่า เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร..
แรกๆ ไม่มีใครยอมออกไปร้อง นั่งคุมเชิงกันอยู่ จนพิธีกรสองคนหญิงชายต้องทั้งร้องทั้งเต้นเพลงบาร์บี้ดอลล์(เพิ่งสังเกตว่า เนื้อร้องเพลงนี้ ผู้หญิงดูหมิ่นตัวเองอย่างมาก) คนฟังก็เริ่มขำ เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองทีละนิด ..จากขำ มาเป็น ปรบมือช่วยให้จังหวะ..ร้องที่เก้าอี้ ..ขยับขึ้นบนเวที..ในที่สุด พวกสเปนและฝรั่งเศสก็ออกไปร้องเพลงแข่งกัน มีเยอรมันวิจารณ์..ไทยนั่งดูเงียบๆ ลุ้นให้กับพิธีกร ..สงสารเค้าน่ะ



ตอนเย็นๆจะพากันไปเดินชมเมืองและหาของกิน บรรยากาศคล้ายๆชะอำ
มีถนนเลียบชายหาด จัดระเบียบที่จอดรถ มีร้านขายของที่ระลึกคุณภาพต่ำแต่ขายราคาสูงมาก ร้านค้าสินค้าประจำถิ่นเช่น ไส้กรอก น้ำผึ้ง งานประดิษฐ์ โรงแรมที่พักก็แออัด คนเดินกันขวักไขว่ แม้จะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ..นึกภาพตอนฤดูท่องเที่ยวได้ ที่คิดว่าแถวพัทยา ภูเก็ต กระบี่ คงจะเบามากถ้าเทียบกับแถวนี้..ไม่ต้องคิดถึงรถเก๋งที่เขามีกันทุกบ้านบ้านละหลายๆคัน เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวนี้ได้ง่ายมาก ยังจะมอเตอร์โฮม เรือยอชท์อีก จอดกันเรียงราย วิ่งกันให้พล่าน
..หนูอยากกลับบ้านแล้ว



ขายาวๆนั่น ข้อยเอง..เดินไปเดินมา หาของกิน วันนี้เข้าไปลองอาหารร้านนี้ ชื่อ Fish เขาแต่งร้านสีน้ำเงินขาวแบบทะเลๆ แนวชิกยังกับที่หัวหิน..อาหารก็อร่อยดี..หรือหิวก็ไม่รู้ พนักงานในร้านเป็นฟิลิปปินส์ พูดภาษาสเปนปรื๋อ..น่าอิจฉา (เวลาเห็นใครพูดภาษาต่างประเทศได้ก็จะมีอาการแบบนี้ เพราะตัวเองแย่มากๆ แม้จะพูดอิสานหรือใต้ ชาวถิ่นเขาก็ขอร้องกันว่าอย่าพูดเลย ภาษาเขาเสียหายหมด )



อาหารจานนี้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย ฮะๆ ทำเองก็ได้ เขาใส่ปาปริก้าย่างลอกเปลือกกับแอนโชวีบนขนมปังอบกรอบแค่นั้นเอง กินกับสลัดน้ำใส



ข้าวอบหญ้าฝรั่นซีฟู๊ด จานนี้ดูเหมือนจะยาก แต่หลังจากทริปนี้ ได้รับประทานไปทั้งหมดห้าครั้งจากห้าร้านทั้งในฝรั่งเศสและสเปน พอกลับมาถึงหัวหิน เอาหญ้าฝรั่นท่ี่เรามีอยู่มาใช้ซะหน่อย ใช้แค่หยิบมือเล็กๆกลิ่นก็หอมฉุย วิ่งตื๋อไปตลาด ลองซื้อมาทำกินเป็นที่เรียบร้อย ถ้าแก่นกับไหมแมมา จะทำให้ลองกิน จานนี้กินกับไวน์ขาว เข้ากันเป็นอย่างมาก นับเป็นเมนูสำหรับครอบครัวใหญ่ อยู่คนเดียวหรือสองคน จะกลายเป็นว่าทำมากเกินความต้องการ

