Group Blog
 
 
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
20 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
มาค้นหาคำสอน ในเรื่อง พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก ตอนที่ 34

  เหตุการณ์ : ใบไม้อยู่ในเมื่อสิทธัตถะ แล้ววิเคราะห์ใบไม้นั้นว่า 
" ทุกสิ่งทุกอย่าง พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว ล้วนอยู่ในใบไม้นี้ ไร้พระอาทิตย์ ใบไม้ก็ไม่ปรากฎ ไร้หมู่เมฆก็ไม่มีฝน เมื่อไร้ฝนก็จะไม่มีใบไม้ จักรวาลโลก เวลา จิตใจ ทุกอย่างรวมอยู่ในนี้ เหมือนกับใบไม้ เราเองก็ไม่ได้เกิดขึ้นมา เราแค่ปรากฎตัว ดังนั้นเราจึงไม่ได้ตาย แต่หายตัวไปทั้งจักรวาลเหมือนกันหมด เป็นรูปแบบของธรรมชาติ ใบไม้นี้ก็คือเราทุกคน"

เหตุการณ์ : มาระยา (พญามาร / มายา) กลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ สิทธัตถะจะแสดงให้เห็นว่าจะปราบมารได้อย่างไร 

มาระยาได้กล่าวว่า "ต่อให้รู้ความจริงอันสูงสุดใครจะเชื่อ ทำไมได้หลงตัวเองว่าจะเป็นพุทธะ " 

จากนั้นสิทธัตถะได้เอ่ยกลับว่า : โลกนั้นก็คือพยายาน และจะได้รับรู้ว่าเราจะปราบพญามารได้อย่างไร

"โลก คือ สัญลักษณ์ที่เราสามารถสมดุล 2 ความคิด ที่แตกต่างกัน จากภายในและจากภายนอก / ความสุข และความทุกข์ คือ 2 ด้านของเหรียญ เมื่อความปรารถนาจะมีความสุขหมดลง ความกลัวว่าจะเกิดทุกข์ก็จะหมดลง 
ความหมายของชีวิต คือ ทุกสิ่งที่มีชีวิต ควรออกเดินทางปลุกจิตสำนึกและล่องไปทางช้างเผือก แต่ทว่าควรทำตัวติดดินเสมอ เราได้ค้นพบ ความสุข ความทุกข์ ทิวา ราตรี ความดี และความเลว กลของจิต และความเพ้อฝัน แต่ว่ามันมีแก่นกลางของมัน นี่คือที่มาของชีวิต มันอยู่ในจิตสำนึกของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่ภายนอก " 

เหตุการณ์ : สิทธัตถะได้เป็นพุทธะแล้ว 

จากดอกไม้ล้านดอกที่เคยรดตัวมากมาย ท่านก็ได้รู้จักกับดอกไม้มากขึ้น และรวมมันไว้ในชีวิต ตอนท่านตื่น ธรรมชาติทั้งหมดเปลี่ยน ทุกสิ่งรอบตัวเงียบสงบ แล้วทุกอย่างในใจก็จางหายไป กลายเป็นอิสระ อิสระจากพันธนาการทั้งปวง ความมืดที่เผชิญมาหลายปีได้หายไป และได้ตื่นแล้ว ถ้าท่านสามารถรู้ตื่น ทุกคนก็สามารถรู้ตื่นได้เช่นกัน (นี่คือก้าวต่อมาเมื่อสิทธัตถะได้ตื่นเป็นพุทธะ และต้องการที่จะเผยแผ่ความรู้ตื่นนี้ ให้กับทุกคน เพื่อสร้างความสุข สงบยังโลก) 


เหตุการณ์ : นางสุชาดาและผู้ติดตาม ต้องการอยากรู้ว่า สิทธัตถะได้ค้นพบอะไรบ้าง และเชิญให้ทานส้ม 
แต่เมื่อนางสุชาดายื่นผลส้มให้นั้น พุทธะ ก็ยื่นผลส้มนั้น ให้กับผู้ติดตามของนางสุชาดาถัดจากมือไป 
แล้วกล่าวว่า "ความรักจะเพิ่มขึ้น ถ้าแบ่งปัน" 

จากนั้นก็กล่าวว่า "ตอนที่เรากินส้ม เราไม่ได้กินมันอย่างมีสติเต็มเปี่ยม สำหรับเรา ส้มคือความไม่จริง คนที่กินก็คือความไม่จริงด้วย เรากินมันตอนไร้จิตสำนึก ถ้าเรากินอย่างมีสติ ก็หมายความว่า ด้วยการมีสติที่ครบถ้วนเราได้สร้างความสัมพันธ์กับส้มผลนี้แล้ว /สวัสสะตรี ผู้ติดตาม สงสัย 

