"ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้หรือในโลกอื่น หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์ ทรัพย์และรัตนะนั้นเสมอด้วยพระตถาคตย่อมไม่มี พระพุทธเจ้าแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต ด้วยการกล่าวคำจริงนี้ ขอความสวัสดีจงมี....." "พระไตรปิฏก เป็นตาที่วิเศษยิ่ง, เป็นหูที่วิเศษยิ่ง, เป็นจมูกที่วิเศษยิ่ง, เป็นลิ้นที่วิเศษยิ่ง, เป็นกายที่วิเศษยิ่ง, เป็นใจที่วิเศษยิ่ง, เป็นครู-อาจารย์ที่วิเศษยิ่ง, เป็นพ่อ-แม่ที่วิเศษยิ่ง, เป็นมิตรและเข็มทิศที่วิเศษยิ่ง, เป็นแผนที่และป้ายบอกทางที่วิเศษยิ่ง, เป็นแสงสว่างส่องทางสู่นิพพานที่วิเศษยิ่ง"จากวัดสามแยก
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล แสดงธรรม สอนกลุ่มแม่หนมปากเซ (ลาว) ( 21 พฤษภาคม 2554)

หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล แสดงธรรม สอนกลุ่มแม่หนมปากเซ (ลาว) ( 21 พฤษภาคม 2554)
เนื้อหาบางส่วน
1.ภิกษุรับเงิน.......ไม่ว่ายุคใดๆ ก็ผิด
2.ผู้ไม่เชื่อว่าเทวดามี.......เป็นพวกมิจฉาทิฏฐิ
3.ภิกษุเล่นการพนัน ..มั่วอบายมุข...เป็นโมฆบุรุษ
4.เชื่อหมอดู หมอเดา....สรณะเศร้าหมอง
5.พูดคำหยาบ กับคำพูดไม่เหมาะสม...ตกนรก

หลวงปู่เกษม สอนกลุ่มแม่หนมปากเซ 1/4

หลวงปู่เกษม สอนกลุ่มแม่หนมปากเซ 2/4

หลวงปู่เกษม สอนกลุ่มแม่หนมปากเซ 3/4

 

หลวงปู่เกษม สอนกลุ่มแม่หนมปากเซ 4/4



พึ่งหมอดู หมอเดา...เป็นชาวพุทธที่สกปรก  (อภยเภรวสูตร) เล่ม17หน้า336บรรทัด7
พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 336

ที่ว่า  มีวิบัติเป็นอย่างไร ? ได้แก่  ความวิบัติแห่งศีลและอาชีวะของอุบาสกนั้นนั่นแลอันใด  อันนี้เป็นความวิบัติของอุบาสกนั้น.  อีกอย่างหนึ่ง อุบาสกนั้นเป็นคนจัณฑาลและเศร้าหมองด้วยมลทินต่าง ๆ  ด้วย
วิบัติอันใด แม้วิบัตินั้นก็พึงทราบว่า เป็นวิบัติของอุบาสกนั้น ๆ.  และความเป็นคนจัณฑาลนั้น เมื่อว่าโดยความหมาย ก็ได้แก่ธรรม ๕ ประการมีความเป็นผู้ไม่มีศรัทธาเป็นต้น. เหมือนดังที่พระพุทธเจ้าตรัส
ไว้ว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   อุบาสกผู้ประกอบด้วยธรรม ๕ อย่างย่อมเป็นอุบาสกจัณฑาล   เป็นอุบาสกมีมลทิน เป็นอุบาสกมีความเศร้าหมองและ เป็นอุบาสกต่ำช้า.  ธรรม ๕ ประการอะไรบ้าง (คือ)  เป็นผู้ไม่มีศรัทธา(ในพระรัตนตรัย) ๑  เป็นคนทุศีล ๑  เป็นคนถือมงคลตื่นข่าว คือเชื่อมงคล ( ฤกษ์,   ยาม )     ไม่เชื่อกรรม  ๑ แสวงหาทักขิไณยบุคคลนอกจากศาสนานี้ (พุทธศาสนา ) ๑   บำเพ็ญกุศลในศาสนานั้น ๑.
ที่ว่า  มีสมบัติเป็นอย่างไร ?   ได้แก่  ความถึงพร้อมด้วยศีลและความถึงพร้อมด้วยอาชีวะของอุบาสกนั้นชื่อว่า  สมบัติ. อนึ่ง  ธรรม ๕ ประการมีศรัทธาในพระรัตนตรัยเป็นต้นของอุบาสกนั้นเหล่าใด  ธรรม
๕  ประการเหล่านั้นชื่อว่า  สมบัติ. เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   อุบาสกผู้ประกอบด้วยธรรม  ๕  อย่างย่อมเป็นอุบาสกแก้ว เป็นอุบาสกดอกปทุม  และเป็นอุบาสกดอกบุณฑริก.  ธรรม ๕ อย่างมีอะไรบ้าง ( คือ )  เป็นผู้มีศรัทธา  ( ในพระรัตนตรัย ) ๑  เป็นผู้มีศีล ๑ เป็นคนไม่ถือมงคลตื่นข่าว  คือ เชื่อกรรม   ไม่เชื่อมงคล  ๑   ไม่แสวงหาทักขิไณยบุคคลนอกพุทธศาสนานี้  ๑  บำเพ็ญกุศลในพุทธศาสนานี้ ๑.

