คางทูม

ผู้ป่วยจะมีอาการเป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวเบื่ออาหาร บางคนอาจมีอาการปวดในช่องหูหรือหลังหูขณะเคี้ยวหรือกลืน 1-3วันต่อมา พบว่าบริเวณข้างหูหรือขากรรไกร มีอาการบวมและปวดอาการปวดจะเป็นมากขึ้นเมื่อกินของเปรี้ยว น้ำส้มคั้น น้ำมะนาวผู้ป่วยมักจะรู้สึกปวดร้าวไปที่หู ขณะอ้าปากเคี้ยวหรือกลืนอาหารบางคนอาจมีอาการบวมที่ใต้คางร่วมด้วย (ถ้ามีการอักเสบของต่อมน้ำลายใต้คาง)

ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ที่เป็นคางทูม จะเกิดอาการคางบวมทั้ง 2 ข้างโดยเริ่มขึ้นข้างหนึ่งก่อนแล้วอีก 4-5 วัน ต่อมาค่อยขึ้นตามมาอีกข้าง

อาการคางบวมจะเป็นมากในช่วง 3 วันแรกแล้วจะค่อยๆ ยุบหายไปใน 4-8 วัน ในช่วงที่บวมมาก ผู้ป่วยจะมีอาการพูดและกลืนลำบาก

บางคนอาจมีอาการคางบวม โดยไม่มีอาการอื่นๆ นำมาก่อน หรือมีเพียงอาการไข้ โดยไม่มีอาการคางบวมให้เห็นก็ได้

นอกจากนี้พบว่าประมาณร้อยละ 30 ของผู้ที่ติดเชื้อคางทูม อาจไม่มีอาการแสดงของโรคคางทูมก็ได้

การดำเนินโรค

ส่วนใหญ่จะไม่มีภาวะแทรกซ้อนและหายได้เองตามธรรมชาติอาการไข้จะเป็นอยู่เพียง 1-6 วัน ส่วนอาการคางทูมจะยุบได้เองใน 4-8 วัน(ไม่เกิน 10 วัน) และอาการโดยรวมจะหายสนิทภายใน 2 สัปดาห์

ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่เกิดกับอวัยวะต่างๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะหายได้เป็นปกติส่วนน้อยมากที่อาจมีภาวะเป็นหมัน (จากรังไข่อักเสบและอัณฑะอักเสบ) หูหนวก(จากประสาทหูอักเสบ)

ภาวะแทรกซ้อน

เนื่องจากเชื้อสามารถเข้าสู่กระแสโลหิตแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย อาจทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะอื่นๆ แทรกซ้อนได้

ที่พบบ่อยคือ อัณฑะอักเสบ จะพบในเด็กวัยรุ่นหรือวัยหนุ่ม(ไม่พบในเด็กเล็ก) ได้ประมาณร้อยละ 20 ผู้ป่วยจะมีไข้สูงอัณฑะบวมและปวดมาก ซึ่งมักจะเป็นหลังอาการคางทูมประมาณ 7-10 วันส่วนใหญ่มักเป็นเพียงข้างเดียว ส่วนน้อยเป็น 2 ข้างบางครั้งอาจทำให้เกิดภาวะอัณฑะฝ่อตามมา แต่อย่างไรก็ตามมีโอกาสเป็นหมันน้อยมาก

นอกจากนี้ อาจพบภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น

  • ประสาทหูอักเสบ (พบได้ประมาณ ร้อยละ 4-5 ส่วนใหญ่มักจะอยู่เพียงชั่วคราวแล้วหายไปได้เอง ส่วนน้อยอาจเป็นหูหนวกถาวร
  • ตับอ่อนอักเสบ พบได้ประมาณร้อยละ 2-3 ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ปวดท้องมากบริเวณเหนือสะดือ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
  • รังไข่อักเสบ ผู้ป่วยจะมีไข้ ปวดท้องน้อย
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือสมองอักเสบ ซึ่งพบได้น้อย (ประมาณ 1 ใน 5,000 คนถึง 1 ใน  200 คน) ผู้ป่วยจะไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน ซึมหรือชักซึ่งอาจเกิดก่อนหรือหลังอาการคางบวมก็ได้
  • แท้งบุตร ถ้าติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ ระยะ 3 เดือนแรก ซึ่งก็พบได้น้อย
  • ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจพบได้แต่น้อย เช่น ข้ออักเสบ ต่อมไทรอยด์อักเสบ  กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ไตอักเสบ ตับอักเสบ เป็นต้น

การแยกโรค

อาการคางบวม อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น

  • การบาดเจ็บ เช่น ถูกต่อย
  • ต่อมทอนซิลอักเสบ ผู้ป่วยจะมีไข้ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลบวมแดง และอาจพบมีต่อมน้ำเหลืองใต้คางบวมร่วมด้วยข้างหนึ่ง
  • เหงือกอักเสบหรือรากฟันอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดฟัน หรือเหงือกบวม และอาจมีอาการคางบวมร่วมด้วยข้างหนึ่ง
  • ต่อมน้ำเหลืองอักเสบผู้ป่วยจะมีอาการต่อมน้ำเหลืองที่ข้างคอหรือใต้คางบวมและปวดและอาจมีไข้ร่วมด้วย    เนื้องอกต่อมน้ำลายหรือท่อน้ำลายอุดตัน(จากการตีบหรือมีก้อนนิ่วน้ำลาย) ผู้ป่วยจะมีก้อนบวมที่คางข้างหนึ่งซึ่งมักจะเป็นเรื้อรัง
  • ต่อมน้ำลายอักเสบเป็นหนอง จากการติดเชื้อแบคทีเรีย ผู้ป่วยมีอาการคล้ายคางทูม แต่ผิวหนังบริเวณคางทูมจะมีลักษณะแดงและเจ็บมาก
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (อาจเกิดที่ต่อมน้ำเหลืองโดยตรงหรือลุกลามจากกล่องเสียงหรือโพรงหลังจมูก) ผู้ป่วยจะมีก้อนบวมที่ข้างคอขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1 เซนติเมตร และไม่มีอาการเจ็บปวดอาจมีอาการเสียงแหบ (ถ้าเป็นมะเร็งกล่องเสียง)หรือคัดจมูกหรือเลือดกำเดาไหล (ถ้าเป็นมะเร็งโพรงหลังจมูก)
  •        ขอบคุณ   หมอชาวบ้าน   



Create Date : 06 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2555 10:21:52 น. 1 comments
Counter : 1899 Pageviews.

 
ให้ความรู้ดีมากเลย เกิดมาจนจะอายุ40แล้วเพิ่งจะเป็นคางทูมกับเค้าเนี่ย


โดย: คุณแม่น้องพลอย IP: 182.52.190.156 วันที่: 31 มกราคม 2557 เวลา:21:49:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tanas251235
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]





free counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
6 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tanas251235's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.