..มีเรื่องตลกของการนอนแค้มป์ปิ้งที่นี่อยู่เรื่องนึง
เช้าวันหนึ่ง ตอนไปปฏิบัติภาระกิจสำคัญ พอเดินเข้าเขตห้องน้ำ จ๊ากกกก.. กลั้นหายใจ วิ่งจู๊ดกลับไปที่เต้นท์..แว่กกๆ "ครายเอาช้างเน่ามาปล่อยในห้องน้ำไม่รู้"..ต้องรอประมาณครึ่งชั่วโมงให้กลิ่นจางค่อยกลับไปใหม่..
พอถึงตาตัวเอง..แว่กๆ เฮ้ยกลิ่นเดียวกันเลย .. ไม่กล้าออกจากห้องน้ำกลัวคนอื่นแตกฮือเหมือนตัวเองเมื่อตะกี้ รอกดชักโครกห้าครั้ง ติดต่อกัน..
กลับมาที่เต้นท์ ปรึกษากันกับคุ้มว่าทำไมของเสียเราถึงกลิ่นแรงนัก..ได้คำตอบว่าเป็นเพราะกระเทียมที่อร่อยกันนักหนาไง ..เราซื้อกระเทียมสเปนมากินกับน้ำมันมะกอกและขนมปังตอนเช้า กลิ่นและรสชาติตอนกินอร่อยมาก กินกระเทียมมากของเสียก็เลยกลิ่นแรงมาก เหอๆ


กลับมาฝรั่งเศส เที่ยวย่ำซ้ำที่เดิม กินอาหารไทยฝีมือฝรั่งหัวใจไทย
..สู้กับลมมิสทรัลและเล่นน้ำจากภูเขา

เราออกจากสเปนกลับเข้าฝรั่งเศสอีกครั้ง พักในเมืองAvignon หนึ่งคืน ครั้งก่อนที่เราผ่านมาย่านโพรวองซ์ ไม่ได้เข้ามาดูเมืองนี้ คราวนี้เลยเอาซะหน่อย แล้วต่อมาที่เมืองValon เพื่อพักแค้มป์ที่ แม่น้ำ Ardec และกินอาหารไทยฝีมือชาวฝรั่งเศส ซ้ำรอยเดิมเปี๊ยบ..แต่คราวนี้ดีกว่า ไม่มีประสบการณ์รถเสีย ต้องจอดนิ่งๆอยู่กับที่เป็นอาทิตย์แบบคราวก่อน



บริเวณนี้เป็นที่ท่องเที่ยวในฤดูร้อนของชาวฝรั่งเศสและยุโรปอื่นๆ มีโตรกผา และแม่น้ำใหญ่ไหลเย็น ผู้คนจะมาพาเรือคายักกัน ปีก่อนเราก็มีโอกาสได้พายเรือ(ไม่ใช่เรา ..คุ้มพายเรือ แมลงนั่งชมวิว)เพราะช่วงที่มาเป็นเดือนมิถุนายน เขาเพิ่งจะเริ่มฤดูกาลท่องเที่ยวน้ำมาก แต่เดือนกันยายนนี่น้ำน้อย แต่ก็ยังเห็นมีคนพยายามพายเรือกันจำนวนหนึ่ง
รูปนี้เป็นวิวที่เราพักจอดถ่ายรูปกันเป็นระยะๆ บนเส้นทางจากเมือง Avignon ถึงเมือง Valon มุมขวาบนเป็นที่เห็นเป็นโตรกเขาแหลมๆคล้ายปราสาทเก่า เป็นจุดที่มีชื่อดัง เขาเรียก Cathedral มุมซ้ายล่างเห็นจุดเหลืองๆ เรือคายักของใครไม่รู้มาจอดจมอยู่



เรากางเต้นท์กันที่แค้มป์เดิมที่เคยมา ในจุดที่เกือบจะเป็นจุดเดิมที่กางเต้นท์กันเมื่อคราวก่อน เพราะเลือกทำเลไกลคน ใกล้ห้องน้ำ แต่ที่เลือกจุดเดิมไม่ได้ เพราะดินบริเวณนั้นแฉะมากจากฝนเมื่อคืนก่อน มองไกลออกไปจะเห็นห้องน้ำ ครั้งก่อนที่มา ได้พบสาวไทยขับรถมาเที่ยวจากฮอลแลนด์ด้วย



ตอนกลางวัน แถวนี้ อากาศร้อน แสงแดดสดใส ทั้งคนและหมาออกมานั่งบ้างเดินบ้างตากแดดอุ่นกัน เราหาทำเลลงไปเล่นน้ำ ได้บริเวณนี้แหละ มีหาดทรายเล็กๆ กรวดก้อนกลมๆ น้ำใสแจ๋ว แต่ไหลแรงเหมือนรีบร้อนจะไปไหนกันสักแห่ง
น้ำเย็นเหมือนออกจากตู้เย็น ก่อนจะลงไปทั้งตัว ต้องเอาน้ำมาลูบตามตัวแบบที่ยายทำให้ตอนเด็กๆ แล้วค่อยๆหย่อนลงไปทั้งตัว กลัวว่าจะช๊อก..





