space
space
space
<<
สิงหาคม 2552
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
1 สิงหาคม 2552
space
space
space

ยาลดไขมันในเลือด



โรคไขมันในเลือดสูง
โรคไขมันในเลือดสูง (hyperlipidemia) หรือบางครั้งจะเรียกว่าโรคไขมันในเลือดผิดปกติ (dyslipidemia) เป็นภาวะที่ร่างกายของเรามีระดับของไขมันในเลือดที่ผิดปกติ หรือสูงเกินไป ซึ่งนับวันจำนวนผู้ป่วยโรคนี้จะมากขึ้นเรื่อยๆทั่วโลก โดยเฉพาะสังคมเมืองที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบตะวันตก มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จนไม่ค่อยได้ทำอะไรด้วยตนเอง ได้แต่นั่งๆนอนๆ กินอยู่หน้าจอโทรทัศน์ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทำให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย มีการใช้พลังงานน้อย และออกกำลังกายน้อย

นอกจากนี้ โรคไขมันในเลือดสูงเป็นโรคที่ไม่แสดง อาการอะไรให้ปรากฏได้อย่างเห็นได้ชัด จะรู้ตัวก็ต่อเมื่อได้เจาะเลือดเพื่อหาระดับไขมันในเลือดเท่านั้น จึงเหมือนเป็น "เพชฌฆาตเงียบ" อีกโรคหนึ่ง เพราะถ้าไม่ควบคุมดูแลให้ดี จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงกับร่างกายได้

ยาลดไขมันในเลือดมูลค่ามหาศาล
ยาลดไขมันในเลือดมีมูลค่ามหาศาล ติดอันดับ 1-3 ของยาที่มีอัตราการใช้สูงสุด
จำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อเป็นแล้วมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจที่มี อันตรายถึงชีวิต จึงส่งผลต่อการใช้ยาลดไขมันในเลือด ที่มีแนวโน้มมากขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกัน
คาดว่าทั่วโลกมูลค่าของการใช้ยาลดไขมันในเลือดมหาศาลมาก ติดอันดับ 1-3 ของยาที่มีอัตราการใช้สูงสุดอย่างแน่นอน

บทความนี้ขอเน้น "การใช้ยาพอเพียง" เรื่อง "ยาลดไขมันในเลือด" มีผู้ป่วยจำนวนมากที่ใช้ยากลุ่มนี้อยู่เป็นประจำ ซึ่งถ้าศึกษาข้อมูลประสิทธิภาพการรักษา ผลเสีย และราคายา นำมาพิจารณาประกอบกัน ก็จะช่วยให้มีการเลือกใช้ยาได้อย่างพอเพียง มีประสิทธิภาพดี มีผลข้างเคียงน้อย และประหยัดคุ้มค่า

ยารักษา "โรคไขมันในเลือดสูง"

ยาที่มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือดมีหลายกลุ่ม แต่กลุ่มที่ได้รับความนิยมและมีมูลค่าการใช้มากที่สุดคือ ยากลุ่ม HMGCoA Reductase ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่มีประสิทธิภาพการรักษาได้ผลดีสำหรับลดไขมันในเลือด และมีผลข้างเคียงน้อย ตัวอย่างยากลุ่มนี้ ได้แก่ atorvastatin, fluvastatin, pravastatin และ simvastatin เป็นต้น

จากชื่อของยากลุ่มนี้ทุกตัวมีเอกลักษณ์ร่วมกัน คือ มักลงท้ายด้วยคำว่า "statin" จึงทำให้นิยมเรียกยากลุ่มนี้อีกชื่อหนึ่งว่ายากลุ่มสแตติน (statin)

การเลือกใช้ยาควรจะต้องพิจารณาคุณสมบัติด้านต่างๆ ของยามาประกอบกัน เช่น ประสิทธิภาพการรักษา ผลเสียหรือผลข้างเคียง อันตรายอื่นๆ และค่าใช้จ่ายหรือราคายา เป็นต้น เรียกว่า "พิจารณาให้ครบถ้วน" ก่อนตัดสินใจ

