PooH : Keep Moving Forward!!
Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
6 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
ออกเดินทางไปเป็นนักเรียนทุน(รัสเซีย) ตอนที่1

สวัสดีทุกคนที่ได้รับอีเมลฉบับนี้
ภูเอง วันนี้ค่อนข้างว่างเลยเขียนเมลมาเล่าความเป็นอยู่ที่รัสเซีย พร้อมรูปถ่าย เนื่องจากออนMSNบ่อยไม่ได้ ค่าเล่นแพงมากๆ คิดค่าชม.แล้วยังคิดเป็นเมกกะไบต์อีก ตอนนี้ก็สบายตามอัตถภาพ ไม่สบายเท่าที่ไทยแต่ก็พออยู่ได้ มีความสุขดี เรียนไปได้เกือบเดือนแล้ว พูดฟังเขียนก็พอได้นิดหน่อย แต่ก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี ช่วงนี้เวลาที่รัสเซียห่างจากไทย ๔ ชั่วโมง มาเริ่มเรื่องเลยดีกว่า
เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๐ นั่งเครื่องบินการบินไทยบินตรงจากกรุงเทพฯสู่มอสโคว เพื่อนๆพ่อแม่พี่น้อง ญาติมิตรมาส่งกันล้นสนามบินเลย ปลื้มใจมากๆ เครื่องขึ้นช้าไปเกือบๆครึ่งชั่วโมง ก็ตื่นเต้นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ขึ้นเครื่องบิน ที่จริงต้องนั่งกับกวางแต่แป้งไปคุยอะไรกับสจ๊วตไม่รู้เลยนั่งกับแป้ง ริมหน้าต่าง

ถ่ายตอนเครื่องขึ้นโดยกวาง


นั่งๆดูทีวี ฟังเพลง นอน ประมาณ ๑๐ ชั่วโมง เครื่องก็ลงที่สนามบินโดโมดิโดโว่ เขียนงี้มั้งจำไม่ได้ ที่มอสโควลงมาก็วิ่งหน้าตั้งเลย เพราะรุ่นพี่บอกว่าตรวจคนเข้าเมืองมันช้ามากๆ และก็ช้าจริงๆ กว่าจะออกไปได้เป็นชั่วโมง มันไม่ได้ตรวจอะไรมากหรอก แต่ทำอะไรกันชักช้าและนานมาก ตอนนั้นปวดฉี่ด้วยกลั้นแทบไม่อยู่ เสร็จแล้วก็ออกไปเอากระเป๋ากัน แล้วเดินออกไป นึกในใจไม่รู้ว่าจะมีคนมารับที่สนามบินรึเปล่า เดินออกไปได้นิดนึงเจอผู้ชายฝรั่งหัวทองๆชูป้าย ชื่อทั้งสี่คน มี เรา กวาง แตงกวา แป้ง ก็เข้าไปหา เขาก็ถามมาจากประเทศไทยรึเปล่า ก็ใช่ๆ แล้วก็เดินตามเขาไป เขาก็บอกคนที่ไปรัสตอฟให้จ่ายค่ามารับกับค่าเดินทาง ๒๐๐ ดอลล่าร์ คนที่ไปโวโรเนซ ๑๕๐ ดอลล่าร์ (เรากับกวางไปรัสตอฟ Rostov state medical university ส่วนแป้งกับแตงกวาเพิ่งรู้ว่าได้ไปโวโรเนซจากฝรั่งเนี่ยแหละ ไป Voronezh state university แป้งเรียนภาษาศาสตร์ แตงกวาเรียนนิติศาสตร์) อะไรว้าก็ในเว็บบอกไม่เกิน ๑๕๐ ดอลล่าร์นี่หว่า แต่ช่างมันยังไม่รู้ภาษาคุยกับใครไม่รู้เรื่อง จริงๆค่ารถไฟที่เราจะไปกัน ประมาณไม่ถึงร้อยดอลล่าร์เลย แล้วก็พาไปแลกเงินจากดอลเป็นรูเบิ้ล ตอนนั้นอยากโทรหาที่บ้านมาก เพราะรู้ว่าคนทางนั้นเป็นห่วง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไอ้นั้นบอกค่าซิมการ์ดตั้ง เป็นร้อยดอลล่าร์ เลยตัดใจไม่ซื้อมันเอาไปใช้ที่เมืองที่จะไปไม่ได้ด้วย แล้วพวกเราก็ขอยืมโทรศัพท์โทรไปหารุ่นพี่ที่อยู่มอสโคว พี่เค้าก็บอกว่าจะมาหาที่สถานีรถไฟ ตอนนี้ประมาณ ๕-๖ โมงเย็น เราต้องนั่งรอรถRailway ซึ่งจะมาตอน ๓ ทุ่ม เพื่อจะไปขึ้นรถไฟที่อีกสถานนีนึงตอนเที่ยงคืน

