"ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์ ทรัพย์และรัตนะนั้นเสมอด้วยพระตถาคตย่อมไม่มี พระพุทธเจ้าแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต ด้วยการกล่าวคำจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมี....." "พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง, เป็นหูที่วิเศษยิ่ง, เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง, เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง, เป็นกายที่วิเศษยิ่ง, เป็นใจที่วิเศษยิ่ง, เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง, เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง, เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง, เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง, เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง"จากวัดสามแยก
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
หลวงปู่เกษม แสดงธรรม "ศึกษาไตรปิฎกเป็นสิ่งสำคัญในศาสนา" 7 เม.ย. 2555

เนื้อหา บางส่วนจากการแสดงธรรมชุดนี้
      ๑. แม้จะเป็นเปรต แต่็ก็สามารถบรรลุธรรมไ้ด้
      ๒. เทวดาสำรวจคนทำบุญในโลกมนุษย์
      ๓. เมื่อคนวัดเจ็บป่วย ภิกษุพึงรักษาเขาเหมือนอย่างสามเณร
      ๔. พระมหาโมคคัลลานะถูกมารสิง
      ๕. สถานที่อันเร้นลับเหมาะแก่การทำความเพียรเพื่อมรรคผล 
     ฯลฯ

แม้จะเป็นเปรต แต่็ก็สามารถบรรลุธรรมไ้ด้ (โปสาลมาณวกปัญหานิทเทส) เล่ม67หน้า357

วินิปาติกะ (ผู้ตกไปในอบาย)
บางพวก คือเวมานิกเปรตเหล่าอื่นมีอาทิอย่างนี้ คือยักษิณีผู้เป็นมารดาของปุนัพพสุ ยักษิณีผู้เป็นมารดาของปิยังกระ ยักษิณีผู้เป็นมิตรของปุสสะผู้ยินดีในธรรม พ้นจากอบาย ๔. ร่างกายของเวมานิกเปรตเหล่านั้นต่าง ๆ กันด้วยสี  มีผิวขาว ดำ ผิวทอง และสีนิลเป็นต้น ด้วยลักษณะมีผอม อ้วน เตี้ย สูง. แม้สัญญาก็ต่างกันด้วยสามารถแห่งติเหตุกะ ทุเหตุกะและอเหตุกะ เหมือนของมนุษย์ทั้งหลาย. แต่เวมานิกเปรตเหล่านั้นไม่มีศักดิ์มากเหมือนทวยเทพ มีศักดิ์น้อยเหมือนคนจนหาของกินและเครื่องปกปิดได้ยาก ถูกทุกข์บีบคั้นอยู่. บางพวกได้รับทุกข์ในข้างแรม ได้รับสุขในข้างขึ้น. เพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า วินิปาติกะ เพราะตกไปจากการสะสมความสุข. แต่เวมานิกเปรตที่เป็นติเหตุกะ  ย่อมเป็นผู้บรรลุธรรมได้ดุจการบรรลุธรรมของยักษิณีผู้เป็นมารดาของปิยังกระเป็นต้น.


