Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
4 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Meet the Midwife at UNC Hospital



ชีวิตตั้งครรภ์ในต่างแดนของแม่มีหลายอย่างที่นอกจากจะเป็นประสบการณ์แรกแล้ว ยังเป็นการเรียนรู้ในความแตกต่างของการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ของคุณแม่ใน US และ Thailand และเรื่องแรกที่เปิดประเดิมการเขียนบันทึก electronic นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเตรียมตัวสำหรับวันคลอดที่ พ่อกับแม่ได้ไปเข้า course ที่โรงพยาบาลที่โรงเรียน: UNC Hospital

ทุกวันพุธแรกของเดือนที่โรงพยาบาลนี้จะมีบริการพบปะกับ Midwife พร้อมทั้งพา Tour ดูส่วนที่เป็นห้องคลอด ห้องพักของคุณแม่ และอธิบายเกี่ยวกับโรงพยาบาล ซึ่งการบริการที่เกี่ยวกับการคลอดทั้งหมดจะอยู่ที่ Women Hospital ในมหาวิทยาลัยนั่นเอง จริงแล้วอยู่ใกล้บ้านมากเรียกว่าถ้าขับรถก็ 5 นาทีถึง



พ่อกับแม่พาหนูมาที่โรงพยาบาลนี้2ครั้งแล้ว ครั้งแรกได้คุยกับคุณหมอ Chuan หรือ ดร.ชูอาน ส่วนเมื่อวานนี้เราก็ได้พบกับคุณหมอ Munoz หรือ ดร.มูโนส หากอยู่ที่เมืองไทยบ้านเรา ก็คงต้องวิ่งหาว่าจะฝากท้องกับหมอคนไหนแล้วก็อยู่กับคนนั้นไปตลอดจนคลอด แต่ที่นี่เขาให้เลือกว่าจะฝากกับหมอ หรือ Midwife ความต่างกันคือ หมอจะมีน้อยและจะไม่ผูกติดกับคุณแม่ไปตลอด หมอว่างไม่ตรงกันก็พบหมอท่านอื่นได้ เขาจะส่ง file ประวัติต่อกันไปเรื่องๆ เอง แต่ถ้าเลือกฝากกับ Midwife เขาจะดูแลเราไปตลอดแต่หากเราเป็นแบบพิเศษ มีสิทธิ์ผ่าคลอดหรือมีปัญหาสุขภาพ อันนี้ต้องหมอเท่านั้น วันคลอดก็โทรหาMidwife หากเขาเห็นว่าเรามีสิทธิ์คลอดวันนั้นแน่และเขาไม่ได้เข้าเวรอยู่ที่โรงพยาบาลเขาก็จะรีบมาและเตรียมทำคลอดให้เราทันที ส่วนกรณีฝากท้องกับหมอ แบบที่แม่เอ๋ทำนี้ ก็โทรไปเบอร์ nurse call center บอกอาการหากมีแนวโน้มคลอดแน่ก็มาได้เลย หมอท่านไหนเข้าเวรอยู่ (ปกติมีเวรละ 4 คน) ก็จะเป็นคนดูแลเราเอง ทั้งคุณหมอ หรือ Midwife ราคาไม่ต่างกัน

เกริ่นมาเสียยาว เอาของวันนี้ดีกว่า พ่อกับแม่ออกจากบ้านมาเอารถไปจอดใกล้ๆ หอที่ป้าอัมอยู่ซึ่งใกล้โรงพยาบาลมาก แล้วก็พากันเดินลั้นลากันมาสองคน ช่วงนี้ปิดเทอมก็เลยเงียบเหงาหน่อย มาถึงก่อนเวลาก็เข้าไปรอในห้องประชุมมีคุณแ่ม่คนอื่นๆ มากันเยอะเลย บางครอบครัวก็พอตัวเล็กมาด้วย บางคนก็ท้องแก่แล้วบางคนก็ยังไม่ท้องเลย แต่มาเพื่อวางแผนสำหรับตัวเองเวลาท้อง (ฝรั่งนี่ช่างเตรียมตัวจริง) มีหัวหน้า Midwife ของที่นี่ชื่อคุณ Meg และอีก 2 คน คือ Kathy และ Deb มาให้ความรู้ในเบื้องต้น คุณแม่คุณพ่ออเมริกันถามกันไฟแลบ ส่วนคุณพ่อคุณแม่แห่งแดนสยามนั่งจด กับนั่งยิ้มมองลูกคนอื่นสบายใจเลย จริงแล้วก็ไม่ได้คิดสงสัยอะไรมาก รู้แต่ว่านั่งอยู่ครึ่งชั่วโมงได้ความรู้เยอะทีเดียว

