<<<<ถ้าชีวิตคือท่วงทำนอง เธอคือคำร้องที่มีความหมาย>>>>
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
1 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
--หัวใจสะพายเป้ เดินเป๋อยู่เป็นอาทิตย์ ! --










กลับมาแล้ววันนี้ ทุกชีวีเริงร่า...

แจ่มใสพร้อมหน้า น้องพี่พบกัน เฮ้ยไม่ใช่ๆผิดงานไปนิด

ห่างหายไปนาน มู๋ฝนกลับมาแล้วค๊า

หลังจากฟื้นคืนชีพอีกครา เลยกลับมาลั่ลหล้าได้อีกรอบ หุหุ

ช่วงตอนปิดเทอม...หลังสอบเสร็จ(ชดใช้เวรกรรมเสร็จสิ้นนั่นแหละ)

รู้สึกอยากปลดปล่อย แต่ถ้าอยู่นิ่งๆคงเกิดอาการคลุ้มมคลั่ง

คุ้มดีคุ้มร้ายไปแบบนั้น อะจ๊าก!

ก็เลยคิดหาอะไรทำ.......ไปออกค่าย นั่นแหละที่เพื่อนเสนอ

ก็จริงๆกะว่าจะไม่ได้ไปแล้ว ทั้งๆที่เราเนี่ยนะเป็นเฮดหลักของพี่แลป

แต่ต้องสละชีพ(เฮือกรุนแรงไปปะ) เดินออกจากการออกค่ายครั้งนี้ไป

ประมาณเหมือนบ้านเอเอฟเลย 555555

อืม...ก็คิดว่าน้องๆคงทำกันได้ ความสามารถน้องๆคงมี

ศักยภาพในตัวคงไม่แพ้แก่ๆอย่างฝน (ว่าไปแล้วต้องเช็ดน้ำลายเฮ้ยน้ำตา)

สรุปคือกะว่าจะไม่ไป.....ก็คนมันเกิน ทำไงได้

สุดท้ายก็คุยกันว่า ถึงครั้งนี้ฝนจะไม่ได้ไปด้วย

แต่ขอไปช่วยเตรียมค่ายแระกัน

จริงๆก็ไม่ได้เตรียมไรมากหรอก...เพราะเค้าทำกันเกือบเสร็จแระ

นังฝนแกจะไปเพื่อ.......

เหลืออะไรนิดๆหน่อยๆ แต่สุดท้าย....ก็ได้ออกค่ายเพราะคนมันขาด

จากเดิมที่คิดว่ายังไงซ๊า ปีนี้ฝนต้องเป็นพี่แลป

แต่สุดท้ายหน้าให้ เพื่อนขับไล่แกไปติวพันธะเคมีซะนังฝน

เครียด! ทำไมฉันต้องมาติววะ งานนี้อุตส่าห์จะปลดปล่อย วู้

เตรียมติว...เกือบได้สำลักความรู้เคมี ม. ปลาย

หมุนติ้วๆตั้งแต่ ตารางธาตุ พันธะเคมี คือมันพูดเรื่องละ 2 รอบ

รอบละไม่ต่ำกว่าชั่วโมงครึ่ง ปาดเหงื่อเลย

พอเพื่อนจะอ้าปากพูดเรื่องปริมาณสารสัมพันธ์ ฝนขอบาย

ตูจะอ้วกแระ ข้าวก็ยังไม่ได้กินตั้งแต่เช้า กว่าจะได้กินก็ปาไป 6 โมงเย็น

เอาไว้เรื่องออกค่ายนี้จะมาเม้าส์แระกาน พร้อมรูปสวยๆ

ตอนนี้กำลังรอรูปจากไอ้นุช คาดว่าปีการศึกษาหน้าโน่นหละมั้งถึงจะได้!

(ประชดมันเลย....ขอไปเป็นชาติแระก็ยังไม่ได้)

พอกลับมาจากค่าย.....ก็เหนื่อยๆแต่ไม่ทำไหร่

กลับมาก็นอนติดที่นอนชนิดรักมันมากเหลือหลาย

ประมาณยึดเกาะกับที่นอนด้วยพันธะโลหะ...ป๊าด!วกกลับมาเรื่องนี้อีกแระ

ใครหน้าไหนจะโทรมา.....ข้าพเจ้าจะไม่รับ ปิดเครื่องหนีมันซะ

สุดท้ายพอเปิดเครื่องก็ต้องโทรกลับหาพวกมันอยู่ดี...เหอๆ

รู้งี้รับมันตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง หาเรื่องเปลืองเงินชิปนังฝน

