Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
ได้เวลาทำวีซ่าแคนาดา (ซะที!)

ช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อได้รับอีเมลล์จากอาเจนซี่ถึงเอกสารต่างๆ ที่เขาเตรียมไว้ให้เรานำไปยื่นขอวีซ่า

เอกสารที่จะใช้ขอวีซ่าแคนาดา (สำหรับโครงการ Live in Caregiver) ได้แก่

1. check list - อันนี้อาเจนซี่เตรียมให้ เป็นใบที่เอาไว้ดูรายชื่อเอกสารต่างๆ ว่าเราเตรียมไว้ครบหรือยัง

2. ใบข้อมูลการศึกษาเพิ่มเติม - ใบนี้อาเจนซี่ทำให้แล้วเรียบร้อย เป็นการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาของผู้ยื่นขอวีซ่า อาจจะแค่เซ็นต์ลายเซ็นต์เราลงไป

3. ใบข้อมูลครอบครัว - ใบนี้อาเจนซี่ก็กรอกให้เรียบร้อย เราแค่เช็คข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่เท่านั้น ถ้ามีส่วนไหนผิดก็ใช้ลิขวิดลบแล้วเขียนทับได้เลย อาจจะแค่เซ็นต์ลายเซ็นต์เราลงไปเช่นกัน

4. LMO - เป็นใบที่ทางรัฐบาลแคนาดาออกให้ ปริ้นต์ออกมาก็พอ

5. ใบคำร้องขอวีซ่า - ใบนี้อาเจนซี่พิมพ์ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เป็นไฟล์ pdf. ซึ่งสามารถแก้ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้หากมีส่วนไหนผิดพลาด เมื่อปริ้นต์ออกมาก็เซ็นต์ลายเซ็นต์และลงวันที่ให้เรียบร้อย

6. ใบรายได้ของนายจ้างในแคนาดว่าเป็นผุ้มีรายได้ที่สามารถจ้างลูกจ้างแนนนี่ได้ - ใบนี้แค่ปริ้นต์ออกมา ไม่ต้องเขียนอะไรลงไป

7. สัญญาการจ้างงาน - อันนี้จะได้ทันทีหลังแมชกับโฮส มีประมาณ 7 หน้ากระดาษ

8. ทรานสคริปใบรับรองจบปริญญาตรี - ใบนี้ทุกคนคงมีอยู่แล้ว เตรียมไปทั้งตัวจริงและสำเนาหนึ่งฉบับค่ะ

9. ใบรบ. รับรองจบตอนมัธยมศึกษาตอนปลาย - ใบนี้ต้องใช้ค่ะ ย้ำว่าต้องใช้ ถ้าใครไม่มีก็ให้ไปขอจากโรงเรียนเดิมที่จบม.ปลายมานะคะ เตรียมไปทั้งตัวจริงและสำเนาหนึ่งฉบับค่ะ

10. ใบรับรองประวัติอาชญากรรม (ไทย) - ข้อนี้อิฉันต้องทำใหม่หลังจากกลับจากอเมริกามาอยู่ไทย ใช้ตัวจริงค่ะ

11. FBI Record - เตรียมไปทั้งตัวจริงและสำเนาหนึ่งฉบับค่ะ

12. ใบรับรองการเป็นออแพร์จากอาเจนซี่ที่อเมริกา

13. ใบรับรองการทำงานจากโฮสที่อเมริกา

14. รูปถ่ายจำนวน 4 ใบ - ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ //www.cic.gc.ca/english/information/applications/photospecs.asp

15. ค่าธรรมเนียมวีซ่า - ให้สั่งจ่ายเป็นดราฟหรือแคชเชียร์เช็ค จำนวน 4,800 บาท ผู้รับคือสถานทูตแคนาดา

16. Passport - ถ้าใครมีพาสปอร์ตเล่มเก่าให้เตรียมไปด้วยนะคะ อย่าลืมถ่ายสำเนาหน้าพาสปอร์ตนะคะ เตรียมไปทั้งเล่มจริงและสำเนาค่ะ


