Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 

บทที่ 5 เปิดใจ



มนชยากำลังนั่งอ้อยอิ่งรอคอยรถโดยสารประจำทางอยู่ที่ป้ายรถเมล์ภายในมหาวิทยาลัย ยามค่ำคืนเช่นนี้แทบไม่มีผู้คนหลงเหลืออยู่รวมไปถึงจำนวนยานพาหนะที่ทยอยมาจอดรับผู้โดยสารก็มีน้อยลงตามไปด้วย

หญิงสาวทอดสายตามองถนนอันว่างเปล่าก่อนจะก้มมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือเป็นระยะๆ แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

“มันหายไปไหนหมดเนี่ย” เมื่อสิ้นสุดประโยคบ่นอุบอิบ ราชรถก็มาเกยตรงหน้าหญิงสาวทันที แต่ยานพาหนะที่ว่าไม่ใช่รถโดยสารประจำทางแต่กลับเป็นรถสปอร์ตคันงามทำเอาเธอได้แต่กระพริบตาปริบๆ

หญิงสาวเบ้หน้าทันทีเมื่อกระจกหน้าต่างติดฟิล์มทึบเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของผู้ที่อยู่หลังพวงมาลัย

“บ้านอยู่แถวไหน” คำถามห้วนๆ แต่แสดงออกถึงน้ำใจของกฤตินนท์ไม่ได้ทำให้มนชยาคิดจะตอบกลับดีๆ เลยแม้แต่น้อย เธอยังคงรวนใส่เขาด้วยความหมั่นไส้ส่วนตัวเช่นเคย

“นายจะรู้ไปทำไม” คำตอบยียวนทำให้ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อยๆ กับนิสัยปากเปราะของเจ้าหล่อน

“ไม่ทำไมหรอก ถ้ารู้จะได้ไปส่งถูก”

“ไปส่ง?” หญิงสาวทวนคำคล้ายไม่แน่ใจ

“รีบๆ ขึ้นรถมาเร็ว” เขาชวนพลางกวักมือให้ขึ้นรถ

มนชยาเหลือบไปมองถนนก็ไม่เห็นวี่แววของแสงไฟจากรถเมล์เลยแม้แต่น้อยจึงตัดสินใจยอมหลวมตัวขึ้นรถแต่โดยดี

จะเล่นตัวไปทำไม ได้นั่งรถแอร์เย็นเฉียบกลับบ้าน และที่สำคัญฟรี!


เมื่อไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามเพื่อออกตัวบวกกับสายตาแลไปเห็นรถสปอร์ตคันหรูยังคงจอดอยู่หน้าบ้านไม่ขยับไปไหนทำให้มนชยาต้องหันหลังกลับไปเปิดประตูข้างคนขับพลางชะโงกหน้าเข้าไปในตัวรถ

“ขอบใจมากที่มาส่ง ส่งเสร็จก็กลับไปได้แล้ว” หญิงสาวออกปากไล่ชายหนุ่มโดยไม่คำนึงเลยว่ามันเป็นการเสียมารยาท(อย่างแรง)

กฤตินนท์ที่กำลังเอนตัวหลับตาพริ้มบนเบาะที่นั่งคนขับเอ่ยปากตอบเบาๆ

“ขอนอนพักแป๊บนะ หายง่วงเมื่อไหร่จะรีบไสหัวไปไม่ให้เห็นหน้าเลย” ปลายประโยคมีแววตัดพ้อทำเอาแม่สาวห้าวแอบรู้สึกผิดเล็กๆ ก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยการทำเป็นไม่แยแส

“ตามใจ”

“มน” เสียงเรียกทำให้มนชยาต้องเหลียวหลังไปมองก็พบกับหญิงวัยกลางคนกำลังยืนมองอยู่ที่ประตูบ้าน

“อะไรคะแม่” เธอตะโกนกลับไป

“นั่นรถใครน่ะ”

“รถเพื่อนมนเองค่ะแม่”

“ชวนเพื่อนมากินข้าวกินปลาด้วยกันสิลูก”

