Group Blog
 
 
สิงหาคม 2548
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
10 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
+:+:+สามสิบจิ๊บจ๊อย+:+:+



" สามสิบจิ๊บจ๊อย " นิยายรักแกมขำขันยอดนิยมในทั่วโลก ที่นิตยสาร" คอสโมโพลิแทน " ยกย่องว่า อบอุ่น ร่าเริง และสนุกที่สุด เรื่องราวของ ดิ๊ก ไรอัน นาดีน ไคต์ เป็นเพื่อนสนิทกันมา ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ทั้งคู่ต่างเติบโตและผ่านพบความรัก มาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เจอคนที่ใช่เสียที จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อดิ๊กอายุครบ 30 แล้วตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่กับสาว 17 เขาจึงได้คิดว่าตนนั้นกำลังจะแก่ ส่วนนาดีนซึ่งอายุ 30 เช่นกันไม่เคยคบใครเกิน 2 เดือน เธอรู้แล้วว่าเป็นเพราะตนไม่เคยเห็นใครดีพอสักคน สองเพื่อนรักจึงตกลงกันว่า เอาล่ะ เราจะโตขึ้นแล้วปักหลักกับรักแท้ โดยดิ๊กกับนาดีนพนันกันว่าใครจะชนะก่อนในเกมรักนี้ แต่การแข่งขันยังไม่ทันถึงเส้นชัย เหตุการณ์ก็กลับตาลปัตร เมื่อความรักลัดวงจรขึ้น ความรู้สึกของคนทั้งสองเปลี่ยนไป๋ จนไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อน

3


“นี่” ดิ๊กมองนาดีน พูดแบบไม่อยากเชื่อ ตรงหน้ามีจานใหญ่ใส่เนื้อสัตว์และมันทอดน้ำมันเยิ้ม “ขอฉันพูดใหม่แบบตรงๆนะ เธอทิ้งแมกซ์เวลล์แค่เพราะเขาเลือกถ้วยผิดงั้นเหรอ”

“คือ ก็ใช่แหละ แต่มีเรื่องอื่นด้วย คือ เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าเขายังไม่ใช่สำหรับฉันน่ะ”

“ฉันชอบเขานะ…ถ้าเทียบกับคนอื่นที่เธอเคยคบด้วยช่วงสิบปีที่ผ่านมา”

“ใช่ แน่อยู่แล้ว ฉันก็เหมือนกัน ใครบ้างจะไม่ชอบ แต่บางทีเขาก็น่ารำคาญ ทั้งเรื่องการแต่งตัว เรื่องที่เขาเอาแต่พูดถึงแม่กับซีลีน ดิออน แล้วที่สำคัญสุดนะ คือเรื่องที่เขาแพ้ กระเทียม คนเราจะใช้ชีวิตอยู่ได้ยังไงถ้าขาดกระเทียมนะ หา แล้วบางครั้งเขาก็ทำตัวแบบแสนจะน่าสมเพช แสน…แสน…แสน…”

“แสนจะนิสัยดี?”

“ดีมาก แต่ก็แสน…”

“ใจดี ใจเย็น ใจกว้าง”

“ใช่ แต่ว่าแสน…แสน…”

“แสนจะรักเธอ”

“นี่” นาดีนเอามันแท่งชี้หน้าดิ๊ก “ท่าทางเวลาเขาถือมีดกับส้อมน่ะนะ อย่างกับจะใช้มันถักเสื้อไหมพรมยังงั้นแหละ ขอบอก นี่แค่หนึ่งในไม่กี่เรื่องนะที่ฉันทนไม่ได้”

“โอ พระเจ้า ดีน! เธอนี่โคตร เรื่องมาก ชะมัด!

