Fit Brain Learn Better

<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
16 สิงหาคม 2555
 

จะทำอย่างไรเมื่อลูกรักเป็นโรคสมาธิสั้น


ท่านผู้ปครองหลายๆท่านคงเครียดกันเลยที่เดียวถ้าหากต้องมาทราบว่าลูกรักของตัวเองนั้นเป็นโรคสมาธิสั้น และคงจะมีคำถามต่างๆมากมาย ว่ามันคืออะไร ต้องทำยังไงลูกถึงจะหาย แล้วจะรักษาได้ไหม แล้วลูกเราจะกลายเป็นเด็กที่ด้อยกว่าเด็กคนอื่นๆหรือเปล่า เป็นคำถามที่อยู่ในหัวท่านผู้ปกครองทั้งหลายทำให้เครียดอย่างมาก ท่านผู้ปกครองที่กำลังมีบุตรมีปัญหาเป็นโรคสมาธิสั้น ใจเย็นๆก่อนนะคะ วันนี้เรามีรายละเอียดในการแก้ไข และมีแนวทางมานำเสนอให้กับท่านผู้ปกครอง ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคนี้ก่อน สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่ยังไม่แน่ใจว่าลูกรักของตนกำลังมีปัญหานี้หรือเปล่าก็มาอ่านบทความนี้ก่อนได้นะคะ

เด็กสมาธิสั้น ชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Attention Deficit/Hyperative Disorders หรือเด็กไฮเปอร์ โรคดังกล่าวอาจจะเกิดจากความผิดปกติทางด้านสมองและมีผลส่งมาถึงพฤติกรรมการแสดงออกของเด็กเหล่านั้น โรคนี้จากการสำรวจแล้วพบว่าจะเกิดกับเด็กชายมากกว่าเด็กผู้หญิง และจะมักจะเกิดก่อนที่จะอายุ 7 ขวบ พฤตกรรมเด็กจะแตกต่างจากเด็กซนทั่วไป เพราะพฤตกรรมเหล่านี้จะเป็นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต การเรียนการทำงานต่างๆ สังเกตพฤติกรรมหลักๆของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นได้ดังนี้

- อาการสมาธิสั้น คือ ไม่สามารถมีสมาธิจดจ่อ หรือทำอะไรอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลานานๆ วอกแวกได้ง่ายถึงแม้จะมีอะไรมารบกวนแค่เพียงนิดเดียว เหม่อลอยบ่อยๆ เป็นต้น
- ซุกซน อยู่ไม่นิ่ง คือ ชอบวิ่ง ชอบปีนป่าย ไม่อยู่กับที่ ในขณะที่เพื่อนๆคนอื่นนั่ง ตัวเองอาจจะลุกขึ้นและวิ่งอยู่คนเดียว บิดตัว บิดมือ แกว่งขา เป็นอาการอยู่ไม่เป็นสุข
- อาการหุนหันพลันแล่น คือ ไม่สามารถที่จะรออะไรได้ ชอบพูดแทรกขึ้นมาในขณะที่ยังคนอื่นพูดไม่จบ มีความวู่วามใจร้อน เป็นต้น

แต่อาการเหล่านี้ในเด็กปกติที่ซุกซนก็อาจจะเป็นได้เหมือนกัน ดังนั้นจะต้องพิจารณาองค์ประกอบอย่างอื่นร่วมด้วย คือ ต้องสังเกตว่าเด็กมีพฤติกรรมดังกล่าวต้องเป็นอย่างน้อย 2 สถานที่ เช่น อาการแบบนี้ที่บ้านก็เป็น ที่โรงเรียนก็เป็น เป็นต้น และอาการจะต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องมีอาการดังกล่าวเกิดก่อนที่จะอายุ 7 ขวบ

สำหรับอาการรักษา
ก่อนอื่นนั้นทางผู้ปกครองจะต้องสังเกตอาการของลูกท่านก่อน แล้วจากนั้นให้ทำการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จะทำการวิเคราะห์วินิจฉัยว่าเด็กนั้นเป็นโรคสมาธิสั้นหรือไม่ และจะต้องขอความรวมมือจากทางผู้ปกครองและทางโรงเรียนด้วย เพื่อที่จะได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็ก ก่อนที่จะทำการรักษาเด็ก เพราะว่าถ้าหากเด็กไม่ได้เป็นโรคสมาธิสั้นนั้นยาที่ให้ไปก็จะไม่เกิดผลอะไรกับเด็ก และนอกจากแพทย์จะสั่งยาให้เด็กที่เป็นโรคนี้แล้วทางด้านผู้ปกครองและทางโรงเรียนก็จะต้องมีส่วนในการรักษาเด็กด้วย

และสำหรับท่าผู้ปกครองท่านใดยังกลัวว่าสิ่งที่กล่าวมานั้นอาจจะไม่ได้ผลวันนี้ทางเราขอแนะนำสถาบัน BrainFit Studio เป็นสถาบันที่จะช่วยฝึก และพัฒนาสมองของลูกท่านให้เป็นไปอย่างธรรมชาติ มีการฝึกสมองครบทั้ง 5 ส่วน ลูกท่านจะได้มีการออกกำลังกายสมองอย่างเต็มที่ และได้รับความรู้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะเราจะมีการประเมินความสามารถของเด็กก่อนที่จะทำการจัดหลักสูตรการสอน สถาบันเราใช้หลักสูตรและเทคโนโลยีการสอนที่ทันสมัยและเป็นผลจากการทดลองและวิจัยจากนักวิจัยทางด้านสมองโดยตรง เพราะฉะนั้นรับรองได้ว่าบุตรหลานของท่านจะได้รับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาได้ถูกหลักอย่างแน่นอน สิ่งที่บุตรหลานของท่านจะได้รับคือ เด็กจะเป็นเด็กที่มีสมาธิมากขึ้น เรียนเก่งขึ้นทุกวิชา ไม่ว่าจะเป็นด้านการคำนวณ วิทยาศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ เป็นเด็กกล้าแสดงออกมาขึ้น แม้กระทั้งลายมือ ก็จะเป็นระเบียบขึ้นด้วย ถ้าหากผู้ปกครองท่าใดสนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.adbkk.com สามารถขอคำปรึกษาได้ฟรีที่สถาบันค่ะ


Create Date : 16 สิงหาคม 2555
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2556 13:33:21 น. 1 comments
Counter : 1971 Pageviews.  
 
 
 
 
 
 

โดย: Numoiy IP: 180.183.92.198 วันที่: 4 มิถุนายน 2556 เวลา:12:46:52 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

BlogGang Popular Award#16


 
thanyakan
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




[Add thanyakan's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com