รายชื่อเอกสารทั้งหมด ใช้ตัวจริงทั้งหมดยื่นพร้อมสำเนาสำหรับบางข้อที่ได้บอกไปแล้วค่ะ เตรียมไปให้พร้อมเลยนะคะ

เอาล่ะค่ะ...มาเล่าขั้นตอนการเดินทางไปยื่นเอกสารวีซ่าแคนาดากันดีกว่า Smiley

ขอบอกก่อนว่าดิฉันเป็นคนเชียงใหม่ ทีแรกคิดจะยื่นส่งทางไปรษณีย์ แต่พอเข้าไปอ่านรายละเอียดในเวบสถานทูตแคนาดาแล้ว ปรากฏว่าการยื่นทางไปรษณีย์จะใช้เวลาดำเนินการนานกว่ายื่นด้วยตัวเอง ประกอบกับอาเจนซี่แนะนำให้ไปยื่นกับมือจะดีกว่า ดิฉันเลยตัดสินใจตีตั๋วเดินทางไปกรุงเทพฯเพื่อยื่นเอกสารขอวีซ่าแคนาดาด้วยตัวเองค่ะ

ซึ่งการขอวีซ่าแคนาดาจะต่างกับการขอวีซ่าอเมริกาตรงที่..วีซ่าอเมริกายื่นเอกสาร สัมภาษณ์ และรู้ผลภายในวันเดียว แต่วีซ่าแคนาดาจะยื่นเอกสารไปก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้บัตรคิวมาฟังผลทีหลัง เช่น ถ้ายื่นเอกสารวันจันทร์นี้ ก็จะได้คิวมาฟังผลในวันจันทร์หน้า และถ้าเอกสารเรามีพร้อม ก็ไม่ต้องสัมภาษณ์รายบุคคลภายหลัง เป็นต้นค่ะ

ช่วงเวลาการยื่นเอกสารของสถาทูตแคนาดาคือทุกวันจันทร์ - วันพฤหัสบดีเวลา 7.30 น. - 10.00 น. และรับฟังผลเวลา 13.30 น. - 15.30 น.

ที่อยู่สถานทูตแคนาดานะคะ
Canada Embassy in Thailand
ชั้น 15 อาคารอับดุลราฮิม 990 ถ.พระราม 4 กทม. 10500


อิฉันก็เลยไปยื่นขอวีซ่าเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555
ตามโอกาสสะดวกในตอนนั้น

การเดินทางไปสถานทูตของดิฉัน คือใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินค่ะ ให้ไปออกที่สถานี้สีลม ตรงทางออก 2 (ตรงนี้หากใครมาด้วยรถไฟฟ้า BTS ก็สามารถมาลงตรงสถานีศาลาแดง แล้วเดินข้ามสกายวอร์คมาลงบันไดที่สถานีสีลมได้ค่ะ)

ทางออก 2 สถานีสีลม มันจะเป็นลักษณะขึ้นจากบันไดเลื่อนใต้ดินก็ให้ลงบันไดแล้วเลี้ยวซ้ายเดินเลาะรั้วกำแพงสีขาวเป็นช่องๆ สูงประมาณเอวค่ะ หากใครมาจากสถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง ก็เดินทางบันไดมาและเดินตรงลงบันไดที่เห็นข้างล่างเลยค่ะ มันจะมีป้ายของโรงแรมดุสิตธานีตั้งอยู่ตรงนั้นพอดี เป็นป้ายที่ตั้งสูงจากเสานะคะ (อีกด้านหนึ่งก็มีป้ายเช่นกัน แต่ป้ายติดกับพื้นระดับเดียวกับกำแพงค่ะ)