บรรยากาศภายในสนามบินโดโมดิโดโว่


พอสองทุ่มครึ่งพวกเราก็ย้ายสัมภาระ ของแต่ละคนไปที่สถานี Railway ใกล้ๆสนามบินแต่กระเป๋าแต่ละคนใหญ่มากต้องย้ายไปกันคนละสองสามรอบกว่าจะเสร็จ ลืมบอกไปที่เราต้องนั่งรถไฟไปกันเนื่องจากเราไปวันศุกร์แล้วการจราจรในมอสโควคับคั่งมากๆ เลยไม่มีทางไปรถบัสหรือรถอื่น นั่งกันไปได้สักพัก เจ้าหน้าที่ก็มาตรวจเห็นกระเป๋าแต่ละคนใหญ่มากเลยต้องเสียตังอีกคนละเท่าไหร่จำไม่ได้แต่ไม่แพงมาก

วงอะไรไม่รู้ โฆษณาบนรถ Railway รู้สึกคล้ายๆโปงลางสะออนดีเลยถ่ายมา
นั่งไป ๑ ชั่วโมงก็ถึงสถานีรถไฟ ไอ้คนนำทางมามันก็ไม่รู้ว่าขึ้นขบวนไหนมันก็พาแบกสัมภาระไปมาอากาศก็หนาวคอก็แห้ง เหนื่อยแทบบ้าแบกขึ้นๆลงๆบันไดอีกในที่สุดต้องแบกข้ามไปอีกชานชลาต้องลงใต้ดิน มันก็พาแบกลงใต้ดินแล้วบอกให้เรารอตรงนั้นคนเดียว ก็กลัวๆวุ้ย เค้าบอกกันว่ามอสโควมืดอันตรายมีพวกชอบทำร้ายคนต่างชาติ ก็ยืนไปกลัวไป สักพักมีคนไทยเดินผ่านไปสามคน ก็นึกในใจใช่รุ่นพี่รึเปล่า เค้าเดินผ่านกันไป แล้วสักพักเค้าก็หันกลับมา น้องคนไทยรึเปล่า เพื่อนอยู่ไหนกันก็บอกอยู่ด้านบน เค้าให้ผมรอตรงนี้ พี่เค้าก้อบอกรอตรงนี้แหละเดี๋ยวพี่ขึ้นไปดู แล้วก็ยืนคนเดียวอีกแล้วช่วงนั้นขนของกันลำบากมากมาย เสร็จแล้วพี่เค้าก็พาไปซ้อของกิน เพราะต้องอยู่ในถไฟนาน ในรถไฟมีน้ำร้อนเลยซื้อมาม่าไปกิน แล้วเราก็ต้องแบกกันเป็นสองกลุ่มเพราะรถไฟคนละสายกัน แป้งกับแตงกวาไปโวโรเนซ นั่งรถไฟ ๘ ชั่วโมงก็ถึงเมือง ส่วนเรากับกวางมารัสตอฟ นั่งรถไฟ ๒๕ ชั่วโมง ฟังแล้วยังไม่เชื่อหูทำไมมันนานขนาดนั้น แต่ไม่ทันได้คิดไรมากเพราะใกล้เที่ยงคืนแล้ว เกือบไม่ทันขึ้นรถไฟ เข้าไปกระเป๋าหนักของเยอะเจอเก็บเงินอีก ๕๐๐ รูเบิ้ลมั้ง โดนกันกระหน่ำเลย ยังไม่ทันไรกระเป๋ากวางยังไม่ทันได้เอาขึ้นชั้นวาง พี่ก็ต้องออกไปเพราะรถไฟจะออกแล้ว ทิ้งให้เด็กน้อยสองคนที่ไม่รู้ภาษารัสเซียเลยยืนงง ไม่รู้จะทำอะไรกัน รถไฟเป็นตั๋วแบบนอนสองชั้น เราทั้งคู่ได้นอนข้างบน วางของข้างล่างไม่ได้เพราะคนข้างล่างไม่ยอมยังไงก็ต้องเอาขึ้น ไปขอความช่วยเหลือจากคนดูแล (ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร) มันก็พูดอังกฤษไม่ได้ เตียงตรงข้ามก็เลยมาช่วย เค้าพูดอังกฤษได้ เค้าบอกให้เอาของออกบ้างแล้วช่วยกันยกขึ้นไปใหม่อีกที ก็เสร็จ แล้วเราก็กำลังจะนอนเพราะง่วงมากไม่ไหวแล้วเดินทางมานานหลายชั่วโมงยังไม่ได้นอนเลย คนดูแลคนเดิมมันก็มาตรวจตั๋วแล้วขอตั๋ว เราก็บอกมันว่าให้ไปแล้วไงก่อนขึ้น มันก็พูดรัสเซียกลับมาจะเอาตั๋วให้ได้ เราทำท่าไม่มีมันก็เลยเดินไป สักพักมันก็เอาหางตั๋วมาให้ ไม่เข้าใจมันเลยจริงๆ