“แหม ก็มันจริงนี่ แล้วฉันก็เป็นของฉันอย่างนี้ เจอทีไรโมโหทุกที แถมเขายังสะกดคำไม่ถูกอีกต่างหาก รู้ไหมว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือผู้ชายที่สะกดคำไม่ถูก เพราะมันจะทำให้ความโรแมนติกในการ์ดแล้วก็จดหมายรักทั้งหลายมลายไปสิ้น”

“เธอนี่เหลือเกินจริงๆ นาดีน ไคต์” ดิ๊กพูดพลางส่ายหัวช้าๆแบบประหลาดใจ “เหลือเกินที่สุด ถามจริงๆ เถอะ มาจากดาวดวงไหนเหรอ”

นาดีนมองดิ๊กแบบเคืองๆ รู้ดีว่าข้อแก้ตัวของตนฟังไม่ค่อยขึ้น “โอเค” เธอยอมแพ้ “ฉันยอมรับ ฉันอาจจะหัวสูง แล้วก็เป็นนังวัวเรื่องมาก เรียกร้องโน่นนี่สารพัด แต่ที่สำคัญที่สุดคือ แมกซ์เวลล์ยังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับฉัน ฉันไม่อยากคบกับเขาแล้ว ฉันมีข้อแก้ตัวมากมายที่จะไม่รักเขาตอบ แต่ฉันรู้ ฉันรู้ ว่าถ้าฉันเจอคนที่ใช่จริงๆ ฉันก็คงไม่แคร์หรอกว่าเขาสะกดคำถูกรึเปล่า หรือท่าทางการถือช้อนส้อมของเขาเป็นยังไง”

ดิ๊กหัวเราะแบบไม่ยอมเชื่อ

“เออ เอาเหอะ เชิญหัวเราะไปเถอะ แต่ฉันรู้ตัวก็แล้วกัน โอเค้”

ดิ๊กเอาขนมปังปิ้งจุ่มน้ำเกรวี่ในจาน ยิ้มให้นาดีน “ดีน” พูดพลางเอาขนมปังใส่ปาก “เธอก็รู้ใช่มั้ยว่าฉันรักเธอมาก เธอเป็นเพื่อนผู้หญิงที่ดีที่สุดของฉัน ฉันทำให้เธอได้ทุกอย่าง แต่เธอมันเป็นฝันร้าย เป็นฝันร้ายอย่างที่สุดของที่สุด…ถ้าเธอเป็นผู้ชายก็คงได้ชื่อว่าไอ้คนสารเลวไปแล้ว”

นาดีนทำเป็นอ้าปากค้างด้วยความโกรธ

“…แล้ววันหนึ่ง เธอก็จะถูกกรรมตามสนอง เธอจะต้องได้เจอคนประเภทที่ “เพอร์เฟ็กต์ทุกอย่าง” ต้องทนกับพฤติกรรมสุดช็อกบนโต๊ะอาหารของหมอนั่น ทนเสื้อผ้าเหวอๆ และจะต้องถูกหมอนั่นหมางเมิน ทำกับเธอเหมือนหมูเหมือนหมา แล้วสุดท้าย วันหนึ่งเขาก็จะบอกเธอว่า “นาดีน คุณเป็นผู้หญิงที่ดีมากนะ แต่ผมทนกางเกงสีม่วงที่คุณสวมเมื่อวันพฤหัสที่แล้วไม่ได้จริงๆ ไหนจะหูคุณที่ชอบกระดิกเวลาคุณหัวเราะอีก แล้วบอกตามตรงนะ ขนล่างสีส้มของคุณน่ะ ผมเห็นทีไรอยากอ้วกทุกที คงไม่ว่ากันนะ” จะบอกให้นะดีน นี่ฉันพูดด้วยความรักทั้งหมดที่ฉันมีต่อเธอเลยนะ แต่ฉันอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆจะแย่แล้ว”

นาดีนสูดหายใจเฮือก เอามือจับคอตัวเอง “แก ไอ้เพื่อนบ้า!”