ประสิทธิภาพของยากลุ่มสแตติน

เนื่องจากไขมันในเลือดที่สำคัญมี 2 ชนิดคือคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ แต่ตัวที่เป็นปัญหามากที่สุดคือคอเลสเตอรอล เพราะถ้าระดับคอเลสเตอรอลสูง จะส่งผลทำให้เสี่ยงต่อความผิดปกติของหลอดเลือด เกิดการสะสมคราบไขมันในรูของหลอดเลือด ซึ่งเป็นท่อไหลเดินทางของเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบตัน และเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้น้อยลง ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองได้

การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของยาลดระดับไขมัน ในเลือดส่วนใหญ่พิจารณาผลของยาที่มีต่อคอเลสเตอรอล ซึ่งแยกย่อยเป็นองค์ประกอบของคอเลสเตอรอลได้เป็น 3 ชนิดคือ
1. ระดับคอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol หรือย่อว่า TC)
2. ระดับแอลดีแอล (low density lipoprotein หรือย่อว่า LDL-C)
3. ระดับเอชดีแอล (high density lipoprotein หรือย่อว่า HDL-C)

ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลปกติ ควรมีค่า TC น้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (มก./ดล.) มีค่าแอล-ดีแอล-คอเลสเตอรอล (LDL-C) น้อยกว่า 100 มก./ดล. และมีค่าเอชดีแอล-คอเลสเตอรอล (HDL-C) ตั้งแต่ 40 มก./ดล.ขึ้นไป

ถึงตอนนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่าคนปกติควรรักษาระดับ TC ให้ไม่เกิน 200 มก./ดล. และ LDL-C ให้ไม่เกิน 100 มก./ดล. ยิ่งมีค่าทั้ง 2 นี้ยิ่งน้อยยิ่งดี บางครั้งจึงเรียก แอลดีแอล-คอเลสเตอรอลว่า "ไขมันไม่ดี" แต่ตรงกันข้ามควรเพิ่มระดับเอชดีแอล-คอเลสเตอรอลให้มีค่าตั้งแต่ 40 มก./ดล.ขึ้นไป ยิ่งมีค่านี้ยิ่งมากยิ่งดี จึงเรียกเอชดีแอล-คอเลสเตอรอลว่า "ไขมันดี"

ผลของยากลุ่มสแตตินต่อระดับแอลดีแอล-คอเลสเตอรอลและเอชดีแอล-คอเลสเตอรอลพบว่ายากลุ่มนี้ลดระดับแอลดีแอล-คอเลสเตอรอล หรือไขมันไม่ดี ได้ร้อยละ 15-50 และยังสามารถเพิ่มระดับเอชดีแอล-คอเลสเตอรอลหรือไขมันดี ได้ร้อยละ 3-16 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของยา

ตัวอย่าง เช่น atorvastatin ขนาดวันละ 10 และ 20 มก. จะลดระดับแอลดีแอล-คอเลสเตอรอลลงได้ร้อยละ 37 และ 44 ตามลำดับ ในขณะที่ simvastatin ขนาดวันละ 40 มก. จะลดระดับแอลดีแอล-คอเลสเตอรอลลงได้ร้อยละ 40

แต่ผลของยาที่มีต่อระดับเอชดีแอล-คอเลสเตอรอล หรือไขมันดี กลับพบว่า atorvastatin ขนาดวันละ 10 และ 20 มก. จะเพิ่มระดับเอชดีแอล-คอเลสเตอรอลลงได้ร้อยละ 5.9 และ 4.9 ตามลำดับ (สังเกตได้ว่าขนาดของยาที่เพิ่มขึ้น แต่เพิ่มระดับของเอชดีแอล-คอเลสเตอรอล หรือไขมันดีได้ลดลง) ขณะที่ simvastatin ขนาดวันละ 40 มก. จะเพิ่มระดับเอชดีแอล-คอเลสเตอรอล ลงได้ร้อยละ 6.4

สรุปได้ว่าประสิทธิภาพนี้เมื่อเทียบยา atorvastatin ขนาดวันละ 10 และ 20 มก. และ simvastatin ขนาดวันละ 40 มก. มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกันมากคือสามารถช่วย ลดระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ดี

ผลของยากลุ่มสแตตินที่ช่วยป้องกันการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ
เนื่องจากไขมันในเลือดสูง จะทำให้เพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ จึงมีการศึกษาแบบ meta-analysis ซึ่งเป็นการศึกษาที่น่าเชื่อถือ เปรียบเทียบผลของการใช้ยา atorvastatin ขนาดวันละ 10 มก. และ simvastatin ขนาดวันละ 40 มก.