ตกเย็น เราฝากท้องกันที่ร้านอาหารไทยที่ในเมือง Valon ที่เคยมากินเมื่อคราวก่อน เข้าไปในเมืองนี้ถามหาร้านอาหารไทยใครๆก็รู้จัก มีอยู่ร้านเดียว คนกินเยอะพอสมควร พ่อครัวเขาแต่งงานกับหญิงไทย ปีนึงเขาจะมาทำนาอยู่ที่ชัยภูมิหกเดือน อีกหกเดือนมาทำอาหารขายที่เมืองนี้ในฤดูท่องเที่ยว ลูกเขาเรียนจบมหาวิทยาลัยกันไปหมดแล้ว
ร้านนี้ชื่อ Coco Loco แต่ปีหน้าเห็นว่าจะย้ายร้านไปอยู่เหนือขึ้นไปและเปลี่ยนชื่อร้านเป็นบ้านส้มโอ เขาเอากระดาษเขียนคำว่าบ้านส้มโอให้เช็คดูว่าเขียนถูกไหม และขอให้แมลงเขียนคำว่า แซบอีหลีเป็นภาษาไทยให้ด้วย



เมนูอาหารไทยของเขาหนักไปทางเนื้อสัตว์ วันแรกที่ไปกินหิวจัด ก็เลยสั่งแต่พวกผัดพริกแกงมา จานใหญ่เบ้อเร่ิมแบบนี้ วันที่สองกินลาบกับข้าวเหนียว ..ข้าวเหนียวของเขาใช้วิธีหุงแบบใช้หวดแบบทางอิสาน Isarn Original Style สงสัยว่าอาจจะเอาข้าวเหนียวมาจากที่นาของตัวเองด้วยกระมัง รสชาติเหมือนที่เรากินที่เมืองไทย ต่างจากที่เพื่อนฝรั่งไปซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่างมาก

พอตกมืด ชาวแค้มป์เข้าบ้านนอนกันเงียบกริบ เพราะอากาศข้างนอกเย็นมาก ทั้งลมเย็นพัดฮือๆ อยู่ตลอดเวลา คุ้มว่านี่แหละลมมิสทรัล แมลงต้องดวดยาเมดิไนท์ทุกคืน (ตาแดงก่ำทุกคืน โดยเฉพาะข้างซ้าย ..เวลาเหนื่อยมากๆ จะออกอาการที่ตา)ในขณะที่คุ้มเอนจอยกับไวน์เป็นอย่างมาก มุดเข้าถุงนอน คลุมไอ้โม่ง รอจนเก้าโมงเช้าค่อยตื่น ให้ข้างนอกอุ่นก่อน เวลาปวดฉี่นี่ทรมานใจมาก เพราะต้องมุดออกมาจากเต้นท์เพื่อยิงกระต่าย คนละอารมณ์กับยิงกระต่ายใต้แสงดาวที่เกาะห้อง ยิงเสร็จแล้วยังอยากอาบแสงดาวต่อ..




เล่ามาซะยืดยาว ..ยังไม่หายเหนื่อยเลย ..ไปเที่ยวนอนเต้นท์ที่สิมิลัน ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2553
19 comments
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2553 12:38:03 น.
Counter : 4584 Pageviews.

 

คุณนิดบรรยายได้ดีมากเหมือนกับได้ไปนอนไปเที่ยวด้วยกันเลยค่ะ
เพิ่งเคยเห็นและทราบว่าส้วมฝรั่งโบราณเขาใช้กันอย่างนี้นี่เอง
ไปสิมิลันแล้วอย่าลืมเก็บภาพสวยๆ มาฝากเช่นเคยนะคะ

คิดถึงเสมอค่ะ


 

โดย: addsiripun 7 พฤศจิกายน 2553 11:15:33 น.  

 

สนุกจังเลยค่ะ เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลยค่ะ ขำตอนเล่าถึงเสียงอึ่งอ่าง และเรื่องเข้าส้วม พี่นิดไปสิมิลันเมื่อไรค่ะ เป็นห่วงเรื่องสภาพอากาศค่ะ ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ และเจอกับอากาศที่แจ่มใส

 

โดย: นก IP: 58.137.211.68 8 พฤศจิกายน 2553 8:45:10 น.  