คนแรกที่โทรกลับหาคือไอ้แคร์

รู้สึกได้ว่าชีจะพูดเรื่องแพ็คกระเป๋าขึ้นภูกระดึงกัน

ไอ้เรื่องขึ้นภูกระดึงนี่คุยกันไว้ตั้งแต่ปี2 เพิ่งจะได้ไปกันจริงๆก็ปี3นี่แหละ

คุยไรก่าไอ้แคร์มันก็จำอะไรไม่ได้มาก....เบลอๆนั่นแหละ เหอๆ

เข้าใจผิดเรื่องวันไปกันยกใหญ่..แต่ไอ้กุ๊กก็เคลียร์แระ

ทริปนี้มีคนร่วมทริป 6 คน หญิงถึกทั้ง 6 นั่นแหละ แหะแหะ

แบบว่าน่าเสียดายที่ไอ้ยุ้ยคนงามไม่ได้ไปด้วย เสียดายจริงๆ

แล้วที่คุยกันกับไอ้ท่านใหญ่ว่ามันจะไปก็ดั๊นเกิดเหตุไม่ได้ไป

งานนี้จากแกงค์ชะนีกับอีแอบ ก็เลยเหลือแต่ชะนีที่ขึ้นภูกัน

โอ้ว! อาร์ทตัวแม่ทั้ง 6 หุหุ มันจะวุ่นวายกันแค่ไหนน๊า

ทีแรกคุยกันไปคุยกันมา

ทำท่าเหมือนจะไม่ไปกัน ฝนนี่ก็จะยกมือแระ ถ้าไปกันน้อยก็ไม่ต้องไป

กรูเหนื่อยคือกัน 5555555 แต่สุดท้าย

โทรมายืนยัน(ประชุมสายกัน) ตอน สี่ทุ่ม เจริญหละแม่คุณทั้งหลาย

จะเก็บของทันไหม แถมมีกำชับว่าฝนต้องถึงหอไอ้กุ๊กตอนตี 5 ครึ่ง

เออ...กะจะไม่ให้ได้นอนกัน ไม่เป็นไรชินแระ

ฝนก็ออกจากบ้านตอนตี 4 ครึ่ง ที่แรกเลยที่ไปคือต้องไปกดเงิน

กระเป๋าแบน แฟนไม่มี หุหุ เงินนี่ปัจจัยสำคัญ

พอมาถึงเซเว่นแถวหอไอ้กุ๊ก...โทรหามันให้ออกมารับ

เลยได้เดินซื้อเสบียงในนั้นก่อน มันก็โทรมาสั่งให้ฝนซื้อของ

แต่แบบเราเบลอๆเอ๋อๆ แบบว่าเอาแต่ร่างมา

ส่วนวิญญาณนอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงที่บ้านมั้ง

เพื่อนสั่งซื้ออะไรเล่นลืมมันทู๊กอย่าง นี่แหละฝนของแท้

พอได้ของครบ.....ตีห้าครึ่งแล้วครึ่งอีก

โบก 2 แถวมาขึ้นรถ สารคาม-ขอนแก่นตอน 6 โมงเช้าพอดิบพอดี

ขึ้นรถได้ก็หลับมันซะ รอคอยมานาน

มาถึงขอนแก่น ราวๆ 7 โมงกว่าๆ หาของกินกัน

แล้วก็วิ่งขึ้นรถไปเลยทันพอดี

ตลอดทาง...ไม่มีการยลโฉมทิวทัศน์อะไรทั้งนั้น นอนเอาแรงก่อน

มาถึงภูกระดึง.....พี่คนขับรถก็ตะโกนบอก อ้าวลงๆเด็กๆ

ก้าวแรกที่เหยียบลง โอ้วมาเลยครั้งแรกในชีวิต หุหุ






งานนี้ขอสารภาพเลยละกัน ว่าบอกแม่ว่าไปเข้าค่าย

หุหุ เอ๋าก็เข้าค่ายไง....ค่าย 6 คน ลั่ลหล้า

ฝนจะบาปไหมเนี่ย คือถ้าบอกว่าไปเที่ยวเนี่ย แถมขึ้นภูแล้วมีแต่ผู้หญิง

มีรึพระมารดาของฐิติมาจะให้ไป....เดาได้เลยมันต้องมีเหตุไม่ได้ไปนั่นแหละ

ก็รู้ทันแม่ เลนต้องบอกว่าไปเข้าค่ายที่ จ. เลย

แต่ไอ้เราก็บอกไม่หมดไง อิอิ ส่วนไอ้หนิงเพื่อนสาวที่ร่วมทริปด้วย

รายนี้หนักกว่าฝน บอกปาป๊าว่าไปเข้าค่ายที่ จ. สกลนคร 55555

ไอ้เลยกับสกลนี่มันคนละทางเลยคร๊าบเพื่อนสาว ไอ้เราว่าแย่แล้ว

ไอ้หนิงแย่กว่า....