รู้ว่าหากจะใช้บริการ Valet จอดรถของที่โรงพยาบาลจะใช้ได้ก่อน 19.00 ถ้าใกล้เวลาแล้วเขาจะโทรให้เรามาเลื่อนรถไปจอดที่อาคารจอดปกติ no overnight parking คุณMeg บอกว่าสำหรับบางคนวันปวดท้องคลอดทุกอย่างมันเร่งรีบไปหมด หากมากลางวันคนเยอะคิวยาว ก็แนะนำไป emergency เลยสุดท้ายก็ถูกส่งไปที่ชั้น 4 สำหรับคลอดอยู่ดี

รู้ว่าคณะผู้ติดตามและคุณแม่จะต้องพกบัตรประจำตัวเช่น Driver license หรือ Picture ID ติดตัวมาด้วยทุกคนเพราะจะต้องทำบัตรติดตัวแบบวันต่อวัน เป็นเรื่องของ Security ติดต่อทำที่ Children Hospital Information Desk ที่อยู่ติดกับ Women Hospital นั่นเอง เสร็จแล้วก็ขึ้นชั้น 4 ชั้นทำคลอด

คุณ Meg บอกว่าแม่ๆ ที่นี่ตามสถิติแล้ว 50% จะมีการใช้ยาช่วยคลายปวดหรือการ Block หลังตามภาษาบ้านเรา แต่โดยปกติแล้วเขาพยายามจะไม่ใช้ ทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด เรื่องผ่าคลอด หรือกรีดช่องคลอดนี่เรียกว่าทำกันน้อยมากไม่ถึงที่สุดจริงๆ แล้วไม่ทำแน่นอน (ไม่รู้ว่าที่สุดนี่ที่สุดใครของแม่เด็ก หรือของหมอ)

หลังจากคุยกันที่ห้องประชุมเสร็จแล้วก็แบ่งเป็นสองกลุ่ม เดินทัวร์ชั้นห้องคลอดกัน พ่อกับแม่อยู่กลุ่ม Meg มีเด็กๆ อีก 3 คนที่มากับคณะนี้ด้วยเพลินดี บางคนก็เริ่มงอแง บางคนพอเดินนานหน่อยก็เขียนใส่กระดาษให้แม่เห็นตัวโตๆ ว่า EAT พาเอาเราก็หิวไปด้วยเลยเพราะ 19.00 แล้ว คุณแม่เอ๋แกทานข้าวมาบ้างแล้วก็เลยสบายตัวแต่พ่อนี่สิชักหิวเหมือนกัน



ขึ้นมาชั้น 5 ซึ่งเป็นห้องพักฟื้นของคุณแม่หลังคลอด มีห้องพักส่วนตัว (ที่นี่ถึงแม้เป็นโรงพยาบาลรัฐแต่ไม่มีห้องรวมเหมือนบ้านเราแฮะ) หากคลอดเองให้นอนได้ 1 คืน ผ่าคลอดก็ประมาณ 2-4 คืน ทั้งนี้ดูตามค่าใช้จ่ายที่ประกันสุขภาพของแต่ละคนมีไ่ม่ให้เกินไปมาก ระหว่างเดินไปห้องพักฟื้น ก็มีห้องเด็กแรกเกิดแบบที่เมืองไทยเราชอบไปเกาะกระจกดูเด็กอ่อนกัน ที่นี่มีเด็กที่ต้องอยู่ในเตาอบ2 คนเท่านั้นเอง มารู้ตอนหลังว่าที่นี่หลังคลอดเขาจะให้อยู่กับแม่ในห้องพักให้มากที่สุดไม่เอามาไว้ที่นี่ยกเว้นว่า แม่ต้องการพักแล้วไม่มีคนดูแลเด็ก ก็เอามาฝากไว้ได้แต่ปกติแล้วจะอยู่กับแม่มากกว่า ห้องพักมีโซฟาเล็กๆ ให้คนเฝ้านอนได้ 1 คน ที่ board ในห้องจะมีชื่อพยาบาลที่ดูแลเราพร้อมเบอร์โทรหากมีอะไรก็โทรได้เลย มีห้องน้ำส่วนตัวในห้องพร้อมทีวี ห้องที่ได้เข้าไปดูวิวดีมาก ตอนถ่ายรูปเพราะคนเยอะก็เลยไม่ได้เปิด flash แต่ก็พอได้บรรยากาศมาเก็บไว้

