อรรถกถา ๓ : เสรีววาณิชชาดก ว่าด้วยเสรีววาณิช

พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อประทับอยู่ในพระนครสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้ละความเพียรรูปหนึ่ง (ต้นเรื่องเหมือนในอรรถกถา วัณณุปถชาดก) ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอบวชในศาสนาแล้ว หากละความเพียรเสีย จักเศร้าโศกตลอดกาลนาน เหมือนเสรีววาณิชผู้เสื่อมจากถาดทองฉะนั้น

ภิกษุทั้งหลายทูลอ้อนวอนพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อทรงแสดงเรื่องนั้นให้แจ่มแจ้ง

ในอดีตกาล  ในกัปที่ ๕ ถอยไปจากภัทรกัปนี้ พระโพธิสัตว์เป็นพ่อค้าเร่ ชื่อเสรีวะ ในแคว้นเสริวรัฐ ยังมีพ่อค้าอีกคน ชื่อเสรีวะเช่นเดียวกัน เป็นพ่อค้าผู้โลเล ทั้งสองเข้าไปขายสินค้าในเมืองอริฏฐปุระ

มียายหลานคู่หนึ่งอาศัยอยู่ในตระกูลเศรษฐีเก่าแก่ ทั้งสองทำงานรับจ้างเลี้ยงชีวิต ในเรือนของทั้งคู่ มีถาดทองของมหาเศรษฐีปะปนไปกับภาชนะอื่นๆ แต่ด้วยเหตุที่ไม่ได้ใช้มานานจนเขม่าจับ ทั้งสองจึงไม่รู้ว่าถาดนั้นเป็นถาดทองมีค่า พ่อค้าโลเลเที่ยวร้องขายเครื่องประดับ เดินไปหยุดที่หน้าประตูบ้านนั้นพอดี

หลานยายเห็นพ่อค้าแล้วจึงกล่าวกับยายว่า ยาย ยายซื้อเครื่องประดับให้หนูหน่อย
ยายกล่าวว่า หนูเอ๋ย เราเป็นคนจน จะเอาอะไรไปซื้อ
หลานยายกล่าวว่า ยาย พวกเรามีถาดใบนั้นอยู่ ใช้อะไรก็ไม่ได้ เอาไปแลกกับเครื่องประดับเถอะ
ยายจึงเรียกพ่อค้า แล้วหยิบถาดใบนั้นให้ กล่าวว่า นาย ขอแลกถาดใบนี้กับเครื่องประดับสักชิ้นให้หลานเราเถอะ

พ่อค้าโลเล เอามือจับถาด รู้ว่านี่เป็นถาดทอง พอลองเอาเข็มขีดด้านหลังถาดดูแล้ว แน่ใจว่าไม่ผิดแน่ จึงแสร้งทำกริยาว่า ถาดนี้ไม่มีราคา กล่าวว่า ถาดใบนี้แม้กึ่งมาสกยังไม่ถึง แล้วโยนถาดลงพื้นเดินไป

ฝ่ายพระโพธิสัตว์เดินมาจากถึงหน้าบ้านของยายหลานคู่นี้ หลานยายก็รบเร้าแบบเดียวกัน

ยายบอกกับหลานว่า หลานเอ๋ย พ่อค้าคนก่อนบอกว่าถาดใบนี้ไม่มีราคา เราจะมีอะไรไปแลกกับเครื่องประดับ

หลานบอกว่า ยาย พ่อค้าคนนั้นพูดจาหยาบคาย ส่วนพ่อค้าคนนี้น่ารัก คงจะรับถาดไป

ยายกล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นเรียกเขามา หลานจึงเข้าไปเรียก

ยายหลานส่งถาดทองเปื้อนฝุ่นให้ พระโพธิสัตว์ตรวจดูแล้วรู้ว่า ถาดนี้เป็นถาดทอง จึงกล่าวว่า ยาย ถาดใบนี้ราคาตั้งแสน สินค้าของเรามีค่าไม่พอแลก

ยายหลานกล่าวว่า เจ้านายพ่อค้าคนนั้นบอกว่าถาดนี้ราคาไม่ได้แม้กึ่งมาสก เหวี่ยงถาดลงพื้น แต่ถาดใบนี้อยู่ๆ จะเกิดเป็นถาดทอง เพราะบุญของท่าน ก็รับเอาถาดทองนี้ไปเถิด แล้วให้อะไรกับเรามาก็ได้

พระโพธิสัตว์ให้เงินและสินค้ายายหลานไปอย่างละ ๕๐๐ กหาปณะ โดยแลกกับตาชั่ง ถุง ถาดทอง และเงินเพียง ๘ กหาปณะ แล้วเดินไป

พระโพธิสัตว์มาถึงท่าเรือ ให้เงินค่าจ้างนายเรือ ๘ กหาปณะ ฝ่ายพ่อค้าโลเลกลับไปที่บ้านยายหลานอีกครั้ง บอกว่า ท่านจงเอาถาดใบนั้นมา เราจะให้แลกกับของบางอย่าง

ยายบริภาษพ่อค้าโลเลคนนั้น กล่าวว่า ถาดทองราคาเป็นแสน ท่านให้แค่กึ่งมาสก พ่อค้าคนนั้นให้ตั้งพัน เราให้ถาดทองแก่เขาไปแล้ว พ่อค้าพาลได้ฟังแล้วคิดว่า เราเสียถาดทองราคาเป็นแสนไปแล้ว พ่อค้าคนนั้นเป็นคนผิด เกิดความเศร้าโศก ดำรงสติไม่อยู่จึงสลบไป

เมื่อพ่อค้าฟื้นขึ้นมาได้โปรยเงินในมือ ทิ้งของไว้หน้าประตูเรือน แล้วถือคันชั่งในมือทำเป็นค้อน เดนตามรอยเท่าพระโพธิสัตว์ไปจนถึงฝั่งแม่น้ำ เห็นพระโพธิสัตว์ออกเรือไปแล้วกล่าวว่า นายเรือ กลับมานี่ พระโพธิสัตว์ห้ามนายเรือไว้พ่อค้าพาลเห็นเช่นนั้นแล้ว เกิดความเศร้าโศก บีบคั้นหัวใจเลือดพุ่งออกจากปาก ผูกอาฆาตพระโพธิสัตว์ไว้ ก่อนเสียชีวิตลงที่นั้นเอง

และนี่เป็นชาติแรกที่พระเทวทัตผูกอาฆาตพระโพธิสัตว์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสพระธรรมเทศนาแล้วตรัสพระคาถาว่า ถ้าท่านพลาดโสดาปัตติมรรค คือความแน่นอนแห่งพระสัทธรรมในศาสนานี้ ท่านจะต้องเดือดร้อนใจในภายหลัง สิ้นกาลนาน เหมือนวาณิชชื่อ เสรีวะ ผู้นี้ ฉะนั้น

แล้วพระองค์ก็ทรงประกาศสัจจะ ๔ เมื่อจบสัจจะแล้ว ภิกษุผู้ละความเพียรก็บรรลุพระอรหันต์

จากนั้นทรงประชุมชาดก :

พ่อค้าพาลในครั้งนั้น ได้เป็นพระเทวทัต ในบัดนี้

พ่อค้าบัณฑิตในครั้งนั้น ได้เป็นเราเอง.




Create Date : 01 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2555 12:19:37 น. 0 comments
Counter : 536 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ZenSoki
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
1 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ZenSoki's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.