“ตั้งแต่เธออายุยี่สิบสอง พอเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วรู้ตัวว่าจะไม่ได้เจอฟิลอีก เธอก็ออกไปเที่ยวกับผู้ชายทุกคนที่โง่มาชวนเธอ ทำเหมือนกับสามปีที่คบกับไอ้เพี้ยนนั่นยังไม่พอ เธอไม่เคยหยุดถามตัวเองเลยซักครั้งว่า อยาก คบกับพวกนี้แน่เหรอ พวกเขาเหมาะกับเธอมั้ย หรือว่าเธอชอบเขาบ้างรึเปล่า มีโอกาสที่จะไปกันรอดแค่ไหน เธอแค่ใช้ผู้ชายเป็นเครื่องสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง ใช้เวลาสองสามอาทิตย์ทำทุกอย่างให้พวกนั้นตกหลุมรักเธอ แล้วพอเขารักเธอ เธอก็จะใช้เวลาอีกสองสามเดือนรวมรวบข้อเสียและพฤติกรรมน่ารำคาญของเขา ที่จะช่วยให้การทิ้งผู้ชายน่าสงสารพวกนั้นเป็นเรื่องสมเหตุสมผล”

“ฉันเปล่านะ!”

“เธอนั่นแหละทำ ผู้ชายทุกคนที่ชวน ไม่ว่าจะผอม อ้วน หนุ่ม แก่ รวย จน หรือน่าเกลียด ขอแค่เดินเข้ามาชวนเธอ เคยสงสัยบ้างมั้ยว่าทำไมมันถึงพังครืนทุกครั้ง เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมเธอถึงต้องใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งของตัวเองไปกับการทิ้งคนพวกนี้ สงสัยมั้ยว่าทำไมเธอถึงไม่เจอคนที่ใช่ซะที”

“ฉันไม่ได้ออกไปกับทุกคนที่มาชวนซะหน่อย”

“โอเค งั้นลองบอกชื่อผู้ชายที่เธอปฏิเสธมาซักคนซิ คนเดียวก็พอ”

นาดีนคิดอยู่พักก่อนจะยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ “ขอคิดก่อนนะ อ้อ ใช่ คิดออกแล้ว มีอยู่คน เธอไง!” เธอยิ้มเยาะเย้ย “เป็นไงละ! เธอ แหละที่ถูกฉันปฏิเสธ”

ดิ๊กส่ายหัว “ไม่ๆๆ อันนั้นไม่นับสิ นั่นมันตอนเด็กๆ ฉันพูดถึงตอนที่จบมหาวิทยาลัยแล้ว หลังจากมีเรื่องฟิลน่ะ”

นาดีนเงียบไประหว่างที่พยายามฟื้นความทรงจำสุดชีวิต หน้าตายู่ยี่แบบคนใช้สมาธิ “แหม” เธอพูด “ใช่ว่ามีคนชวนฉันทุกวันเมื่อไหร่ พอมีคนมาชวน ก็ต้องคว้าโอกาสไว้สิ”

“โอ๊ย ขอร้อง! เธอไม่เคยเป็นโสดเกินหนึ่งอาทิตย์เลยนะตลอดสิบปีน่ะ แล้วก็ไม่เคยเดตกับใครนานเกินสองสามเดือนด้วย คิดเอาเองแล้วกัน”

“อ้อ นั่นสินะ” นาดีนยิ้มย่องแบบสะใจ “ใช่สิ ใช่เลย! ฉันลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังคุยอยู่กับผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระดับโลก ลืมไปว่าเธอน่ะคือผู้ชายที่โดนหักอกตอนอายุสิบแปดแล้วก็ไม่ยอมเปิดใจให้ใครอีก ลืมไปว่าว่ากำลังคุยอยู่กับผู้ชายที่ไม่รู้กระทั่งนามสกุลของผู้หญิงหกคนล่าสุดที่ตัวเองนอนด้วย ผู้ชายที่คิดว่าการค้างคืนคือการสร้างพันธะ คิดว่าการเดตคือลูกพรุนแบบไม่มีเมล็ด แล้วก็เป็นผู้ชายที่ ตื่นมาบนเตียงตอนเช้าวันนี้พร้อมกับเด็กผู้หญิงอายุสิบเจ็ด!”

