ตื่นขึ้นมารับแดดอ่อนๆยามเช้า...แล้วบอกตัวเองว่า...วันนี้ฉันจะมีความสุขนะ
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2555
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
4 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
house *home*hut

คิดถึงพ่อ

     ตั้งแต่จำความได้ ฉันรับรู้แต่ความอบอุ่นท่ามกลางความรักของพ่อแม่และพี่ชาย ความเป็นน้องคนเล็กและเป็นลูกสาวคนเดียวทำให้ฉันมักได้รับอภิสิทธิ์จากคนในครอบครัวเสมอ แม้แต่กับตาที่จากฉันไปนานแสนนานตั้งแต่ฉันอายุได้แค่สิบขวบ ฉันก็ยังจดจำท่าทางมีลับลมคมในที่แอบกวักมือเรียกฉันไปรับรางวัลพิเศษหลังจากแจกขนมให้ฉันกับพี่ชายรับไปเท่าๆกันแล้ว ... ขนมห่อเล็กที่แอบซ่อนไว้ให้หลานสาวคนโปรด จนเมื่อพี่ชายของฉันจับได้ว่าตาให้ขนมไม่เท่ากันแล้วอาละวาดฟาดงวงฟาดงา แล้วแม่ก็ต้องมาเป็นกรรมการจำเป็นระหว่างคนตัวเล็กที่ปากเบะน้ำตานองหน้ากับคนตัวโตผมขาวที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ให้แม่ต้องอ่อนอกอ่อนใจอยู่เป็นกิจวัตร เพราะไม่ว่าแม่จะห้ามไม่ให้ตาทำอย่างนี้อีกสักกี่หน ตาก็ไม่เคยลืมรางวัลพิเศษของฉันเลย...เพียงแต่ต้องรอบคอบหน่อย ... ตาว่างั้น  ความทรงจำเก่าผ่านเข้ามาในมโนสำนึกจนทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่า ท่าเราจะแก่แล้วนะนี่ ก็เขาพูดกันไม่ใช่หรือว่าคนแก่มักมีความสุขอยู่กับอดีต อดีตที่ฉันเพียรเฝ้าแต่งเติมลงในชีวิตของลูกทั้งสองคน ด้วยความหวังว่าเมื่อถึงคราต้องรำลึกหรือยามเปลี่ยวเหงา เค้าทั้งคู่จะมีเรื่องราวให้หวนคิดอย่างเป็นสุขได้ ความว่างเปล่าระหว่างความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเป็นสิ่งที่ฉันไม่อยากให้ใครคนใดต้องสัมผัสรับรู้เลย
พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉันกวาดตามองบ้านหลังใหญ่ที่คุ้มครองชีวิตของฉันและคนที่ฉันรักให้อยู่เย็นเป็นสุขมานานถึงสามสิบกว่าปี ฉันไม่ได้ร่ำรวยจนมีบ้านหลังใหญ่หรอกนะ แต่มันใหญ่โตกว้างขวางขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของเจ้าของอย่างแท้จริง  เจ้าของตั้งแต่รุ่นพ่อกับแม่จนตกทอดมาถึงฉันกับสามี