บรรยากาศภายในรถไฟ เป็นบล็อค บล็อคละสี่คน ข้างละสองชั้น

แปดโมงเช้าก็ตื่นขึ้นมากลัวเลยเมืองจริงๆ ก่อนจากพี่เค้าก็ถามแล้วว่าจะรู้ได้ไงว่าถึงแล้ว พี่เค้าบอกเดี๋ยวก็มีคนมาบอกเองแหละเค้าส่งนักเรียนมากันหลายปีแล้ว แต่มันก็ยังกังวลใจ ๒๕ ชั่วโมงจริงๆเหรอ มันห่างจากโวโรเนซเท่ากับโวโรเนซห่างจากมอสโควก็น่าจะแค่ ๑๖ ชั่วโมงนี่นา กวางก็พยายามถามคนในรถไฟว่าเมื่อไหร่จะถึงรัสตอฟแต่ก็ไม่ได้คำตอบเพราะคนพูดอังกฤษได้ก็เป็นนักท่องเที่ยว คนที่รู้ก็พูดได้แต่รัสเซีย กวางไปถามป้าคนนึง ป้าเค้าก็ใจดีอธิบายให้ แต่ก็ไม่เข้าใจ ป้าเค้าก็พยายามอธิบาย แล้วก็ยิ้มจากไป เราก็ไปนั่งกันตรงบล็อคว่างๆริมหน้าต่าง พอสายๆก็ไปนอนแล้วก็ตื่นมาที่นั่งโดนแย่งก็เลยไปยืนตรงแถวเครื่องทำน้ำร้อน ป้าอีกคนที่เป็นเพื่อนกับป้าที่กวางไปถามว่ารัสตอฟถึงเมื่อไหร่มาเห็นก็มาถามว่าไม่ไปนอนเหรอ ก็ส่ายหน้ากันอย่างเดียว ป้าแกก็เลยไปจัดการไล่คนที่แย่งที่นั่งริมหน้าต่างให้แล้ว เรียกเราไปนั่ง ลืมบอกไปตลอดทางเรากินแต่มาม่ากัน น้ำก็ยังไม่ได้อาบเลย ได้แต่คิดว่าไปถึงแล้วอะไรๆมันอาจจะดีกว่านี้ สักพักป้าก็เอาชอคโกแลตมาให้กินคนละเม็ด ป้าๆทำให้เรารู้ว่าอย่างน้อยเราก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกนี้ แล้วคนรัสเซียก็ไม่ได้แย่ไปหมดทุกคนเหมือนที่เคยได้ยินมาแต่เรื่องแย่ๆ ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่ามันจะถึงตอนตีหนึ่งกว่าๆ เพราะไปยืนดูตารางเวลาแล้วเทียบๆกับเวลาปัจจุบันเอา จนค้นพบ -_-“ เลยนั่งรอเวลากัน