ตายแล้ว! ถ้าแม่รู้ว่าเราให้เพื่อนผู้ชายมาส่งมีหวังโดนเละแน่

“สวัสดีครับ คุณน้า” ชายหนุ่มเปิดประตูออกมายืนยกมือไหว้ผู้อาวุโสอย่างนอบน้อม

“สวัสดีจ้ะ” มณีวรรณรับไหว้เพื่อน(เหรอ?)ลูกสาว

เฮ้อ! รอดตัวไปเรา มนชยาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการซักยิบจากผู้เป็นแม่

“มาทานข้าวกันก่อน แม่ทำกับข้าวไว้เยอะแยะเลย” นางเอ่ยปากชักชวนอย่างเป็นกันเอง
“ครับ” เขาตอบกลับอย่างสุภาพก่อนจะเดินตามเข้าไปในบ้านโดยไม่สนใจสายตาพิฆาตของเธอ


โต๊ะอาหารเล็กๆ ภายในครัวถูกจับจองด้วยสี่แม่ลูกแถมด้วยแขกรับเชิญกำลังรับประทานอาหารมื้อค่ำกันอย่างเอร็ดอร่อยเว้นเสียแต่ลูกสาวคนโตของบ้านที่ทำหน้าไม่รับแขกอยู่คนเดียว

“นนท์ อาหารทานได้ไหมลูก” มณีวรรณเอ่ยถามขึ้นกลางโต๊ะอาหาร

“อร่อยมากเลยครับ” กฤตินนท์ตอบด้วยรอยยิ้ม

“พี่มนไปทำอีท่าไหนถึงต้องให้พี่นนท์มาส่งที่บ้านเนี่ย” เมืองแมน น้องคนรองของบ้านหันไปคุยกับพี่สาว

“พอดีว่าพี่กับพี่นนท์เนี่ยเล่นละครเวทีด้วยกัน แล้ววันนี้มันเลิกค่ำเลยหารถเมล์กลับยาก” มนชยากล้อมแกล้มตอบกลับโดยละเหตุการณ์ตอนที่เจ้าหล่อนได้กวนประสาทเขาเอาไว้

“ระดับพี่นนท์ต้องเล่นเป็นพระเอกชัวร์ ส่วนพี่มนเนี่ยอย่างเก่งก็เป็นได้แค่คนใช้” มินตรา น้องสาวคนสุดท้องแซวขึ้นทำให้ได้รับมะเหงกเขกกะโหลกจนร้อง ‘โอ๊ย!’ เป็นการตอบแทน

น้องฉัน เห็นดาราดีกว่าพี่ เชื่อเลย


หลังจากการรับประทานอาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไปแล้ว สมาชิกสามคนในครอบครัวต่างพากันให้ความสนใจในตัวดาราดังกันยกใหญ่ทำเอามนชยา ลูกสาวคนโตกลายเป็นสุนัขศีรษะเน่าไปทันที

เริ่มจากมณีวรรณ ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวได้เอาอกเอาใจลูกชายคนใหม่ด้วยการถามว่าชอบหรือไม่ชอบทานอะไรแล้วจึงหันไปหยิบผลไม้แช่เย็นรสหวานเจี๊ยบและสารพัดขนมนมเนยมาประเคนยกใหญ่

ส่วนเมืองแมนก็คะยั้นคะยอให้กฤตินนท์โชว์ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกายพลางขอเคล็ดลับการฟิตหุ่นให้ล่ำบึ้กเพื่อดึงดูดใจสาวก่อนจะดวลแข้งกัน(ในเพลย์สเตชั่น)อย่างสนุกสนาน

และมินตราก็ได้ถ่ายรูปดาราหนุ่มในอิริยาบถต่างๆ ด้วยโทรศัพท์มือถือและขอลายเซ็นเป็นที่ระลึกพลางจัดแจงเปิดแผ่นวีซีดีคาราโอเกะให้เขาร้องเพลงโชว์เสียงสดๆ อันไพเราะทุ้มนุ่มให้คนในบ้านได้ฟัง

“ผมต้องขอตัวกลับแล้วครับ” กฤตินนท์ยกมือไหว้ผู้อาวุโสก่อนจะหันไปโบกมือให้สองพี่น้อง

“บาย น้องมิ้นท์ แมนแล้วเจอกัน”

“อย่าลืมมาเที่ยวใหม่นะลูก อยากทานอะไรก็ให้มนโทรมาบอกแม่นะ”