เมื่อฉันอายุได้สิบเอ็ดปี พ่อแม่ส่งฉันกับพี่ชายมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพให้อาศัยอยู่กับญาติ สองปีต่อมาครอบครัวเราก็มีที่ดินในกรุงเทพเป็นของตัวเอง ที่ดินย่านฝั่งธนที่อยู่ในซอยลึก ทั้งลึกและลับจนอดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อพ่อขับรถพาฉันกับพี่เลี้ยวซ้ายทีเลี้ยวขวาทีอยู่หลายรอบบอกว่าจะพาไปดูที่ ที่ดินแปลงน้อยที่พ่อกู้เงินจากธนาคารที่พ่อทำงานอยู่มาซื้อ ด้วยความที่พ่อทำงานมีเงินเดือนแค่คนเดียว ฉันกับพี่ไม่รู้หรอกว่าพ่อกับแม่ต้องกระเหม็ดกระแหม่แค่ไหนกว่าจะได้ห้องแถวสามห้องมีห้องน้ำเกาะอยู่ท้ายสุดเรียงชิดกันอยู่ริมรั้วด้านใน ....ห้องแถวที่เราพร้อมใจกันเรียกว่าบ้าน ฉันใช้ชีวิตอยู่ในห้องแถวนั้นต่อมาอีกหลายปีจนจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย พ่อก็เริ่มโครงการต่อเติมบ้านเป็นครั้งแรก พ่อเป็นทั้งสถาปนิกออกแบบ จัดหาช่าง แล้วยังเป็นโฟร์แมนคุมงานก่อสร้างเองอีกด้วย ... ยืดออกมาข้างหน้าเป็นห้องรับแขกต่อด้วยที่จอดรถ .... ยกขึ้นไปข้างบนเป็นหนึ่งห้องน้ำสองห้องนอนกับหนึ่งห้องหน้าบันได หลังจากใช้เวลาไปหลายเดือนก็ถึงวันที่ช่างเก็บงาน ยกเครื่องมือชิ้นสุดท้ายออกไป เราก็ได้บ้านหลังใหม่ที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าเดิมถึงสามเท่า ฉันในฐานะน้องเล็กได้ครอบครองห้องนอนชั้นบนที่อยู่ติดกับห้องของพ่อกับแม่ ส่วนพี่ชายก็อยู่ห้องชั้นล่างที่เคยเป็นห้องแถวที่แบ่งทำเป็นห้องครัว เวลาเพื่อนๆ มาที่บ้านฉันก็จะมีพื้นที่ให้เพื่อนนั่งเล่นได้มากขึ้น ส่วนมากเพื่อนของฉันเป็นเด็กกรุงเทพอยู่ห้องแถวเต็มตัว ไม่ค่อยมีใครที่มีบ้านเป็นหลังๆ อย่างฉัน บ้านของเราจึงเป็นที่ชุมนุมของเหล่าเพื่อนอยู่เป็นประจำ เพราะมีทั้งห้องรับแขก ห้องครัว สนามหน้าบ้าน ถึงแต่ละอย่างที่ฉันพูดมาจะมีขนาดกระทัดรัดไปสักหน่อยก็เถอะ  พอฉันอยู่ปีสี่ สงสัยพ่อจะผ่อนหนี้ที่ต่อเติมบ้านหมดแล้วก็เลยขอซื้อที่ดินต่อออกไปด้านหลังได้เนื้อที่ประมาณทาวน์เฮาส์สมัยนี้ กั้นรั้วสังกะสีไว้อีกสองสามปี พ่อก็เริ่มโครงการขยายครัวออกไปตรงที่ดินที่ซื้อใหม่ เพื่อนๆ ก็ร่วมยินดีที่มีที่ทำกับข้าวเพิ่มขึ้นไม่ต้องเดินชนกันเวลามากระจุกตัวกันอยู่ที่บ้านฉัน พ่อภูมิใจในผลงานการต่อเติมบ้านครั้งที่สองได้ไม่นานก็รับรู้ว่าในครัวมันร้อนมาก ก็สมัยนั้นยังไม่มีแผ่นฉนวนกันความร้อนขาย พวกเราก็ทนกับครัวร้อนๆ กันไปพร้อมๆ กับรับข้อมูลที่พ่อย้ำแล้วย้ำอีกว่าพ่อให้ช่างลงเสาเข็มเทคานครัวไว้ให้รอต่อเติมเป็นสองชั้นได้ ชัดเจนไหมล่ะว่าพ่อวางแผนการต่อเติมครั้งที่สามไว้เรียบร้อยแล้ว ….แต่พ่อก็อยู่ไม่ทันถึงวันนั้น ….ฉันแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดกับสามี ปล่อยให้พ่ออยู่กับครัวร้อนๆ และความหวังที่จะต่อเติมครัวให้ดีขึ้น แล้วพ่อก็จากไป