อ้าวถึงไหนแระ อ้อ...มาถึงเลยแล้วสินะ หุหุ

พมาถึงก็จะมีรถ 2 แถว ต่อขึ้นไปภูกระดึงกัน...เรา หญิงถึกทั้ง 6

ก็โดดขึ้นนั่งบนรถ....ดีน๊ารถเค้าไม่ยางแตก เหอะๆ

พอขึ้นไปก็มีผู้ชาย 2 คน นั่งอยู่ก่อนหน้านี้ ทั้งสอง ออกแนวเซอร์

โหยท่าทางเข้ากับป่าเขามั่กมาก....ฝนก็นั่งติดกับผู้ชายคนหนึ่ง

แต่ก็บอกหน้าไม่ถนัดนัก รู้แต่ว่ามันหล่อ !

ขอเช็ดน้ำลายแปป....อดอยากมานาน

เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้ หล่อมันไปหมดทู๊กคน

พอรถเริ่มเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว....30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ม๊าง

อะไรมันจะช้าขนาดนี้ เหอะๆๆ

เราๆก็เริ่มเปิดประเด็นเม้าส์กัน ชนิดไอ้ ผู้ชาย 2 คนนั้นเงียบกริบ

ไม่กล้าเทียบรัศมีหญิงถึกทั้ง 6

ไม่นานนัก.....รถ 2 แถวก็มาส่งเราถึงที่ทำการภูกระดึง

ลงจากรถได้ก็ต้องแบกสัมภาระต่างๆ เดินมาติดต่อหาที่พัก.....

พอหาที่พักได้....ก็หาที่นั่งลงสิงห์สถิตกินข้าวกัน

มันต้องมีการสร้าง ATP กันหน่อย

ไม่ง๊านไขมันที่สะสมไว้...อาจละลายหายไปได้

พออิ่มท้องก็ออกเดินหาของกินกัน.....เพราะจะเอาไปกักตุนกันนิดนึง(หรอ)

เพราะข้างบนมันจะแพงมั่กๆ...เลยต้องรีบๆซื้อตุนเอาไว้

พอได้ของครบ....ก็พร้อมลุยค่ะ

ด้วยท่าทางมุ่งมั่นเต็มที่!






ก่อนที่จะเดินขึ้นภูกระดึงกันน๊าน เราๆก็ขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระทึกนิดนึง

พอเดินไปได้ไม่ไกลเล๊ย...เริ่มปากเหงื่อ

หยุดพัก แลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนกันแทบไม่ทัน เฮ้อ...ตูจะขึ้นถึงไหม

แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว ยังไม่ถึง 200 เมตรเล๊ย ต๊ายตาย...แต่เราก็...

--ไม่ยอมแพ้แน่นอน เสียค่ารถมาขนาดนี้แล้ว --

ตลอดทางที่พวกเราเดินขึ้นนั้น ก็มีเพื่อนร่วมทางมากมาย

สภาพก็ไม่แตกต่างกันมากนัก....แต่ส่วนใหญ่ก็จะมาเป็นกลุ่ม

ทั้งหญิงและชาย ไม่ใช่หญิงถึกทั้งกลุ่มอย่างเราๆ

ตลอดทางก็มีการพูดคุยแซวกันกับกลุ่มอื่นๆ

เดินไปไม่ไกล เหนื่อยก็ พัก.....(ถ่ายรูปด้วย)

ตลอดทางดื่มด่ำกับธรรมชาติตลอดเส้นทาง

เดินไปก็พักมันทุก 10 นาที คิดภาพไม่ออกว่าจะถึงข้างบนเมื่อใด

กลุ่มเราน๊านจะมีคนปิดท้ายตลอดงาน นั่นคือ หญิงตาต้ากับหญิงอ้อย

ทั้ง 2 พระองค์ จะเดินตามเพื่อนแล้วก็ปิดท้ายขบวนเสมอๆ

และสิ่งที่ทั้งสองมักจะพูดนั่นก็คือประโยคนี้

"ขึ้นไปก่อนเพื่อนเลย ไม่ต้องรอเพื่อนหรอก

ถ้าเพื่อนไปถึงเพื่อนก่อน ก็รอเพื่อนบนนั้นแหละ"

ก็นะ....มาด้วยกันต้องค่อยๆไปด้วยกันสินะ

ใครมันจะกล้าทั้งเพื่อนได้หละเนี่ย

สุดท้ายเราๆก็ต้องค่อยๆกระตื๊บๆขึ้นภูกัน......กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่เดินแซงเรา

แต่เรายึดมั่นด้วยคอนเซ็ป....ช้าๆปลอดภัยดีกว่า หุหุ






เดินไปกันเรื่อยๆ ชมวิวทิวทัศน์

มีบ้างที่เหล่มองผู้ชาย หุหุ โอ้ว ทริปนี้มีแต่คนหน้าตาดี อิอิ

คุ้มๆนะเนี่ย เหอะๆ ....ตลอดทางที่เราๆเดินไป ก็คุยโน่นคุยนี้กันไปเรื่อย

เหรื่อยก็หาที่ยึดเกาะพักหายใจกัน

ไปกันได้ไม่เท่าไหร่...เกิดอาการบ่นอุบอิบ....