จากนั้นก็เดินเลียบฟุตบาทตรงถนนพระราม 4 ซึ่งจะผ่านหน้าโรงแรมดุสิตธานี แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ ค่ะ จนกระทั่งถึงกำแพงสีขาวยาวๆ ติดชิดริมฟุตบาท (ติดจนชนิดที่ว่าคนเดินเรียงเดี่ยวบนฟุตบาทได้เท่านั้น ="=) ให้เดินไปอีกหน่อยก็จะเห็นป้ายที่มีโลโก้เยอะๆ ตั้งเรียงในแนวดิ่งสูงๆ เป็นโลโก้ของธนาคารหลายจ้าว และโลโก้อื่นๆ แปะอยู่ค่ะ ที่ด้านบนสุดจะเป็นภาพพื้นหลังสีดำ มีเส้นสีเหลืองประกอบกันเป็นรูปคล้ายชฏา เขียนด้วยตัวหนังสือสีน้ำว่า 990 RAMA อะไรสักอย่างนี่แหละค่ะ ถ้าเห็นป้ายใหญ่ๆ สูงๆ อันนี้แสดงว่าคุณเดินมาถึงแล้วค่ะ

ก็เดินเลี้ยวขวาเข้าไป ก็จะเป็นบริเวณคล้ายๆ สวน ซึ่งมีต้นไม้เรียงกันตลอดทางเดินจนไปถึงอาคารอับดุลราฮิมเลยล่ะค่ะ ที่ฐานต้นไม้ก็จะก่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมแล้วปลูกหญ้าสีเขียว ประมาณนี้ค่ะ

พอถึงอาคารก็เดินเข้าไป ประตูจะเป็นประตูกระจกอัตโนมัติ พอเข้าไปด้านในก็เดินอีกนิด ก็จะเห็นเคาท์เตอร์แลกบัตร ซึ่งเขาจะนำที่กั้นมาตั้งเป็นช่องเหมือนให้เราเข้าแถวค่ะ (คล้ายๆ ที่กั้นแถวตอนจองตั๋วหนัง ฮา) ก็เดินเข้าไปยื่นบัตรประจำตัวประชาชนของเราให้เขา (แต่ถ้าเราไปก่อนเวลา 7.30 น. เขาจะบอกให้เรารอจนถึง 7.30 น. แล้วค่อยยื่นค่ะ)

พอแลกบัตรประชาชนเสร็จ เขาก็จะให้การ์ดมาหนึ่งใบสำหรับคีย์เปิดช่องประตูเพื่อเข้าไปในโถงทางเดินหน้าลิฟท์ค่ะ ใครไม่แลกก็ขึ้นบนอาคารไม่ได้นะคะ Smiley จากนั้นก็กดลิทฟ์ขึ้นไปชั้นที่ 15

พอลิฟท์เปิดคุณก็จะเห็นเคาท์เตอร์ตรวจเช็คสิ่งของอยู่ตรงหน้าเลยค่ะ เดินไปอีกสามก้าวก็จะถึงหน้าเคาท์เตอร์ทันที พนักงานก็จะเก็บโทรศัทพ์มือถือและอุปกรณ์อเล็กซ์ทรอนิคส์บางอย่างเช่น iPod touch ไว้ จากนั้นก็นำกระเป๋าสัมภาระของเราเข้าเครื่องแสกน ส่วนตัวเราเองก็เดินเข้าเครื่องแสกนเหมือนกันค่ะ (คล้ายๆ ตอนเราจะขึ้นเครืองต้องแสกนกระเป๋ากับเดินผ่านเครื่องแสกนอ่ะค่ะ)

ซึ่งบัตรคิวกับบัตรรับมือถือพนักงานก็จะยื่นให้ตอนก่อนเดินเข้าเครื่องแสกนค่ะ พอรับกระเป๋าเสร็จก็เข้าไปนั่งรอคิวด้านในได้เลย ลักษณะห้องที่ยื่นเอกสารก็ให้นึกถึงห้องจ่ายยาของโรงพยาบาลไว้นะคะ ได้อารมณ์เดียวกันเลยค่ะ ฮ่าๆ Smiley คือมีช่องกระจกหรือเคาท์เตอร์กระจกกว้างสองช่อง บริเวณด้านหน้าช่องกระจกก็จะมีเก้าอี้วางเรียงประมาณสี่แถว มีติดกำแพงด้านข้างอีกสี่-ห้าตัว