ระหว่างทางที่รถไฟผ่าน


บางทีรถจอดเราก็ลงไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง เพราะบางสถานีจะจอดนาน บางทีก็ซื้อขนมจากลุงเข็นขายในรถไฟ ครั้งนึงซื้อนมมาคล้ายๆนมเปรี้ยวแต่รสชาติเหมือนโบเกิร์ตกินไม่ได้เลยต้องทิ้ง ลืมบอกไปนี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เคยนั่งรถไฟ (ยกเว้นรถไฟฟ้านะ) ช่วงมืดๆอากาศก็เริ่มหนาว ป้าๆก็มาถามไม่ไปนอนหรอ ก็บอกว่ามันใกล้จะถึงแล้วไม่อยากนอน ไม่รู้แกเข้าใจเปล่านะ ฮ่าๆ แกก็เลยบอกให้ไปเอาผ้าห่มมาห่มสิ แต่ก็ไม่เอามากัน สักพักกวางก็หลับ ป้าเค้าก็ไปเอาผ้ากับหมอนมาให้ พอใกล้ถึงสถานี ก็ปลุกกวางแล้วไปเอาสัมภาระไปรอหน้าประตูทางออก สักพักก็ถึงสถานีเราก็ขนของลง เจ้าหน้าที่จากมหาลัยก็มายืนรอ ไม่ช่วยอะไรยืนมองเฉยๆ เวรกรรมจริงๆ แล้วก็บอกให้จ่ายค่าช่วยขนของลงให้คนดูแลบนรถไฟ ๑๕๐ รูเบิ้ลก็เลยงงสิอะไรว้าขนลงกันเอง ต้องมาจ่ายอีกให้ตายเหอะ แล้วก็แบบเดิมลากๆเข็นๆเจ้าหน้าที่ก็ไม่ช่วยอะไรเลย ต้องลากกระเป๋าใหญ่ของตัวเองกับกวาง แล้วก็ไปขึ้นแท็กซี่หน้าสถานีรถไฟ รถก็แคบๆเก่าๆ แต่ก็ดีใจที่จะสิ้นสุดการเดินทางแล้ว ไม่นานเราก็มาถึงที่คล้ายๆสวนสาธารณะ ตึกข้างหน้าโทรมๆเป็นอิฐไม่ได้ทาสี ตอนนี้ก็ตีสองแล้ว ถนนพื้นถนนก็แบบว่าสกปรกสุดเหมือนผ่านสงครามกลางเมืองมา เศษแก้วแตกเศษขยะเต็มไปหมด เข้าไปข้างในตาเจ้าหน้าที่ก็ทวงตังค่าไปรับค่าแท็กซี่ จำไม่ได้เท่าไหร่ ประมาณ ๖๐๐ รูเบิ้ล ตังที่เอามาโดนสูบไปแทบหมดตัว จ่ายเงินเสร็จตานั่นก็พากวางขึ้นไปก่อน กวางอยู่กับคนปากีสถานเพิ่งมาได้สี่วัน ส่วนเราตานั่นบอกอยู่กับคนอเมริกาใต้ไม่บอกประเทศ แต่พอเข้าไปเจอแต่แมลงสาบไม่มีวี่แววคนเลยสักนิด