ชายชราคนหนึ่งซึ่งกำลังจำใจกินเนื้อที่อบสุกเกินไปพร้อมกับน้ำเกรวี่ข้นหนืดอย่างช้าๆ ตั้งแต่ตอนที่ทั้งคู่เพิ่งมาถึงร้าน ถึงกับมองดิ๊กด้วยแววตาชื่นชมอย่างที่สุด หนุ่มสาวคู่หนึ่งที่อยู่ตรงโต๊ะหัวมุมก็เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์แล้วเลิกคิ้ว จากนั้นก็ค่อยๆหันมามองชายโรคจิตคลั่งเด็กที่นั่งหัวโด่อยู่ ดิ๊กหน้าแดงแป๊ด

“ก็ใช่” ดิ๊กกระซิบ “แต่อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้หลอกล่อใครแล้วกัน อย่างน้อยผู้หญิงพวกนั้นก็รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง ฉันไม่เคยให้ความหวังลมๆแล้งๆกับใคร อีกอย่างนะ เด็กผู้หญิงพวกนั้นอายุน้อยนิดเดียว พวกเธอไม่ได้ อยาก จะจริงจังอะไรอยู่แล้ว ไม่เหมือนผู้หญิงแบบเธอ”

“แบบเธอน่ะ แบบไหนไม่ทราบ”

“ก็เธอไง” ดิ๊กพูดพร้อมกับชี้มาที่นาดีน “แม่ผู้หญิงอายุสามสิบกว่า”

นาดีนเลิกคิ้วสูง “โอ๊ะ” เธอแว้ด “อย่าหาเรื่องดีกว่า ฉันยังเมาค้างไม่หาย เถียงเรื่องนี้ไม่ไหวหรอก อีกอย่าง ฉันไม่ได้อายุสามสิบกว่าย่ะ ฉันอายุสามสิบพอดี”

“แล้วมันต่างกันยังไง”

“ก็ สามสิบน่ะก็เหมือนช่วงสุดท้ายของอายุยี่สิบน่ะสิ ฉันไม่คิดว่าเธอน่ะอายุ สามสิบกว่า หรอกนะ จนกว่าเธอจะอายุสามสิบเอ็ดซะก่อน แต่ที่ฉันจะพูดก็คือเธอน่ะไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาแนะนำฉันว่าฉันควรจะใช้ชีวิตรักยังไง เธอเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันรู้จัก แล้ววันหนึ่งก็จะเป็นสามีที่วิเศษของใครซักคน แต่ตอนนี้คนอย่างเธอน่ะ สมควรมีป้ายเตือนว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพแปะไว้”

“โอเคๆ” ดิ๊กถอนใจพร้อมกับยิ้ม “สรุปว่าเราแย่พอกัน เธอทิ้งผู้ชายที่ดีพร้อมทุกอย่างเพราะว่าเขาเลือกถ้วยผิด ส่วนฉันก็เป็นเจอร์รี่ ลี ลูอิสแห่งเคนติชทาวน์…ยอมรับเถอะ เราสองคนไม่เอาไหนจริงๆ”

“โอย พระเจ้า ดิ๊ก ดูเราสิ เราสองคนอายุสามสิบแล้วนะ แก่เกินไป ที่จะทำตัวไม่เอาไหนแล้ว เราควรจะเลิกทำตัวไม่เอาไหนได้แล้ว ได้เวลาทำอะไรซักอย่างแล้ว แม่ฉันมีลูกสองคนแล้วนะตอนอายุเท่าฉัน แต่ฉันเหรอ ฉันยัง เป็น เด็กอยู่เลย นาฬิกาชีวภาพของฉันละ ดิ๊ก อยู่ไหนก็ไม่รู้ หรือว่าฉันไม่มีกับเขา ถ้าฉันมีฉันอาจจะเลือกคบผู้ชายมากกว่านี้ก็ได้ เพราะฉันคงจะเลือกชุดพันธุกรรมดีๆได้เองด้วยสัญชาติญาณ อย่างพวกที่มีอาชีพล่าสัตว์หรือเกษตรกร พวกบริจาคสเปิร์ม แทนที่จะทำเพื่อเติมความมั่นใจชั่วครั้งชั่วคราว”

“แล้วฉันก็คงเลือกผู้หญิงสะโพกผายที่เอื้อต่อการมีลูก แทนการไล่ตามกะเทยอกแบนที่ชอบเจาะอวัยวะ”