 

อ่านเพลินเลยนะคะ คุณนิดเล่าเรื่องได้ชัดเจนมากเลยค่ะ
เที่ยวแบบลุยๆอย่างนี้ก็สนุกดีนะคะ แต่สุขภาพต้องแข็งแรงด้วยค่ะ แสดงว่าคุณนิดยังฟิตเปรี๊ยะ

 

โดย: พี่แมว (fangbetta ) 8 พฤศจิกายน 2553 12:15:34 น.  

 

สนุกเนอะ...โชคดีจัง ที่ได้เที่ยวแบบอิ่มสุข..ลั๊ลลา....
โดยเฉพาะ อาหารการกิน และตู้เย็นสุดคุ้ม..ฮา

แคมป์แบบคนรักป่า รักธรรมชาตินี่ ..สุดยอด

เคยเจอะแคมป์เขาค้อ แจ้ซ้อน ศรีน่าน ฯลฯ...ชาวแคมป์ทำแบบว่าเหมือนสนุกกันที่ลานบ้านตัวเองเลยเซ็งมากมาย...

ไปนอนเต้นท์ 10 ครั้ง ได้บรรยากาศแบบถูกใจ
สัก 5 ได้ม้างงงงง..(ต้องไปวันธรรมดาอ่ะ..อิ 5 คือไปวันหยุดยาว..)

กลับจากสิมิลัน มาเล่าสู่กันฟังอีกนะคะ...จะร้องเพลง รอ..

 

โดย: nu-an 9 พฤศจิกายน 2553 11:50:42 น.  

 

มาชวนคุณนิดไปชมการลอยโคมค่ะ
ลอยกันก่อนงานยี่เป็งเลยค่ะ
สนุกมาก ได้บุญด้วย

 

โดย: addsiripun 10 พฤศจิกายน 2553 11:09:13 น.  

 

ยินดีค่ะ ที่คนอ่านรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวด้วย เพราะตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น จะไปเที่ยวแบบนี้ได้มันต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง มีตังค์อย่างเดียวไม่ได้ ..ก็อีกแหละคนที่มีตังค์เขาก็ไม่มาเที่ยวแบบนี้ เขาคงสนุกกับช๊อบปิ้งมากกว่าเนอะ

ป้าแอ๊ด..หนูว่าฝรั่งโบราณนี่น่ากลัวค่ะ มีแต่สร้างเครื่องมือไว้สู้กัน
นก..มีเรื่องทะเลาะกันหลายเรื่องก็ตลกเหมือนกัน แต่ต้องเล่านอกจอเดี๋ยวคนอ่านบางคนเข้าใจผิด
พี่ แมว..น้องไม่ค่อยฟิตเท่าไหร่ค่ะ เมื่อวันก่อนหลับตั้งแต่หกโมงเย็นตื่นมาอีกทีหกโมงเช้า ข้าวปลาไม่กิน..เป็นพวกแรงน้อย ทำอะไรหักโหมเหมือนคนอื่นไม่ค่อยได้ค่ะ
ป้านวน..ก็ไปเที่ยววันหยุดยาวก็อย่างนั้นแหละค่ะ..เราต้องให้โอกาสคนทำงานเขา ที่หัวหินนี่ก็เหมือนกัน เสาร์อาทิตย์หลบอยู่ในบ้าน ไม่ก็หนีเข้ากทม. ให้โอกาสคนทำงานเขาได้ปลดปล่อย..ฮ่าๆ
ป้าแอ๊ด..อีกที..หนูไปดูแล้วไม่เห็นมีเลย

 

โดย: Bug in the garden 11 พฤศจิกายน 2553 11:59:53 น.  

 

ช่วงนี้บล็อกป้าแอ๊ดสลับซับซ้อนไปหน่อยนะคะ
คุณนิด คลิกเข้าไปคุยได้ที่นี่ค่ะ


 

โดย: addsiripun 11 พฤศจิกายน 2553 12:47:22 น.  

 

ชมภาพไปอ่านไปเพลินเลยครับ เหมือนตามไปเที่ยวด้วยเลย

 

โดย: endless man 11 พฤศจิกายน 2553 20:07:17 น.  