เทวดาสำรวจคนทำบุญในโลกมนุษย์ (ปฐมราชสูตร) เล่ม34หน้า162-163

ว่าด้วยท้าวโลกบาลตรวจโลก

[๔๗๖]  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในดิถีที่ ๘ แห่งปักษ์ พวกอำมาตย์บริวารของมหาราชทั้งสี่เที่ยวดูโลกนี้ ดิถีที่  ๑๔  แห่งปักษ์ พวกบุตรของมหาราชทั้งสี่ เที่ยวดูโลกนี้  วันอุโบสถ ๑๕ ค่ำนั้น มหาราชทั้งสี่ เที่ยวดู โลกนี้ด้วยตนเอง  (เพื่อสำรวจ) ว่า ในหมู่มนุษย์ คนที่เกื้อกูลมารดาบิดา บำรุงสมณพราหมณ์  อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล อธิษฐานอุโบสถ ถือ ปฎิชาครอุโบสถ ทำบุญมีจำนวนมากอยู่หรือ  ถ้าในหมู่มนุษย์ คนที่เกื้อกูล มารดาบิดา ฯลฯ ทำบุญมีจำนวนน้อย มหาราชทั้งสี่ก็บอกแก่คณะเทวดาดาวดึงส์ผู้นั่งประชุมในสุธัมมาสภาว่า  ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย ในหมู่มนุษย์  คนที่เกื้อกูลมารดาบิดา ฯลฯ ทำบุญมีจำนวนน้อย เพราะข้อที่บอกนั้น คณะเทวดาดาวดึงส์ก็เสียใจ (บ่นกัน ) ว่า ทิพย์กายจักเบาบางเสียละหนอ อสุรกายจักเต็มไป แต่ถ้าในหมู่มนุษย์  คนที่เกื้อกูลมารดาบิดา ฯลฯ ทำบุญมีจำนวนมาก มหาราชทั้งสี่ก็บอกแก่คณะเทวดาดาวดึงส์  ณ สุธรรมสภาว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย ในหมู่มนุษย์   คนที่เกื้อกูลมารดาบิดา ฯลฯ ทำบุญมีจำนวนมาก เพราะข้อที่บอกนั้น คณะเทวดาดาวดึงส์ก็ชื่นชม  (แสดงความยินดี) ว่า  ทิพย์กายจักบริบูรณ์ละพ่อคุณ อสุรกายจักเบาบาง.

เทวดาตรวจดูโลกมนุษย์
 
บทว่า  อมจฺจา  ปาริสชฺชา ได้แก่ปาริจาริกเทวดา  (เทวดารับใช้).
บทว่า อิมโลก อนุวิจรนฺติ  ความว่า  ได้ยินว่า ในวัน ๘ ค่ำ ท้าวสักกเทวราชทรงบัญชาท้าวมหาราชาทั้ง ๔  ว่า ท่านทั้งหลาย  วันนี้เป็นวัน  ๘ ค่ำท่านทั้งหลายจงท่องเที่ยวไปยังมนุษยโลก แล้วจดเอาชื่อและโคตรของมนุษย์ที่ทำบุญมา.  ท้าวมหาราชทั้ง ๔ นั้น ก็กลับไปบัญชาบริวารของตนว่า  ไปเถิดท่านทั้งหลาย ท่านจงท่องเที่ยวไปยังมนุษยโลก  เขียนชื่อและโคตรของมนุษย์ที่ทำบุญลงในแผ่นทองแล้วนำมาเถิด. บริวารเหล่านั้นทำตามคำบัญชานั้น

เมื่อคนวัดเจ็บป่วย ภิกษุภิกษุพึงรักษาเขาเหมือนอย่าง สามเณร (อ.จีวรวรรค สิกขาบทที่10)เล่ม3หน้า872

[วิธีปฏิบัติในทาส  คนวัด  และปศุสัตว์ที่มีผู้ถวาย]

ทายกกล่าวว่า  ข้าพเจ้าถวายทาส  การถวายนั้น ไม่ควร. เมื่อเขากล่าวว่า  ข้าพเจ้าถวายคนวัด, ถวายไวยาวัจกร  ถวายกัปปิยการก  ดังนี้ จึงควร. ถ้าอารามิกชนนั้น  ทำการงานของสงฆ์เท่านั้นทั้งก่อนภัตและภายหลังภัต, ภิกษุพึงกระทำแม้การพยาบาลด้วยยาทุกอย่างแก่เขาเหมือนกับสามเณร.

 พระมหาโมคคัลลานะถูกมารสิง (มารตัชชนียสูตร) เล่ม19หน้า465

ครั้งนั้น  ท่านพระมหาโมคคัลลานะจงกรมอบยู่ในที่แจ้ง ถูกมารผู้ลามกเข้าไปในท้องในไส้  ได้มีความดำริว่า "ท้องเราเป็นดั่งว่ามีก้อนหินหนักๆและเป็นเช่นกะทออันเต็มด้วยถั่วหมัก  เพราะเหตุอะไรหนอ.  จึงลงจากจงกรมแล้วเข้าไปสู่วิหาร นั่งอยู่บนอาสนะที่ปูไว้. ครั้นนั่งแล้ว ได้ใส่ใจถึงมารที่ลามกด้วยอุบายอันแยบคายเฉพาะตน.