การป้องกันการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ พบว่ายาทั้ง 2 ชนิดนี้ส่งผลลดอัตราการตายของผู้ป่วยจากโรคหลอดเลือดหัวใจของทั้ง 2 ได้และมีค่าใกล้เคียงกัน

ผลข้างเคียงของยากลุ่มสแตติน
เรื่องผลข้างเคียงหรือผลเสียของยากลุ่มนี้ ขนาดที่ใช้ทั่วไปคือ atorvastatin ขนาดวันละ 10 และ 20 มก. และ simvastatin ขนาดวันละ 40 มก. มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้น้อย ที่พบได้บ้าง เช่น ท้องผูก ท้องเสีย มึนงง ปวดหัว จุกเสียดแน่นท้อง เป็นต้น ซึ่งอาการข้างเคียงเล็กๆ น้อยๆ และไม่เป็นปัญหาจนผู้ป่วยต้องหยุดยา ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะทนหรือปรับตัวกับอาการเหล่านี้ได้ดี

ส่วนผลข้างเคียงอีกชนิดหนึ่งคือ อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง และกล้ามเนื้ออักเสบ บางคนอาจปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเพียงเล็กน้อย แต่บางคนอาจปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง จนทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเดินไม่ไหว ซึ่งผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มสแตตินนี้ควรสังเกตตนเอง และรายงานให้กับแพทย์หรือเภสัชกรทราบ ถ้ามีอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีรายงานการศึกษาเปรียบเทียบยากลุ่มนี้ว่ายาชนิดใดปลอดภัยที่สุด

ผู้ที่มีประวัติเคยเป็นโรคตับ และผู้ที่ดื่มจัด จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ เพราะยาอาจกระตุ้นให้โรคตับกำเริบหรือทำให้เกิดโรคตับ ผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้ 1 ใน 100 คนเกิดภาวะเอนไซม์ตับเพิ่มสูง และมีความเสี่ยงสูงสุดเมื่อใช้ยาโลวาสแตติน ต่ำสุดสำหรับอะทอร์วาสแตตินและเซอริวาสแตติน ผู้ขายยาต้องตรวจสมรรถภาพของตับจากเลือดทุกๆเดือน ภายในช่วงปีกแรกของการรักษา

การตีกันของยากลุ่มสแตติน
การตีกันของยาหรือยาตีกัน ซึ่งแปลมาจากภาษาอังกฤษว่า drug interaction หมายถึง ผลกระทบของยาชนิดหนึ่งไปมีผลต่อยาอีกชนิดหนึ่ง เมื่อมีการใช้ยามากกว่า 1 ชนิด

เรื่องยาตีกันของยากลุ่มสแตติน พบได้ทั้งในยา atorvastatin fluvastatin และ simvastatin เพราะยาทั้ง 3 ชนิดนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะถูกเอนไซม์ของตับมาทำลายยา ขณะที่ยา pravastatin ซึ่งเป็นยาชนิดเดียวเท่านั้นที่ไม่ถูกทำลายโดยเอนไซม์ของตับเหมือนยาชนิดอื่น

ถ้ามีการรบกวนการทำงานของเอนไซม์ที่ตับ ก็จะส่งผลต่อยาทั้ง 3 ชนิดได้
เนื่องจากมียาบางประเภทที่มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ของตับนี้ เมื่อใช้ร่วมกับยา atorvastatin, fluvastatin และ simvastatin จึงส่งผลให้การทำลายยาทั้ง 3 ชนิดนี้ลดลง ทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้นกว่าปกติ และอาจเกิดอาการข้างเคียงเกี่ยวกับการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้

