Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
24 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
'บีม' โอดซวยเย็บแผลร้อยเข็ม ขอโทษทำตัวแย่ รับจะซ่าน้อยลง

//entertain.teenee.com/thaistar/img8/415142.jpg
บีม-ศรัณยู
โอดซวยเจออุบัติเหตุเจ็ทสกีเย็บแผลร้อยกว่าเข็ม
แจงคดีขับรถแต่งเลียนแบบตำรวจชนแล้วหนีจ่ายค่าปรับแล้ว ขอโทษทำตัวไม่ดี
รับจะลดความกวนน้อยลง...

เรียกว่าซวยซ้ำซวยซ้อนของ
แท้สำหรับดีเจและพิธีกรหนุ่ม บีม-ศรัณยู ประชากริช
เพราะคราวก่อนก็ถูกจับข้อหาขับรถซึ่งตกแต่งเลียนแบบรถตำรวจชนแล้วหนีและต้อง
จ่ายค่าปรับไปแล้ว
ล่าสุดยังเคราะซ้ำกรรมซัดเกิดอุบัติเหตุเจ็ทสกีชนอีกขณะขี่เล่นในแม่น้ำเจ้า
พระยา หลังคอนโดมิเนียมของตัวเอง จนได้รับบาดเจ็บที่แขนและศีรษะ
และเข้าพักรักษาตัวอยู่ใน รพ.บำรุงราษฎร์
แต่ไม่วายมีข่าวลือว่าถูกรุมตื้บที่ผับย่านทองหล่อ เมื่อได้เจอหนุ่ม บีม อีกครั้งในงานเคลียร์ เมน
เเท็กทีม 3 เเบรนด์ ส่งเเคมเปญยักษ์และกิจกรรมสุดมันส์รับกระแสบอลโลก
ที่เอสพละนาด รัชดาฯ เลยถามถึงทุกประเด็นทันที






















หลังจากเกิดอุบัติเหตุเจ็ทสกีเป็น
ไงบ้าง?

 "ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วหลังจากผ่าตัด
โชคดีที่ฟื้นตัวเร็ว ก็มีบาดเจ็บที่แขน 2
ข้างแล้วก็แผลที่หัวร้อยกว่าเข็ม ตอนนี้หน้าก็ไม่โย้แล้ว
อุบัติเหตุเกิดจากการชนเจ็ตสกีเมื่อวันที่ 1 เม.ย.

ครั้งนี้สงสัยพลาดมันหักไม่เข้าก็เลยเสยตอ
เราก็ไปมันส์กับเพื่อนฝูงแต่เพื่อนไม่ได้เป็นอะไร ก็เข็ดครับ
แต่ถึงอย่างนี้ช่วงล่างยังเฟิร์มอยู่ครับ
แต่หมดอารมณ์มานานแล้วครับตั้งแต่หัก"

ข่าวลือที่
ว่าโดนลูกนักการเมืองรุมกระทืบ?


"ตั้งแต่
เกิดเรื่องรู้สึกข่าวลือออกไปหนาหูมาก คนตัดสินกันจากความอีกแล้ว
แต่ความจริงเกิดจากอุบัติเหตุ ก็อยากให้เข้าใจกันด้วย
คือตอนนั้นมีคนโทรเช็คข่าวกันเยอะมาก บีมปิดโทรศัพท์มือถือเลย 3
วันเพราะอาการหนักมากไม่สามารถคุยได้
ก็มีผู้จัดการส่วนตัวที่คอยรับสายและส่งข่าวมาบอกเรา
เพราะหน้าผมโย้มากเย็บที่หัวร้อยกว่าเข็ม แขนหัก 2 ข้าง
ต้องผ่าตัดด่วนวันนั้น แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาด้วยดี
ต้องขอบคุณครอบครัวที่ดูแลให้กำลังใจ
ขอบคุณคุณหมอที่เย็บแผลให้ผมไม่เสียโฉม"


เรื่องคดี
ขับรถชนแล้วหนีเป็นไงบ้าง?


"เราจ่ายค่าปรับ
เรียบร้อยในชั้นอัยการ เพราะทุกคดีแบบนี้คือการเทียบปรับ คนอาจมองว่าเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ใหญ่โตลงหน้า 1
แต่ความจริงแล้วข้อกฎหมายจริงๆ คือโดนปรับเงินไม่เกิน 2,500 บาทครับ

ผมไม่ได้มีอิทธิพลเส้นใหญ่ที่จะทำให้ตัวเองพ้นผิดได้
ผมเป็นคนไทยคนนึงที่ตั้งใจทำงานและไม่อยากจะมีเรื่องเดือดร้อนให้ผู้ใหญ่
หรือใครๆ อีก พี่ตำรวจก็เหมือนเห็นใจ
เขาช่วยเหลือผมเพราะเห็นผมถูกนักข่าวรุม ทุกคนต้องมาเหนื่อยกับผมหมด"






















เรียกว่าซวยซ้ำซ้อน?

"ถือว่าผมดวง
ซวยเลยเจอเรื่องอีกแล้ว สงสัยปีนี้อาจจะเป็น
ปีชงของผมด้วย
ผมเกิดปีหมู ตอนนี้จะ 27 แล้ว 2
เหตุการณ์นี้มันเป็นเครื่องเตือนสติผมจริงๆแล้วว่าผมต้องดำรงชีวิตแบบคนที่
โตแล้ว จะคิดอะไรก็ต้องคิด 2 ชั้นไม่แค่ตัวเอง
ไม่ต้องเลิศเลอหรือสนุกสนานมากเกินไป
ต้องคิดถึงคนข้างหลังคือครอบครัวของผมด้วย"


จะ
ลดความกวนให้น้อยลงมั้ย?


"ตัวผมเองเป็นคนที่ชอบอะไรขำๆอยู่แล้ว แต่ผมไม่ใช่คนที่ไร้มารยาท
ต่อไปนี้อะไรที่ห่ามๆ หรือดูขัดต่อกฎหมายผมก็ต้องลดลง
เพราะส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่มักจะมันส์เกินเหตุในบางที" ข่าวลือว่าเราโดนซ้อมคิดว่ามีคนกลั่นแกล้ง
รึเปล่า?
"ผมว่าคนที่ชอบผมก็มี หมั่นไส้ผมก็มี
ผมไม่สามารถทำให้คนรักผมหมดได้ ก็ปล่อยไปดีกว่า เรื่องอะไรต่อให้
หนาหูแค่ไหนช่างมัน ถ้าผมทำตัวเป็นคนดีแล้วผมตั้งใจทำมันเดี๋ยวพระเจ้ารู้
ทุกคนก็จะรู้กันเอง
"

ที่ผ่านมามีศัตรู
กับเขาบ้างมั้ย
?

"ก็
มีบ้างไม่ถึง 7 คนหรอกครับ แต่ไม่มีทายาทนักการเมืองที่เป็นศัตรู
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพื่อนกันหมด ทุกคนก็น่ารักกับผมทั้งนั้น ศัตรูผมจะเป็นพวกที่ผมรู้จักสมัยเด็กๆมากกว่า
แล้วผมก็ไม่เคยไปสืบเลยว่าใครปล่อยข่าวผมแบบนี้

ผมปล่อยครับเพราะผมบวชมาแล้ว ช่วงนี้ผมเข้าวัดเยอะมาก
การไม่แค้นมันคือสุขทางใจ ถ้ายิ่งแค้นมันจะไม่มีความสุข"




















เหตุการณ์ทำให้เปลี่ยนความคิด?

"ตั้งแต่เกิดเรื่องทั้ง 2
ครั้งทำให้ผมเปลี่ยนความคิดตัวเองไปเยอะ
มันคือเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นในชีวิตผม ทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าคำว่าหน้า 1
มันเป็นยังไง มันทรมานนะครับ มันนอยด์กว่าจะหลุดพ้นมาได้
ต้องขอบคุณหลายๆฝ่ายที่ให้ความอนุเคราะห์กับผม
ผมทราบว่าสิ่งที่ผมทำเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี สังคมอาจจะมองว่าเหตุการณ์ที่ผมทำเป็นเรื่องที่ร้ายแรง
ผมอยากจะพูดว่าที่ผ่านมาผมขอโทษ ต่อไปนี้ผมคงต้องวางตัวให้ดีขึ้น
ทำอะไรก็ต้องคิดให้มากขึ้นเยอะๆ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับผมที่รุนแรงมากนะครับ
แต่เรื่องงานผมต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ช่องอีกครั้ง
คือเขามองแล้วว่ามันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ไม่ได้อึดอัดคิดตัดผมออกจากงานเลย
แต่จะมองเรื่องภาพลักษณ์ส่วนตัวมากกว่า
ก็ไม่อยากให้เกิดอะไรแบบนั้นขึ้นอีกแล้ว"



กระแส
อินเตอร์เน็ตโจมตีค่อนข้างเยอะ?