ผลของการฟังธรรมโดยไม่เคารพ.... (เรื่องอุบาสก5คน)เล่ม43หน้า43บรรทัด3
อานนท์.   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ข้าพระองค์ไม่รู้จัก พระเจ้าข้า.
ประวัติเดิมของอุบาสก  ๕  คนพระศาสดา.  ก็บรรดาอุบาสกเหล่านั้น  อุบาสกผู้นั่งหลับแล้วนั่น
เกิดในกำเนิดแห่งงูสิ้น  ๕๐๐๐ ชาติ  พาดศีรษะไว้บนขนดทั้งหลายหลับแล้ว.แม้ในบัดนี้    ความอิ่มในการหลับของเขาย่อมไม่มี, เสียงของเราย่อมไม่เข้าไปสู่หูของเขา.
อานนท์.   ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ   พระองค์ตรัสโดยลำดับหรือตรัส
เป็นตอน๑  ๆ ?
พระศาสดา.  อานนท์  แท้จริง แม้พระสัพพัญญุตญาณ  ก็ไม่อาจทรงกำหนด ซึ่งความอุบัติของอุบาสกนั่น  ผู้อุบัติอยู่ในระหว่าง ๆ อย่างนี้คือ' ความเป็นมนุษย์ตามกาล, ความเป็นเทพตามกาล, ความเป็นนาคตามกาล,'  แต่อุบาสกนั่นเกิดแล้วในกำเนิดแห่งนาคสิ้น  ๕๐๐ ชาติโดยลำดับแม้หลับอยู่ (ก็) ไม่อิ่มในการหลับเสียเลย.ฝ่ายบุรุษผู้นั่งเขียนแผ่นดินด้วยนิ้วมือ เกิดในกำเนิดไส้เดือนสิ้น ๕๐๐  ชาติโดยลำดับ   ขุดแผ่นดินแล้ว, ถึงบัดนี้ก็เขียนแผ่นดินอยู่ด้วยอำนาจความประพฤติที่ตนได้เคยประพฤติแล้ว ในกาลก่อนย่อมไม่ฟังเสียงของเรา.
ฝ่ายบุรุษผู้นั่งเขย่าต้นไม้อยู่นั่น  เกิดแล้วในกำเนิดลิงสิ้น  ๕๐๐ ชาติโดยลำดับ,   ถึงบัดนี้ก็เขย่าต้นไม้อยู่   ด้วยสามารถแห่งความประพฤติที่ตนได้เคยประพฤติมาแล้วในกาลก่อนนั่นเทียว. เสียงของเราย่อมไม่เข้าหูของเขา.

ปิดธรรมพระพุทธเจ้า....อานิสสงค์ ใบ้ หนวก บอด เล่ม65หน้า275บรรทัด14
บุคคลผู้นี้จักถือเอา ก็จักพยากรณ์พระอรหัตผลกระทำให้แจ้งซึ่งคนจักฉิบหาย  ภิกษุนี้ชื่อว่าไม่ให้โดยสอบสวนธรรมอนุเคราะห์บุคคล. แต่ภิกษุใดไม่ให้ด้วยคิดว่า  ถ้าบุคคลผู้นี้จักถือเอาธรรมนี้  ก็จักสามารถทำลายลัทธิของพวกเราได้  ภิกษุนี้ชื่อว่ามีธรรมมัจฉริยะโดยแท้.บรรดาความตระหนี่  ๕  ประการเหล่านี้   บุคคลเป็นยักษ์ก็ตามเป็นเปรตก็ตาม ยกหยากเยื่อในอาวาสนั้นเทินไปด้วยศีรษะ  เพราะอาวาสมัจฉริยะก่อน.เมื่อบุคคลเห็นสกุลนั้นกระทำการให้ทานและความนับถือเป็นต้นแก่ผู้อื่น คิดว่า สกุลของเรานี้แตกแล้วหนอ ถึงแก่เลือดพุ่งออกจากปากก็มีท้องเดินก็มี  ไส้ใหญ่ออกมาเป็นชิ้นน้อยชิ้นใหญ่ก็มี  เพราะกุลมัจฉริยะ.บุคคลตระหนี่ลาภที่มีอยู่ ของสงฆ์ก็ตามของคณะก็ตาม บริโภคเหมือนบริโภคส่วนบุคคลย่อมเกิดเป็นยักษ์ก็มี   เป็นเปรตก็มี  เป็นงูเหลือมใหญ่ก็มี  เพราะลาภมัจฉริยะ.ก็บุคคลสรรเสริญคุณที่ควรสรรเสริญของตน ไม่สรรเสริญของผู้อื่นกล่าวโทษนั้น ๆ ว่า  ผู้นี้มีคุณอย่างไร ไม่ให้ปริยัติและอะไร ๆ แก่ใคร ๆย่อมมีวรรณะทรามและเป็นใบ้เหมือนแพะ  เพราะความตระหนี่วรรณะแห่งสรีระและวรรณคือคุณความดี  และเพราะความตระหนี่ปริยัติธรรม.อีกอย่างหนึ่ง บุคคลย่อมหมกไหม้อยู่ในเรือนโหละ เพราะความตระหนี่ที่อยู่ เป็นผู้มีลาภน้อย  เพราะความตระหนี่สกุล,  บังเกิดในคูถนรกเพราะความตระหนี่ลาภ

ที่มา: //www.samyaek.com




Create Date : 03 กรกฎาคม 2554
Last Update : 9 เมษายน 2556 15:20:02 น. 0 comments
Counter : 808 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Budratsa
Location :
พิจิตร Switzerland

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับทุกๆคนค่ะ
"ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์ (พุทธพจน์) มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดีอันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา" เล่มที่ ๑๓ : พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ หน้าที่ ๓๒๐
Friends' blogs
[Add Budratsa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.