ตั้งแต่เกิดมา ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแม่มีลูกสี่คน


มนชยาเดินเคียงข้างกฤตินนท์มายังรถสปอร์ตคันหรูตามคำสั่งของมารดาพลางชวนคุย(แบบดีๆ)

“ขอบใจนายมากนะที่วันนี้ทำให้ทุกคนมีความสุข แล้วก็ขอโทษด้วยนะที่แม่กับน้องฉันอาจจะรบกวนนายมากไป”

“จะขอโทษทำไม ผมต้องขอบคุณมากกว่าที่วันนี้ทำให้ผมมีความสุข ครอบครัวคุณน่ารักมาก” คำชมอย่างเปิดเผยจริงใจทำให้หญิงสาวรู้สึกเขินไม่น้อย

“อีกอย่าง ผมต้องขอโทษด้วยนะสำหรับเรื่องวันนั้น” เขาเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“ตั้งแต่ผมอยู่ในวงการบันเทิงมาเนี่ย ผมก็ได้เจออะไรหลายอย่างๆ เจอแฟนคลับที่น่ารักคอยให้กำลังใจ แต่ก็มีบางคนที่แฝงตัวเป็นแฟนคลับและไม่ได้ชอบผลงานผมจริงๆ หรอก เขาชอบผมแค่ภายนอกเลยทำให้เขากล้าที่จะทำทุกอย่างแม้กระทั่งขอมีอะไรกัน” เธอมีสีหน้าตกใจกับคำบอกเล่าของเขา

“วันนั้น ผมเลยคิดว่าคุณเป็นพวก...”

“เรียกร้องความสนใจ” คู่สนทนาต่อคำให้ทำเอารอยยิ้มแหยผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

“แต่พอเห็นคุณด่าฉอดๆ ผมก็คิดว่ายัยนี่กล้าดีแฮะ ไม่เหมือนผู้หญิงบางคนที่เจอผมแล้วกรี๊ดๆ แบบไม่จริงใจ”

“หลงตัวเอง” มนชยาพูดพลางเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้แต่ชายหนุ่มก็ไม่ถือสา

“นี่คุณยังหมั่นไส้ผมอยู่อีกเหรอ”

“ก็มีบ้าง แต่วันนี้ก็ได้เห็นตัวตนอีกมุมหนึ่งก็ต้องยอมรับว่านายเป็นคนดีมากคนหนึ่งเลยล่ะ” มนชยาออกอาการเขินเล็กน้อยเมื่อกฤตินนท์ยิ้มรับคำชม

“ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“ว่ามาสิ” หญิงสาวเปิดโอกาสให้อย่างง่ายดาย

“แล้วพ่อของคุณ...” เขาหยุดพูดเมื่อเห็นเธอเม้มปากเป็นเส้นตรงราวกับต้องการสะกดความรู้สึกบางอย่างไว้ภายใน

“ขอโทษที่ละลาบละล้วง ไม่ต้องตอบก็ได้นะ” กฤตินนท์รีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

“ไม่เป็นไร” มนชยาปรับสีหน้าให้ดีขึ้นก่อนจะเริ่มเล่าให้ฟัง

“พ่อฉันเป็นโรคหัวใจเสียตั้งแต่ยัยมิ้นท์อายุได้สองขวบ ตั้งแต่นั้นมาแม่ก็ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของครอบครัว เลี้ยงลูกสามคนอย่างดีมาโดยตลอด ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดเลยแม้วินาทีเดียว เพราะแม่รักฉันและน้องๆ มาก” ใบหน้าเธอระบายเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจที่มีต่อผู้เป็นมารดา

“เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ ผมควรจะเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังบ้าง ว่าไหม” ชายหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเล่าเรื่องราวของตนให้อีกฝ่ายฟัง

“ผมเป็นเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งที่มีโอกาสได้เข้ามาเรียนต่อในเมืองกรุง ได้รับโอกาสดีๆ มากมายแม้มันจะต้องแลกมาด้วยเวลาพักผ่อนที่น้อยลงไป จนบางครั้งเบียดเบียนเวลาเรียนบางส่วนด้วยซ้ำ แต่ก็โชคดีอีกนั่นแหละที่มีครอบครัวที่อบอุ่น มีเพื่อนดีๆ มีอาจารย์ที่เข้าใจเรา”

