ดีเดย์ 1 ต.ค. 2553 ใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารักษาฟรีได้
หลังจากห่างหายการอ่านข่าวออนไลน์ไปนาน วันนี้ไปเจอข่าวนี้เข้าเลยนำมาฝากกันค่ะ เพราะดูน่าจะเป็นการพิทักษ์สิทธิของประชาชนคนไทยอย่างเราๆ ด้วยทางหนึ่งนะคะ

“จุรินทร์” เผยข่าวดี วันที่ 1 ตุลาคม 2553 ผู้ใช้สิทธิ์บัตรทอง ทั่วประเทศสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้ารักษาฟรีได้ ส่วน อสม.ทั่วประเทศจะมีกฎหมายรองรับสถานภาพอย่างถูกต้องเป็นทางการครั้งแรก คาดใช้ในอีก 3 เดือน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมชาย เชื้อเพชระโสภณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดในเขต13 ประกอบด้วย อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษและยโสธร เปิดคาราวานสร้างสุขภาพในโครงการสนองน้ำพระราชหฤทัยในหลวง ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน ในเขต 13 ที่วัดมงคลมิ่งเมือง อ.อำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เพื่อสร้างสุขภาพดีแก่ประชาชน ลดปัญหาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆที่ป้องกันได้ เช่นโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคคาต้อกระจก ทันตกรรม เป็นต้น และเปิดป้ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองไฮน้อย อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งมีอาสาสมัครสาธารณสุขและประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

นายจุรินทร์กล่าวว่า ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ขยายสิทธิให้ประชาชนในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้รับการรักษาฟรี ในโรคที่ยากและซับซ้อนเช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคจิต โรคไต โดยโรคไตสามารถผ่าตัดเปลี่ยนไตฟรี และมีโครงการช่วยเหลือผู้พิการ โดยอบรมให้ผู้พิการตาบอดใช้ไม้เท้าขาว ให้ดำรงชีพได้ ตั้งเป้าอบรม 80,000 คนภายใน5 ปี และอบรมล่ามภาษามือช่วยคนพิการหูหนวก ประการสำคัญภายในเดือนกันยายนนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะปรับภาพลักษณ์การรักษาฟรี ประชาชนที่อยู่ในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่มีประมาณ 48 ล้านคน ให้ใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว แสดงสิทธิรักษาฟรีได้ ไม่ต้องพกบัตรทองอีกต่อไป โดยจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2553

นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่าในการจัดบริการสุขภาพให้ประชาชนที่อยู่ใน 7,000 กว่าตำบล กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับหน่วยบริการที่เล็กที่สุดและอยู่ใกล้ประชาชนคือสถานีอนามัยที่มี 9,000 กว่าแห่ง ให้เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ จะดำเนินการ 2,000 แห่ง ส่วนที่เหลือจะให้แล้วเสร็จในต้นปีหน้า ใช้งบประมาณพัฒนาทั้งหมด 7,500 ล้านบาท โดยจะปรับอาคารสถานที่ เพิ่มบุคลากรจากเดิม 2-3 คนต่อแห่ง เป็นอย่างน้อย 4 คน ไม่รวมลูกจ้าง จัดให้มีแพทย์หรือพยาบาลเวชปฏิบัติ หรือพยาบาลวิชาชีพมาดูแลด้านการรักษา มีนักวิชาการสาธารณสุขดูแลส่งเสริมสุขภาพป้องกันควบคุมโรค และคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารและยา มีแพทย์แผนไทยระดับปริญญาตรี เภสัชกร หรือทันตสาธารณสุขให้บริการด้วย โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง จะมีแผนพัฒนาสุขภาพของประชาชนที่ดูแลร่วมกับ อสม. ตามสภาพปัญหาในพื้นที่ และรัฐบาลมีนโยบายให้จัดตั้งกองทุนสุขภาพตำบล เพื่อพัฒนาสุขภาพประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

สำหรับ อสม. ที่มีจำนวนกว่า 900,000 คน กระทรวงสาธารณสุขได้ดูแลเรื่องสิทธิ 6 เรื่องประกอบด้วย 1. สิทธิการศึกษาของ อสม. จะให้ทุนเรียนต่อด้านสาธารณสุขระดับอนุปริญญา ปีละ 75-150 คน ทุกปี 2. บุตร อสม.ให้โควตาเรียนวิชาชีพด้านสาธารณสุข ปีละ 300 คน 3. ให้สิทธิการรักษาพยาบาล อสม.ทั่วไป พักห้องพิเศษ ลดหย่อนร้อยละ 50 ถ้าเป็นอสม.ดีเด่น พักห้องพิเศษฟรี 4. มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเหรียญเงินและเหรียญทอง 5. ค่าตอบแทน และ 6. การออกกฎหมายรองรับ อสม. เป็นครั้งแรก ในรูปแบบระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข รองรับสถานภาพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่การรับเข้าเป็น อสม. การอบรมพัฒนา สิทธิประโยชน์ และการพ้นสภาพ คาดว่าจะประกาศใช้ได้ภายใน 3 เดือน


ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์



Create Date : 14 กรกฎาคม 2553
Last Update : 14 กรกฎาคม 2553 10:48:43 น.
Counter : 317 Pageviews.

2 comments
  
ทักทายยามเช้าจ้า อิอิ :)
โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 14 กรกฎาคม 2553 เวลา:11:34:37 น.
  
ไม่รู้ทำไมโครงการนี้ทำให้ผมนึกถึง โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และในทางปฏิบัติหรือความเป็นจริงคือ 30 บาท"ตายทุกโรค" ก็คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
โดย: psw2548 วันที่: 14 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:09:23 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

bloodbunny
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เวลาเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยน ไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง
กรกฏาคม 2553

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog