อาหารตา





ใครไม่รู้กล่าวว่า “ดวงตาคือหน้าต่างของดวงใจ” เห็นทีจะจริง ดูเอาเถอะ อยากจะรู้ว่าใครคิดอย่างไร อารมณ์ฟุ้งซ่านแค่ไหนดูกันได้ที่ตา โกรธก็ทำตาเขียว ตื่นเต้นก็ทำตาโต คิดมากก็ทำตาลอย เศร้าก็ทำตาละห้อย ทำได้สารพัดแบบ นอกจากนี้ดวงตายังแสดงออกถึงสุขภาพของผู้เป็นเจ้าของได้อีก เห็นใครตาเหลือง ตาโรย ตาแห้ง ตาแดง คงพอจะรู้ว่าผิดปกติต้องพาไปตรวจเสียเงินกันวุ่นวาย เศรษฐกิจยิ่งตกสะเก็ดเพราะน้ำมันแพงอยู่ด้วย ว่าไปแล้วทุกคนต่างอยากมีดวงตาที่ดีกันทั้งนั้น ตาดีแล้วก็ยังอยากให้ตาสวย เพราะตาไม่ใช่จะสำคัญยิ่งยวดเฉพาะใช้มองดูอะไรต่ออะไรอย่างเดียว แต่ยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกเป็นศรีสง่าแก่ใบหน้า จะหล่อ จะสวย ตานี่แหละสำคัญ เราจึงต้องให้ความสนใจ ป้องกัน ดูแลรักษาดวงตากันบ้าง ถ้าไม่สนใจไม่ดูแลรักษา นอกจากตาจะไม่ดี ไม่สวย ตาอาจจะฝ้า ฟาง กลายเป็นคนตาบอดไปก็ได้ใครจะรู้

จะป้องกันรักษาตากันอย่างไร มีวิธีง่าย ๆ ราคาก็ไม่แพง เคล็ดลับอยู่ที่อาหารที่กินกันอยู่ทุกวันนั่นแหละ ดวงตาเหมือนอวัยวะอื่น ต้องการอาหารเข้าไปเพื่อบำรุงเลี้ยง ไปช่วยให้มันทำหน้าที่ได้อย่างปกติ สารอาหารที่สำคัญสำหรับดวงตามี พวกโปรตีน วิตามินเอ วิตามินบีต่าง ๆ วิตามินซี และ ธาตุฟลูออรีน (Fluorine) อย่าเพิ่งไปงงอยู่กับชื่อภาษาฝรั่งพวกนี้ เรามาดูกันดีกว่าว่า สารอาหารที่เอ่ยมาแต่ละตัวสำคัญอย่างไร หาได้ที่ไหน

เริ่มจากโปรตีน ลูกตาก็เช่นเดียวกับอวัยวะอื่น เนื้อเยื่อส่วนใหญ่ถูกสร้างจากโปรตีน เมื่อร่างกายขาดโปรตีนเนื้อเยื่อก็ไม่เจริญ ประสิทธิภาพของสายตาจะลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้โปรตีนยังเป็นตัวช่วยพาสารอาหารอื่น ไปให้ดวงตา เช่น วิตามินเอ ขาดโปรตีนอย่างเดียว เลยพาลทำให้ขาดสารพวกนี้ไปด้วย อาการผิดปกติต่าง ๆ ของตาจะเกิดตามมา จึงต้องกินโปรตีนให้เพียงพอ ซึ่งมีมากในอาหารพวกเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ฯลฯ โปรตีนจากสัตว์ ราคามันแพงนัก ก็หาโปรตีนจากพืชมากินแทน อย่างเช่น พวกถั่วเหลือง มีโปรตีนสูง ราคาก็ถูก เอามาทำเป็นน้ำเต้าหู้ กินอร่อยอย่าบอกใคร เห็นไหมว่าไม่รวยตาก็สวยได้ ไม่มีปัญหา