แล้วเราก็เลยถามพี่ผู้ชายคนหนึ่ง ท่าทางจะเป็นคนในพื้นที่

พี่เค้าก็บอกว่า น้องเอ้ยมันเพิ่งจะผ่านมาแค่ 800 เมตร เอ๊ง

อีกไกลโข ห๊า ช้านเดินมาตั้งนานยังไม่ถึงกิโลเลยอ่า โอ๊ยสลด

ก็คุยโน่นที่นั่นกับพี่เค้าไป....

สรุปแล้วพี่เค้าเป็นเจ้าของร้านขายของบนภูนั่นแหละ

เลยทำการตีซี้พูดกับเค้าซ๊าสนิทสนม เพื่อของส่วนลด อิอิ

พี่เค้าก็น่ารักมั่กมาก.... เราๆเดินไปได้ไม่เท่าไหร่ ฟ้าเริ่มครึ้ม แดดเริ่มไม่มี

แต่อย่าเพิ่งตีใจไป.......เพราะไอ้ที่แดดไม่มีนี่คือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า

ฝนมันกำลังจะตกแว้วนะสิ

เอาละสิทีนี้....ร่มก็นอนแอ๊งแม๊งอยู่ที่กระเป๋า เสื้อกันฝนก็ไม่มี

เอามันเปียกๆนี่แหละ เค้าถึงจะได้รู้กันว่าเราๆมาสัมผัสกับธรรมชาติของแท้

ไม่นานนัก เป็นไปดังที่คาดไว้ สายฝนก็เริ่มตกลงมาจากฟากฟ้า

ไม่ได้สงสารเด็กตัวกลมๆคนนี้เลยว่ามันจะทุลักทุเลขึ้นภูกันแค่ไหน

แต่ทำไงได้ มันก็ต้องเดินกันต่อ ก็ไปมันทั้งๆที่ฝนตกนั่นแหละ

สายฝนจากที่เคยร่วงรินแบบซอฟๆ งานนี้เริ่มหนักขึ้นๆ....น้ำที่อยู่ข้างบน

เริ่มไหลลงมาตามทางข้างล่างมากขึ้น พร้อมพาโคลนตะกอนลงมาด้วย

ฝนหละอยากนั่งร้องไห้มันอยู่ตรงน๊านเหลือเกิน

เราๆ....เพื่อนสนิททั้ง 6 ค่อยๆพากันเดินขึ้นภูด้วยสภาพซกมกสุดๆ

นี่แหละน๊า *ธรรมชาติลงโทษ* ของแท้

จากที่เคยเดินกันอย่างช้าๆอยู่แล้ว ก็ได้ ช้าลงกันกว่าเก่า....

แต่เราๆก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป....วินาทีนั้น กลางป่าเขา เราต้องพึ่งตัวเอง

ช่วยกันและกัน ประคับประคองกันไปให้ถึงที่หมายให้ได้

ด้วยพลัง หญิงทั้ง 6 วู้






เดินกันมากลางป่ากลางเขา...แหม๊หน้าตากลมกลืนกับป่าเขาเหลือเกิน

ตลอดทางเปล่าเปลี่ยว ไม่รู้ว่าผู้คนเค้าหายหัว เอ้ย !

หายหน้าหายตากันไปไหน

เหลือแค่เราทั้ง 6 คน รู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆ คิดไปต่างๆนานา

และแล้วเราก็พบเจอสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ผู้ชาย

หน้าตาคุ้นๆแฮะ 2 คนนี้ ทั้ง 2 หนุ่มยิ้มให้เราทั้งกลุ่ม

แล้วถามว่า

"เอ่อ.....ใช่ที่นั่ง 2 แถวมาด้วยกันป่าวครับ" น๊าน....ว่าแล้วหนังหน้าคุ้นๆ หุหุ

"อืม น่าจะใช่ค่ะ"

"บังเอิญขังเลยครับ งั้นเดี๋ยวพวกเราเดินขึ้นไปพร้อมกันเลยนะ"

"คือแบบว่าไปก่อนเถอะค่ะ ต้องรอเพื่อนอีก 2 คน คือเค้าเดินช้าหนะ"

"ไม่เป็นไรครับ ไปด้วยกันนี่แหละ มา 2 คน ก็เสียวเหมือนกันครับ"

กรี๊ด! (ในใจ) หุหุ มีผู้ชายร่วมทริป (ออกแนวหื่นแระ)