ตอนที่จขบ.ไปก็มีคนนั่งรอประมาณสิบคนค่ะ นั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงคิวเรา เราก็เดินไปยื่นเอกสาร ตอนแรกเป็นห่วงเรื่องรูปค่ะ ว่ารูปที่ถ่ายมาจะผ่านไหม แต่เจ้าหน้าที่ที่เป็นพี่ผู้หญิงก็ไม่ได้ทักอะไร ก็โล่งใจไป แต่กลับกลายเป็นว่าเอกสารมีปัญหาแทนค่ะ  Smiley

ทว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ค่ะ คือจขบ.เตรียมเอกสารทุกอย่างที่เป็นตัวจริงไปให้เขา แต่ไม่ได้เตรียมสำเนาไป (ก็ในเวบสถานทูตเค้าบอกว่าเอกสารทุกอย่างต้องเป็นตัวจริง ก็เลยเอาไปแต่ตัวจริงไง =3= ) ทางเจ้าหน้าที่ต้องการสำเนาหน้าพาสปอร์ต, FBI Record, ทรานสคริป และใบรบ.จบ ม.ปลาย ทั้งหมดรวมสี่อย่างค่ะ ที่เจ้าหน้าที่อยากได้สำเนา เขาก็แนะนำให้เราไปถ่ายเอกสารเพิ่มที่ใต้ตึก แล้วขึ้นมายื่นใหม่โดนไม่ต้องขอบัตรคิวอีก จขบ.ก็ต้องกุลีกุจอไปทำสำเนาล่ะค่ะทีนี้

แต่วิบากกรรมยังไม่สิ้นสุด...เมื่อร้านใต้ตึก (อาศัยถามพนักงานแถวนั้นว่ามีร้านไหนรับถ่ายเอกสารไหม เขาเลยชี้ทางให้) บอกว่าคนที่ทำหน้าที่ถ่ายเอกสารยังไม่มา เพราะตอนนี้มันเช้าเกินไป orz||| ก็เลยต้องเดินออกจากตึกอับดุลราฮิมเพื่อตระเวณดูละแวกนั้นว่ามีร้านถ่ายเอกสารไหม แต่ก็หามีไม่...ลนลาน again Smiley

สุดท้ายก็กลับเข้าไปที่ร้านใต้ตึก ปรากฏว่ามีคนกำลังถ่ายเอกสารอยู่ ก็ถามว่าพี่ผู้ชายคนนั้นว่าเขาเป็นพนักงานหรือเปล่า เพราะดูจากเครื่องแต่งกายแล้วน่าจะเป็นพนักงานออฟฟิสมากกว่า พี่ผู้ชายบอกว่าไม่ได้เป็นคนถ่ายเอกสาร แต่กำลังถ่ายเอกสารให้ตัวเองเพราะคนถ่ายตัวจริงกำลังนั่งกรอกเอกสารขอวีซ่าให้ลูกค้าอยู่หน้าโต๊ะคอมข้างเครื่องถ่ายเอกสาร Smiley