[๕๕๘]  ท่านพระมหาโมคคัลลานะได้เห็นมารผู้ลามก  เข้าไปในท้องในไส้แล้ว ครั้นแล้วจึงเรียกว่า "มารผู้ลามก  ท่านจงออกมา ท่านจงออกมา  ท่านอย่างเบียดเบียน  พระตถาคตเจ้าและสาวกของพระตถาคต เจ้าเลย  การเบียดเบียนนั้นอย่าได้มีเพื่อโทษไม่เป็นประโยชน์เพื่อทุกข์แก่ท่าน
ตลอดกาลนาน"

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปมีความดำริว่า "สมณะนี้ไม่รู้และไม่เห็นเราจึงกล่าวว่า  "มารผู้ลามก  ท่านจงออกมา ท่านจงออกมา ท่านอย่าเบียดเบียนพระตถาคตเจ้าและสาวกของพระตถาคตเจ้าเลย การเบียดเบียนนั้น อย่าได้มีเพื่อโทษไม่เป็นประโยชน์เพื่อทุกข์แก่ท่านตลอดกาลนาน"  ดังนี้ แล้วจึงดำริว่า   "แม้สมณะที่เป็นศาสดายังไม่พึงรู้จักเราได้เร็วไว  ก็สมณะที่เป็นสาวกไฉนจักรู้จักเรา....

สถานที่อันเร้นลับเหมาะแก่การทำความเพียรเพื่อมรรคผล (อุทุมพริกสูตร)เล่ม15หน้า 77

พระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลายย่อมทรงเสพราวไพรในป่าเสนาสนะอันสงัด  ซึ่งมีเสียงน้อย มีเสียงกึกก้องน้อย มีลมพัดอ่อน ๆ สมควรแก่การทำกรรมอันเร้นลับของมนุษย์ สมควรแก่การหลีกเร้นเหมือนเราในบัดนี้. 
 นิโครธปริพาชกกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์เคยได้ยินปริพาชกผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นอาจารย์และบุรพาจารย์กล่าวสืบกันมาว่า  พระอรหันตสัมพุทธเจ้าทั้งหลายได้มีในอดีตกาล  พระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลายนั้นประชุมพร้อมกันแล้ว มีเสียงดังลั่นอึกทึก ขวนขวายกล่าวดิรัจฉานกถาต่าง ๆ  อยู่อย่างนี้  คือ ราชกถา โจรกถา ฯลฯเรื่องความเจริญเละความเสื่อม ด้วยประการนั้น ๆ  เหมือนข้าพระองค์กับอาจารย์ในบัดนี้ ข้าพระองค์เคยได้ยินมาว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลายย่อมทรงเสพราวไพรในป่า เสนาสนะอันสงัด  มีเสียงน้อย  มีเสียงกึกก้องน้อย   มีลมพัดอ่อน ๆ  สมควรแก่การทำกรรมอันเร้นลับของมนุษย์  สมควรแก่การหลีกเร้น เหมือนพระผู้มีพระภาคเจ้าในบัดนี้  อย่างนี้แล.  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า นิโครธะ  ความคิดนี้ไม่มีแก่วิญญูชนคนแก่นั้นว่าพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นพระพุทธเจ้า ย่อมทรงแสดงธรรมเพื่อความตรัสรู้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้ฝึกตนแล้ว ย่อมทรงแสดงธรรมเพื่อความฝึก พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้สงบแล้วย่อมทรงแสดงธรรมเพื่อความสงบ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นผู้ข้ามได้แล้ว  ย่อมทรงแสดงธรรมเพื่อความข้าม  พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ทรงดับสนิทแล้ว ย่อมทรงแสดงธุระ  เพื่อความดับสนิท.

เพราะรักเมีย จึงเกิดเป็นสัต์เดรัจฉานติดตามหลายครั้ง (อติตถิยสูตร) เล่ม 34 หน้า373-374