สรุป.....ท้ายที่สุด จากหญิงถึกทั้ง 6 ก็มีชายหนุ่มร่วมทริปอีก 2 คน

เป็น 8 ชีวิตที่ต้องสู้เถือกไถผลักดันกันขึ้นภู

ตลอดเส้นทางกลางป่าเขา....และโขดหิน พร้อมตะกอนโคลนทั้งหลาย

ตะไคร่น้ำอีก.....และพร้อมสายฝนที่ตกได้อย่างสม่ำเสมอไม่ขาดสาย

เราๆทั้ง 8 เดินไปตามเส้นทาง....ตะเกียกตะกายกันเลยก็ว่าได้

มีการปีนป่ายโขดหิน.....จับมือกันข้ามเมื่อทางลำบาก

ซึ้งใจเพื่อน....อย่างที่เค้าว่ากันนั่นแหละ

จะรักจะเลิกกันก็งานนี้ เห็นจะจริง

แต่เราร๊ากกันน๊า......เวลาที่เพื่อนเดินช้าก็มีการร้องแซวๆกัน

"เห็นไหมบอกแล้วว่ามวลมีผลต่อการเคลื่อนที่" ก็แค่ร้องแซวๆ

จะได้....หายเหนื่อยกัน

ตลอดทาง....สภาพของเราซกมกโสโครก หมดสภาพความสวยน่ารักไปเลย

กว่าจะตะเกียกตะกายกันมาถึงยอดได้ เล่นเอาเหนื่อยหอบ....

ไอ้ซำแฮกนี่ก็ทำเอาเราหอบแฮกๆไปแล้ว กว่าจะผ่านแต่ละซำขึ้นไปถึงยอด

ก็ได้แผลกันไปนิดหน่อย....สภาพเปียกเหมือนลูกหมูตกน้ำ

แต่ก็ได้เห็นมิตรภาพดีๆที่เกิดขึ้นระหว่างทาง





มาถึงข้างบนกัน มองดูสภาพแต่ละคนก็ซกมกกันสุดๆ...

บรรยากาศรอบๆเริ่มเย็นลงแล้ว แหม๊นี่ถ้าที่บ้านคงร้อนน่าดู

ขึ้นมาถึงยอดทั้งที ก็ขอเก็บภาพไว้ซ๊ากหน่อย

เป็นเครื่องยืนยันว่าเรามาถึงแล้วนะ....

หลังจากนั้นคณะของเราก็เดินต่อไปอีก 3 โล

ท่ามกลางป่าสน....บรรยากาศปานบ้านนอก เอ้ยเมืองนอกก็ไม่ปาน

ต้นไม้แบบนี้แถวบ้านฝนไม่มีค่ะ...เพราะบ้านฝน (เมืองสารคาม)

มันไม่มีภูค่ะ มีแต่ป่าโคก หุหุ

เดินไป...ก็เริ่มมีสัตว์ตัวจิ๋วมาทักทายเรา.....ทาก!

เห็นแล้วน้ำลายไหล...อิอิ ฝนกับกุ๊กจะเป็นฝ่ายกำจัดทากออกจากตัวเพื่อนๆ

เพราะที่ไปด้วยกัน หญิงทั้ง 6 มันเล่นกลัวทากกันหมด

มีอยู่ 2 หน่อ คือกุ๊กกับฝนนี่แหละ ที่คอยเก็บทากกิน.....

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ยิ่งเกลียดมันยิ่งเจอ....

เพราะตลอดเวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่กับทากน๊าน....

มันจะคอยไปเกาะไอ้คนที่เกลียดๆนั่นแหละ

ส่วนฝนกับกุ๊กได้รอยมาคนละรอยสองรอย นอกนั้นจับออกจากตัวเพื่อน

กว่าที่เราๆจะเดินมาถึงที่พัก ดวงอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าแล้ว

ได้เห็นดวงอาทิตย์ที่นี่สีสวยมั่ก ทำไมที่บ้านเราไม่เป็นงี้บ้างว๊า

มาถึงก็จัดแจงหาที่ซุกตัวกลมๆ หาอาบน้ำ หาข้าวหม่ำ

แต่งานนี้มีฝนกับกุ๊กเท่านั้นที่เดินออกมาหาข้าวกิน พร้อมทั้งข้าวห่อ

เอากลับไปให้อีก 4 สาวที่กลัวทากขึ้นสมอง

ชนิดไม่ยอมกระดิกตัวออกจากเต้นท์....

ก็เลยเป็นหน้าที่ฝนกับกุ๊กที่ออกหาของไปให้พวกนั้นกิน

ก็เลยแก้เผ็ดมันด้วยการนั่งกินข้าวที่ร้านนานถึง 2 ชั่วโมง

ก็ถ้าพวกนั้นหิว เดี๋ยวมันคงโทรหาเราเอง คริคริ ทรมานเพื่อนนังฝนเอ้ย

ส่วนอีก 2 หนุ่มก็ยกย้ายไปนอนเต้นท์ที่จองเอาไว้นั่นแหละ

คืนแรกไม่มีอะไรมาก...เนื่องจากเหนื่อยกันมาก ตั้งนาฬิกาปลุกได้

หัวถึงหมอนก็หลับกันเลย รู้สึกว่าหลับลึกมากกกกกกกกกก

ลึกจนขนาดโทรศัพท์ดังอยู่ตั้งนานถึงกว่าจะรับ

"อยากจะมีคนรักเหมือนดังใครๆ อยากจะมี....." เสียงโทรศัพท์

ในใจฝนก็คิดว่า...ทำม๊ายไอ้อ้อยมันไม่รับโทรศัพท์วะ (นอนข้างอ้อย)