 

เรื่องช้างนั่งส้วมในบล็อกป้าแอ๊ด เป็นเพียงการแสดงของช้างเท่านั้นเองค่ะคุณนิด
แค่ควาญให้นั่งบนโถส้วมเท่านั้นเอง
ชีวิตจริงๆ ช้างคงไม่มานั่งส้วมหรอกนะคะ
นั่งแล้วคงอึไม่ออกแน่ๆ

เรื่องโคมลอย ป้าแอ๊ดติดต่อให้แล้วนะคะ แล้วจะแจ้งให้ทราบเร็วๆ นี้ค่ะ

 

โดย: addsiripun 12 พฤศจิกายน 2553 18:43:04 น.  

 




บรรยากาศดีจังเลยค่ะ
ธรรมชาติจริงๆๆๆๆๆ

 

โดย: Gunpung 13 พฤศจิกายน 2553 4:53:55 น.  

 

แว้บมาดูรูปก่อน ช่วงนี้ต้องทำงานหลายวัน ถ้าได้หยุดก็ต้องทาสีบ้านต่อ เอาไว้เดี๋ยวค่อยมาอ่านดีๆใหม่นะคะน้านิด แค่อยากแว้บมาหามาบอกคิดถึงน้าานะคะ ขอบคุณสำหรับอีเมลด้วยค่ะ อิอิ

 

โดย: อ้อม ~ Cerulean Blue ~ IP: 81.70.148.201 14 พฤศจิกายน 2553 2:10:19 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
ขอบคุณที่ไปท้กทายกันค่ะ

 

โดย: แม่สามข้าว (sinaporn ) 14 พฤศจิกายน 2553 13:09:39 น.  

 

หนิงฝากข้อความไว้หลังไมค์นะคะ

เรื่องโคมลอยที่ป้าแอ๊ดฝากหาข้อมูลให้ค่ะ

 

โดย: หนิงค่ะ (Heart&Home ) 16 พฤศจิกายน 2553 9:16:55 น.  

 

คริคริคริ

ศุกร์หน้าจะไปลั๊ลลา ดูหัวกะหิน ปราณบุรี ป่าละอู

ข้าน่อยคิดการใหญ่จะไปกะรถตู้ประจำทาง 555...

แล้วแปลงร่างเป็นชาวเกาะ ...

ต้องการเป็นหัวหน้าเกาะบ้างไหมเจ้าคะ???

สนุกมากมายเพียงใด ไว้จะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ





ที่นู่น ลอยกระทงสนุกไหมคะ
ที่นี่หูจะเดี้ยงเพราะเสียงโป้งป้างๆดังรอบๆบ้าน
น้องม๋าสามตัวซุกตัวสั่นงันงก แงแงแง


คิดถึงนะคะ

ป้านวนค่ะ

 

โดย: nu-an 21 พฤศจิกายน 2553 19:52:46 น.  

 

อาาาา...น้านิดยังไม่ได้เปลี่ยนเรื่อง ยังมีเวลามาอ่านอยู่ เดี๋ยวมาใหม่ๆ

 

โดย: ~ Cerulean Blue ~ 24 พฤศจิกายน 2553 7:18:46 น.  

 

มาอ่านจนจบแล้วค่ะน้านิด...

ยาวมากๆแต่อ่านรวดเดียวจบเลย ชอบเวลาน้านิดบรรยาย ละเอียดดีค่ะ เหมือนตัวเองได้ไปเที่ยวด้วยเลยยังไงยังงั้น อาหารท้องถิ่นแต่ละที่ก็น่ากินน่าลองมากๆ นี่ถ้าอ้อมไปสงสัยคงได้ลองอยู่คนเดียว เพราะแพทริคไม่ชอบกินอาหารทะเลน่ะค่ะ

นอนกางเต๊นท์ก็ดูน่าสนุกดีนะคะ แถมกางเต๊นท์ใกล้น้ำตกอีก สุดยอด ดูโรแมนติคดี หรือป่าวคะ ต้องถามคนไป ฮิๆๆๆ แต่เวลาต้องไปทำธุระกันกลางดึกนี่สงสัยคงขี้เกียจเหมือนกัน ขนาดอยู่บ้านเวลาอากาศหนาวๆแต่ปวดฉี่กลางดึกบางทียังขี้เกียจลุกไปเข้าห้องน้ำเลยค่ะ

ตอนเริ่มเข้าประเทศสเปนดูภูมิประเทศมันแห้งแล้งเนอะน้านิด ต้นไม้ไม่ค่อยมีเลย ดูจากการแต่งตัวของน้านิดก็คงร้อนจริงๆ