เรื่องหญิงฆ่าผัว
เล่ากันมาว่า  บุรุษผู้หนึ่งประพฤติมิจฉาจาร  อภรรยาของพี่ชายเขาเองได้เป็นที่รักของหญิงนั้น ยิ่งกว่าสามีของตน. นางพูดกับเขาว่า เมื่อเหตุนี้ปรากฏแล้ว  ข้อครหาอย่างใหญ่หลวงจักมี ท่านจงฆ่าพี่ชายของท่านเสีย เขาข่มขู่หญิงนั้นว่า ฉิบหายเถิด อีถ่อย มึงอย่าพูดอย่างนี้อีก. นางก็นิ่ง ล่วงไป๒-๓ วัน  ก็พูดอีก  จิตของเขาถึงความลังเล ต่อแต่นั้น ถูกนางรบเร้าถึง๓ ครั้ง  จึงพูดว่า เราจะทำอย่างไร  ถึงจะได้โอกาส.  ลำดับนั้นนางได้บอกอุบายแก่เขาว่า ท่านจงทำตามที่ข้าพเจ้าบอกเท่านั้น ใกล้บ้านมหากกุธะตรงที่โน้น มีท่าน้ำอยู่   ท่านจงถือเอามีดโต้อันคมไปดักอยู่ที่ตรงนั้น  เขาได้ทำอย่างนั้นแล้ว.  ฝ่ายพี่ชายของเขาทำงานในป่าเสร็จแล้ว  กลับบ้าน. นางทำเป็นเหมือนมีจิตอ่อนโยนในเขา พูดว่า มาเถิดนาย ฉันจะล้างศีรษะให้ แล้วดูศีรษะให้เขา พูดว่า ศีรษะของนายสกปรก แล้วส่งก้อนมะขามป้อมให้เขาไปด้วยสั่งว่าท่านจงไปล้างศีรษะที่ท่าชื่อโน้น  แล้วกลับมา. เขาไปสู่ท่าตามที่นางบอกนั่นแหละ  สระผมด้วยฟองมะขามป้อม ลงอาบน้ำดำหัวแล้ว.  ครั้งนั้นน้องชายออกมาจากระหว่างต้นไม้  ฟันเขาที่ก้านคอให้ตายแล้ว  กลับเข้าบ้าน.

พี่ชายเมื่อไม่อาจสละความสิเนหาในภรรยาได้ จึงไปเกิดเป็นงูเขียวใหญ่ ในเรือนหลังนั้นแหละ.  แม้เมื่อนาง (ผู้เป็นภรรยาเก่า)  จะยืนก็ตามนั่งก็ตาม มันจะตกลงที่ตัว  (ของนาง).  ต่อมา นางจึงให้ฆ่างูนั้นด้วยเข้าใจว่าชะรอยผัวเราจะเป็นงูตัวนี้.

เพราะความรักนางผู้เป็นภรรยา  มันจึงไปเกิดเป็นลูกสุนัข ในเรือนหลังนั้นอีก.  นับแต่เวลาที่มันเดินได้  มันจะวิ่งตามหลังนางไปแม้นางเข้าป่า มันก็ติดตามไปด้วย คนทั้งหลายเห็นนางแล้วก็พูดเย้ยหยันว่าพรานสุนัขออกแล้ว  จักไปไหน.  นางสั่งให้ฆ่ามันอีก.

แม้มัน  (ตายแล้ว)  ก็ไปเกิดเป็นลูกวัวในเรือนหลังนั้นอีก  แล้วเดินตามหลังนางไปอย่างนั้นเหมือนกัน.  แม้ในคราวนั้น คนทั้งหลายเห็นมันแล้วก็พากัน พูดเย้ยหยันว่า โคบาลออกแล้ว โคทั้งหลายจักไปไหน.  นางก็สั่งให้ฆ่ามันเสียในที่ตรงนั้น.

แม้คราวนั้น มันก็ไม่สามารถตัดความสิเนหานางต่อไปได้ ในวาระที่ ๔  มันเกิดในท้องของนางแล้วระลึกชาติได้. มันเห็นว่าตัวถูกนางฆ่ามา  ๔ อัตภาพ ตามลำดับแล้ว  คิดว่า เราเกิดในท้องของหญิงผู้เป็นศัตรู  เห็นปานนี้. นับแต่นั้นมา ก็ไม่ยอมให้นางเอามือถูกต้องตัวได้.ถ้านางถูกต้องตัว  เขาจะสะอึกสะอื้นร้องไห้.  เวลานั้น  ผู้เป็นตาเท่านั้นจะอุ้มชูเขาได้.  ต่อมา เขาเจริญเติบโตแล้ว ตาจึงพูดว่า  หลานเอ๋ย  เหตุไฉนเจ้าจึงไม่ยอมให้แม่เอามือถูกตัว ถ้าแม้แม่ถูกตัวเจ้า เจ้าจะร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยเสียงอันดัง.  เขาได้บอกความเป็นไปทั้งหมดนั้น  (แก่ตา)  ว่า คุณตาครับผู้นี้ไม่ใช่แม่ของผม  แต่เป็นศัตรู.  ผู้เป็นตา สวมกอดเขาไว้ แล้วร้องไห้ พูดว่า มาเถิดหลานเอ๋ย เรื่องอะไรพวกเราจะต้องมาอาศัยอยู่ในที่เช่นนี้ดังนี้แล้วพาเขาออกจากบ้านไปสู่วิหารแห่งหนึ่ง พากันบวชอยู่ในวิหารนั้น บรรลุพระอรหัตทั้งสองคน.

