space
space
space
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
space
space
4 มิถุนายน 2555
space
space
space

๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ วันพระแต่เข้าครัว

วันนี้วันพระ แล้วเป็นวันหยุดวันวิสาขบูชาอีกด้วย หยุดสามวัน เมื่อเช้าไหว้พระที่บ้านเราก็ว่าหอมอะไร กลิ่นคุ้นๆ ที่แท้หอมกลิ่นดอกดาวเรืองจากดอกไม้กำที่ซื้อมาเปลี่ยนใหม่นี่เอง  วันนี้ตื่นไม่สาย ล้างหน้าแล้วก็ไปไหว้พระก่อน แผลที่เจาะบริจาคเลือดเช้าวันนี้ไม่เขียวช้ำ แต่คงรอยแดงแผลที่ยังไม่หายดี แต่กาวที่ติดมากับพาสเตอร์นี่ดิ ยังติดที่แขนอยู่เลย แกะขูดเท่าไหร่ก็ยังไม่ออก ต้องหาแป้งมาทา เพราะมันรู้สึกเหนียวๆ เวลาไปถูก

วันนี้วันพระแต่ไม่ได้ไปวัดหรอก แต่เข้าครัวทำกับข้าวแทน เราก็ทำกับข้าวจากของที่มีอยู่ในบ้าน ตอนทำนะทำง่าย แต่ตอนหาเครื่องปรุงนี่ล่ะ แทบตายกว่าจะได้มาแต่ละอย่าง แต่ก็อร่อยคุ้มค่ากับการเข้าครัวเช้าวันนี้ เมนูเช้าวันนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวค่อยดูตอนท้ายหน้าตาออกมายังไงก็อร่อยอยู่ดี

เริ่มต้นกับมะพร้าวกันก่อน เมนูนี่ใช้กะทิในการปรุงด้วย แต่ไม่ชอบใช้กะทิกล่อง อีกอย่างที่บ้านก็มีมะพร้าวอยู่แล้วด้วย ก็เลยคิดว่าใช้มะพร้าวขูดเองนี่ล่ะ ได้กะทิสด หอม มัน จากลูกมะพร้าวที่หล่นตุบๆ มาอยู่กับพื้น มะพร้าวแก่แต่ไม่ห้าวนะ

ต้องจัดการปลอกมะพร้าวก่อน เพราะกะทิอยู่ข้างใน ซึ่งกว่าจะได้กะทิมา หลายอย่างแต่ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าเหนื่อยหน่อยเท่านั้นเอง มาปลอกมะพร้าวกัน มะพร้าวลูกนี้มีจ้าวมะพร้าวด้วย พ่อถามมีจ้าวมั้ย พ่อจะกิน ก็เลยให้จ้าวมะพร้าวพ่อไปกินเรียบร้อย นี่ไง ปลอกเสร็จแล้ว ถอดเสื้อผ้าให้เค้าเรียบร้อยแล้ว

เหนื่อยเหมือนกันนะกับการปลอกมะพร้าวกว่าจะได้มะพร้าวออกมา นี่ยังไม่ได้กะทินะ อีกหลายขั้นกว่ากะทิจะมาให้เห็น เสร็จแล้วเราก็มาทุบมะพร้าวเพื่อที่จะได้นำไปขูด เป็นมะพร้าวขูด มะพร้าวลูกนี้เนื้อหนามาก สีขาวสดมาก แต่เราทุบไม่ดี เลยทำให้เนื้อมะพร้าวล่อนออกจากกะลามะพร้าวมาหนึ่งเสี้ยว แล้วก็มาขูดกับกระต่ายขูดมะพร้าว อีกไม่นานคนก็คงจะลืมกระต่ายขูดมะพร้าวกัน นี่มันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นนะ กระต่ายขูดมะพร้าว นี่ไง มะพร้าวที่ทุบแล้ว กระต่ายขูดมะพร้าว มะพร้าวขูดแล้ว และก็กะลามะพร้าวที่ถูกขูดเนื้อมะพร้าวออกไป

หลังจากที่เราได้ขูดมะพร้าวมาแล้วก็เป็นแบบนี้ล่ะ จากที่อยู่ในกะลา ก็ออกมาเป็นฝอยๆ เล็กๆ บางๆ แบบนี้ ถ้าเอาไปคลุกเกลือ น้ำตาลนะ กิน หวานมันเค็ม อร่อย แต่เราไม่ได้ทำขนม ทำกับข้าวเป็นอาหารคาว คราวนี้มาคั้นกะทิกัน น่าแปลกเนอะกะทิเป็นตัว มีหัว กับมีหาง คั้นหัวกะทิกันก่อนใส่น้ำนิดเดียวสำหรับหัวจะได้หัวกะทิที่มันเข้มข้น แล้วมากรองด้วยที่กรองใบเล็กน่ารักสีเหลืองๆ ตามรูปล่ะ สุดท้ายเป็นหัวกะทิออกมาตามเป้าหมายที่วางไว้ นี่ไงกะทิที่ตามขั้นตอนการได้มา เล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน แล้วก็ทำหางกะทิไว้ด้วย

เห็นหัวกะทิแล้ว นึกถึงนมสดเลย คล้ายกันมาก ได้หัวกะทิมาหนึ่งถ้วย กับหางกะทิครึ่งหม้อเล็ก แล้วนี่ก็เป็นกากมะพร้าวที่เหลือจากที่เราได้คั้นกะทิแล้ว ว่าจะไปโรยใต้ต้นไม้เป็นปุ๋ยอีกอย่าง