“นายโชคดีจริงๆ แหละที่เกิดมามีครบทั้งพ่อทั้งแม่” มนชยาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าพลางมีสีหน้าหม่นลง

“อย่างน้อยคุณก็ยังมีแม่ มีน้อง มีบ้านให้พักพิง มีข้าวให้กินอิ่มท้อง มีอะไรๆ ที่ดีกว่าคนอื่นๆ อีกหลายคนบนโลกใบนี้นะ ผมยังอิจฉาคุณเลยที่ได้อยู่ใกล้ครอบครัวตลอด ส่วนผมเหรอ กว่าจะได้เจอหน้าพ่อ แม่ แล้วก็พี่สาวแต่ละทีก็ต้องรอตอนปิดเทอม ผมถึงได้บอกไงว่าวันนี้ผมมีความสุขมาก ทุกคนดูแลผมอย่างดีจนผมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้เลย” คำพูดให้กำลังใจพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าหล่อเหลาเป็นเหมือนพลังที่ทำให้หัวใจเธอเข้มแข็งพร้อมต่อสู้และรับมือกับอุปสรรคต่างๆ นานาในภายภาคหน้าได้อย่างไม่หวาดหวั่น

“ขอบคุณมากนะ” เธอกล่าวขอบคุณก่อนริมฝีปากจะกระตุกเป็นรอยยิ้มน้อยๆ

“ไม่เป็นไร ว่าแต่ว่าบัดดี้เป็นใคร” กฤตินนท์หลอกถามเพื่อล้วงความลับแต่มนชยาก็ไหวตัวทัน

“นี่นายหลอกถามฉันเหรอ”

“ถามตรงๆ ต่างหาก แล้วอ่านบทรึยัง”

“อ่านแล้ว ทำไมล่ะ”

“เล่นเป็นใคร”

“แซนดร้า” รอยยิ้มระบายเต็มใบหน้าของชายหนุ่มเมื่อได้ยินคำตอบก่อนจะละล่ำละลักพูด

“คุณเป็นนางเอกเหรอเนี่ย”

“ใช่ ทำไม ฉันสวยไม่พอรึไง” คู่สนทนารีบแก้ตัวทันทีที่น้ำเสียงแฝงความรู้สึกไม่พอใจเล็กๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางสวย

“เปล่า ผมดีใจต่างหาก” คำตอบที่ได้รับทำเอาหญิงสาวเหวอไปเล็กน้อยก่อนทำเป็นไม่ดีใจแก้เก้อ

“จะดีใจไปทำไม ดีไม่ดีฉันจะฉุดให้เรตติ้งนายตกเสียอีก”

“ช่างเถอะน่า เอาเป็นว่าดีใจก็แล้วกัน งั้นขอตัวกลับก่อนนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้” เมื่อล่ำลาเสร็จ ชายหนุ่มสตาร์ทรถคู่ใจก่อนจะบึ่งออกไป


หลังจากทำหน้าที่ส่งแขกเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวตัดสินใจเอนตัวลงนอนบนโซฟาในห้องนั่งเล่นพลางอ่านบทละครที่เพิ่งได้รับมาอย่างตั้งใจอีกครั้ง

“มน” ผู้เป็นแม่เรียกชื่อลูกสาวคนโต

“ขา แม่” มนชยาตอบรับทั้งๆ ที่สายตายังคงไล่ไปตามข้อความบนปึกกระดาษA4ในมือ

“แม่ขอถามอะไรหน่อยสิ”

“ถามมาสิคะ แม่”

“นนท์กับลูกเป็นแฟนกันเหรอ” เมื่อเจอคำถามนี้เข้าถึงกับมีสีหน้าเหมือนโดนผีหลอกกลางวันแสกๆ ถ้าหญิงสาวกำลังดื่มน้ำอยู่ก็คงสำลักพรวดออกมาเป็นแน่

“ไม่ใช่ค่ะแม่” เธอรีบปฏิเสธทันควันก่อนจะลุกขึ้นมานั่งคุยกับมารดาอย่างจริงจัง

“ไม่เห็นจะต้องอายเลยลูก ดีเสียอีกที่ลูกแม่ไม่ขึ้นคาน” มณีวรรณกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“ไม่ได้เป็นแฟนกันจริงๆ ค่ะแม่ พี่นนท์กับมนเพิ่งรู้จักกันก็ตอนเล่นละครนี่แหละค่ะ” หญิงสาวรีบอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธออย่างละเอียด ปกติก็เรียกนายตลอด พออยู่ต่อหน้าแม่ก็รีบเรียกพี่นนท์ซะเต็มยศเชียวนะ