นอกจากนี้ ผู้ที่การทำงานของตับผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคตับ ดีซ่าน เป็นต้น ก็จะส่งผลต่อยาทั้ง 3 ชนิดลักษณะเดียวกันคือส่งผลให้การทำลายยาทั้ง 3 ชนิดนี้ลดลง ทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้นกว่าปกติ และอาจเกิดอาการข้างเคียงได้

ดังนั้น การระมัดระวังการใช้ยาทั้ง 3 ชนิดนี้กับผู้ป่วยโรคตับ หรือผู้ป่วยที่ใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการทำงานของเอนไซม์ของตับ เพราะอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงดังกล่าวได้

อนึ่ง ยา pravastatin เป็นยาชนิดเดียวในกลุ่มนี้ที่ไม่ถูกทำลายโดยเอนไซม์ของตับ จึงแนะนำให้ใช้ได้ในผู้ป่วยโรคตับ หรือเกิดการตีกันของยา

ราคายากลุ่มสแตติน
ประเด็นสุดท้ายและเป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือราคายา โดยเฉพาะเมื่อต้องจ่ายเงินค่ายาด้วยตนเอง หรือเมื่อมีงบประมาณอย่างจำกัด หรือต้องการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า

ขอยกตัวอย่างประเทศอังกฤษที่รัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้ "ยาดีราคาย่อมเยา" คือยา simvastatin เป็นตัวเลือกแรกในการรักษาผู้ป่วยคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ทั้งนี้เพราะ
1. ประสิทธิภาพการรักษาระดับแอลดีแอล-คอเลสเตอรอล และเอชดีแอล-คอเลสเตอรอล ใกล้เคียงกัน
2. ผลการลดอัตราการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ใกล้เคียงกัน
3. ผลข้างเคียงและการตีกันของยา ใกล้เคียงกัน

โดยเปรียบเทียบระหว่าง atorvastatin ขนาดวันละ 10 และ 20 มก. และ simvastatin ขนาดวันละ 40 มก. แล้ว พบว่าประเด็นข้อ 1-3 ของยาทั้ง 2 ชนิดมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน

แต่เมื่อพิจารณาเรื่องราคายา พบว่าประเทศอังกฤษ ราคายา atorvastatin ขนาดวันละ 10 และ 20 มก. จะมีราคาประมาณ 20-30 เท่าของยา simvastatin ขนาดวันละ 40 มก. เหตุผลสนับสนุนเรื่องนี้คือ ปัจจุบันยาชนิดนี้หมดสิทธิบัตร จึงมีผู้ผลิตยา simvastatin ออกมาสู่ตลาดจำนวนมาก ทำให้ราคาลดต่ำลงมาก

รัฐบาลประเทศอังกฤษจึงสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้ใช้ "ยาดีราคาย่อมเยา" คือใช้ยา simvastatin ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษาและผลเสียของยาพอๆกัน แต่ราคาถูกกว่ามาก จากการใช้ยา simvastatin เป็นตัวเลือกแรก ทำให้ พ.ศ.2547 ประเทศอังกฤษประหยัดงบประมาณได้ถึง 500 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นการประหยัดเงินหลวงได้อย่างมหาศาล

เรื่องลักษณะทำนองเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นในประเทศของเราเช่นกัน พบว่า ต้นทุนของราคายา simvastatin ขนาด 40 มก. มีราคาตั้งแต่เม็ดละ 3.50 บาท จนถึง 35 บาท (เพราะมีผู้ผลิตหลายรายและยาหมดสิทธิบัตร) ขณะที่ยา atorvastatin ขนาด 10 มก. มีราคาต้นทุนประมาณ 40 บาทต่อเม็ด (เพราะมีผู้ผลิตรายเดียว และยายังไม่หมดสิทธิบัตร)

ความคุ้มค่าของยากลุ่มสแตติน

"ในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องน่าคิดว่ายาที่ให้ผลการรักษาใกล้เคียงกัน แต่ราคาต่างกัน ผู้ป่วยหรือผู้บริโภค เราควรเลือกใช้ยาใด"Ž

