Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
10 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
เขียนอย่างไรให้น่าอ่าน

คือว่าตอนนี้สิ่งที่อยากทำที่สุดคือการเขียน แต่พอลองทำมาแล้วก็พบว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆ (จริงๆนะ) แต่สำหรับคนที่อยากเขียนเราก็มีวิธีมาให้ ยกเครดิตทั้งหมดให้กับ


//www.forwriter.com

วิธีเรียนการเขียนด้วยตนเอง

๑. อ่าน อ่านมาก ๆ ทั้งในแนวที่ต้องการเขียนและนอกแนวที่จะเขียน อ่านทั้งนวนิยายของคนอื่นเขียนด้วยไม่ต้องกังวลหรอกว่าอ่านนวนิยาย
คนอื่นแล้ว มันจะมีอิทธิพลต่องานเขียนของคุณ คนเราชอบเหมือนกันได้
ตราบใดที่คุณไม่ไปลอกแบบเขาทุกประการ

๒. รู้จักฟัง จดบันทึก

๓. เขียน เขียนมาก ๆ เขียนทุกวัน เขียนอะไรก็ได้ที่คุณอยากเขียน
เขียนลงไป

๔. เข้ากลุ่ม หากลุ่ม หรือสร้างกลุ่มคนคอเดียวกันขึ้นมาเพื่อแลกเปลี่ยน
ความเห็นและวิจารณ์งานเขียนของตน

๕. เรียนรู้เพิ่มเติม วิธีเขียนนวนิยายจากการเปิดสอน หรือหนังสือคู่มือ
หรือเข้าไปเป็นสมาชิกชมรมการเขียนสักแห่ง ห้องสร้างนักเขียนที่นี่ก็ได้




๒. การสร้างกลุ่มเพื่อวิจารณ์
การเข้ากลุ่มหรือสร้างกลุ่มขึ้นมา ไม่จำเป็นจะต้องแสวงหาคนที่เก่งหรือมีพรสวรรค ์
หรือ ประสพความสำเร็จมาก มาอยู่ในกลุ่มคุณอาจจะเป็นกลุ่มคนที่เริ่มเขียนเหมือนกันก็ได้
้ มีการนัดพบสักเดือนละครั้งหรือสอง เพื่ออ่านงานเขียนของแต่ละคนแล้วช่วยกันเสนอแนะออกความเห็น หรือวิพากษ์วิจารณ์งานเขียนของแต่ละคน การจัดกลุ่มอย่างนี้เป็นเรื่องควรทำสำหรับนักเขียนใหม่ จำนวนสมาชิกในกลุ่มขอเสนอแนะว่า ไม่ควรเกิน ๕ คน ( หากเป็นการสร้างกลุ่มทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งไม่รู้จักกันหน้าค่าตากัน เพื่อความปลอดภัย ควรใช้วิธีส่งงานเขียนของตัวเองให้

เพื่อนสมาชิกแล้วนัดเวลาเข้า Chat กันจะปลอดภัยกว่า )

ข้อเสนอแนะในการวิจารณ์งานเขียน
๑. ต้องจริงใจและซื่อสัตย์ อย่าโกหกให้พูดไปตามความเป็นจริง หากงานของเพื่อน
ไม่มีพล็อตเพียงพอ หรือตัวละครยังต้องเสริมบุคลิกให้มากขึ้นอีก ก็บอกเขาตรง ๆ เพราะมีแต่คนในกลุ่มเท่านั้นจะมีเวลาบอกกันได้



๒. อย่าเป็นคนหน้าบาง ในการเข้ากลุ่มวิจารณ์ครั้งแรกอาจเป็นเรื่องยากสำหรับคุณ หากมีการวิพากษ์วิจารณ์ที่หนักหน่วงหรือไม่เห็นด้วยในงานเขียนของคุณ มันไม่ได้หมายความ
เขาไม่ชอบคุณ คุณเลวมาก คุณต้องแยกงานเขียนของคุณกับตัวคุณออกจากกันให้ได
้ อย่าใช้อารมณ์โต้ตอบกัน หรือเป็นคนขี้ใจน้อย ให้ด้าน ๆ หน่อย หากคำวิจารณ์ในตอนนั้น
คุณรับไม่ได้ ก็ให้ปล่อยไปซะ แล้วค่อยเก็บมันมาคิดทีหลัง



๓. พิจารณาคำแนะนำเหล่านั้นให้ละเอียดถี่ถ้วน ไม่จำเป็นว่าทุกคำแนะนำของกลุ่มจะใช้ได้ในงานเขียนของคุณและก็ไม่จำเป็นที่คุณจะต้อง
ทำตามคำแนะนำจากเพื่อนทุกอย่าง เก็บขอแนะนำไปไว้พิจารณาในเรื่องต่อไปของคุณก็ได้ หากคุณไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงมันในเรื่องนี้



๔. จงมีความกรุณาในหัวใจ เรื่องนี้สำคัญมาก การซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาไม่โกหก ไม่ได้หมายความคุณจะหยาบคายได้ จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนกันที่คุณอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อคุณ อย่าลืมว่าพวกคุณต่างเป็นผู้เริ่มเรื่องที่เขียนของพวกคุณ ก็ยังเป็นเพียงเด็กทารก มันยังไม่จบ มันยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ จงเลือกใช้คำวิจารณ์อย่างระมัดระวัง เหมือนกับที่คุณต้องการให้คนอื่นทำกับงานเขียนของคุณเช่นนั้นเหมือนกัน