สรุปคืออิฉันต้องถ่ายเอกสารเองสินะ Smiley แต่ไม่เป็นไร ขอแค่ได้สำเนาเอกสารที่ต้องการก็พอ ดังนั้นจึงยืนรอต่อคิวจนพี่ผู้ชายถ่ายของเขาเสร็จ เราก็เลยเข้าไปถ่ายมั่ง ขั้นตอนก็ง่ายๆ แค่เปิดฝาเครื่อง คว่ำกระดาษต้นฉบับ จากนั้นก็ปิดฝา กดปุ่นสตาร์ท ก็ทำไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งถึงใบรบ. ซึ่งมีขนาดยาวกว่าชาวบ้าน ทีนี้ปัญหาก็บังเกิดครับพี่น้อง เพราะมันไม่มีกระดาษถ่ายสำเนาขนาดดังกล่าว ต้องใช้วิธีถ่ายแบบย่ออย่างเดียว ซึ่งอิฉันก็ทำไม่เป็น วุ่นวายไปทั้งร้านเพราะมีคนรอต่อคิวถ่ายอีกหลายคน คนที่ทำหน้าที่่ถ่ายเอกสารก็มาทำให้ แต่เวลากระดาษที่ถ่ายออกมามันดันตัดหน้าเอกสารแบบไม่ครบ ด้านล่างหายมั่ง ถ่ายผิดแลนสเคปมั่ง มากมายหลายสิ่งเหลือเกิ้น จะได้สำเนาใบรบ.ไหมเนี่ยตรู Smiley

สุดท้ายก็ได้สำเนาใบรบ.แบบย่อบนกระดาษขนาด A4 แต่มันดันถ่ายออกมาแนวขวางนี่สิ orz||| คนที่ถ่ายเอกสารก็บอกทำได้แค่นี้ อิฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็จ่ายเงินแล้วเอาเอกสารที่ได้แบบไม่ค่อยสมประกอบขึ้นไปบนชั้นที่ 15 อีกครั้ง ก็เช็คกระเป๋าอีกรอบ (ส่วนมือถือไม่ได้เอาลงมาแต่แรกอยู่แล้ว ยังฝากไว้ที่เคาท์เตอร์) แต่ก็ไม่ได้เอาบัตรคิว พอรับกระเป๋าเสร็จก็เข้าไปในห้องยื่นเอกสารอีกรอบ

ยืนรอแถวๆ หน้าเคาท์เตอร์ รอจนคนเสร็จธุระหน้าเคาท์เตอร์ เราก็เข้าไปเสียบ (แอบคิดว่าคนที่นั่งรอจะด่าตรูไหมว้า ที่มาแทรกคิวSmiley) พี่ผู้หญิงคนเดิมรับเอกสารที่ถ่ายสำเนาไป และขอเอกสารตัวจริงด้วย พร้อมกับเล่มพาสปอร์ต บอกว่าเอกสารตัวจริงเดี๋ยวจะคืนให้วันที่มารับผล (ตอนที่พี่เขาเช็คเอกสารสำเนาก็ระทึกว่าจะต้องไปถ่ายใบรบ.ซ่อมไหมแว้... สุดท้ายพี่เขาก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร โล่งใจไป /แทบจะปาดเหงื่อ)

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พี่เจ้าหน้าที่ก็ให้บัตรคิวสีชมพูมา ขนาดประมาณนามบัตร บอกว่าให้มาฟังผลตามวันเวลาในบัตร

เป็นอันเสร็จสิ้นการยื่นเอกสารขอวีซ่าแคนาดาแต่เพียงเท่านี้ เหลือแค่ตอนรับฟังผลละนะ ขอให้ผ่านและไม่ต้องสัมภาษณ์เพิ่มเถอะ สาธุ... Smiley





Create Date : 10 สิงหาคม 2555
Last Update : 10 สิงหาคม 2555 21:59:06 น. 8 comments
Counter : 3768 Pageviews.

 
มันเป็นอะไรที่ใจเต้นระทึกมากจริงๆค่ะ ลุ้นไปด้วยเลย


โดย: Kisshoneyz วันที่: 10 สิงหาคม 2555 เวลา:23:19:27 น.  

 
ใบรบ. รับรองจบตอนมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องใช้เป็นภาษาอังกฤษด้วยหรือเปล่าคะ พอดีมีแต่ภาษาไทย ไม่ทราบว่าใช้ได้หรือเปล่า


โดย: นีน่า IP: 124.121.5.177 วันที่: 27 สิงหาคม 2555 เวลา:11:08:52 น.  