ดังนานแล้วนะวุ้ย......(โหมดไม่คิดว่าจะมีใครโทรมาหา) แต่แล้วก็เกิดนึกได้

โทรศัพท์ตูนี่หว่า ไอ้ใหญ่โทรมา โหยเกือบได้ด่ามันไปแระ

โทรมาตอนตีสองครึ่ง...มันจะโทรมาไมฟระ

ที่จับใจความและที่พอจะจำได้มันก็โทรมาถามด้วยความห่วงใย(รึป่าว)

แต่ที่จำได้แม่นๆ....มันบอกว่า สมน้ำหน้า แต่ตอนนั้นยังเบลอๆ

เออออกับมันไปก่อน ไม่ง๊านเจอฝนด่า......

วางโทรศัพท์ได้ก็หลับกันต่อ นอนยาวมากกกกกกกก

ขนาดพระอาทิตย์ขึ้น นาฬิกาปลุกแล้วปลุกอีกมันยังไม่ตื่นกัน เหอะ

การนอนคือคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มเรา คือสิ่งวิเศษที่สุดในชีวิต

เช้าๆมา อาบน้ำแต่งตัว.....แคร์กับกุ๊กก็ไปปลุกน้องจิกับน้องยันต์ที่เต้นท์

ส่วนที่เหลือก็หาของกิน เก็บโน่นนี่นั่น ได้เวลาก็เริ่มออกเดินป่ากัน

ที่ๆเราไปก็คือน้ำตากต่างๆ...เดินไปคุยกันไป วันนี้บรรยากาศเป็นใจ

ฝนไม่ตก แดดก็ออกไม่มาก อากาศกำลังดี

เลยทำให้การเดินเที่ยวของเรามีความสุข แต่มันก็ยังเหนื่อยอยู่ดี





เราๆเดินไปกันขาแทบลาก......สุดท้ายก็ได้กินข้าวกลางป่าเขา

มีน้ำตกเป็นฉากหลัง แหม๊ ธรรมชาติเหลือเกิ๊น

เดินมาได้.....ไกลเหมือนกันนะ ต่อไม่ไหวแล้ว

เอาขนมให้น้องจิกับน้องยันต์ไปต่อ

น้องๆบอกว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินกัน

ไปเหอะ ปล่อยแก่ๆอย่างพวกพี่กลับพี่พักเหอะ

ไม่รู้จะเดินกลับถึงไหม เหนื่อยมาก

เดินกลับมาถึงเกือบๆ บ่าย 3......หาของกินได้ก็ตั้งท่าจะนอนอีกรอบ

ไอ้กุ๊กกับไอ้แคร์ก็เปิดวงรำพัดกัน โหนี่ขนาดอยู่บนภูกันมันยังสามารถ

เล่นไพ่กันสนุกสนาน

มีการแซวว่า ไอ้ที่ปวดขาเนี่ยไม่ใช่เพราะเดินป่าร๊อก

นั่งเล่นไพ่นานเหน็บกันมากกว่า

เย็นๆก็ออกเดินดูของ ดูนั่นนี่โน่นไปเรื่อย อาบน้ำ หม่ำข้าวก็กลับที่พัก

จัดแจงหามุมของตัวเองได้ก็เม้าส์กระจาย วันที่สองคนเยอะมาก

เยอะจริงๆ.....เราๆก็มานอนร้องเพลงกัน

เล่นเกมส์ต่อเพลงกัน ก็สนุกดีไปอีกแบบ

โทรติดต่อน้องๆ 2 คนยังไม่ได้ตั้งแต่ตอนเย็นๆ

ก็แอบห่วงน้องนิดๆ เพราะน้องเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่

คือมันค่ำแล้ว เดินกลางป่าเขา มันจะอันตราย

ไม่ใช่ชะนีถึกอย่างพวกฝนที่อาจไปเป็นอันตรายกับคนอื่นเขาและสัตว์ป่า

กว่าจะติดต่อน้องได้ก็โน่นเกือบ สี่ทุ่ม

ตาต้าเป็นโทร

"น้องจิอยู่ไหนเนี่ย"

