Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
18 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 

ถึงที่หมายซะทีสนามบินRegan

นั่งรอที่เกตสนามบินแอตแลนต้าอยู่นานก็ได้เวลาขึ้นเครื่องรอบสุดท้ายมุ่งสู่สนามบินRegan ไม่แน่ใจว่าอยู่ในเขตวอชิงตันหรือเวอร์จิเนียกันแน่

เครื่องรอบสุดท้ายได้นั่งของเดลต้าแอร์ของจริงหลังจากนั่งของโคเรียนแอร์มาสองลำ อารมณ์ตอนเข้าไปในเครื่องบินเดลต้านี่แบบว่า ตูมานั่งรถเมล์ป่าววะ เบาะที่นั่งได้มารมณ์รถเมล์มาก ๆ เป็นเบาะหนังสีเขียวเข้ม ๆ แล้วบรรยากาศก็แตกต่างจากเครื่องบินรอบก่อนหน้าสุด ๆ มีแต่ฝรั่งทั้งนั้นเลย ผิวสารพัดสี พูดคุยกันโหวกเหวกเสียงดัง คุยข้ามหัวกันมั่งก็มี แอร์ก็มายืนหาที่นั่งให้ชี้โน่นนี่ไม่เกรงใจอะไรเล้ย นี่แหละบรรยากาศสไตล์เมกันล่ะมั้ง

นั่งเครื่องมาได้ชั่วโมงกว่าก็ถึงที่หมาย ตรงดิ่งไปเคลมกระเป๋าเลยไม่แวะที่ไหน แต่กระเป๋ายังไม่มาก็หาที่นั่งรอก่อน สักพักผู้โดยสายเที่ยวบินเดียวกันก็เริ่มมายืนรอกระเป๋ามั่ง บังตูซะมิดเลย อากาศก็หนาว เพื่อนที่มาด้วยถึงกับเอาเสื้อให้ใส่กันเลยทีเดียว ดีนะที่เพื่อนมีเสื้อสองตัว ฮ่า ๆ

พอได้ยินเสียงประกาศๆอะไรสักอย่าง ฟังไม่ทัน เลยเดาว่ากระเป๋ามาแล้ว ก็ชะเง้อจากที่นั่งนั่นแหละ แต่มองไม่ชัดเพราะฝรั่งยืนบังกันจังเลย จึงชวนเพื่อนไปยืนรอกระเป๋าบริเวณที่ไม่มีคน สักพักกระเป๋าเพื่อนมาละ สายรัดกระเป๋าสีรุ้งมาแต่ไกล รออีกแป๊กของเราก็มามั่ง แล้วความเครียดก็มาเยือนอีกเมื่อกระเป๋าใบใหญ่สีน้ำตาลแม่กุญแจถูกตัดหายไป แล้วรหัสล๊อกซิบก็ถูกเปลี่ยน เอาอีกแล้ว...ซวยอีกแล้วตู กระเป๋าชั้นถูกโจรแงะ!! กระวนกระวายว่าของจะถูกขโมยมาก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใส่ของมีค่าสักอย่างนอกจากเสื้อผ้ากับอาหารแห้ง กลัวได้ซื้อใหม่ ฮือๆ กระเป๋าอีกใบก็ล้อหัก ซวยซ้ำซวยซ้อนอะไรอย่างนี้

โชคยังดีที่เจ้าหน้าที่เข็นรถเข็นมาช่วยเอากระเป๋าทั้งของเพื่อนและของตัวเองใส่บนรถแล้วพาไปเรียกแท๊กซี่ให้ ไม่ต้องลากกระเป๋าออกมาข้างนอก ไม่งั้นตายแน่เลย ล้อกระเป๋าก็หัก

พอนั่งในแท๊กซี่ก็เอาที่อยู่โรงแรมให้ดู จากนั้นเค้าก็ออกรถ ระหว่างทางยังคาใจกับกระเป๋าถูกแงะ แต่ก็อดมองบรรยากาศนอกกระจกรถไม่ได้ และเพิ่งรู้ตัวว่าตูมาอยู่อเมริกาแล้วนะ ต้นไม้กำลังเปลี่ยนสีเพราะเป็นฤดูfall ถนนก็สลับเลนกับเมืองไทย ระบบการเดินทางก็แปลกหูแปลกตา รถแ่ต่ละคันวิ่งไวกันจังเลย โอ้ๆๆ อเมริกา มาถึงแล้วจริง ๆ แท๊กซี่ขับผ่านเพนตาก้อนด้วย ตอนแรกที่เห็นก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพนตาก้อนป่าว แต่แท๊กซี่ผ่านไปหลายมุมก็เห็นว่ามันน่าจะเป็นตึกรูปห้าเหลี่ยม แล้วมีรั้วกั้นแบบแน่นหนา เลยคิดว่าใช่แน่ ๆ เลย โอ้ อเมริกาของจริง!! (เริ่มบ้าแระตู)