หอพัก หมายเลข ๒ ของ ม.แพทย์ รัสตอฟ


ขึ้นไปชั้นสอง ชั้นนั้นมีแต่คนอินเดดียเป็นส่วนใหญ่ มันก็เข้ามาทักทาย คนนึงชื่อ ชีวา มาช่วยคุยกับทางเจ้าหน้าที่ให้เพราะภาษาอังกฤษตานั่นก็ไม่ค่อยแข็งแรง ชีวาแปลๆเป็นอังกฤษว่า พรุ่งนี้แปดโมงให้ไปที่ออฟฟิตเจ้าหน้าที่ ก็ถามว่าอยู่ไหน ชีวาก็บอกเด๋วพรุ่งนี้พาไป รับเครื่องนอนเสร็จก็ชีวาก็จัดแจ้งสอน ห้องน้ำทางนี้ ห้องอาบน้ำทางนี้ ไปดูแล้วโอ้วพระเจ้า นี้หรือห้องที่เค้าว่ากัน
แต่ชั้นสองเป็นของผู้หญิง ผู้ชายใช้ชั้น สาม สี่ ห้า ก็โอเคๆ

แล้วก็เจอห้องข้างเป็นพี่มืดแอฟริกาจากไหนไม่รู้มันก็มาคุย เป็ยรัสเซียแต่ไม่รู้มันก็ถามพูดอังกฤษได้มั้ย มันก็ไปเรียกเพื่อนมาคุยให้ แต่ก็งงๆอยู่ดี อินเดียอีกคนก็มาคุยอีกมันก็ถามๆมาจากไหน เรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือรัสเซีย แล้วอินเดียก็บอกมีอะไรก็เรียกให้ช่วยได้ พี่มืดก้อบอกเหมือนกัน สักพักก็เลยคุยกับกวาง กวางมีเบอร์รุ่นพี่ที่อยู่ที่นี่เลยไปยืมโทรศัพท์จากคนอินเดีย พี่เค้าชื่อพี่มุกได้ทุนมาเมื่อปีที่แล้ว พี่เค้าก็รับก็งงๆว่าใครก็เลยแนะนำตัวไปพี่เค้าก้อรับปากว่าพรุ่งนี้จะว่าหาตอนเช้าแล้วก็ถามว่านี้กี่โมงแล้ว ก็บอกว่าตีสาม พี่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรก็วางไป พี่เค้ารู้ว่าหอนี้อยู่ไหนเพราะปีที่แล้วก็มีรุ่นพี่มาเรียนอยู่ที่นี่ แต่ย้ายไปเซนต์ปีเตอร์เบิร์กแล้ว ก็สงบจิตสงบใจนอนกับแมลงสาบ นอนหลับๆตื่นๆ พอเช้าก็ลุกมาแต่งตัว เตรียมเจอพี่ ตอนนั้นอยากย้ายหอมากเพราะห้องส้วม ห้องน้ำไม่ไหวแล้ว ที่จริงว่าถึงหอแล้วจะอาบน้ำ อาบไม่ลงเลย ได้แค่ล้างหน้าแปรงฟัน สายๆหน่อยพี่มุกก็มา แล้วก็ถามสารทุกข์สุกดิบ แล้วก็ถามพี่เค้าย้ายหอได้มั้ย พี่เค้าบอกไม่ได้หรอกน้อง ยังไงก็ไม่ได้ ไปอยู่ที่อื่นไม่รู้ภาษาทางมหาลัยก็ไมให้อีกแหละ พี่เค้าก็เลยพาเข้ามหาลัยไปหาออฟฟิตเจ้าหน้าที่ แต่มันเป็นวันอาทิตย์เลยปิดทำการ แล้วตานั่นบอกให้มาทำไมวันนี้เนี่ย พี่มุกก็เลยพาไปซื้อซิมการ์ดแล้วก็บัตรโทรศัพท์แถวหอเค้า โทรกลับบ้านจากโทรศัพท์ตรงๆแพงมากๆ ต้องใช้บัตร แล้วพี่ก็พาไปอาบน้ำที่ห้องเค้า ลืมบอกไปหอที่นี่อยู่รวมชายหญิง