ที่ใส่อยู่นั่นเป็นที่ใส่ไอติมวอลล์หรือเนสเล่ย์นี่ล่ะ เพราะซื้อมากินก็ล้างเก็บไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้อีก เสร็จแล้วเรื่องของตัวกะทิ มาพักกะทิไว้ก่อน คราวนี้มาดูเครื่องปรุงตัวอื่นๆ กันบ้าง มีพริกแกง อันนี้ซื้อสำเร็จรูปมา ถ้าให้มานั่งโขลกเองคงจะเหนื่อยอีก

ใบมะกรูด เป็นพืชสมุนไพร ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ใบมะกรูดแตกงามมาก เลยเก็บมาเยอะ มาฉีกก้านใบออก แล้วก็หั่นฝอย แต่เราหั่นแล้วไม่ฝอยเท่าไหร่ ฝีมือยังไม่ดี วันหลังต้องหั่นฝอยให้ได้ นี่ไงหน้าตามะกรูดหั่นฝอย

ตามต่อกันด้วยพริกชี้ฟ้าแดงสด แกะเม็ดข้างในออกแล้วก็หั่นตามยาวเป็นฝอยๆ เห็นพริกแดงๆ แบบนี้ แล้วนึกถึงขนมลูกชุบที่เค้าปั้นเป็นพริกสีแดงๆ เหมือนกันเลยอ่ะ แต่นี่พริกจริงๆ ไม่ใช่ขนม นี่ไงหน้าตาพริกชี้ฟ้าหั่นฝอย

รวมเครื่องปรุงที่ต้องใช้ในการทำกับข้าวเมนูนี่ แต่กะทิไม่ได้มาใส่ไว้ด้วย ลืมตอนถ่าย

ยังไม่บอกว่าเป็นเมนูอะไร แต่ใครทายถูกก็แสดงว่าเข้าครัวบ่อย คราวนี้เราทำกับข้าวกันเลยดีกว่า กะทะบ้านๆ ก็จะดำๆ แบบนี้ล่ะ แต่มันก็บอกถึงความอร่อยนะที่กะทะนี้ทำอาหารมาให้คนในบ้านกินกันตลอดอย่างอร่อยทุกมื้อ เริ่มด้วยผัดพริกแกงกับหัวกะทิให้แตกมันก่อน เริ่มผัดก็ยังไม่มีอะไรหรอก เหมือนเอาพริกแกงไปละลายกับหัวกะทิ ก็เหมือนน้ำยาขนมจีน แต่พอพัดไปสักพักกะทิแตกมันแล้วมันจะสวยมาก มันกะทินี่เงาเป็นวาวใสเลยล่ะ ตามรูป

หลังจากกะทิแตกมันได้ที่แล้วก็ปรุงรส ด้วยน้ำตาล น้ำปลา รสชาดจะออกแนวหวานเค็มนิดหน่อย เริ่มคุ้นๆ กับเมนูนี่ยังหรือยัง เสร็จแล้วก็ใส่พระเอกของเราไป เราเพิ่งจะรู้จักว่าเค้าเรียก "หน้างอ คอหัก" นี่ไงใส่ลงไป

ของดีของแม่กลองที่สมุทรสงครามนี่เอง มันคือ ปลาทู เรารู้จักคำว่า "หน้างอ คอหัก" จากคนเชียงใหม่ เพราะเราคุยเอ็มกับเค้า เล่นคำถามกัน เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันคือปลาทู ขนาดบ้านเราอยู่ใกล้ๆ กับจังหวัดสมุทรสงครามนะ  เค้าอยู่เชียงใหม่เค้ายังรู้จักชื่อเล่นๆ ของปลาทูเลย ใส่ไปหกตัว เต็มกะทะเลย ดูเหมือนกะทะจะใบเล็กลงไปเลยอ่ะ รอสุกแล้วก็พลิกกลับด้านให้สุกเหมือนกัน สุกดีแล้วก็ใส่พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอยลงไป

เสร็จแล้วก็ตามด้วยใบมะกรูดหั่นฝอยโรยลงไป แต่เราไม่ได้เหลือไว้โรยหน้าหรอก เพราะไม่ชอบโรยหน้า กลิ่นมันแรง เวลากินแล้วขัดจมูก ชอบใส่ลงไปในกะทะตอนปรุงเลย กลิ่นชวนน่ากินกว่ากันเยอะเลย เสร็จแล้วก็ตักใส่จานเดิม ที่ใส่ใบมะกรูด พริกชี้ฟ้าหั่นฝอย จานใบเก่านั่นล่ะ นี่ไง หน้าตาเมนูอาหารเช้าเข้าครัววันนี้ ก็คือ "ฉู่ฉี่ปลาทู" อร่อยมากเลย กว่าจะได้กินจานนี่ ทำเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็หายเหนื่อยนะ เพราะมันอร่อยแล้วอีกอย่างก็หิวด้วย กินข้าวกันเถอะ วันนี้ไปล่ะ




Create Date : 04 มิถุนายน 2555
Last Update : 4 มิถุนายน 2555 10:18:35 น. 1 comments
Counter : 2204 Pageviews.

 
ขั้นตอนดั้งเดิมมากๆๆเลย รับรองต้องอร่อยสุดๆๆๆ


โดย: ริมน้ำ_ขอบฟ้า (rimnam_kobfa ) วันที่: 4 มิถุนายน 2555 เวลา:13:37:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

bothlitle
Location :
ราชบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





กอดผมไว้


space
space
space
space
[Add bothlitle's blog to your web]
space
space
space
space
space