 
เป็นภาษาไทยก็ได้ค่ะ คือใช้อันเดิมที่โรงเรียนออกให้นั่นแหละค่ะ


โดย: แมวดำข้างหน้าต่าง วันที่: 27 สิงหาคม 2555 เวลา:22:54:58 น.  

 
ชอบอ่านบล็อคพี่มากเลยค่ะ ตอนนี้กำลังรอ LMO จากโฮสอยู่แล้วก้อรอ หนังสือรับรองจากเอฟบีไอ รอนานมากเลยไม่รู้ว่ามีปัญหารึป่าว
ไม่ทราบว่าพี่อยู่รัฐไหนเหรอค่ะ เผื่อจะได้นัดเจอกันค่ะ อยากมีเพื่อนไว้ก่อนไปที่โน้น
เมลล์มาคุยกันนะค่ะ runjung75@hotmail.com


โดย: ทิด้า IP: 124.122.26.90 วันที่: 16 มกราคม 2556 เวลา:17:44:05 น.  

 
ผมก็เพิ่งยื่นเรื่องผ่านเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมากำลังจะไปทำงานที่อัลเบอร์ต้าครับ เเต่อยากถามในกรณีกลับกันคือผมอยากไปทำวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา เอกสารที่ใช้ก็แแบบเดียวกับที่ยื่นเเคนาดาได้เลยมั้ยครับหรือมีไรต้องเพิ่มเติมอีกขอบคุณครับ palaset@hotmail.com


โดย: พอส IP: 171.99.179.223 วันที่: 30 มกราคม 2556 เวลา:16:36:07 น.  

 
วันนี้ได้วซ่าแคนาดามาแล้ว ให้ 6เดือน พอดีมีวีซ่าของอเมริกา 10ปี และจะขับรถจากนิวยอร์คไปมอลทรีออล จึงไม่ต้องทำแผนการเดินทางแนบไป แต่ต้องนำเล่มวีซ่าอเมริกาแนบไปด้วย เอกสารมีแค่หนังสือรับรองเงินเดือน และStatement การเงินจากธนาคารเท่านั้น ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สถานทูตแคนาดาที่ให้บริการยอดเยี่ยมทุกคน


โดย: ศรี IP: 125.24.205.76 วันที่: 26 มีนาคม 2556 เวลา:22:07:07 น.  

 
พึ่งมาอยู่ทีแคนนาดาคะวีซ่าท่องเที่ยวหกเดือนคะรบกวนถามผู้รู้หน่อยคะการต่อวีซ่าที่แคนนาดาต้องเริ่มต้นอย่างไรคะและจะสมัคร PR อย่างไร แต่งงานกับแคนนาเดี้ยนได้หนึ่งปีขอข้อมูลท่านผู้รู้ช่วยหน่อยนะคะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงภาษาก็ไม่เก่งถนนหนทางก็ไม่รู้ ขึ้นรถเมล์ ไปไหนมาไหนคนเดียวก็ไม่ได้ตอนนี้รู้สึกเหมือนคนตาบอดขอความกรุณาให้ความกระจ่างแด่ผู้มืดมนด้วยคะขอบคุณมากคะe-mail= saitong1970@gmail.com


โดย: กล้วย IP: 96.49.68.252 วันที่: 8 ตุลาคม 2556 เวลา:10:02:38 น.  

 
กำลังสนใจเรื่องcare giverพอดีเลย รบกวนแอดเมล์มาหน่อยได้ไหมคะ p.thatthamle@gmail.com


โดย: nam IP: 49.230.87.145 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2556 เวลา:12:51:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แมวดำข้างหน้าต่าง
Location :
Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera
What will be, will be.
Friends' blogs
[Add แมวดำข้างหน้าต่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.