ตัวต่อไปคือ วิตามินเอ ตัวนี้สำคัญมาก ทำหน้าที่เกี่ยวกับการมองเห็นในที่มืด นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างเยื่อบุต่าง ๆ ภายในลูกตา ถ้าร่างกายขาดสารตัวนี้ จะเกิดอาการในขั้นแรกที่เรียกว่า ตาบอดกลางคืน (Night blindness) มองไม่เห็นในเวลากลางคืน หรือในที่มืด หรือกว่าจะมองเห็นก็ใช้เวลานานผิดปกติ ลองทำการตรวจสอบกับตัวเองหรือกับคนในครอบครัวดูว่า มีอาการแบบนี้บ้างหรือเปล่า เมื่อขาดวิตามินเอ มากเข้า นานเข้า ขั้นต่อไปตาจะแห้ง คนปกติตาจะมีประกายสะท้อนแสง ถ้าตาแห้งจะไม่มีประกายใครมาเห็น อาจเข้าใจว่าเป็นผีกระสือจะถูกรุมเอาเปล่า ๆ ต่อมาตาอาจเกิดเป็นรอยย่น หรืออาจเกิดเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาวหรือเทาเห็นได้ชัดที่ตาขาว เรียกว่า “จุดบีโต้” (Bitot’s spot) หรือที่ชาวบ้านเราเรียกว่า “เกล็ดกระดี่” นั้นแหละ ขั้นสุดท้ายตาดำจะมีฝ้าขาวซึ่งอาจเป็นแผล หรือเกิดตาทะลุ ทำให้ตาบอดได้ ก็แปลกอยู่อย่าง ข้าวปลาอาหารในเมืองไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยวิตามินต่าง ๆ รวมทั้ง วิตามินเอ แต่ปรากฏว่าคนไทยเป็นโรคขาดวิตามินเอกันมาก ที่แย่กว่านั้นก็คือ คนไทยตาบอดเพราะขาดวิตามินเอ มีจำนวนสูง ในโรงเรียนสอนคนตาบอดพบว่า เด็ก 9 ใน 10 คนตาบอดเพราะขาดวิตามินเอ สาเหตุเกิดจากความไม่รู้ กินไม่เป็น กินไม่ถูก อาหารที่มีวิตามินเอหาได้ง่าย ราคาไม่แพง เช่น มะละกอสุก ฟักทอง ผักบุ้ง ผักตำลึง ไข่แดง ตับ ผลไม้ที่มีสีเหลือง ผักใบเขียว ฯลฯ ที่ว่ากินไม่เป็น กินไม่ถูก อย่างเช่น แถวภาคอีสาน ชาวบ้านแทนที่จะกินมะละกอสุก ก็กินดิบ ๆ ทำเป็นส้มตำ เด็กทารกแทนที่จะเลี้ยงด้วยนมแม่ ก็ให้กินนมข้นหวาน เสียเงินแล้วยังเสียสุขภาพ ซ้ำร้ายยังเสียดวงตาไปอีก กรณีเช่นนี้ พบอยู่บ่อย ๆ และทั่วไปในเมืองไทยใหญ่อุดมของเรา (ดูเรื่อง เกล็ดกระดี่ขึ้นตา ใน “หมอชาวบ้าน” ปีที่ 1 ฉบับที่ 4)


สารพวกที่สามได้แก่ พวกวิตามินบี ที่เรียกเป็นพวก เพราะมีหลายตัว เช่น วิตามินบีหนึ่ง บีสอง ไนอาซิน ร่างกายถ้าขาดวิตามินบีหนึ่ง นอกจากจะเป็น โรคเหน็บชา ยังอาจเกิดปวดประสาทตา มองภาพพร่าได้ อาหารที่มีวิตามินบีหนึ่งมาก ๆ ได้แก่ เนื้อสัตว์ ตับ ข้าวซ้อมมือ สำหรับวิตามินบีสอง ถ้าขาดนอกจากจะเป็น โรคปากนกกระจอกแล้ว ยังอาจมีอาการระคายเคืองที่ตา น้ำตาไหล ไม่กล้าสู้แสงสว่าง มองอะไรไม่ชัด อาจเกิดเป็นต้อกระจกได้ อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินบีสอง เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ ตับ ผักใบเขียว ส่วนไนอาซีน ถ้าร่างกายขาด จะเกิดการอักเสบที่หนังตา ตามัว ขนตาร่วง ร่างกายได้ไนอาซีนจากเนื้อสัตว์ ถั่ว ฯลฯ


สารอาหารตัวต่อไปคือ วิตามินซี ร่างกายขาดแล้วจะเป็นโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกง่ายตามไรฟัน ที่เกี่ยวข้องกับตา คือ เกิดการเสื่อมสลายของเซลล์ อาจเกิดต้อกระจก ในเมืองไทยหาอาหารที่มีวิตามินซีได้ง่ายมาก เช่น พวกผลไม้ โดยเฉพาะส้ม มะนาว พวกผักต่าง ๆ


สำหรับตัวสุดท้ายที่จะพูดถึงคือ ฟลูออรีน (Fluorine) หลายคนอาจเคยได้ยินอยู่บ่อย ๆ เป็นธาตุตัวเดียวกับฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุ โฆษณากันโครม ๆ ว่าเอามาผสมกับยาสีฟันนั่นแหละ สารตัวนี้ทำให้ดวงตามีประกายแจ่มใส สดสวยทั้งเวลาทำตาหวาน ตาโศก มองแล้วก็ต้องเหลียวกลับมามองอีก สารตัวนี้ร่างกายต้องการน้อย แต่ก็สำคัญ พบในอาหารทะเล น้ำมันตับปลา ไข่แดง กระเทียม ฯลฯ อย่าเผลอไปกินยาสีฟัน เพราอยากมีตาสวยเข้าล่ะ