แล้วพุทธะกล่าวต่อว่า "นั้นเพราะว่าเราไม่ได้จดจ่อกับการกินส้ม จิดของเราวิ่งอยู่หลังความคิดที่อยู่ในจิตใจมากมาย พะวงเรื่องอนาคต เสียใจเรื่องอดีต ถ้าทุกอย่างเกิดขึ้นในตอนนี้ ส้มผลนี้ถือว่าคุ้มค่า และพวกเจ้าจะเป็นความจริง ถ้าคนๆนั้นตื่นแล้ว จะเห็นทุกๆ อย่างในส้มผลนี้ ที่คนที่ยังไม่ตื่นไม่เห็น 
คนที่ตื่นแล้วจะเห็นตอนต้นไม้เติบโตในฤดูใบไม้ผลิ เห็นดอกไม้บานบนต้น เขาจะเห็นแสงแดดช่วยให้ต้นไม้โต สายฝนช่วยหล่อเลี้ยง ธรรมชาติทั้งหมดมารวมอยู่ด้วยกัน" (นางสุชาดาไม่เข้า /ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน จน อธิบายต่อว่า )

พุทธะถามว่า ส้มผลในมือมีกี่กลีบ 

"มันก็เหมือน 1 วันมี 24 ชม. ใช้ 24 ชม.อย่างมีสติ เหมือนกับการคั่นน้ำส้มออกจากกลีบทีละกลีบๆ จงอยู่กับทุขขณะของชีวิตอย่างมีสติ จงอย่าอยู่กับอดีต อย่าเพ้อฝันถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง 
จงอยู่กับปัจจุบัน หากเราอยู่แบบนี้ได้ เราจะพัฒนาความรู้เรื่องของตัวเองและคนอื่นๆ ที่แตกต่างจากเรา ถ้าหากเราได้รับความรู้ความเมตตามันจะเป็นประสบการณ์ของเรา และด้วยความรักความเมตตา เราจะยอมรับซึ่งกันและกัน และเราจะรู้ว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างเรากับอีกหลายคน พลังงานมีแค่แหล่งเดียวและหนึ่งเดียว"

ตัวอย่างที่ทำให้เข้าใจขึ้น
เมื่อพุทธะ เอ่ยว่าจะต้องจากไป ทุกคนต่างตกใจ แต่สวัสสะตรีถามกลับว่าท่านจะยังไม่ไปวันนี้ใช่ไหม ? แล้วย่ำเตือนแง่คิดที่ พุทธะที่เพิ่งเอ่ยไปว่า จงอยู่กับปัจจุบัน แต่ถ้ายังไม่ไป เขาก็คงอยู่กับเรา....

เหตุการณ์ : ณ ริมแม่น้ำเนรัญชรา 
สวัสสะตรี ย้ำถามว่า ท่านจำเป็นต้องไป แล้วเราจะขาดท่านได้อย่างไร 
พุทธะ กล่าวถามว่า ถ้าหากเราโยนหินลงน้ำ ทำให้น้ำกระเพือม ทำให้เกิดกระแสน้ำขึ้นมากมาย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สวัสสะตรีตอบว่าเพราะก้อนหินนั้น 

พุทธะกล่าวต่อว่า ก็เหมือนว่าเรายังไม่ได้ไปไหน อยู่ยังคงอยู่ และสั่งย้ำกับ บุคคุลทั้งห้า ฉันทริกา , คบตะ , ปุรณะ , และสุชาดา ว่า ข้าสร้างกระแสน้ำในตัวเจ้า พวกเจ้าก็จงสร้างกระแสน้ำในใจคนอื่นต่อไป 

การสร้างกระแสน้ำให้ผู้อื่นต่อ ให้เรียกว่า หนทางแห่งความจริง บนเส้นทางคนเราจะมีสติอย่างสมบุรณ์ หรือ ในภาษาของเมือง มคธ เรียกว่า พุทธะนั้นเอง
ส่วนต้นไม้ที่สิทธัตถะตรัสรู้ ก็เรียกว่า ต้นโพ /โพธิ์  

** ทางช้างเผือก(คือดาราจักรที่มีระบบสุริยะและโลกของเราอยู่ /หรือการเดินทางสู่อนาจักรที่กว้างใหญ่ ที่เต็มไปด้วยเหล่าดวงดาวหมากมายนับไม่ถ้วน) ที่มา วิกิพีเดีย
**โพ (มักเขียนว่า โพธิ์[1]) (คำว่า "โพ" มาจากภาษาสิงหล) / โดยต้นโพที่พระโคตมพุทธเจ้าตรัสรู้นั้นชื่อ "ต้นพระศรีมหาโพธิ์" ปัจจุบันยังคงมีชีวิตอยู่ที่ประเทศอินเดีย

(เนื้อหาความรู้ ข้อเท็จจริงอาจจะแตกต่างกันกับความรู้ที่ มาจากตำราอื่นๆ ขอให้ใช้ความรู้ และการวิเคราะห์ในการรับข้อมูล แต่อย่างนึงที่เราเห็น คือ คำสอนไม่ต่างกัน และขออภัยหาก การสะกดชื่อตัวละคร ไม่ถูก หรือข้อผิดพลาดต่างๆ หวังว่า เราจะมองเห็น ธรรม มากกว่ามองเห็นความผิด) 

และขอเป็นกระแสน้ำให้กับใครก็ตาม ที่ยังหาหนทางในชีวิต เช่นกัน !! 





Create Date : 20 ธันวาคม 2558
Last Update : 20 ธันวาคม 2558 16:43:55 น. 0 comments
Counter : 409 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
bowakire
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add bowakire's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.