เรื่องหนึ่งที่ชอบมาก และทึ่งในเรื่องความปลอดภัยของทีนี่คือ ที่ชั้นนี้รวมถึงชั้น 3 ห้องคลอดประตูจะเปิดไม่ได้จนกว่าเราจะ Call ให้ข้อมูลกับเขาก่อนว่าเรามาพบใครเรียกว่าออกจาก lift ถ้าไม่รู้ว่าจะมาหาใครก็ไม่ต้องไปไหนเลย ที่สำคัญเด็กแรกเกิดทุกคนจะมีการติดคล้ายๆ บาร์โค้ดเอาไว้ หากใครก็ไม่รู้มาอุ้มเด็กออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตผ่านประตูที่มี censor จะมี alarm ดังและทุกประตูที่โรงพยาบาลจะปิดหมดออกไม่ได้เด็ดขาด

หลังจากนั้นก็ลงมาดูที่ชั้น 3 ห้องคลอด เป็นเตียงคล้ายกับห้องพักมีอุปกรณ์อยู่พอควร มีทีวี sterio เล็กให้ด้วย ห้องน้ำในตัวเช่นกัน ใครต้องการห้องที่มีอ่างน้ำใหญ่ๆ เผื่อจะได้ไปเบ่งคลอดในอ่างอาบน้ำก็ request ได้หากว่างเขาก็จัดให้

คุณ Meg บอกว่าเป็นไปได้ก็เตรียมอาหารมาด้วยสำหรับทีมให้กำลังใจ เพราะบางทีเบ่งกันนานๆ ก็ไม่อยากให้อ่อนแรงกันไปเสียก่อน ที่ชั้นนี้มี pantry ให้ด้วยก็มาอบมาอุ่นอาหารกันได้ รวมถึงหากใครคิดว่าหมอนที่ห้องคลอดนั้นไม่พอ มีให้ใบเดียวก็ให้เตรียมของตัวเองมาแต่ขอให้เอาสีอื่นที่ไม่ใช่สีขาวมา (เพราะที่หมอนไม่ได้ติด barcode เดี๋ยวจะงง)

คุณพ่อคนหนึ่งถามว่าวันคลอดเอาลูกคนโตมาด้วยได้ไหม คุณ Meg ก็บอกว่าหากจะเอามาก็ควรหาคนที่จะคอยดูแลเขาไว้ด้วยเพราะเด็กคงไม่อดทนนานๆ และอาจป่วนได้ มีตัวอย่างหนึ่งคุณ Meg เล่าว่าคุณแม่พาลูกมาด้วย ระหว่างรอก็หมดฤทธิ์นอนหลับไป จังหวะนั้นเองคุณแม่ก็จะคลอดพอดีก็เลยขอร้องให้คุณ Meg ช่วยทำคลอดเลยแล้วพยายามกันอย่าให้ลูกตื่น (??เบ่งกันไปก็ระวังกันไป) เสร็จแล้วก็ออกจากโรงพยาบาลเลยเพราะต้องไปงานวันเกิดของเด็กอีกคนในวันนั้นพอดี เอากับเขาสิ