 "จริงๆตอน
นี้ผมต้องขอบคุณเขา ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้วครับตั้งแต่ที่เขาดูละครของผม
เขาก็ให้อภัยในสิ่งที่ผมเคยทำผิดพลาด
ผมต้องขอบคุณมากๆผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันมาหักล้างกันได้ยังไง
แต่ก็ดีใจ ตอนแรกๆนี่ผมโดนอ่วมเลย ผมไม่เปิดอ่านเลยครับ ดูแล้วจะเป็นลม
ขนาดตอนทำรายการอยู่ยังมีคนโทรมาด่าที่ช่อง 3 ว่าทำไมเอามันมาออก
มันเป็นคนเลว พี่ๆเขาก็ช่วยพูดว่าผมไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น
ต้องขอบคุณทางช่อง 3 มากๆ ที่เขาด่าว่าผมไม่น้อยใจเลย ผมต่างหากที่มันโง่เอง ผมทำตัวผมเอง
ผมผิดเองผมจะไปโทษใครได้"

ละครทำให้คนมารักเรามากขึ้น?

"คือ
หลังจากคนเริ่มดูละครของผมก็มีคนเอ็นดูผมมากขึ้น
เขาอาจจะมองว่าส่วนตัวแล้วผมเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง
แต่เขาก็มองว่าผมเล่นละครได้ เล่นบทถึง ทุกคนชอบ อย่างน้อยคนเกลียด 100
หันมาชอบผมซัก 25 คนผมก็มีความสุขแล้ว มีอะไรให้คนชอบผมบ้างเถอะ
ตรงนี้ผมก็รู้สึกชื่นใจว่าที่ทำงานไปมันมีฟีดแบ็ก
ถึงจุดนี้แล้วมันทำให้เราตั้งใจทำงานมากขึ้น
และไม่อยากทำอะไรที่มันผิดซ้ำๆอีก"






















จะเปลี่ยนลุคจากแบดบอยเลยมั้ย?

"ด้วย
หน้าตาผมที่กวนๆแบบนี้ แต่จิตใจผมไม่ได้เป็นแบดบอยมาตั้งแต่แรก ผมไม่ใช่คนที่อาฆาตฆ่าคนหรือว่าไม่ให้เกียรติผู้หญิง
ผมแค่เป็นคนปากไวชอบคิดอะไรที่มันทะลึ่งเกินไปหน่อย

ซึ่งต่อไปนี้ก็ควรลดการกระทำแบบนั้น
คงไม่ถึงขั้นเปลี่ยนตัวเองหรอกครับเพราะนี่มันคือตัวผม เอาแค่ลดๆลงตามวัย
ตามกาลเทศะ"

เรื่องหัวใจล่ะ?

"ยิ่งเหนื่อยเลยครับเพราะด้วยภาพลักษณ์ที่คนมองว่าผมเป็นแบบนั้น
แล้ว เวลาที่ผมจะไปจีบสาวพ่อแม่เขาก็กลัวผมหาว่าผมไม่จริงใจ
ตอนนี้ผมเลยขออยู่นิ่งๆ ทำงานอย่างเดียวดีกว่าครับ
ยิ่งตอนนี้ป่วยไม่มีสาวๆดูแลเลย มีแต่พ่อแม่น้องสาว
ผมมองว่าการมีใครซักคนตอนนี้เป็นเรื่องน่ากลัวครับ
ถ้าให้คบใครผ่านๆแล้วเราไม่คิดจะเอาเขาเป็นแฟนหรือเป็นคนที่เราจะรักจริงๆ
ไม่ได้มองเรื่องผลประโยชน์นะ แต่เขาจะเอาไปพูดต่อ
ซึ่งเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจริงๆ
ถึงตอนนี้ร่างกายผมจะป่วยแบบนี้แต่ผมไม่ได้ต้องการใครเลยครับ
ผมมีความสุขกับการที่ผมไปทำงานแล้วกลับบ้านเจอครอบครัว
นั่งดูละครด้วยกันบ้างแค่นี้ผมมีความสุขแล้วครับ"


ไม่
กล้าเปิดใจรับใครเหรอ?


"ตอนนี้ไม่คิดมองหา
ใครจริงๆ ไม่กล้าด้วย
เพราะมันต้องนั่งเริ่มต้นใหม่ ไหนจะต้องมานั่งทำความรู้จักครอบครัวเขาอีก
มันเหนื่อย ตอนนี้นิ่งๆก่อน

ผมว่าถ้าเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาพอประมาณยังเข้าใจกันมากกว่า
คือเขารู้ว่าเราไม่ใช่คนที่แย่
ไม่ต้องมานั่งอธิบายให้คนทั้งล้านทั้งโลกฟังมันเหนื่อยมาก".


















Create Date : 24 เมษายน 2553
Last Update : 24 เมษายน 2553 22:26:12 น. 0 comments
Counter : 148 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

bspninez
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add bspninez's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.