"อยู่ตรงเต้นท์พวกพี่นี่แหละครับ" เฮอะนะ...อยู่ตรงนี้แล้วมันจะรับทำไมวะ

ตาต้าก็ออกไปคุยกับน้องๆนอกเต้นท์ ส่วนที่เหลือขออยู่ใท่นี่แหละ

หนาว.....ก็มีการคุยแซวกันเล็กน้อย

นัดหมายการเดินทางกลับของวันรุ่งขึ้น ก็แยกย้ายกันไปนอน

เช้ามา ตื่นกันเช้ามาก วันนี้หมอกลงหนามาก

สายฝนโปรยปราย เอาแล้วสิ...ทีพวกตูจะกลับเจือกตกมาอีก

จัดแจงทุกอย่างเสร็จ...ก็เดินทางกลับกัน ฝตกตลอดทาง

ขากลับนี่ลำบากมากกว่าขามา ทั้งฝน ทั้งลม ทั้งโคลน

แถมหนาวอีกต่างหาก

ก็เดินคุยกันไป โดยมีไอ้แคร์ร้องเพลงหมอลำให้ฟัง

คุยกันไป ไม่นานเดี๋ยวก็ถึง แต่เส้นทางลำบากเหลือหลาย

ลำบากมากกว่าตอนขามา....ก็ค่อยๆเดินกันไป

มีการเกาะแขน จับมือ ประคองกันไป เฮ้อ กว่าจะถึงข้างล่าง

ลำบากกันสุดๆ....แต่ก็ได้เห็นรอยยิ้มกันตลอดทาง

ขาลื่นนี่ยกให้น้องจิ น้องแกขยันลื่นจริงๆ

ขายาวยกให้นังหนิง.....ลากแถไปตามรากไม้ได้

แต่ไอ้พวกขาสั้นทำตามมันไม่ได้

บางสิ่งบางอย่างก็โยนมันทิ้งแถวภูนั่นแหละ เกินความสามารถจะหอบกลับ

มีการแซว...อย่าทิ้งหัวใจไว้แระกัน

ตอนเดินลงก็มีการเรียกขวัญกลับบ้าน

เป็นการเรียกขวัญกลับบ้าน ไม่รู้ภาคอื่นทำป่าว แต่เด็กอีสานอย่างเราไ

ก็ทำนะ

คนแรกเริ่ม คนต่อๆมาก็เริ่ม

"ฝนเอ้ย มาเด้อขวัญเอ้ย กลับบ้านๆ" เหอะๆนังฝนเรียกขวัญกลับบ้าน



กว่าจะมาถึงข้าล่างกันได้ เล่นเอาเหนื่อยมาก

สภาพนี่ซกมกกันสุดๆ เกินกว่าจะบรรยายให้ท่านๆได้เห็นภาพ

และนึกภาพออก ...เอาเป็นว่าสุดๆแล้วชีวิตนี้

มาถึงพื้นดินข้างล่างได้ วิ่งเข้าห้องน้ำ จัดการแปลงโฉมให้เป็นผู้เป็นคน

พอดูดีมาหน่อย ก็ออกหาซื้อของฝากกลับบ้านกัน

เลือกซื้อของกันอยู่ ได้ของครบก็ขึ้น 2 แถว....

แล้วมาต่อรถ ขอนแก่น-เลย...

มานั่งรอรถ ในระหว่างที่น้องๆ 2 หนุ่มกินข้าวกันอยู่

ขึ้นรถมาได้...น้องจิก็มาขอเบอร์โทรแล้วก็เมลล์ของพี่ๆไว้

จดให้น้องเสร็จ...น้องๆก็ขอลา เพราะต้องไปขึ้นรถกลับกรุงเทพกัน

เราๆก็นั่งรถกลับขอนแก่นกันต่อ......

มาถึงขอนแก่นเกือบทุ่มนึง รถเที่ยวสุดท้ายกลับสารคามพอดี

เฉียดฉิวจริงๆ.....

นั่งรถมาถึงสารคามก็เกือบ สามทุ่มแล้ว.....

แต่ฝนต้องขับรถกลับบ้านอีก

สรุปสุดท้าย...กลัยถึงบ้าน 3 มกว่ๆ...เจ๋ง

วางกระเป๋าได้ ไปโต้รุ่ง หาซื้อของกิน

กินมันแบบตะบี้ตะบัน ไม่สนอะไรทั้งโลกแล้ว

กินเสร็จ อาบน้ำ นอนมันเลย

จบทริปการเที่ยวภูกระดึง ทริปนี้ประทับใจจริงๆ



ทริปนี้ฝนประทับใจจริงๆ....ได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น

ได้ออกไปดูโลกกว้าง....

ได้พิชิตภูกระดึงกับเค้าด้วย

ได้เห็นมิตรภาพดีๆระหว่างทางที่เกิดขึ้น

แล้วก็ได้มิตรภาพใหม่ๆมาด้วย





ขอบคุณแม่มากๆค๊า.....ที่อนุมัติเงินทุน

และขอโทษแม่ด้วยที่ต้องโกหกว่าไปเข้าค่าย แต่ฝนรู้ว่าแม่คงปลงแล้ว

ขอบคุณ กุ๊ก หนิง ตรา อ้อย แคร์ เพื่อนร่วมทางที่น่ารัก

ถึงงานนี้จะขาดยุ้ยไปก็เหอะ

ขอบคุณใหญ่ที่โทรถามไถ่คอยห่วงใย....