“ไม่ได้เป็นก็ไม่ได้เป็น แต่แม่อยากจะบอกลูกว่าถ้าลูกจะคบใครก็ขอให้มองดีๆ ก็แล้วกัน แม่ล่ะเสียดายที่ลูกไม่ได้เป็นแฟนกับนนท์” มนชยาพยักหน้าหงึกหงักแบบขอไปทีก่อนที่ผู้เป็นมารดาจะผละออกไป

เมื่อก่อนห้ามฉันคบเพื่อนผู้ชายเป็นแฟน แต่เดี๋ยวนี้แทบจะอัญเชิญพ่อดาราใหญ่เป็นลูกเขยแม่ (แฟนฉัน) ซะงั้น


เมื่อผ่านกระบวนการซักยิบระดับเบสิกจากผู้เป็นมารดาเรียบร้อยแล้ว มนชยาก็เริ่มทำกิจกรรมประจำวัน(ประจำคืนสิ)ต่อไปนั่นก็คือการนอนคุยโทรศัพท์อยู่บนเตียงหนานุ่มภายในห้องนอนอันเป็นพื้นที่ส่วนตัว(เฉพาะตอนนี้ เพราะมินตรา น้องสาว(รูมเมท)ตัวดีกำลังง่วนอยู่กับเจ้า MSN ในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง) ซึ่งเวลานี้เป็นเวลาดีที่หญิงสาวสามารถจะระบายความอัดอั้นตันใจหรือคายความลับต่างๆ นานาให้เพื่อนสนิทฟังผ่านคลื่นสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์ได้อย่างปลอดภัยและรับรองได้ว่าจะไม่เกิดการรั่วไหลของข้อมูลไปสู่บุคคลอื่น (ถ้ารั่วไหลเมื่อไหร่ก็จะรู้ได้ทันทีว่ามันผู้ใดเอาเรื่องไปปูด)

“คุณหนูนอนรึยังจ๊ะ” สาวห้าวกรอกเสียงออดอ้อนลงไป

“ยังไม่นอน กำลังรอสายเพื่อนรักอยู่เลยนึกว่าติดหนุ่มที่ไหนจนไม่โทรมาหาเพื่อนฝูงซะแล้ว” คำแซวของสลินลาทำให้คู่สนทนาหน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที

“พอดีมีแขกมาที่บ้านเลยเทคแคร์เขาหน่อย” เธอกล้อมแกล้มตอบกลับไป

“แขกคนนั้นเป็นใครล่ะ”

“เรนไม่รู้จักหรอก”

ขืนบอกว่าแขกคนนั้นเป็นใคร มีหวังโดนคุณหนูเรนกะยัยผึ้งแซวไม่มีเหลือแน่

“บอกหน่อยไม่ได้เหรอ”

“ไม่เอา...”

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด เสียงร้องเตือนดังขึ้นแล้วสัญญาณก็ตัดไปทันที

“ตังค์หมดซะแล้ว” หญิงสาวทำหน้าเสียดายกับการเม้าท์ที่กำลังติดลม

เมื่อหวนนึกถึงหัวข้อสนทนาสุดท้ายก็พาลนึกถึงคำพูดให้กำลังใจของเขาที่ทำให้เธอรู้สึกดีอย่างประหลาดและไม่คาดคิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะทำให้หมอกควันภายในใจหล่อนในวินาทีนั้นมลายหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ ห้วงความคิดในหัวสมองของหญิงสาวในตอนนี้ได้ทำให้ริมฝีปากเริ่มกระตุกเป็นรอยยิ้มน้อยๆ แต่งแต้มใบหน้าสวย

“ยิ้มอะไรเหรอ พี่มน” เสียงของมินตราทำให้มนชยาหุบยิ้มก่อนจะกล้อมแกล้มตอบแก้เก้อ

“เปล่า แล้วขึ้นมาเมื่อไหร่ไม่เห็นได้ยินเลย”