ฉันพาครอบครัวย้ายกลับมาอยู่ในกรุงเทพกับแม่ พี่ชายแต่งงานย้ายออกไปนานแล้ว ฉันไม่เคยลืมความคิดฝันครั้งสุดท้ายของพ่อที่อยากให้แม่มีครัวสวยๆ เย็นสบายไว้ใช้ แต่ความที่มีลูกเล็กๆ ถึงสองคน แล้วมีสมาชิกสี่ขาอีกสองตัว ทำให้ฉันเห็นว่าสนามหญ้าหน้าบ้านเป็นภาระที่ต้องดูแลมากเกินไป ก็เลยพักโครงการปรับปรุงครัวด้านหลังมาเป็นปรับปรุงที่ว่างด้านหน้าแทน  แล้วการต่อเติมบ้านครั้งที่สามก็สำเร็จลง ฉันได้ห้องด้านหน้าเพิ่มมาอีกสองห้องกับย้ายประตูมาเปิดกว้างไว้ด้านหน้าแทน เพื่อนๆ รู้ว่าฉันเลิกพาครอบครัวพเนจรไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ก็รีบมารำลึกความหลังกันที่บ้านของฉัน ทันทีที่เข้าเขตรั้วพวกมันก็หัวเราะร่วนพร้อมยิงคำถาม …ต่อเติมครั้งที่เท่าไรแล้วว่ะนี่ ฉันตอบอย่างมั่นใจว่าครั้งสุดท้ายแล้วแล้วก็เลี่ยงไปตอบว่าเต็มเนื้อที่แล้ว แต่ที่จริงหมดเงินไปหลายอยู่ แล้วลูกๆ ก็เริ่มโตต้องใช้เงินเยอะจนฉันแอบคิดเล่นๆ ว่าพวกเขากินเงินเป็นอาหารกันรึยังไง ก็เลยค่อนข้างมั่นใจว่าฉันจะไม่ต่อเติมบ้านอีก

ฉันเวียนย้ายเข้าย้ายออกกรุงเทพต่างจังหวัดอยู่หลายรอบ จนรู้สึกว่าควรจะปักหลักเสียทีไม่ขอย้ายไปไหนอีก ก็เป็นเวลาที่ลูกๆ ควรมีห้องส่วนตัว ฉันก็เลยลืมความตั้งใจที่จะไม่ต่อเติมบ้านอีก ถึงแม่จะตามพ่อไปแล้ว ความคิดปรับปรุงครัวที่พ่อเพาะเชื้อไว้ลอยเวียนเข้ามาในห้วงคำนึงของฉัน แต่แค่ครัวนะเหรอไม่พอหรอก มันต้องอลังการกว่านั้น ฉันไม่รอช้าเรียกช่างประจำมาบอกความต้องการของตัวเองแบบปรึกษาสามีพอเป็นพิธี แล้วครัวร้อนอบอ้าวชั้นเดียวก็กลายเป็นครัวใหม่ขนาดกระทัดรัดกับที่จอดรถที่มีทางเข้าออกต่างหากอยู่ชั้นล่าง ห้องนอนสองห้องพร้อมชั้นลอยที่มีห้องน้ำกั้นอยู่ตรงกลางที่ชั้นสอง คราวนี้บ้านของฉันมีห้าห้องนอน หนึ่งห้องพระ สามห้องน้ำ สองที่จอดรถ ก็ฉันบอกแล้วไงล่ะว่าบ้านของฉันน่ะหลังใหญ่ …..ก็บ้านหลังใหญ่ที่ได้มาพร้อมกับการปิดบัญชีเงินฝากที่มีอยู่เกือบทุกเล่ม กับหนี้ก้อนขนาดพอเหมาะที่จะเป็นแรงฉุดกระชากลากดึงให้ฉันกับสามีมีแรงทำงานต่อไป..และต่อไป....โดยไม่ปริปากบ่น ....