แต่น้านิดไปเที่ยวมาหลายที่มากๆ หลากหลายสถานที่ในเวลาจำกัด เที่ยวกันจนคุ้มเลยนะคะ แต่น่าเสียดายไม่ได้เข้ามาถึงฮอลแลนด์เนอะ เลยอดเจอกันเลย

ว่าแต่จะไปเที่ยวสิมิลันเมื่อไหร่ค่ะเนี่ย หรือไปมาแล้ว ยังไงเที่ยวให้สนุกนะคะ ช่วงนี้อ้อมทำงานเยอะ ใกล้เทศกาลแล้ว เลยต้องไปทำงานบ่อยขึ้น คนที่ร้านเยอะมหาศาล สงสัยคงยุ่งไปจนถึงปีใหม่นู่นเลย

ไว้ว่างๆคุยกันใหม่นะคะน้า

 

โดย: ~ Cerulean Blue ~ 29 พฤศจิกายน 2553 2:12:16 น.  

 

แวะมาเยี่ยมคุณนิดค่ะ
ไปเที่ยวสิมิลันมาหรือยังคะ

คิดถึงนะคะ หายไปนานเลย


 

โดย: addsiripun 2 ธันวาคม 2553 9:37:18 น.  

 

สิมิลัน...!! ....จะได้ไปด้วยหรือเปล่า..เนี่ย..เฮ่ย....

 

โดย: แก่นน้อย IP: 202.29.24.200 8 ธันวาคม 2553 16:29:30 น.  

 

สวัสดีคะ คุณเจ้าของ บล๊อกอยากได้คำแนะนำในการ เที่ยวที่ออสเตรีย พอจะมีที่ สวยๆๆ แบบธรรมชาติ แนะนำได้ใหม๊คะ
ว่า เมืองใหน และ ควรจะไปพัก แถวใหนได้บ้าง

ขอบคุณล่วงหน้าคะ

nitt19_to@hotmail.com

 

โดย: นิ IP: 84.192.147.143 13 กุมภาพันธ์ 2555 2:34:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Bug in the garden
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




ชีวิตในสวนนี้ มีความสงบเย็น และรื่นรมย์ อีกทั้งยังมีอะไรให้เรียนรู้มากมาย เชื่อไหมว่าเราพบพระพุทธเจ้าในสวนได้ทุกวัน
หมั่นเก็บกวาดพืชให้โทษ บำรุงพืชให้คุณ สร้างพลังของอุปนิสัย พัฒนาวาสนาของตนเอง นี้แหละงานของคนสวนธรรมดาๆ คนหนึ่ง
......
ความรื่นรมย์ในชีวิตเล็กๆของแมลง ไม่ใช่จากการมีบ้านหลังใหญ่ มีรถคันโต มีเงินเป็นถุงๆ หรือไปเที่ยวเมืองนอกเป็นว่าเล่น..
แต่เกิดจากการได้มีประสบการณ์ใหม่ทุกวัน..รากถั่วงอกที่โผล่ออกมา ใบที่สามของผักชี ได้เล่นน้ำฝน ก็ทำให้ชีิวิตมีสีสรรพ์ได้ง่ายๆ..Life is beautiful.

.. ทุกท่านที่เข้ามาคอมเมนต์ในเรื่องเวลาเป็นของมีค่าทุกๆคน โปรดทราบ
แมลงจะนำเรื่องราวที่เขียนไว้ รวมทั้งคอมเมนต์ของบางท่านที่เห็นว่ามีประโยชน์กับผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วย ไปพิมพ์เป็นรูปเล่มเพื่อนำไปมอบแก่หน่วยงานที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเพื่อเผยแพร่ จึงขออนุญาตมา ณ โอกาสนี้ หากท่านใดไม่สะดวก โปรดแจ้งให้ทราบด้วยทั้งหน้าไมค์และหลังไมค์ ..ข่าวคืบหน้าการดำเนินการจัดพิมพ์จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ค่ะ
ขอขอบคุณล่วงหน้า สำหรับผู้ที่ได้เคยให้คอมเมนต์ไว้ และอนุญาตให้ดำเนินการได้ หากไม่มีข้อโต้แย้ง ภายในหนึ่งเดือนหลังจากที่แจ้งไว้ ขอโมเมว่าท่านได้อนุญาตนะคะ 21 กุมภาพันธ์
[Add Bug in the garden's blog to your web]