แต่ห้องไหนชายก็ชาย หญิงก็หญิง ไม่ปน แต่ถ้าเป็นแฟนกันมันก็ไปอยู่ห้องเดียวกัน หอพี่เค้าเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ หรูมากๆเกือบๆโรงแรมเลย มีห้องน้ำในตัว มีครัวในตัว เห็นแล้วแบบอยากอยู่บ้างอ่ะ เทียบกับหอเราอยู่ไม่ได้เลย สวรรค์กับนรกยังไงยังงั้น กวางไปอาบก่อนก็เลยนั่งโทรหาแม่ก่อนเลยบอกแม่ว่าถึงแล้ว จะร้องไห้เลย อยากกลับบ้านมากๆตอนนั้น หอมันแบบสุดๆแล้วในชีวิต ไม่รู้จะอยู่ยังไงอ่ะ ไม่นานก็ต้องออกมาเพราะคนดูแลหอไม่ให้อยู่นาน แล้วพี่เค้าก็พากลับ พี่มุกบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ว่าง เดี๋ยวพี่บาสเป็นพี่อีกคน คนนี้เรียนที่นี่ปีสุดท้ายจะกลับไทยแล้ว จะพาไปลงทะเบียน ตรวจร่างกาย ทำเอกสารให้ ช่วงนี้ก็กินแต่มาม่า บางทีก็ไปซื้อขนมปัง ฮอทด็อก มากิน พูดไม่รู้เรื่องก็ชี้ๆแล้วชูนิ้วเอา พอวันรุ่งขึ้นพี่บาสก็มาพาไปหา Dean เป็นคณบดีดูแลคณะเตรียมภาษาของมหาลัย ดีนก็บอกให้ไปทำประกันสุขภาพ ๒๕๐๐ รูเบิ้ล ที่ตึกสีขาวๆ ข้างๆหอ แต่ก็หาไม่เจอพี่เค้าก็ไปถามคนแถวนั้นกลายเป็นตึกเทาๆไม่ได้ทาสี เสร็จแล้วก็ไปโพลี่คลีนิก หมอก็ถามๆ แล้วให้ขวดมาสองขวดใส่ฉี่กับอึ มาส่งพรุ่งนี้ที่ตึกขาวๆที่เราเห็นเป็นสีเทา แล้วก็พาไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาลแถวหอพี่มุก เพื่อตรวจเอดส์ -_-” หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรกลับหอ ทำใจอาบน้ำยังไม่ได้เลย ประตูก็ไม่มี วันรุ่งขึ้นก็เอาฉี่กับอึไปส่งแต่ส่งไม่ได้เค้าบอกต้องมีใบส่งตรวจก่อนก็งงว่าใบไหน ไปๆมาๆก็ไม่ได้ส่ง จนแล้วจนรอดผ่านไปเดือนนึงถึงได้ส่งและตรวจร่างกายเสร็จ ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่มุกกับพี่บาสที่สละเวลามาช่วยพาไปนู่นไปนี่ หลังจากนั้นวันศุกร์ก็ได้เรียน เรียนกับพวกจากแอฟริกาสี่คน อิรัก อิหร่าน อิสราเอล แล้วก็กวาง พอวันจันทร์เราก็บอกว่าไม่ต้องมาเรียนแล้วให้ย้ายไปอีกกลุ่ม ก็รอไปประมาณหนึ่งสัปดาห์กว่าจะได้เรียนเพราะรอคนในกลุ่มตรวจร่างกาย ช่วงปลายสัปดาห์ที่รอ ก็มีรูมเมทใหม่เข้ามาตอนเที่ยงคืน มาเคาะปังๆ นึกว่าจะพังประตู ตอนนั้นห้องไฟเสียอยู่ๆก็ดับเอง ห้องเลยมืดๆ พี่แกก็เข้ามาแล้วบอก นักเรียนใหม่จากเวียดนาม พวกนี้เค้ารักกันดีมาก รุ่นน้องมาก็ไปรับกันเกือบหมดเลยมั้ง เราไม่มีรุ่นพี่ที่มหาลัยเลยก็แย่ไป พี่มุกก็เรียนมหาลัยโฆษณา พี่บาสก็เรียนมหาลัยเกี่ยวกับวารสารสิ่งพิมพ์ แต่ยังไงพี่เค้าก็มาช่วยแหละ เวียดนามมาใหม่ สามคนเลยเต็มห้อง ผู้หญิงอีกคนไปอยู่ห้องกวางกับปากีสถาน กวางกับปากีสนิทกันมาก เค้าชอบไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วไม่ชวน น้อยใจเหมือนกัน ฮ่าๆ ก็เลยไปเดินคนเดียวบ้าง หลังจากรอมานานประมาณวันจันทร์ที่ ๘ ตุลาคมมั้งก็เริ่มได้เรียนอีกครั้ง คราวนี้เจอพี่มืด แอฟริกาจากแซมเบีย ๕ คนเลย เป็นชายล้วน ตกลงกวางก็สวยสุดในห้อง ครูคนนี้พูดภาษาอังกฤษคล่องมาก สว่นแซมเบียก็ใช้เป็นภาษาเวลาเรียน ไม่ใช่เป็นวิชาๆแบบเรา เค้าก็คล่องอีก เราก็เลยแบบด้อยไปเลย ส่วนกวางก็ฟังรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง ตอนครูบ่นส่วนใหญ่ต้องนั่งแปลให้เจ๊แกฟัง เจ๊แกจะฟังออกเป็นบางท่อน ช่วงแรกๆครูต้องดูแลการประกวดเลยเข้าๆออกๆห้องบ่อยๆ เพราะมีนักเรียนมาช่วยให้ดู วันนึงเรียนจาก ๑๑ โมง ถึงบ่าย ๒ แต่ได้เรียนจริงๆ ชั่วโมงเดียวซะงั้น แต่ก็เข้าใจดี แต่เรื่องฟังยังไม่ค่อยคุ้นหูพูดไวๆ ฟังไม่ทันเพราะครูพูดแต่อังกฤษเป็นส่วนใหญ่ ช่วงนี้ครูก็อยู่ตลอดแล้วเพราะเลยช่วงประกวดไปแล้ว เรียนเริ่มหนักขึ้น การบ้านมีทุกวัน มีสอบพูดหน้าชั้น สอบเขียนตามคำบอก เป็นเนื้อเรื่องก็มี เริ่มเรียนเลขแล้วด้วย ทุกวันนี้ก็กินข้าวกับรูมเมตที่เป็นเวียดนาม แชร์ตังกันออกครั้งละ ๖๐๐ รูเบิ้ล หมดก็ออกใหม่ สัปดาห์นึงก็หมดแล้วแหละ ลืมบอกไปหลังจากอยู่ที่หอพักหมายเลข ๒ ได้ไม่นานก็ต้องย้ายไปหอพักหมายเลข ๑ ซึ่งอยู่ข้างๆกัน ย้ายกันวันศุกร์ก่อนประมานต้นเดือนตุลาคม สภาพห้องแย่กว่าแต่ห้องน้ำห้องส้วมโอเค สะอาดกว่า แต่ไม่มีประตูห้องอาบน้ำอยู่ดี ห้องส้วมก็ชักโครกแล้ว สกปรกบ้างตามคนใช้อ่ะ ห้องอาบน้ำ ซักผ้าห้องเดียวกัน เวลาอาบน้ำต้องเอาม่านไปปิดแล้วต้มน้ำใส่กะละมังอาบ ห้องครัวก็สะอาดดีกว่าที่เก่า ทุกอย่างก็เริ่มโอเคเข้าที่เข้าทางแหละ หอนี้ ไม่ค่อยมีพวกอินเดียอยู่ด้วยแหละ เลยสะอาดมั้ง

