Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
2 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
เดินทางจาก Thailand สู่ Canada (ตอนที่ 2)

อร๊ายยย อารมณ์เสีย! เหตุเพราะตอนที่กำลังพิมพ์บล๊อกหัวข้อนี้ก็พิมพ์ๆ ไปได้หลายย่อหน้า เสร็จแล้วก็ลุกไปทำธุระอะไรสักอย่าง พอกลับเข้ามานั่งหน้าจอโน๊ตบุ๊ค ด้วยความลืมตัวก็กดปิดหน้าต่างหน้าที่กำลังพิมพ์บล๊อกซะงั้น ไอ้ที่พิมพ์ๆ มาหายหมดเลย ต้องพิมพ์ใหม่หมด! (ノ`Д´)ノ┻┻
/me นั่งสงบสติอารมณ์ ε=(=`・´=)

เอาล่ะค่ะ กลับเข้าเรื่องกันดีกว่า...

ความเดิมจากตอนที่แล้ว คืออิกะเหรี่ยงก็ไปถึงสนามบิน DEL ใน New Delhi โดยสวัสดิภาพ ทว่าเวลาที่รอต่อเครื่องนั้นรวมทั้งหมดก็ 17 ชั่วโมง... ค่ะ อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ สิบเจ็ดชั่วโมงถ้วน (ノ_-;) facepalm เลยทีเดียว

ย้อนไปตอนที่ได้รับตั๋วจากโฮส พอเห็นว่าได้ต่อเครื่องทีอินเดียนาน ก็เลยรีบหาโรงแรมที่อยู่ในสนามบินทันที ภาวนาในใจให้สนามบิน DEL มีโรงแรมให้จองด้วยเถ้อออ ไม่งั้นได้กลายเป็นนางเอกหนังเรื่อง The Terminal ภาคพิสดารแน่ๆ เลยตรู Smiley

ก็พบว่ามีโรงแรมจริงๆ ด้วยจอร์ช! ชื่อว่า Eaton Hotel อยู่ชั้น 5 ของสนามบิน โรงแรมนี้จะมีสองฝั่ง คือ International กับ Domestic ด้วยความที่ arrival และ depart เป็น International ก็เลยจองฝั่ง International อีกทั้งตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า หากจองฝั่ง International ซึ่งไม่ได้ผ่านด่านตม. ก็เลยไม่ต้องขอวีซ่าอินเดีย

ย้อนกลับมาตอนที่เครื่องถึงสนามบิน DEL ระหว่างเดินผ่านงวงช้างเพื่อเข้าด้านในสนามบิน อิกะเหรี่ยงก็กำลังเตรียมตัวเตรียมใจในการมองหาโรงแรม เพราะไปอ่านรีวิวของผู้ที่เคยพักโรงแรมนี้ เกือบ 100% จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าโรงแรมหายากมากกกกกกกก (เพิ่ม ก ไปอีกล้านตัว)

ฉะนั้นบุคคลซึ่งแทบจะได้รับรางวัลหลงทางยอดเยี่ยมแห่งปีอย่างอิฉัน ก็เพิ่มความมั่นใจไปอีกเจ็ดร้อยเท่าว่าตูหลงแน่ๆ orz|||

ทว่า...เมื่อเดินยังไม่ทันพ้นงวงช้าง ก็แลเห็นกระทาชายนายหนึ่ง ยืนอยู่หน้าทางออกงวงช้างไม่ใกล้ไม่ไกล ถือป้ายที่เขียนว่า Eaton Hotel ตามด้วยชื่อและนามสกุลของอิกะเหรี่ยงเมืองไทย กรี๊ดดดด ชื่อหนูว์นี่นา Smiley

เห็นดังนั้นนังหัวดำก็รีบจ้ำอ้าวไปเสนอหน้าต่อกระทาชายนายนั้นอย่างไม่คิดชีวิต (พูดซะเหมือนเดินไปไกล ที่แท้เดินไปอีกห้าก้าวก็ถึงตัวเขาแล้วอะนะ Smiley)

พอแนะนำตัวกับเจ้าหน้าที่จากโรงแรมเสร็จ เขาก็เดินนำทางเพื่อพาอะฮั้นไปยังโรงแรมโดยไม่รอช้า ระหว่างทางก็พูดคุยกันบ้างอะไรบ้าง แต่อนิจจา...ข้าพเจ้าฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดียไม่ออก ( ̄∇ ̄;) บางทีก็ต้องให้เขาพูดอีกรอบ หรือสองรอบ หรือสามรอบ...อนาถแท้ Smiley

ด้วยทางเดินไปยังโรงแรมช่างวกวน คดเคี้ยว ผ่านด่านโน้นนี้เยอะแยะมากมาย อิกะเหรี่ยงก็นึกว่าเรายังมีบุญที่ทางโรงแรมส่งคนมารับ มิฉะนั้นหลงตั้งแต่พ้นเกตแล้วเหอะ Smiley

อีกอย่างที่มีคำล่ำลือเกี่ยวกับสนามบินอินเดียคือ...ด่านตรวจเยอะมาก security เยอะมาก พอได้มาเห็นก็แบบ เออว่ะ เยอะจริงๆ เจอด่านหนึ่งที่ต้องเอากระเป๋าเข้าเครือ่งแสกน แล้วก็ต้องโดนตรวจร่างกายแบบตัวต่อตัวกับเจ้าหน้าที่หญิง เสร็จแล้วเขาก็จะปั๊มในตั๋วไฟลท์ต่อไป กับกระดาษที่จะได้ห้อยติดกระเป๋าว่าผ่านการตรวจสอบแล้ว นี่ถ้าไม่ได้มากับพนักงานโรงแรมคงทำอะไรไม่ถูกอ่ะ เจ้าหน้าที่ก็หน้าดุกันทั้งน้านน

มาถึงโรงแรมก็ทำการเช็คอิน โดยเอากระดาษที่ปริ้นรายละเอียดการจองที่เวบ agoda (อิฉันจองผ่านเวบนี้) ส่งให้ทางเมลล์ ยื่นให้จนท. ก็ผ่านไปด้วยดี กระทาชายนายเดิมก็เดินมาส่งถึงห้อง ก็ให้ทิปไปตามหลักสากลคนมีเงิน ฮา...

ในห้องพักก็จะเป็นแนวโมเดิร์นๆ โทนสีดำขาว ไม่มีหน้าต่างในห้อง แต่แอร์เย็นคอดๆ ขนาดปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นแล้วยังนั่งต้องสั่นขนแขนลุกอยู่เลย ปุ่มเปิดปิดไฟก็เยอะไปไหน เรียงกันเป็นแผงยาวๆ ต้องไล่ปิดทีละอันเพื่อดูว่าสวิชนี้ของไฟดวงไหน แต่พอจะมาปิดอีกทีก็ลืมหมดเหอะ ต้องมาจิ้มปิดทีละอันอีก เสียเวลาทำมาหากินจริงวุ้ย

ระหว่างที่รอต่อเครื่องอิฉันก็อยู่แต่ในโรงแรม ก็นั่งเล่นเนต (ซึ่งต้องไปขอพาสเวิร์ดจากเคาท์เตอร์ และฟรี Smiley  แต่เล่นได้เพียง 12 ชั่วโมง) หรือนอนหลับเอาแรง พอหิวก็ออกมาหาไรกินที่ห้องอาหารของโรงแรม ซึ่งก็จะเจอแต่เมนูอินเดีย แต่ก็อร่อยใช้ได้ (หรือเพราะความหิวฟ่ะ = =a)

พอถึงเวลาอันควรก็เก็บข้าวเก็บของไปเช็คเอาท์ และตามที่เคยบอกไว้แต่แรกว่าที่สนามบินนี้ security เยอะมว๊ากก ก็เจอตั้งแต่ตอนจะลงลิฟท์โรงแรมเลยทีเดียว ขั้นตอนการตรวจเหมือนกำลังจะเดินเข้าเกตอ่ะ คือเอากระเป๋าที่เรามีเข้าแสกนในเครื่อง ส่วนตัวเองก็ต้องเดินผ่านซุ้มเครื่องแสกนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ระหว่างที่เดินไปเกตก็จะเห็น security ซึ่งแต่งกายคล้ายทหารกระจายตัวอย่างสม่ำเสมออยู่ตามที่ต่างๆ ในสนามบิน พอเราหยุดถ่ายรูปเค้าก็มอง ไอ้เราก็คิดในใจว่าเค้าห้ามถ่ายรูปหรือป่าวว้า ถ้าตรูถ่ายแล้วเค้าเดินมายึดกล้องล่ะ หรือเค้าจะคิดว่ากล้องตรูเป็นชนวนจุดระเบิดหรือเปล่าฟ่ะ แต่ก็ไม่มีไรเกิดขึ้น แพนิคไปเองทั้งนั้น ฮา..

พอไปถึงเกตก็เจอแต่คนอินเดีย มีฝรั่งบ้างบางส่วน ไปรอสักพักเค้าก็เรียกเข้าเกต คิดว่าเป็นการเรียกเข้าเกตที่เร็วมาก ก่อนเวลาเครื่องขึ้นเกือบชั่วโมงเลยมั้ง

ตอนผ่านเคาท์เตอะจะไปยังเกตก็เจอพี่ซีเคียวตรวจอีกละ แต่ดีที่มีตราปั๊มจากด่านตรวจตอนจะไปเช็คอินที่โรงแรมมาแล้ว ก็เลยไม่เจอให้เปิดประเป๋า เพราะเห็นคนอื่นเจอเปิดกระเป๋าค้นกันตรงนั้นเลยทีเดียว พอจะใกล้ถึงงวงช้างก็ได้ยืนต่อแถวให้เจ้าหน้าที่ของสายการบินเช็คพาสปอร์ต พอเดินไปอีกสองก้าวก็เจอแถวเช็คพาสปอร์ต (อีกละ!) อะไรกันนักหนาฟ่ะ คิดว่าระยะทางแค่สองก้าวตรูจะปลอมพาสปอร์ตทันเรอะ! (`д´メ) ฝรั่งที่ยืนเข้าแถวใกล้ๆ ก็บ่นๆ ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาโดนตรวจพาสปอร์ตหลายรอบ อิชั้นก็หงึกหงักเห็นด้วยกับนางเป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกว่าคนที่โดนตรวจพาสปอร์ตครั้งที่สองนี้จะเป็นชาวต่างชาติ ที่ไม่ได้เป็นอินเดีย

พอพ้นจากแถวตรวจพาสปอร์ตมาได้ก็เจอเจ้าหน้าที่หญิงเรียกให้ไปตรวจกระเป๋าและเช็คร่างกายอีกรอบ เอ่อ...คือ...ไอ้ด่านเช็คพาสปอร์ตรอบสอง กับด่านที่เจ้าหน้าที่หญิงยืนอ่ะ มันห่างกันแค่หนึ่งช่วงแขนเองนะ = =" แล้วอิตอนบอร์ดดิ้งหน้าเกตก็มีพี่ซีเคียวยืนตรวจแล้วไม่ใช่เรอะ ระหว่างทางเข้าเกตจนมาถึงหน้างวงช้างอิชั้นคงหาระเบิดมายัดใส่ในเสื้อทันหรอก ( ̄へ ̄*)

กว่าจะเข้าไปในเครื่องบินได้...ไม่ตั้งโพเดี้ยมถาม 20 คำถาม Slumdog Millionaire กับตรูเลยล่ะ (;¬_¬)

พอเข้ามาให้เครื่องก็เจอหนุ่มอินเดียมานั่งที่นั่งของตรูอีก พอทักไปว่านี่ที่ช้านน Smiley ฮีก็ซอรี่แล้วย้ายไปนั่งที่ข้างในข้างๆ ที่นั่งเรา อ้อ...ที่แท้ไม่อยากนั่งตรงกลางล่ะซี่... ชิส์ ไม่จองที่นั่งริมทางเดินเอง บูๆ (ที่นั่งริมทางเดินนี้โฮสอิชั้นก็จองให้ล่ะ คริๆ โฮสจองที่นั่งริมทางเดินให้ทุกไฟล์ทเลย ดีจัง (*´▽`*) )


...เหนื่อย & ขี้เกียจพิมพ์แระ ขอยกยอดช่วงที่เหลือไปเล่าในบล๊อกหน้านะคะ ใกล้จบการเดินทางแล้วค่า แต่เรื่องราวความสนุกในแคนาดายังไม่ได้เริ่มเลย รับรองว่า มันส์&ฮา แน่ๆ ค่ะ Smiley




Create Date : 02 กันยายน 2555
Last Update : 12 กันยายน 2555 6:08:08 น. 2 comments
Counter : 2513 Pageviews.

 
รอจ้าาาาาา


โดย: Lex IP: 115.67.128.108 วันที่: 9 กันยายน 2555 เวลา:4:08:46 น.  

 
มาลงชื่ออ่านด้วยคนค่ะ ฮา ๆ
เล่าเรื่องได้สนุกมาก ๆ เลย :D


โดย: Assasin Lady วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:12:44:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แมวดำข้างหน้าต่าง
Location :
Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera
What will be, will be.
Friends' blogs
[Add แมวดำข้างหน้าต่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.