“ขึ้นมานานพอจะเห็นคนบางคนนั่งยิ้มคนเดียวก็แล้วกัน สงสัยพี่สาวเรากำลังจะมีความรักแหงๆ” น้องสาวตัวแสบเอ่ยแซวก่อนจะร้องเพลงแบบ nasal voice(เสียงขึ้นจมูก)ล้อเลียนศิลปินต้นฉบับไปเรื่อยๆ

“นี่ใช่ไหมคือความรักใช่หรือเปล่า ขอบฟ้าที่เคยสีเทาๆ ดูสดใสขึ้นทันใด ฉันไม่รู้เรียกว่ารักได้หรือเปล่า ยังไม่แน่ใจเพียงแค่รู้ว่าเป็นไปเพราะเธอ”

ในที่สุด เสียงร้องอันไพเราะน่าฟัง(เหรอ?)หยุดลงด้วยหมอนใบเขื่องที่ปลิวมาโดนตัวแม่นักร้องจำเป็นดังพลั่กพร้อมกับเสียงตะโกนดังๆ ว่า “รำคาญ”




 

Create Date : 23 ตุลาคม 2550
9 comments
Last Update : 23 ตุลาคม 2550 3:13:54 น.
Counter : 446 Pageviews.

 

มาจองที่อ่านก่อนครับ ถ้าตาไม่จะปิดจะนั่งอ่านแล้วเนี๊ยะ ว่าแต่พี่ไบร้น่าจะอัดเสียงเล่าให้ฟังนะ บอลล์อ่านภาษาไทยไม่แตกฉาน อิอิ

 

โดย: เจ้าชายในนิยาย 23 ตุลาคม 2550 4:43:12 น.  

 

นอกจากจะร้องเพลงได้เก่ง
ยังเขียนเรื่องราวได้เก่งด้วยนะคะ

 

โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท 23 ตุลาคม 2550 13:01:39 น.  

 

แวะมาทักก่อนค่า เด๋วตามเก็บนิยาย ^^

เป็นยังไงบ้างไบรท์ช่วงนี้ ปิดเทอมแล้วนี่นา ได้ไปงานหนังสือรึเปล่า คิดถึงเน้อ

 

โดย: bookmark 23 ตุลาคม 2550 21:48:32 น.  

 

แอบเข้ามาแอด friend ค่า

 

โดย: Cable InLove 24 ตุลาคม 2550 17:04:48 น.  

 

นี่เขียนจากชีวิตจริงป่าวเนี่ย
เด๋วขออ่านย้อนหลังหน่อยนะ

 

โดย: ~ J a N Z a ~ 25 ตุลาคม 2550 10:06:59 น.  

 

รอตอนต่อไป เขียนเสร็จแล้วช่วยจุดธูปเรียกด้วยนะ

 

โดย: ~ J a N Z a ~ 25 ตุลาคม 2550 11:03:20 น.  

 

ใช่จากชีวิตจริงอะป่าวค่ะ
หุหุ
รอตอนต่อๆไปเช่นกันค่ะ
เสร็จแล้วอย่าลืมไปเข้าฝันบอกด้วยนะค่ะ

 

โดย: นู๋ครีมจอมซ่า 25 ตุลาคม 2550 16:41:26 น.  

 

แอบมาตอบสั้นๆ
กรุ๊ปนี้มักขายไม่ดี เพราะไม่ค่อยมีคนมาอ่าน
ช่วงนี้สอบเลยขุดนิยายมาขายกิน เหอๆ
ซึ่งในเครื่องและในสเปซไปถึงตอน 11 แล้วครับ อิอิ

ชีวิตจริงนี่ก็ไม่เชิงนะครับ
เพราะใช้ฉากของมหาวิทยาลัยทั้งท่าพระจันทร์และรังสิตมาผสมกัน
ตัวละครหลายๆ ตัวก็เอาเพื่อนๆ ที่รู้จักมาขายกิน
รวมถึงนำประสบการณ์ เรื่องราวในชีวิตที่ได้ยินได้ฟังมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวครับ

 

โดย: DJ BrYaN 25 ตุลาคม 2550 17:42:51 น.  

 

อ่านจบแล้วเย้ ขณะที่น้องไบรท์กำลังจานอน 555

 

โดย: mantis (yokee_playman ) 28 ตุลาคม 2550 1:09:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


DJ BrYaN
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




Friends' blogs
[Add DJ BrYaN's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.