นอกจากนี้ยังมีสารอาหารตัวอื่น ๆ ที่มีผลต่อดวงตาทางอ้อม เช่น พวกที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง เช่น ธาตุเหล็ก โฟลิค วิตามินบีหก บีสิบสอง ถ้าร่างกายขาดจะเกิดโลหิตจาง เกิดซีดที่ใต้ขอบตาต้องกินอาหารบำรุงเลือดกันบ้าง ส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารที่กล่าวมาแล้วนั่นแหละ
สารอาหารทั้งหมด กินให้พอดี กินให้ถูก ล้วนมีประโยชน์ต่อร่างกายและดวงตา แต่ถ้ากินมากก็เกิดโทษได้ เช่น อาหารพวกแป้ง พวกของหวาน กินมากเกินไปจะเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงในเลือด ขอบตาจะคล้ำ นอกจากนี้การอดนอนเพราเล่นไพ่ หรือเพราะเหตุอื่น การได้รับอากาศไม่บริสุทธิ์ก็ทำให้ขอบตาคล้ำ กลายเป็นคนตาโหลเหลไม่ชวนมอง ต้องระวังไว้บ้าง ยังมีสาเหตุอื่นอีกหลายอย่างที่เป็นผลเสียต่อดวงตา เช่น
1. การกินอาหารพวกควีนิน (quinine) ซึ่งใช้รักษาโรคไข้จับสั่น ถ้ากินมาก หลอดเลือดจะหดตัว
เลือดที่ไปเลี้ยงดวงตาน้อยลง ทำให้สายตาเสื่อม

2. สูบบุหรี่มาก ๆ ประสาทตาอาจอักเสบ สายตาเสื่อมได้

3. ดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากๆ การดูดซึมอาหารในลำไส้อาจผิดปกติตาจะขาดสารอาหาร
ที่เป็นประโยชน์ ตาเสื่อมหรือผิดปกติได้

4. ยาระบายพวกน้ำแร่ เช่น ยาระบายอีแอลพี (ELP) กินมาก หรือใช้มาก จะทำให้การดูดซึมวิตามินเอ
ในลำไส้น้อยลง ตาจะขาดวิตามินเอ

เห็นได้ว่า อาหารเป็นส่วนสำคัญ เมื่อกินให้ครบถูกต้องตามที่ร่างกายต้องการแล้ว นอกจากสุขภาพร่างกายจะสมบูรณ์ สุขภาพตายังสมบูรณ์ตามไปด้วย อาหารหลายอย่าง อาจราคาแพง เราก็เลี่ยงไปกินอาหารราคาถูก ๆ แทน อย่างเช่น พวกถั่ว โดยเฉพาะถั่วเหลือง ราคาถูก เราใช้เป็นอาหารโปรตีนแทนเนื้อสัตว์ได้ ส่วนการกินวิตามินเม็ด กินน้ำมันตับปลา ราคาแพงถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ หมอไมได้สั่งก็ไม่ควรกินให้เปลืองเงิน สารอาหารพวกนี้มีอยู่ครบแล้วในอาหารที่เรากินอยู่ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องไปหาที่ไหนมาเสริมอีก การกินที่ดีก็คือ “กินถูกถูก” ถูกทั้งคุณภาพ ถูกทั้งราคา ข้อสำคัญอีกประการก็คือ การปรุงอาหารต้องให้ถูกหลักเพื่อให้สารอาหารสูญเสียไประหว่างการปรุงน้อยที่สุด เมื่ออาหารดี สุขภาพตาก็ดี เมื่อสุขภาพตาดี จิตใจก็แจ่มใส มองโลกสดสวยไปเสียหมด เงินจะเฟ้อจะฝืด ใครจะปฏิวัติ ปฏิรูป เราก็ยังยิ้มได้

ส่วนปัญหาของตาที่เกิดจากขอบตาเขียวเพราะถูกต่อย ตาโศกเพราะเงินเดือนขึ้นเป็นเต่าขาเกคลานในภาวะที่ค่าครองชีพวิ่งเป็นจรวดนั้น เป็นคนละประเด็น หาทางแก้กันเอาเองเถอะ


ผู้เขียน: วินัย ดะห์ลัน, ฐิติพร ศิริอัศวกุล


ขอบคุณ หมอชาวบ้าน




Create Date : 21 มิถุนายน 2552
Last Update : 21 มิถุนายน 2552 7:23:41 น. 0 comments
Counter : 622 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tanas251235
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]





free counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 
21 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tanas251235's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.