Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
27 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
เดินทางจาก Thailand สู่ Canada (ตอนที่ 1)

วันออกเดินทางสู่โลกกว้างของกะเหรี่ยงไทยก็มาถึงอีกครั้ง... (มันเกริ่นซะเวอร์เชียว)

ก่อนอื่นมาดูเที่ยวบินกันก่อนนะคะว่าอิฉันจะต้องไปตกตระกรำลำบากที่ไหนบ้าง

CNX (Chiang Mai) --> BKK (Suvarnabhumi) --> DEL (New Delhi) --> BRU (Brussels) --> YYZ (Toronto)

...ไปหยุดสามที่เอ๊งงงง Smiley

เริ่มจากโบกมือลาพ่อแม่ญาติพี่น้องที่เชียงใหม่ Smiley จากนั้นก็ไปรอต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิ ประเด็นมันอยู่ที่ว่า...เป็นการต่อเครื่องแบบข้ามคืน

คือไฟลท์ที่ออกจากสุวรรณภูมิ เวลาเป็น 6.50 น. ของเช้าวันต่อไป โดย Jet Airways แต่ไฟลท์ดึกสุดของ Bangkok Airways คือทุ่มตรงของวันที่ 9 สิงหาฯ ฉะนั้นก็ต้องมีการค้างคืนเกิดขึ้นแน่นอน

ซึ่งโฮสผู้ใจดีก็บอกว่าตั๋วที่ได้มานี้มันโอเคแล้วจริงๆ แต่มันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง over night ฉะนั้นเขาก็รับผิดชอบความสะดวกสบาย(?) ของเราโดยการยินดีจะจ่ายค่าโรงแรมให้ (เริดปะล่ะ ว่าที่โฮสของหนูววว์ Smiley)

อิกะเหรี่ยงก็เลยได้ที(ฮา) จอง Novotel ที่อยู่ในสุวรรณภูมิซะเลย แบบว่ามันใกล้สนามบินที่สุดแล้วสำหรับคนที่ต้องไปเช็คอินตอนตีสามกว่าๆ ;_;

อีกประเด็นคือ...เมื่อมีไฟลท์ต่อที่มันเป็นแบบข้ามคืน ฉะนั้น Bangkok Airways ก็ไม่สามารถจะ check through กระเป๋าให้ได้ เพราะจะไม่มีคนดูแลกระเป๋าให้

...เวรแระ กระเป๋าใหญ่ๆ สองใบ อิฉันต้องขนไปพักที่โรงแรมด้วยหรือนี่!

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อไม่สามารถ check through กระเป๋าได้ ก็เลยต้องโหลดกระเป๋าในอัตราของ Domestic flight ซึ่งผลก็คือ...น้ำหนักกระเป๋าเกินกว่าที่สายการบินกำหนด orz||| ก็เลยต้องจ่ายค่านน.เกินกิโลฯละ 70 บาท รู้สึกว่าจะโดนไปหนึ่งพันกับห้าสิบบาท ...โหดแท้เหลาSmiley

จากเชียงใหม่ก็มาถึงสุวรรณภูมิ ก็ต้องไปรอรับกระเป๋าโหลด ต้องยกกระเป๋าหนักๆ สองใบ บวกกับแครี่ออนอีกหนึ่งใส่รถเข็นอย่างทุลักทุเล แต่ก็ไม่ลำบากอะไรมากมายเพราะมีความถึกเป็นทุนเดิม Smiley

ก็เข็นรถเข็นไปที่เกตสี่ (รู้มาว่าจะมีรถตู้โรงแรมรอยู่ที่ชั้นสอง เกตสี่ ซึ่งชั้นที่รอกระเป๋าโหลดจะเป็นชั้นสองอยู่แล้วก็เลยไม่ต้องขึ้นหรือลงไปชั้นอื่นอีก) ก็จะเจอเคาท์เตอร์ของโรงแรมอยู่ติดประตูทางออกเลย เราก็เดินเข้าไป พนักงานโรงแรมก็จะถามชื่อสกุล (อาจจะเพื่อความแน่ใจว่าเราเป็นแขกของโรงแรมจริงๆ ไม่ได้เนียนมา อะไรแบบนี้) จากนั้นเขาก็จะพาไปที่รถตู้ที่จอดรอข้างนอก รถตู้ก็จะพาไปยังโรงแรม

ก็เข้าเช็คอิน แล้วขึ้นไปบนห้องพัก พอเปิดประตูห้องก็พบความอลังการของโรงแรมที่่ขึ้นชื่อว่ามีราคาค่าห้องแพงกว่าที่อื่น เนื่องจากโลเคชั่นติดสนามบินอะนะ