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่า "โรงพยาบาลเอกชนไทยที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติก็ได้สั่งซื้อยา ทั้งที่มีราคาต้นทุนเม็ดละ 3.50 บาท 35 บาท และ 40 บาท เพื่อจ่ายให้กับผู้ป่วยโรคดังกล่าวนี้ด้วย"

ถึงตอนนี้ผู้อ่านคงได้รับข้อมูลด้านต่างๆ ของยากลุ่มสแตติน ซึ่งเป็นยาที่มีมูลค่าการใช้สูงมากในการลดไขมันในเลือด ทั้งทางด้านประสิทธิภาพการรักษาที่มีผลต่อระดับแอลดีแอล-คอเลสเตอรอล และเอชดีแอล-คอเลสเตอรอล ผลการลดอัตราการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจ ผลข้างเคียง การตีกันของยา และราคายา มาประกอบการตัดสินใจ และเลือกใช้ยาอย่างพอเพียง ให้ได้ผลดี คุ้มค่า และปลอดภัย

หากมีข้อสงสัยเรื่องยาลดไขมันในเลือด เชิญปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรโรงพยาบาลหรือเภสัชกรชุมชนที่ประจำอยู่ที่ร้านยาใกล้บ้านของท่าน ทั้งนี้เพื่อผลการรักษาที่ดี บนพื้นฐานของความพอเพียง และใช้ยาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น


ผู้เขียน: ภก.ดร.วิรัตน์ ทองรอด

ขอบคุณ หมอชาวบ้าน




Create Date : 01 สิงหาคม 2552
Last Update : 1 สิงหาคม 2552 7:45:53 น. 14 comments
Counter : 6540 Pageviews.

 
น้ำมันรำข้าวดีที่สุดเลยไม่มีสารเคมีด้วย
เราเจอกับตัวเองเลย
พ่อเราเป็นคนอ้วนและมีโรคประจำตัวหลายอย่างจ่ายค่ายาต่ออาทิตย์หลายบาทเหมือนกันน่ะตอนนั้นเราไม่รู้จะทำยังไงก็เลยไปเจอคุณเมเข้า
เค้าขายเกียวกับน้ำมันรำข้าวแล้วพี่เค้าก็แนะนำเราน่ะว่าประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวเป็นยังไงๆตอนแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกน่ะว่ามันจะทำให้ไขมันในเส้นเลือดของพอเราดีขึ้นจนหายไปเราก็เลยลองซื้อมาให้พ่อเราทาน
ปรากฏว่าประมาณ1เดือนกว่าๆอาการของพ่อดีขึ้นเรื่อยๆๆจนตรวจไม่พบอาการเลยหลังจากนั้นเราก็กินด้วยจนตอนนี้เราก็ขาวขึ้นด้วย555ดีใจสุดๆๆ
แล้วพี่เค้าไม่โกงด้วยไว้ใจได้เลย
ถ้ามีใครสนใจก็ติดต่อพี่เค้าได้เลย
0839208771พี่เมบอกว่าเราแนะนำมาก็ได้พี่เค้าจะไดไม่งงแต่ว่าน้ำมันรำข้าวมีประโยชน์หลายอย่างจิงๆๆก็ลองถามประโยชน์จากพี่เค้าก็แล้วกัน


โดย: ออย IP: 115.87.102.187 วันที่: 3 สิงหาคม 2552 เวลา:21:40:01 น.  

 
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับคนรักสุขภาพ

1.ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้โกจิ หรือเรียกกันว่า เม็ดเก๋ากี้ ผลิตตามสูตรโบราณและ
วิธีการผลิตของชาวหิมาลายัน คงรสชาติตามธรรมชาติ 100% ไม่ผสมน้ำตาล
ไม่ใส่สารให้ความหวานและสีผสมอาหาร ใช้เทคโนโลยีการสกัดน้ำผลไม้ที่
ไม่ทำลายสารอาหาร มีลิขสิทธิ์เฉพาะ