๕. จงสนับสนุนให้กำลังใจซึ่งกันและกัน นี่คือสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดอย่างหนึ่งของการมีกลุ่ม การมีกลุ่มที่เข้าใจว่า พวกคุณเองต่างพยายามทำดีที่สุด เพื่อจะให้เรื่องของพวกคุณได้รับการตีพิมพ์ จงสนับสนุนและให้กำลังใจกันเมื่อต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธ หรือต้องตกอยู่ในภาวะชะงักงันหรือเขียนไม่ออก



๖. จงเป็นมิตร การรู้จักซึ่งกันและกัน และกลายเป็นเพื่อนกัน เป็นสิ่งวิเศษสุด คุณไม่รู้หรอกว่า ธุรกิจในเรื่องนี้มันต้องแข่งขันกันแค่ไหน การมีเพื่อนก็เหมือนกับเราลดคู่แข่งลงไป



๗. ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อแต่ละคนส่งงานไปให้สมาชิกในกลุ่มอ่าน ทุกคนต่างอยากรู้ และรอคอยเสียงสะท้อนกลับมาทั้งนั้น จงทำการบ้านของคุณให้ดีและเหมาะสม เตรียมตัวจริง ๆ ในการอ่านงานของเพื่อนสมาชิก คุณเองก็ต้องคำวิจารณ์ที่มาพร้อมกับความตั้งใจจริง ๆ ไม่ใช่เหรอ



วิธีวิจารณ์ให้พิจารณาถึงหัวข้อต่อไปนี้
การสร้างตัวละคร ตัวละครเหมือนจริงมีอารมณ์ลึกซึ้งไหม? เปลี่ยนแปลงไหม? แรงจูงใจเขาสมเหตุผลหรือเปล่า เขาดูเป็นคนดีจริง ๆ หรือร้ายจริง ๆ ไหม ? การกระทำของเขาสมเหตุสมผลไหม? เกี่ยวกับตัวละครนี้คุณสามารถเลือกวิจารณ์ได้หลายอย่าง

บทสนทนา สมจริงไหม? คนอ่านจินตนาการได้ไหมว่ามีตัวละครกำลังพูดกันอยู่

ฉากสถานที่และเวลา รายละเอียดต่าง ๆ ขอฉากสถานที่และเวลา ได้ให้เพียงพอที่จะให้คนอ่านเห็นภาพสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบกายตัวละครไหม? หากคุณต้องการบอกว่ามันดูโอ่อ่า เขียนอะไรลงไปให้คนอ่านเห็นถึงความโอ่อ่าของมันแล้วหรือยัง หรือเพียงแต่บอกเฉย ๆ

คนเล่าเรื่อง หรือมุมมอง เลือกใช้ได้เหมาะสม และคงที่ หรือกลับไปกลับมาอยู่เสมอ

การพัฒนาเรื่อง ทุกอย่างได้เคลื่อนอย่างสมเหตุสมผลไหม? คนอ่านจะงงไหม? ที่จู่ ๆ ก็เกิดอะไรขึ้นในเรื่อง มาแบบไม่มีที่ไปที่มา เรื่องราวสับสนอลวนแบบมั่ว ๆ หรือเปล่า ?

การดำเนินเรื่อง เป็นไปแบบเนิบนาบเชื่องช้า กว่าคนอ่านจะเอาตัวเข้าไปอยู่ในเรื่องได้ก็ตั้งนานหรือเปล่า บทจะดำเนินเรื่องเร็ว ๆ ก็หลุดลืมตรงไหนไหม?

ภาษาสำนวนที่ใช้ มันเยิ่นเย่อ วกไปเวียนมา ซ้ำซาก หรือเปล่า




Create Date : 10 มิถุนายน 2550
Last Update : 10 มิถุนายน 2550 11:35:45 น. 5 comments
Counter : 218 Pageviews.

 
goodpeople มาเยี่ยมยามกลางวันจ้า

ได้ความรู้กลับไปเลยเรา



โดย: goodpeople วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:11:50:49 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ


โดย: oreocream วันที่: 10 มิถุนายน 2550 เวลา:18:08:55 น.  

 
ขอบคุณความรู้ดีๆ ค่ะ


โดย: เสลาสีม่วง วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:9:53:46 น.  

 
ง่า มีคนมาอ่านด้วย ไว้เราจะมาแปะเพิ่มให้อีกสำหรับคนที่สนใจ


โดย: bmyvalentine วันที่: 12 มิถุนายน 2550 เวลา:22:03:13 น.  

 
ตามมาเก็บความรู้ค่ะ



โดย: mom_nongda วันที่: 28 มิถุนายน 2550 เวลา:16:20:16 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

bmyvalentine
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




✿⊹⊱เป็นคนช่างฝัน...แต่ฝันอย่างเดียวไม่ได้ต้องลงมือทำด้วย เพื่อทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมา✿⊹⊱....แด่คนช่างฝัน(ก็แล้วแต่อ่ะน่ะว่าจะฝันอะไร)✿⊹⊱
: Users Online
Friends' blogs
[Add bmyvalentine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.