พอเห็นความสวยงามของห้องก็ต้องทำตามธรรมเนียมคนไทยคือ...ถ่ายรูปเก็บไว้ Smiley

ตอนอยู่โนโวเทลไม่มีเรื่องราวตื่นเต้นอันใดเกิดขึ้น ก็นอนพักผ่อนได้สักสอง-สามชั่วโมงก็ต้องเก็บของไปเช็คเอาท์ตอนตีสามครึ่ง นั่งรถตู้โรงแรมมาสนามบิน จากนั้นก็เดินเข็นรถเข็นใส่กระเป๋าเข้าไปเช็คอิน

และด้วยความที่ไปเช้ากว่าเวลาเปิดเคาท์เตอร์เช็คอินของสายการบิน Jet Airways เล็กน้อย ก็เลยต้องนั่งรออยู่แป๊บหนึ่ง พอเห็นมีคนไปต่อแถวเช็คอิน ไอ้เราก็ไปเข้าแถวบ้าง

พอถึงคิวที่ต้องเช็คอิน ก็ยื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าไปทำอะไร อิฉันก็ตอบว่าไปทำงาน เท่านั้นแหละ เจ้าหน้าที่ก็มองหาตราปั๊มของกรมแรงงาน แต่หาไม่เจอก็ถามเราว่าปั๊มตรากรมแรงงานหรือยัง อิฉันเอ๋อไปแป๊บหนึ่งก็บอกทำหน้าแบ๊ว ถามกลับว่าปี๊บตราไรเหยอตัว Smiley จนท.ก็ชี้ว่าตรงโน้นไง ให้ไปปั๊มก่อนแล้วค่อยมาเช็คอิน ปรากฏว่าที่จนท.ที่ชี้ให้ดูจะเป็นบูธของกรมแรงงานที่อยู่ใกล้ๆ กับเคาท์เตอร์เช็คอินแถว P

อิฉันก็ต้องเข็นรถเข็นไปยืนส่องหน้าบูธ แต่ก็ไม่เห็นมีใครมาประจำหน้าเคาท์เตอร์ พอไปอ่านกระดาษที่แปะไว้ ก็ได้ความว่า ถ้าเช็คอินหลังเวลา 6.30 น. จะต้องรอจนถึงเวลา 4.30 น. ถึงจะมีจนท.มาดำเนินการให้

ก็ยกนาฬิกาขึ้นมาดู เป็นเวลา 4.05 น. ก็เลยต้องไปนั่งรอแถวนั้นแป๊บหนึ่ง พอถึงเวลาตีสี่ครึ่ง ก็เห็นมีจนท.ประจำอยู่ที่บูธเรียบร้อย พร้อมด้วยมีคนมาติดต่ออยู่ก่อนแล้วสองคน

อิฉันก็รอคิว พอถึงคิวก็บอกจนท.ไปว่าสายการบินเค้าให้มาปั๊มตราก่อน แต่เป็นปั๊มไรไม่รู้ ฮา...
จนท.ก็เลยขอดูตั๋วเครื่องบิน (เป็น e-ticket ที่โฮสส่งมาให้) จากนั้นก็ขอพาสปอร์ตกับใบอะไรสักอย่าง (มาทราบภายหลังว่าเขาเรียกกันว่า แบบ จง.12) ซึ่งใบนี้จะได้ตอนไปรายงานตัวกับกรมแรงงาน โชคดีที่เอาเอกสารทุกอย่างติดตัวมาด้วย ก็เลยลองค้นจากแฟ้มแล้วยื่นให้เขาดูว่าใช่ใบนี้ไหม เขาก็บอกว่าใช่ ก็ได้เซ็นต์ลายเซ็นต์ จากนั้นจนท.ก็จะฉีกใบครึ่งที่เราเซ็นต์เก็บไว้ แล้วเอาอีกครึ่งหนึ่งเย็บแม็กติดกับพาสปอร์ต บอกว่าถ้ากลับเข้ามา ให้นำใบนี้มาใส่ในตระกร้า (ซึ่งวางอยู่หน้าเคาท์เตอร์) อิฉันก็พยักหน้าหงึกหงัก

เสร็จแล้วก็ไปเช็คอิน ตอนเอากระเป๋าชั่งนน.ก็ทุลักทุเลอีกรอบ เพราะตอนนั้นยังไม่มีพนักงานสายพานมาช่วยยก พอดูนน.กระเป๋าทั้งสองแล้วก็ปลาบปลื้มในการกะปริมาณของตัวเองเหลือเกิ๊น เพราะใบหนึ่งชั่งได้ 22.8 กิโลฯ อีกใบ 22.9 กิโลฯ ไม่เกิน 23 กิโลฯ ตามที่เขากำหนดแบบเป๊ะอะว์ Smiley