วัดป่าสามแยก ศึกษาพระธรรมวินัย เบิกบุญ โอนบุญ อกหัก โดนของ ธรรมะ ธรรมทาน คลายเครียด เจริญรุ่งเรือง //www.samyaek.com  




Create Date : 28 กรกฎาคม 2555
Last Update : 7 สิงหาคม 2555 16:51:09 น. 6 comments
Counter : 1592 Pageviews.

 
วันนี้ วันเสาร์ที่ 28 กรกฏาคม.2555 ตั้งแต่เวลาประิเทศไทยโดยประมาณ20.45 น.เป็นต้นไป มีการเทศน์ถ่ายทอดสด ไปทั่วโลก เทศน์โดยหลวงปู่เกษม อาจิณณสีโล จากสำนักสงฆ์ป่าสามแยก


รับชมได้ที่
ดูวีดีโอช่องที่ 1 (สำหรับผู้ที่อินเตอร์เน็ทช้า: 56k)
www.samyaek.com

ดูวีดีโอช่องที่ 2 (สำหรับผู้ที่อินเตอร์เน็ทเร็ว: 212k)
www.samyaek.com/?channel=2

สำหรับท่านที่มีปัญหาดูถ่ายทอดสดไม่ได้
www.samyaek.com/board2/index.php?topic=2303.0

การใช้ iPad, iPhone, iPod touch ดูถ่ายทอดสด
www.samyaek.com/board2/index.php?topic=5531.0

วิธีใช้ Tablet ตระกูล Android ดูถ่ายทอดสด
www.samyaek.com/board2/index.php?topic=5512.0


โดย: Budratsa วันที่: 28 กรกฎาคม 2555 เวลา:13:35:45 น.  

 
...แจกฟรี... หนังสือ "คู่มืออุทิศบุญที่ได้ผล" (คนละไม่เกิน 3 เล่ม) และCDหรือDVD จากการแสดงธรรมของหลวงปู่เกษม อาจิณณสีโล ได้ที่กระดาน "แจกสื่อธรรม" หากท่านใดยังไม่ได้สมัครสมาชิก ใช้
Username : Media
Password : 123456


โดย: Budratsa วันที่: 28 กรกฎาคม 2555 เวลา:13:36:41 น.  

 
นี่ใช่ไหมที่เหยียบพระพุทธรูป คิดว่าตัวเองบรรลุ เก่งกว่าพระพุทธเจ้าอีก บรรลุได้ง่ายๆ


โดย: จริงๆ IP: 58.9.100.51 วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:7:57:35 น.  

 
สวัสดีครับ ยินดีในบุญกับ Bloggang.com ด้วยครับ
หน้า Web ดูดี แถมมีข้อข้ออธิบายธรรม ตาม Clip Vdo
ชัดเจนดีครับ ขอชมว่าดีจริง ๆ ครับ


โดย: ทนายชนอณุพงศ์ IP: 124.121.27.110 วันที่: 29 กรกฎาคม 2555 เวลา:21:18:51 น.  

 
ยินดีในบุญค่ะ


โดย: หนิง IP: 183.88.8.203 วันที่: 7 สิงหาคม 2555 เวลา:7:11:54 น.  

 
ยินดีในบุญครับ


โดย: p IP: 110.49.234.18 วันที่: 7 สิงหาคม 2555 เวลา:21:34:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Budratsa
Location :
พิจิตร Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกๆคนค่ะ
"ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์ (พุทธพจน์) มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา" เล่มที่ ๑๓ : พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๒๐
Friends' blogs
[Add Budratsa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.