ตอนกลับออกจากโรงพยาบาลแม่เอ๋ก็รู้สึกกังวล และห่วงหลายอย่าง ทั้งเรื่องที่หากวันปวดท้องคลอดแล้วพ่อมาไม่ทัน (เพราะยังอยู่ที่เมืองไทย) คงจะลำบากน่าดู ถึงแม้คุณยายจะมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วก็เถอะเพราะเรื่องการสื่อสารก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องนึกถึง ไหนจะเรื่องการเดินทาง การขนของ และการรัับรู้ถึงขั้นตอนการคลอด ระเบียบต่างๆของที่นี่ และความไม่เหมือนกันของวิธีคิดของหมอที่นี่กับที่บ้านเรา การที่มีพ่ออยู่ด้วยคงต้องดีกว่าอย่างแน่นอน

พ่อก็สัญญาว่าจะต้องมาอยู่ด้วยแน่นอนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น วันแรกของลูกสำคัญกว่าทุกเรื่องในโลกอยู่แล้วจริงไหม



Create Date : 04 มิถุนายน 2552
Last Update : 11 มิถุนายน 2552 0:16:20 น. 5 comments
Counter : 507 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ ไม่ทราบคุณแม่อยู่ที่ chapel hill หรือเปล่าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ชื่อน้องค่ะ อยู่ Salisbury,NC ประมาณ 2 ชม.ได้ น้องก็คลอดลูกคนที่สองที่อเมริกาเหมือนกัน ช่วงฝากครรภ์ เวียนหาหมอเกือบครบทั้งออฟฟิศเลย แต่โชคดีที่วันคลอดได้หมอที่หาครั้งแรก


โดย: Nony_T IP: 69.132.122.120 วันที่: 4 มิถุนายน 2552 เวลา:11:50:02 น.  

 
โทษทีค่ะ คราวที่แล้วเขียนคอมเม้นต์ตอนยังไม่ได้ login ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งค่ะ


โดย: น้อง (Nony_T ) วันที่: 5 มิถุนายน 2552 เวลา:1:11:55 น.  

 
วีจ๋า ขอบคุณที่เรียกมาดูบล็อกนะ ทำบล็อกไว้ก็ดีแหละจะได้เป็นการบันทึกเก็บไว้ให้เจ้าตัวเล็กได้อ่านในอนาคตด้วย

ฝากท้องที่โน่นฟังแล้วดูยุ่งยากกว่าที่เมืองไทย แต่ระบบความปลอดภัยของเค้าเยี่ยมเชียว

แล้วจะกลับเมืองไทยเหรอ เมื่อไหร่ละ แล้วตอนนี้คุณยายไปอยู่ที่โน่นรึยัง มาทำธุระอะไรจ๊ะ รีบทำรีบกลับนะ คนท้องยิ่งขี้ใจน้อยอยู่ด้วย

ฝากความคิดถึงเอ๋ด้วยนะจ๊ะ


โดย: โบจ๊ะ (bodiamond1 ) วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:12:45:26 น.  

 
ไม่ได้ทำธุระอะไรหรอกโบ สิ้นเดือน ก.ค. จะกลับไปทำงานแล้ว คงต้องปล่้อยให้เอ๋ อยู่คนเดียวสักพัก แล้วประมาณเดือน ต.ค. จะพาคุณยายมาอยู่กับเอ๋ แล้วใกล้คลอดก็จะลาพักร้อนมาอยู่รอรับลูกน้อยครับ

ขอบคุณแม่โบมากนะเอาไว้มีอะไรจะรบกวนอีกนะ
ตกลงแล้วน้องบูมได้รางวัลหรือเปล่า


โดย: wee IP: 152.23.63.158 วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:19:41:01 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณวีและคุณเอ๋ เอาใจช่วยน่ะค่ะ ขอให้ผลตรวจที่จะออกมาทุกอย่างปรกติ เด็กสมบูรณ์แข็งแรง คุณเอ๋พักผ่อนเยอะ ๆ อย่าเครียดมากน่ะค่ะ เก็บแรงเอาไว้เล่นวิ่งไล่จับตอนน้องออกมาดีกว่า

ช่วงซัมเมอร์กะว่าจะไปหาเพื่อนที่ Raleigh ถ้ามีโอกาสได้ไปแถวนั้นจะแวะไปเยี่ยมน่ะค่ะ


โดย: น้อง (Nony_T ) วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:0:13:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Eruditio et Religio
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Dady-to-be
Friends' blogs
[Add Eruditio et Religio's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.