จากนั้นก็ไปที่ตม. แทบไม่มีคนเลย ไม่ต้องต่อคิวด้วย ตอนแรกแอบกลัวว่าแถวจะยาวเหมือนที่เคยดูข่าวไหม แต่คงเป็นเพราะไฟลท์เช้าเวอร์ด้วย ก็เลยยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเท่าไร ก็เดินต่อไปยังเกตเลย

ทีนี้พอบินกับ Jet Airways ที่เป็นสายการบินของอินเดียแล้วเนี่ย อิฉันก็ไปค้นข้อมูลเกี่ยวกับสายการบินนี้ ก็ได้ข้อมูลมาว่าบินสายการบินแขก ให้ระวังเรื่องกลิ่นตัวของผู้โดยสารที่เป็นแขกด้วย อิฉันก็เริ่มหวาดระแวงเมื่อเห็นคนที่นั่งรอที่เกตเป็นแขกซะส่วนมาก มีที่เป็นฝรั่งอยู่ประปราย

ปรากฏว่าเจอแจ๊กพอตครับพี่น้อง พอเข้าไปในเครื่อง ที่นั่งแถวหน้าสองคนเป็นแขกผู้ชายที่มีกลิ่นตัวแรงระดับเวิร์ดคลาสเลยทีเดียว Smiley

แต่ยังดีที่ได้กลิ่นเฉพาะตอนเครื่องยังไม่บินขึ้น กับตอนเครื่องลงแป๊บหนึ่ง ก็ยังแปลกใจที่ระหว่างบินไม่ได้กลิ่นเลย แต่ก็ดีแล้วแหละ Smiley

และเดชะบุญอีกอย่างคือ ที่นั่งของอิฉันเป็นที่นั่งพิเศษ...พิเศษตรงที่ว่าไม่สามารถเอนเบาะหลังได้ เพราะข้างเป็นประตูทางออกฉุกเฉินพอดี Smiley ด้วยเหตุนี้เลยไม่มีใครมานั่งแถวเดียวกับอิฉันสักคน สวรรค์โปรดเลยทีนี้ ด้วยความที่ได้หลับแค่สองชั่วโมงตอนอยู่โนโวเทล ก็เลยยกพนักวางแขนออก แล้วนอนเหยียดยาวเป็น First Class บนเบาะที่นั่งสามตัวติดเลยทีเดียว 55+

แล้วก็มาถึงสนามบินที่ New Delhi จนได้ สนามบินนี้อิฉันไปค้นข้อมูลมา ทราบว่าเป็นสนามบินใหม่เพิ่งเปิดได้ไม่กี่ปี

อาร์...สนามบินใหม่ ความสะดวกสะบายก็ต้องโอเคระดับหนึ่ง แต่...

แต่อะไร ขอยกยอดไปบล๊อกต่อไปค่ะ (ตัดจบดื้อๆ ซะงั้น 55+)




Create Date : 27 สิงหาคม 2555
Last Update : 11 ตุลาคม 2555 7:55:58 น. 5 comments
Counter : 2974 Pageviews.

 
welcome to Mississauga ka. I living far from you around 15 mins.


โดย: welcome IP: 216.145.98.26 วันที่: 28 สิงหาคม 2555 เวลา:0:57:53 น.  

 
ยินดีต้อนรับสู่แคนาดาจ้าา


โดย: anda IP: 99.228.4.192 วันที่: 28 สิงหาคม 2555 เวลา:2:01:56 น.  

 
อยู่แบรมตันนะคะ ยังไม่มีเพื่อนคนไทยที่นี่เลย เพราะเพิ่มมาอยู่ได้ไม่กี่เดือนเอง ถ้ายังงัยจะแวะเข้ามาใหม่นะคะ ^^


โดย: anda IP: 99.228.4.192 วันที่: 28 สิงหาคม 2555 เวลา:2:09:38 น.  

 
ขอบคุณทุกท่านมากๆเลยค่ะ ตอนนี้มาอยู่ได้สองอาทิตย์แล้ว ได้รู้จักเพื่อนคนไทยสองสามคนแล้วค่ะ และก็ไปเที่ยว Toronto มาแล้วด้วย ฮ่าๆ (นังนี่มันเปรี้ยวมาก มาปุ๊บเที่ยวปั๊บเลย )


โดย: แมวดำข้างหน้าต่าง วันที่: 28 สิงหาคม 2555 เวลา:3:27:24 น.  

 
สนุกมากเลย ถึงไม่มีรูปประกอบแต่ก็น่าติดตามมาก
ขอแอดเพื่อนไว้นะคะ เอาไว้เปิดเข้ามาอ่านตอนต่อไป


โดย: ลมเย็นๆ ฟ้าใสๆ ดอกไม้สวยๆ วันที่: 31 สิงหาคม 2555 เวลา:2:10:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แมวดำข้างหน้าต่าง
Location :
Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera
What will be, will be.
Friends' blogs
[Add แมวดำข้างหน้าต่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.