“สิบปีที่ผ่านมาเรามัวทำอะไรอยู่เหรอ ดิ๊ก ฉันก็ไม่ใช่พวกที่เพ้อฝันถึงรักนิรันดร์ซะหน่อย ทำไมเรายังย่ำอยู่กับที่ละ ทั้งฉันทั้งเธอต่างก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบยั่งยืนเลย คนอื่นเขาใช้เวลาช่วงอายุยี่สิบกว่าเรียนเรื่องรักและความสัมพันธ์ แต่ฉันกับเธอกลับวนเวียนอยู่ทีเดิม ไม่ได้เรียนรู้อะไรเหมือนคนอื่นเขา น่าสมเพชชะมัด เราน่าจะทำอย่างนี้นะ ดิ๊ก น่าจะ ทำเหมือน เรากำลังมองหาคนที่เราอยากมีลูกด้วย ถึงแม้ความจริงจะไม่อยากก็ตาม ถ้าทำแบบนั้นเราอาจจะเลือกได้ฉลาดมากขึ้น”

“แต่ฉันไม่ชอบผู้หญิงสะโพกผายนี่”

“โอ๊ย ดิ๊ก อย่างี่เง่าไปหน่อยเลย ผู้หญิงน่ะไม่จำเป็นต้องมีสะโพกผายถึงจะมีลูกได้หรอกนะ ดูอย่างพาเมล่า แอนเดอร์สันสิ ลูกสองเข้าไปแล้ว ทั้งที่ดูแล้วไม่น่าจะคลอดอะไรได้เลยแม้แต่เข็มหมุด มันเป็นเรื่องของความเชื่อ แล้วก็ทัศนคติมากกว่า ฉันว่าเราน่าจะลองนะ นี่ไง มองไปรอบๆสิ เห็นผู้หญิงคนนั้นมั้ย” นาดีนชี้หญิงสาวน่ารักวัยยี่สิบปลายๆที่กำลังนั่งอยู่คนเดียวกับแซวด์วิชเบคอน “หน้าตาดีเชียว ผมสวย ผอมบาง น่าจะยังเป็นโสด ฉันเชื่อว่าถ้าเธอชวนเขาไปเที่ยวละก็ เขาต้องตอบรับแน่”

“ใช่ แต่ทำไมละ ทำไมเขายังโสด ถ้าเขาดีพร้อมทำไมถึงหาคนมานั่งกินแซนด์วิชเบคอนด้วยไม่ได้ละ”

“พระเจ้า จะได้รู้ได้ไงเล่า เขาอาจจะเพิ่งเลิกกับแฟนก็ได้ อาจจะเพิ่งทิ้งผู้ชายข้อหาใส่น้ำตาลในชามากไป อาจจะนิสัยแย่พอกับเราก็ได้”

มีเด็กผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามาในร้อน หญิงสาวเจ้าของแซนด์วิชเบคอนยิ้มทันที สองสาวทักทายกันอย่างอบอุ่นด้วยการจูบปาก นาดีนยังเห็นอีกว่าพวกเธอเอาขาเกี่ยวกันใต้โต๊ะ

“…หรือไม่งั้นก็อาจเป็นเลสเบี้ยน แต่นั่นไม่สำคัญหรอก ประเด็นคือ เราอายุสามสิบแล้ว สุขภาพก็แข็งแรงดี มีทั้งบ้าน รถ งานและความมั่นคง แถมยังเป็นคนดีอย่างเหลือเชื่อ แต่วันหนึ่งเราจะต้องตื่นมาเจอว่าเราไม่มีใคร ขณะที่เพื่อนๆต่างมีบ้านรถเลอะเทอะหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยหลานๆและเด็กหนุ่มสาว มีกิจกรรมเสียงดังเอะอะ ได้จัดงานแต่งงาน ได้ไปงานรับปริญญา ได้คุยกันเรื่องความสำเร็จของลูกหลาน ได้ส่งลูกไปดูโลกกว้าง แต่เราสองคนต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ในแฟลตที่เล็กเหมือนรูหนู ฉันก็อยู่กับกองนิตยสารมันวาวเก่าเก็บนานห้าสิบปี โดยไม่มีอะไรในหัวเลยนอกจากเรื่องราวสมัยสาวๆ แบบนั้นมันไม่ถูกต้อง ฉันไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ทางเดียวที่เราจะเลี่ยงเหตุการณ์เหล่านี้ได้คือ เราต้องลงมือทำอะไรซักอย่าง เดี๋ยวนี้”

ดิ๊กซึ่งนั่งพยักหน้าตลอดการฟังยื่นมือออกมาให้นาดีน “เห็นด้วย” เขาพูด “ฉันว่าเรามาตกลงกันอย่างเป็นทางการดีกว่า ฉันจะเริ่มมองหาผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น แล้วเธอก็ต้องมองหาผู้ชายที่สามารถสอบผ่านมาตรฐานของเธอ”

“แล้วคนที่ได้เจอผู้ชายหรือผู้หญิงดีๆก่อนก็จะได้…ได้…” นาดีนรีบคำนวณ ว่าโอกาสที่ดิ๊กจะได้รูจักผู้หญิง “ที่แท้จริง” มีแค่ไหน ต่อให้เธอผู้นั้นเอากระเป๋าถือตบผัวะเข้าให้ก็เถอะ เธอยิ้มแล้วยื่นมือออกมา “เงินร้อยพันปอนด์”

ดิ๊กเลิกคิ้วไปติดไรผม แต่ก็จับมือนาดีนเขย่าอย่างแรง “ได้” เขาพูด “โอเค คนที่ได้เดตคนดีๆก่อนจะได้เงินหนึ่งร้อยปอนด์”

“ซึ่งก็แปลว่าเธอต้องเจอผู้หญิงอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบหก ส่วนฉันก็ต้องเจอผู้ชายที่ฉัน ชอบ จริงๆ โอเค้”

“โอเค!”

ทั้งสองคนเขย่ามือกัน แล้วยิ้มให้กัน ต่างคนต่างแน่ใจว่าเงินพนันครั้งนี้คงไม่มีวันหลุดลอยจากกระเป๋าตนแน่




Create Date : 10 สิงหาคม 2548
Last Update : 2 ธันวาคม 2548 19:01:10 น. 7 comments
Counter : 252 Pageviews.

 
มาเยี่ยมเยือนค่ะ


โดย: Mutation วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:18:49:56 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ


โดย: ลูกโป่งลอยฟ้า_ชิงช้าสวรรค์ วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:19:40:30 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 10 สิงหาคม 2548 เวลา:22:55:09 น.  

 
มาตามลิงค์ค่ะ...

แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะสนุกรึเปล่านะ..

ถ้าเป็นแนวบริดเจ็ทเล่มแรกนี่เราชอบมากเลยนะ แต่ว่าเราถ้าเป็นคล้าย come together นี่ไม่ค่อยชอบอ่ะ เด๋วต้องลองไปดูเล่มจริง อิอิ

ปล.ขอบคุณความขยันเจ้าของบล็อกนะ อุตส่าห์ทำมาให้อ่านจ้า


โดย: ฉันเอาแต่ใจ IP: 61.91.245.22 วันที่: 30 กันยายน 2548 เวลา:16:49:21 น.  

 


ชอบจ้า


โดย: เปกแดง IP: 202.142.218.215 วันที่: 30 กันยายน 2548 เวลา:22:53:45 น.  

 
สนใจเครื่องสำอางค์แบรนด์เนมขนาดทดลองราคาเริ่มที่ 100 บาท แวะมาชมสินค้าได้ที่
www.shop2thai.com/soraholic
หรือคุยออนไลน์ ที่ MSN :
soraholic2005@hotmail.com


โดย: soraholic IP: 221.128.96.42 วันที่: 4 ตุลาคม 2548 เวลา:4:17:22 น.  

 
อ่านจบแล้วล่ะ รวมทั้งเรื่องA friend of the familyด้วย
ชอบมากเลย


อยากได้ลายเซ็นคนแปลจัง ทำไงดี


โดย: Jewell IP: 202.44.231.8 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:09:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

มณฑารัตน์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Lost in Translation

Friends' blogs
[Add มณฑารัตน์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.