ขอบคุณมิตรภาพที่ก่อเกิดขึ้นใหม่ น้องจิกับน้องยันต์

ขอบคุณรูปสวยๆจากกล้องน้องจิ




ทริปนี้สร้างความสุข สร้างความประทับใจ

ให้ฝนได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง...คุ้มจริงๆ

ชีวิตมันไม่ได้ง่ายๆเลยนะ ก็เหมือนตอนเดินขึ้นภูนั่นแหละ




รูปสวยๆจากฝีมือการถ่ายภาพของน้องจิ เด็กศิลปกรรม

แหม๊ถ่ายออกมาได้สวย ไม่เหมือนรูปที่ค่อนข้างปัญญาอ่อน

ฝีมือเด็กเคมี อย่างฝน.....

จบลงแระกับทริปเที่ยวภูกระดึง

แต่ความประทับใจแลมิตรภาพที่เกิดขึ้นไม่จบลง

ทุกวันนี้เพื่อนๆเราก็ยังรักกันดี รักกันมากขึ้นด้วย

แถมทุกวันนี้ก็ได้คุยกับน้องจิน้องยันต์เพิ่มอีก....

มีการชวนกันเที่ยวด้วย ถ้าว่างก็ไปไหนไปกัน.....

นี่แหละ มิตรภาพดีๆที่เกิดขึ้น........

คืนนี้ก็หลับฝันดีนะฐิติมา พรุ่งนี้ต้องไปสู้เถือกไถแต่เช้าอีก


Create Date : 01 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2551 23:57:39 น. 7 comments
Counter : 575 Pageviews.

 
ว้าว มนต์ขลังของภูกระดึงไม่เคยเสื่อมคลาย เนอะ

เคยไปกับเพื่อนสาว 7 คนจ้า เลือกไปหน้าหนาวเพราะกลัวทาก แล้วสาวสวยทั้งเจ็ดนางลงชื่อไปเที่ยวป่าปิดด้วย เริ่ดซะไม่มี แล้วทั้งก๊วนพร้อมใจกันไม่รู้ว่าต้องห่อข้าวไปกินกลางป่า แม่คุณทูนหัวเคยแต่เดินห้าง ตอนเขาพักกินข้าว อายสุดขีด พวกหนุ่มๆ เมตตาสงสารแบ่งข้าวให้กิน เลยรอดไปหนึ่งมื้อ

คนเดียวไม่ว่า แต่ตั้งเจ็ดคนไปอาศัยกินกับเขา อายก็อาย แต่กลัวอดมากกว่า 555


โดย: redclick วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:58:31 น.  

 


สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะ

มีความสุขมากๆ นะคะ งุงิ ^ ^


โดย: Butterflyblog วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:17:28 น.  

 


โดย: little bear june วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:15:48 น.  

 
เนี่ย ป่าภูกระดึงมันมีมนต์นะฝน ... ไปแล้วจะได้ไปอีก ไปอีก และไปอีกกกก ...

แวะมาร่วมรำลึกทากเริงร่ากลางป่าสนไปกับฝนด้วย

มีหนนึง ตอนพี่ไป (แปลว่าไปมาแล้วหลายหน) เจอฝนกระหน่ำขาลง ... ทั้งสไลด์ทั้งลื่นกลิ้งลงมาตลอดทาง


โดย: ดวงลดา วันที่: 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:37:44 น.  

 
สวัสดีค่ะ เจนนี่แวะมาเยี่ยมค่ะ และมาขอบคุณ ที่เข้าไปอวยพรวันเกิดให้เจนนี่ที่บล็อคนะคะ ขอให้คำอวยพรดีดีของทุกคน จงย้อนกลับมาหาเพื่อนๆทุกคนเช่นกันน่ะคะ

วันลอยกระทงที่ผ่านมา ไปเที่ยวลอยกระทงที่ไหนกันมาบ้างคะ มาเล่าสู่เจนนี่ฟังบ้างน๊า ส่วนเจนนี่ ยุ่งกับการทำกระทงขายค่ะ ฮิฮิ ว่างๆแวะเข้าไปชมกระทงฝีมือของเจนนี่และบรรยากาศในวันขายกระทงของเจนนี่ได้ที่บล็อคน่ะคะ

ไว้เจนนี่ว่างๆเจนนี่จะแวะมาเยี่ยมทักทายอีกน่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ


โดย: สาวอิตาลี วันที่: 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:34:50 น.  

 
เมนท์ไงหละนิ


ดี น๊ะ


ที่เอารูป สวยๆ ลง


ไม่งั้น แก




โดย: MOMO IP: 125.25.50.228 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:00:35 น.  

 
ไม่ใช่รูปสวยๆโว๊ยนังเต่า

แต่คนมันสวยต่างหาก อิอิ

ไงหละแก.....คิดเหมือนช้านมะ


โดย: น้ำเคียงดิน วันที่: 18 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:04:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

น้ำเคียงดิน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้ำเคียงดิน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.