ตึกทาสีแดงหอใหม่ - ตึกไม่ได้ทาสีหอเก่า

ปุชกิ้นสกาย่า ถนนข้างๆหอ เป็นถนนกึ่งสวนสาธารณะ ให้คนเดินเล่น


ปุชกิ้นสกาย่า – ถ่ายวันแรกตอนนี้รอพี่มุกอยู่

ตึกที่เห็นข้างๆคือหอเก่า ด้านขวาคือปุชกิ้นสกาย่า

อีกมุมนึง เมื่อเดินตรงเข้ามา

ตรงนี้ห่างจากหอพอสมควร ว่างๆมาเดินเล่นคนเดียวเลยถ่ายไว้


โรงหนังบนถนนปุชกิ้น ข้างๆหอเช่นกันไม่ไกลมาก

เดินตรงมาไกลพอสมควรจะเห็นห้องสมุดประจำเมืองที่ถนนนี้ ยังไม่เคยเข้าไปเลย


ตึกแดงๆด้านหลัง คือหอพักที่เราอยู่ตอนนี้ ถ่ายจากสวนตรงข้ามหอ มีทั้งสวนสนุกและสวนสาธารณะ



มาเดินเล่นกับพวกแซมเบีย เสื้อดำๆนั่นชื่อ Kingsley

ที่เดียวกันแต่อีกมุมนึง


Ростовский Государственный Медицинский Университет
รัสตอฟสกี้ กะซูดารสทเวนนึย เมดดิซินสกี้ อูนิวีรสิเทียท
Rostov State Medical University
รูปนี้ถ่ายหน้าตึกเรียนเตรียมภาษา


ข้างในตึกชั้นที่เรียน คนที่นี่ชอบต้นไม้มาก มีต้นไม้ทุกห้อง ไม่เว้นห้องตรวจในโรงพยาบาล



บรรยากาศภายในห้องเรียนระหว่างพักเบรก


อีกตึกนึง แต่รู้ว่าใช้เรียนอะไร มหาวิทยาลัยที่นี่ ตั้งตึกเรียนกระจายมากๆ ห่างกันเป็นกิโลก็มี


ด้านหน้าตึก



ถ่ายจากบนหอ เป็นตึกโรงพยาบาลและอาคารเรียน วันที่ถ่ายฝนตกนิดหน่อย


ตลาดใกล้ๆหอพัก เดินเลยโรงหนังไปนิดนึง



ตลาดที่เดียวกันแต่ส่วนนี้ขาย ผัก ผลไม้



ตลาดใหญ่ใกล้มหาลัยและหอพัก ตึกที่เห็ยเป็นโบสถ์



ตรงนี้เป็นกลางเมือง สวยและคนเยอะมากๆ



ตรงนี้ตลาดใหญ่มากๆ คล้ายๆจตุจักรบ้านเรามาซื้อรองเท้าหนาๆกับเสื้อสเวตเตอร์เพิ่มกับพวกแซมเบีย ต้องนั่งรถเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงตั้งอยู่ชานๆเมือง



รูปสุดท้ายเป็นแกงเขียวหวานที่ทำให้แซมเบียลองชิม กวางใส่พริกเยอะมาก ทำเอาเรากับแซมเบียเหงื่อแตกเลย




Create Date : 06 เมษายน 2551
Last Update : 28 มีนาคม 2552 22:06:29 น. 4 comments
Counter : 445 Pageviews.

 
ขอให้โชคดีนะครับ รู้สึกว่าจะโดนสูบเงินเยอะจังตอนเดินทางอ่ะคับ


โดย: woottank IP: 115.67.45.118 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:14:25:28 น.  

 
มาดุรูป นร ทุน รัสเซีย เพราะคิดถึงคนที่รุ้จัก ไม่เห้นเลยค่ะ เค้าชื่อ อุดร บัวทองรุ้จักป่าวค๊ะ บอกด้วยคนที่อยุ่สุราดคิดถึงค่ะ


โดย: แดง ค่ะ IP: 114.128.213.63 วันที่: 4 สิงหาคม 2552 เวลา:1:59:25 น.  

 
โห้วว เขียนอ่านยาก ตาลายย 55 แต่อ่านหมด น่าตื่นเต้นและน่าไปมากกก

ป่านนี้คงชินกับที่โน้นแล้วสิค๊ะ

โชคดีคะ


โดย: TY (น้องQueeN ) วันที่: 1 สิงหาคม 2553 เวลา:17:11:18 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน้รื่องราว ดีๆ ครับ


โดย: ทุกสิ่ง IP: 195.216.179.146 วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:5:31:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

VLADiPOOH
Location :
Tula Russia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add VLADiPOOH's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.