โรคไม่ติดเชื้อ






แพทย์ พยาบาล และจ้าหน้าที่ในสถานบริการสาธารณสุข จะมีการใช้ภาษาที่เข้าใจในหมู่หมอด้วยกันเอง หากได้ทำความรู้จัก “ภาษาหมอ” ก็จะทำให้เราสื่อสารกับหมอได้ดียิ่งขึ้น คอลัมน์นี้จึงขอแนะนำ “ภาษาหมอ”เดือนละคำสองคำ

โรคไม่ติดเชื้อ

“คุณหมอครับ ถ้าเราไปกินถูกปัสสาวะของคนที่เป็นเบาหวาน เราจะกลายเป็นโรคนี้ไปด้วยไหมครับ?”

“ถ้านอนใกล้กับคนที่โรคไมเกรน จะพลอยมีอาการปวดหัวไปด้วยไหมครับ?”

ผู้เขียนเคยได้รับคำถามทำนองนี้มากมาย แสดงว่าผู้ถามยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรค

โรคภัยไข้เจ็บในโลกนี้ถึงแม้จะมีอยู่นับพันๆ ชนิด แต่เราสามารถแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 กลุ่มด้วยกัน

กลุ่มหนึ่ง เกิดจากร่างกายได้รับเชื้อโรคมาจากภายนอก เราเรียกว่า กลุ่มโรคติดเชื้อ (Infectious diseases) ซึ่งได้กล่าวไว้ในครั้งก่อนแล้ว

อีกกลุ่มหนึ่ง เป็นโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค เรียกว่า กลุ่มโรคไม่ติดเชื้อ (Non-infectious disease)
โรคติดเชื้อ สามารถติดต่อให้คนข้างเคียงได้ ด้วยการแพร่เชื้อผ่านเข้าทางจมูก ปาก และผิวหนัง แต่โรคไม่ติดเชื้อ จะไม่ติดต่อให้กับคนข้างเคียง เพราะไม่มีตัวเชื้อโรคที่จะแพร่กระจายให้ผู้อื่น ดังนั้นการอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน ไมเกรน ซึ่งเป็นโรคไม่ติดเชื้อจึงไม่มีโอกาสที่จะติดโรค

คุณผู้อ่านอาจสงสัยว่า โรคไม่ติดเชื้อไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคแล้วมีสาเหตุจากอะไรกันเล่า?
โรคเบาหวาน ไมเกรน (โรคปวดศีรษะรื้อรังชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า ไมเกรน) หืด โรคภูมิแพ้ ธาลัสซีเมีย โรคเก๊าท์ มีสาเหตุความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ถ้าพ่อแม่เป็น ลูกหลานก็มีโอกาสเป็น กล่าวคือ สืบทอดทางสายเลือด (ไม่ได้ติดต่อด้วยการอยู่ใกล้ชิดกัน เช่น โรคติดเชื้อ)

ความเครียดทางจิตใจ ทำให้เป็นโรคจิต ทำให้เป็นวัณโรคโรคประสาท นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ท้องผูก โรคกระเพาะ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง

บุหรี่ เป็นบ่อเกิดของโรคหัวใจโรคปอด โรคหลอดเลือดแดงตีบ

เหล้า เป็นบ่อเกิดของโรคตับแข็ง มะเร็งตับ อุบัติเหตุ

นอกจากนี้ยังเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น สารเคมี (รวมทั้งยาและสารพิษต่างๆ ) การบาดเจ็บต่างๆ (เช่น บาดแผล กระดูกหัก) ความเสื่อมตามสังขาร (เช่น ต้อกระจก ปวดข้อ ปวดหลัง) การเสียสมดุลทางโภชนาการ (เช่น โรคขาดสารอาหาร โรคเหน็บชา โรคอ้วน) เป็นต้น จะเห็นว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อแต่อย่างไรทั้งสิ้น

การป้องกันโรคไม่ติดเชื้ออยู่ที่การแก้ไขที่สาเหตุต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับความเครียดอาหารการกิน และสารพิษต่างๆ โดยการหมั่นออกกำลังสม่ำเสมอ หาทางคลายเครียดด้วยวิธีต่างๆ (เช่น ทำสมาธิ ภาวนา) ลดอาหารพวกไขมัน อาหารหวานและเค็มจัด กินผักผลไม้ให้มากขึ้น อย่าสูบบุหรี่ ส่วนเหล้า ถ้าหลีกเลี่ยงได้เป็นดีที่สุด แต่ถ้าจะดื่มก็ควรดื่มแต่เพียงเล็กน้อย เป็นครั้งคราว อย่าดื่มจัดหรือดื่มจนติด

ขอบคุณ หมอชาวบ้าน


Create Date : 10 เมษายน 2552
Last Update : 10 เมษายน 2552 6:40:49 น. 0 comments
Counter : 999 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tanas251235
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]





free counter
สร้าง Playlist ของคุณได้ที่นี่
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 
10 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tanas251235's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.