ด้วยคุณภาพที่ดีของผลโกจิ ให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
มีโพลีแซคคาไรด์ 22 ชนิด โดยมี 4 ชนิดที่มีเฉพาะในผลโกจิเท่านั้น
ซึ่งทำหน้าที่สั่งการและควบคุมระบบภูมิคุ้มกันทางชีววิทยาที่สำคัญที่สุดของร่างกาย
และเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย

โกจิเบอร์รี่ประกอบด้วย กรดอะมิโน 18 ชนิด ที่จำเป็นต่อชีวิต
-มีธาตุอาหาร 21 ชนิด (เช่น สังกะสี ,เหล็ก, ทองแดง, แคลเซียม,
-มีเจอมันเนี่ยม, เซแลเนี่ยม,ฟอสฟอรัส)
-มีโปรตีนมากกว่าโฮลวีท , มีเบต้าแคโรทีนมากกว่าแครอท ,
-มีคาโรทีนอยด์มากที่สุดในบรรรดาอาหารที่เรารู้จัก
-มีวิตามินซี ในระดับที่สูงกว่าผลส้ม ,วิตามินบี-คอมเพล็กซ์, วิตามินอี ,
-มีเบต้าชีสทีรอล (สารช่วยในเรื่องลดการอักเสบ)
-มีบีเทน ,กรดไลโนเลอิค, เชสไคเทอร์ฟีนอยด์, เททราเทอร์พีนอยด์

เราได้คัดสรรผลโกจิที่มีคุณค่าสารอาหารมากที่สุดในบรรดากว่า 41 สายพันธุ์
และจากการวิจัย ยืนยันได้ว่าโกจิมีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุด
จึงช่วยชะลอความชราได้เป็นอย่างดี จากการวิจัยของนักโภชนาการที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก
พบว่าโกจิสามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพได้ถึง 38 ประการ

เช่น ส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดง , เสริมการทำงานของหัวใจ

ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย , ลดระดับความดันโลหิต

ลดคลอเรสเตอรอล , บรรเทาอาการปวดศีรษะ - ไมเกรน

ลดระดับน้ำตาลในเลือด(ในผู้ที่เป็นเบาหวาน) ,บำรุงสายตา

ลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง , ยับยั้งการเติบโตของโรคมะเร็ง

เพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว , ป้องกันโรคข้อต่ออักเสบ

เสริมสร้างการทำงานของไต ,ตับ , ลดผลกระทบจากการทำเคมีบำบัด

ช่วยในเรื่องอาการของภาวะหมดประจำเดือน , ช่วยระบบย่อย - ระบบขับถ่ายดีขึ้น

สร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อและกระดูก , บรรเทาอาการไอเรื้อรัง

ป้องกันอาการแพ้ของผู้หญิงมีครรภ์ , ช่วยในความสามารถในการมีบุตร

ช่วยในการนอนหลับ , ช่วยให้ความจำดี ,ควบคุมน้ำหนัก ,เล่นกีฬาได้นานขึ้น ฯลฯ



ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย รับประทานได้ทุกเพศ ทุกวัย รับประกันความพอใจ

มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ได้รับ อย. (เลขทะเบียน 10-3-12648