พ่อจ๋า …ทั้งเสาเข็มกับคานครัวที่พ่อเตรียมไว้ไม่สูญเปล่าแล้วจ้ะ ทาวน์เฮาส์สองชั้นครึ่งที่ลูกสาวของพ่อต่อเติมความฝันครั้งที่สี่ของพ่อเรียบร้อยแล้วน๊ะจ๊ะ ฉันกระซิบเบาๆ ไปถึงพ่อหลังจากสวดมนต์พร้อมอุทิศส่วนกุศลไปให้ในคืนวันหนึ่ง ฉันรีบป่าวประกาศให้เพื่อนๆ มาชื่นชมผลงานครั้งล่าสุด พวกมันอึ้งกับความพยายามของฉันกับพ่อที่สานต่อกันมานานนับสิบๆ ปี ฉันบอกเพื่อนๆ ว่าก็ต่อเติมแค่สี่ครั้งเอง แต่แอบบอกตัวเองว่า ... ด้วยวัยและปัจจัยบวกกับความจำเป็นในการใช้พื้นที่ที่ลดน้อยลงเพราะลูกคนเล็กต้องไปอยู่หอพักใกล้มหาวิทยาลัย ส่วนลูกคนโตก็มีแผนจะไปเรียนต่อที่อื่นอีกหลายปี เมื่อถึงวันนั้น ในความรู้สึกของฉันบ้านคงจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว จนกว่าพวกเขาจะพากันกลับมา จะไม่มีการต่อเติมใดๆ อีก
อนิจจา .... มหาอุทกภัยที่มาเยือนบ้านเราตอนปลายปี ที่ทำให้ฉันกับสมาชิกในบ้านต้องตะเกียกตะกายหอบลูกๆ สี่ขาสามตัว น้องเม่นแคระกับน้องปลาหัวโหนกอีก ๑ ตัว ฝ่าน้ำที่สูงถึงสะโพกระหกระเหินไปพักพิงอยู่ต่างจังหวัดนานนับเดือน แล้วกลับมาสะทกสะท้อนกับรอยคราบน้ำที่สูงจนมิดจมูกฉัน นี่ถ้าพ่อยังอยู่....ในความทุกข์ พ่อคงมีความสุขกับการปรับปรุงบ้านให้กลับมาสวยงาม  ต่อเติมเป็นครั้งที่ห้า .... แต่ไม่เป็นไรลูกสาวพ่อซะอย่าง สถาปนึกอย่างฉันไม่รอช้าคิดคำนวณคร่าวๆ แล้วบอกกับตัวเองว่ายังไหวอยู่

นี่ฉันก็กำลังรอช่างที่นัดไว้  จะคุยรายละเอียดว่าจะต้องทำอะไรตรงไหนบ้าง เสร็จแล้วฉันจะไปจุดธูปบอกพ่อว่า... ห้าครั้งพอแล้วนะพ่อ อย่าให้มีครั้งที่หกอีกเลย....แต่...เอ....เห็นเขาว่ากันว่าปีนี้ท่วมไม่เยอะเหมือนปีที่แล้วหรอก บ้านใครเคยท่วมแค่ไหนก็จะท่วมแค่ครึ่งหนี่ง... แต่จะท่วมนาน..น..น..น... ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะเปิดหลังคาโรงรถทำลานเอนกประสงค์เตรียมพื้นที่ไว้หนีน้ำเสียเลยหรือค่อยทำหลังน้ำครั้งใหม่แห้งเสียก่อนดี จะได้แบ่งทำแปลงปลูกผักสวนครัว  ห้องฟิตเนสพร้อมคาราโอเกะ  กะโฮมเธียร์เตอร์เสียเลย...ว่าไงดีล่ะพ่อ......
          รักพ่อจังค่ะ.... ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕







Create Date : 04 มิถุนายน 2555
Last Update : 4 มิถุนายน 2555 7:55:22 น. 1 comments
Counter : 1444 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: ดินสอสีม่วง วันที่: 5 มิถุนายน 2555 เวลา:8:57:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พิมาลา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ...เราชื่อ บัว <...นะ>
Friends' blogs
[Add พิมาลา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.