2.ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม น้ำผลไม้ Goji Himalayan
โกจิเอาชนะโรคมะเร็ง
Carlos Orozco, B.S., M.S., Ph.D.: ผมเป็นแพทย์ทางเลือกใช้การแพทย์แบบผสมผสาน
ซึ่งเป็นการมองผ่านร่างกายเข้าไปสู่อารมณ์และจิตวิญญาณ ของผู้ป่วยด้วยการผสมผสานระหว่าง
การแพทย์ธรรมชาติ และการแพทย์ทางเลือก ตั้งแต่ปี 2002 ด้วยภารกิจของผมที่ในการช่วยให้
ผู้คนต่อสู้กับโรคภัยและเสริมสร้างสุขภาพให้ดีขึ้น ผมเคยอาศัยอยู่ที่เมือง บลิสเบน ประเทศออส
เตรเลียและเดินทางไปยัง ยุโรปตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันผมทำงานอยู่ในเม็กซิ
โกซิตี้ Dr. Marc Westaway ได้แนะนำให้ผมรู้จัก น้ำโกจิขณะที่ผมอยู่ในประเทศออสเตรเลีย
และจากนั้นผมก็ได้พบกับ ดร. เอิร์ล มินเดลล์ ผมขอคำแนะนำ จากเขาเกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วย
ซึ่งโรคมะเร็ง ได้แพร่กระจาย จากก้อนเนื้องอก เขาสู่ต่อมลูกหมาก ผมให้คนไข้ดื่มน้ำโกจิพร้อม
อาหารเสริมอื่นๆ เป็นเวลา 3 เดือน อาการของเขากลับสู่สภาพปกติ และตอนนี้เขาหายจากโรค
มะเร็งจาก ประสบการณ์ที่แสนวิเศษ ครั้งแรกนั้น ทำให้ผมแนะนำ น้ำผลไม้โกจิ กับผู้คนมากมาย
ซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพและก็ได้ผลดีกับทุกคนนี่คือตัวอย่างเล็กๆ น้อย :
สตรีวัย 49 ปี
ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งได้แพร่กระจายไปที่ตับและกระดูกเธอดื่มน้ำผลไม้โกจิพร้อม
อาหารเสริมอื่นๆ และในระยะเวลาน้อยกว่า3เดือน ผลตรวจมะเร็งของเธอพบว่าตับของเธอปราศ
จากมะเร็งและก้อนเนื้อใน เต้านมของเธอมีขนาดเล็กลงมาก
สตรีวัย 42 ปี
มีอาการป่วยจากโรคไมเกรนขั้นรุนแรง หลังจากดื่มน้ำโกจิเพียงแค่สามอาทิตย์เธอก็ไม่มีอาการ
ปวดหัวไมเกรนอีกเลย ตอนนี้เธอหายจากโรคไมเกรนแล้ว
สตรีวัย 76 ปี
มีอาการปวดอย่างรุนแรงที่ขาทั้งสองข้างเนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนสะโพกเธออ่อนแอมากและ
มีอาการเซื่องซึมเมื่อผมพบเธอครั้งแรก เธอดื่มน้ำโกจิและภายในสองเดือนระดับพลังงานของ
เธอก็กลับมาเป็นปกติ เธอรู้สึกดีขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน
สตรีวัย 84 ปี
เป็นโรคถุงลมโป่งพอง เธอแทบจะหายใจไม่ได้ และถูกนำส่งโรงพยาบาล สองวันหลังจากออก
จากโรงพยาบาล เธอดื่มน้ำผลไม้โกจิ ภายในสองสัปดาห์สภาพของเธอดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตอน
นี้เธอเริ่มเดินได้และเริ่มวางแผนที่จะไปเที่ยวพักผ่อนอีกด้วยชายวัย 42 ปี ป่วยเป็นโรคเส้นเลือด
ขอด เขาได้เริ่มดื่มน้ำโกจิ มานานสามเดือน แล้วและอาการของเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดผมคิด
ว่าคนทุกคนที่อาศัยอยู่ใน โลกตะวันตก ต้องการอาหารเสริมอย่างมาก น้ำผลไม้โกจิเป็นอาหาร
เสริมในอุดมคติที่จะช่วยให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นมีสุขภาพดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้นผมยังคงแนะ
นำคนไข้ของผมดื่มน้ำโกจิ มันทำให้พวกเขามีความสุขมากขึ้นนอนหลับดีขึ้นระบบภูมิคุ้มกันโรค
ดีขึ้นและช่วยให้พวกเขาต่อสู้กับการติดเชื้อได้ดีกว่าอาหารเสริมประเภทอื่นๆที่ผมเคยรู้จักตั้งแต่
เริ่มเป็นแพทย์ Dr.Orozcoได้รับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์ภาควิชาการทดลองทางชีววิทยา
ชำนาญทาง ด้านชีวเคมีและ ฟิสิกส์ได้รับปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์ ภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน
ได้รับปริญญาเอก ด้านชีวเคมีและวิทยาภูมิคุ้มกันการเจริญพันธุ์และการวิจัยหลัง ปริญญาเอกใน
ด้านวิทยาภูมิคุ้มกันการเจริญพันธุ์ เขาเคยได้รับตำแหน่งคณะกรรมการที่ Asher Institute of
Intergrative Medicine ประเทศออสเตรเลีย และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยองค์กรระดับนานา
ชาติ Symphony of Life ในออสเตรเลียและเม็กซิโก

มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ได้รับ อย. (เลขทะเบียน 10-3-*648-1-0001)

รักษาสุขภาพด้วยนะค๊ะ


โดย: foolsoul วันที่: 17 กันยายน 2552 เวลา:18:05:31 น.  

 
very goods


โดย: นิว IP: 125.25.99.159 วันที่: 4 มกราคม 2556 เวลา:22:26:47 น.  

 

ขอบคุณค่ะ ดีมากค่ะ


โดย: ดา IP: 101.109.180.206 วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:17:15:39 น.  

 
ขอบคุณมากครับ


โดย: หนึ่ง... IP: 124.120.43.222 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:13:35:17 น.  

 
ดีมากเลยครับผมทานอยู่แต่แรกๆจะมีอาการปวดเมื่อยอยู่บ้างตอนนี้ไม่มีอาการแล้วร่างกาย(คลอเรสเตอรอล)ก็ดีขึ้น


โดย: เล็ก IP: 171.99.75.182 วันที่: 14 สิงหาคม 2556 เวลา:0:33:29 น.  

 
ตัวหนัสือสีดำขนาดเล็ก บนแบ็คกราวทะเลสีฟ้าเข้ม ทำให้อ่านตัวหนังสือยากมาก


โดย: นูน IP: 171.7.67.223 วันที่: 5 กันยายน 2556 เวลา:8:28:18 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ หมอให้ยากลุ่มนี้อยู่พอดี กังวลใจว่าจะมีผลข้างเคียงอะไรรึเปล่า ได้เข้ามาอ่านแล้วก็เบาใจค่ะ


โดย: ทอง IP: 101.108.49.77 วันที่: 17 กันยายน 2556 เวลา:21:32:47 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ดีมากค่ะ


โดย: นิด IP: 118.173.136.215 วันที่: 28 กรกฎาคม 2557 เวลา:0:02:30 น.  

 
ผมติดตามการรับประทานยาลดไขมันในเลือด หรือ Simvastatin วันละ 1 เม็ด (10 mg.) ว่ามีผลข้างเคียงอะไรต่อร่างกายบ้าง อ่านบทความนี้แล้ว ได้รับความรู้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น ต้องขอขอบคุณครับ


โดย: nik_l IP: 171.99.103.97 วันที่: 22 สิงหาคม 2557 เวลา:15:26:23 น.  

 
ดีมากเลยคับ ผมกำลังลดใขมันในเลือด ขึ้น
ไป 326


โดย: อติชาคโร IP: 192.99.14.34 วันที่: 6 เมษายน 2558 เวลา:5:37:38 น.  

 
ตอนนี้มีbios life complete อยู่ในคู่มือแพทย์ทั่วโลกPDRเป็นnutraceutical ไม่มีผลข้างเคียง


โดย: เปเล่ IP: 223.204.246.69 วันที่: 6 สิงหาคม 2558 เวลา:21:01:44 น.  

 
ตอนนี้มีbios life complete อยู่ในคู่มือแพทย์ทั่วโลกPDRเป็นnutraceutical ไม่มีผลข้างเคียง 
สำคัญถ้าไปใช้แล้วผลแล็ปเลือดไม่ดีขึ้นคืนเงิน100%
รับปรึกษา091-7727695เปเล่


โดย: เปเล่ IP: 223.204.246.69 วันที่: 6 สิงหาคม 2558 เวลา:21:03:38 น.  

 
มีประโยชน์มากค่ะ พอดีหมอจ่ายยามาให้ ลองมาดูรายละเอียดในนี้ เข้าใจดีมากค่ะ



โดย: สงวนพร IP: 49.49.249.99 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2558 เวลา:19:38:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

Valentine's Month
space
space
tanas251235
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]







free counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
space
space
[Add tanas251235's blog to your web]
space
space
space
space
space