มาถึงโรงแรมตอนบ่ายสี่กว่าๆ แท๊กซี่ก็ลงไปเรียกคนเข็นกระเป๋า(เค้าเรียกว่าไรหว่า) ก็โชคดีอีกที่ไม่ต้องลากกระเป๋าแต่มีบริการยกกระเป๋าใส่รถเข็นไปถึงหน้าห้องเลย ไม่ลืมที่จะจ่ายค่าแท๊กซี่โดยรวมทิปไปด้วยตามวัฒนธรรมแจกทิปของที่นี่ ฮ่าๆ แล้วก็จ่ายให้คนเข็นกระเป๋าโรงแรมอีกสามเหรียญ ไม่แน่ใจว่าให้มากหรือน้อยไปหรือเปล่า แต่ก็จ่ายไปแระ ช่างมัน

พอไปเช็คอินว่าเป็นออแพร์มาอบรมเขาก็ให้แฟ้มและกุญแจห้องมา ตอนแรกนึกว่าจะได้อยู่กับออแพร์ชาติอื่น แต่ที่ไหนได้ ได้อยู่ห้องเดียวกับเพื่อนคนไทยซะงั้น โชคดีไป

ไปถึงห้องปุ๊ปสิ่งที่แรกที่ทำคือตรวจสอบกระเป๋าที่โดนแงะก่อนเลย แต่เปิดซิบไม่ได้เพราะรหัสถูกเปลี่ยน ฮือ แล้วจะเปิดไงวะตู ทดลองเปิดรหัสแบบเริ่มตั้งแต่ 001 ไปเรื่อย ๆ ตามแบบการสุ่มก็ไม่ได้สักที ตัดสินใจหาอะไรมาแงะๆมันออก ที่ล๊อกมันก็เด้งซิบออกมาแล้วล๊อกเหมือนเดิม อึ้งไปหนึ่งวิว่ามันออกมาได้ไงวะ แล้วรีบเปิดกระเป๋าดูก่อนเลย ระหว่างนั้นเพื่อนเปิดกระเป๋าแล้วบอกมาว่าด้านในกระเป๋ามีใบอะไรไม่รู้วางอยู่ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ของตัวเอง ไอ้เราก็บอกว่าเจ้าหน้าที่เขาเปิดตรวจมั้ง ไอ้ตอนบอกเพื่อนตัวเองก็ยังเปิดกระเป๋าไม่ได้นะ พอเปิดซิบกระเป๋าปุ๊บก็เห็นใบยาว ๆ เหมือนของเพื่อนเหมือนกัน อ่าน ๆ ดูปรากฏว่าเป็นเจ้าหน้าที่เขาเปิดค้นดู แถมยังมีเศษซากแม่กุญแจให้ดูต่างหน้าอีกต่างหาก ของด้านในมีร่องรอยการรื้อค้นนิดหน่อย แต่ไม่มาก ก็เลยถึงบ้างอ้อว่าเจ้าหน้าที่เขาคงแงะออกดู เลยโล่งใจมากเพราะถ้าเป็นเจ้าหน้าที่เปิดก็คงไม่มีอะไรโดนขโมย แต่แอบเคืองว่าทำไมต้องเปลี่ยนรหัสกระเป๋าตูดัวยฟ่ะ ถ้ามันเปิดไม่ได้จะทำยังไงห๊า!

อันดับที่สองที่ทำคือต้มมาม่า wantมากตั้งแต่อยู่บนเครื่องเดลต้าแอร์ละ
กินเสร็จก็ถ่ายรูปนิดหน่อย อาบน้ำอาบท่า เปิดโน๊ตบุ๊คเช็คสภาพและเช็คไวเลส เจอไวเลสของโรงแรมด้วย ก็เลยจัดการส่งเมลล์บอกญาติพี่น้องเพื่อนฝูง เสร็จกิจทุกอย่างก็หลับเลย ง่วงมาก กะว่าจะหลับสักแป๊บแล้วค่อยชวนเพื่อนไปเดินเล่นตอนค่ำ ๆ ที่ไหนได้ ตื่นมาอีกทีสี่ทุ่ม เพื่อนปิดไฟหลับแล้ว ไอ้เราก็ตาสว่างอ่ะ หลับไม่ลง เลยมาเปิดโน๊ตบุ๊คเล่นเนตอีกรอบ ออนเอ็มปุ๊บเพื่อนมาทักกันใหญ่เลย พิมพ์ตอบกันแทบไม่ทัน คิดในใจว่ามันจะถามเหมือนกันทำไม ขี้เกียจตอบหลายรอบเฟ้ย

เล่นเนตจนอิ่มหนำสำราญ(พูดเหมือนกินข้าวอยู่)แล้วก็ไปนอนเตรียมอบรมในวันต่อไป


ใบที่เจ้าหน้าที่ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าตอนแงะกระเป๋า




 

Create Date : 18 ตุลาคม 2552
2 comments
Last Update : 18 ตุลาคม 2552 10:30:23 น.
Counter : 1242 Pageviews.

 

เวลาโหลดกระเป๋าเดินทางไปกับเครื่องบิน เค้าไม่ให้ล็อคกุญแจจ้า เพราะทางเจ้าหน้าที่จะตัดกุญแจและตรวจค้นกระเป๋าของเรา เค้าเกรงว่าเราจะพกพาสิ่งของไม่ดีมานะจ้ะ ตอนพี่มาก็โดนเหมือนกัน ด้วยความที่ไม่รู้และเราก็กลัวของเราจะหาย

 

โดย: Coucou Bamboo 22 ตุลาคม 2552 6:56:12 น.  

 

ก็พอรู้มาว่าไม่ให้ล๊อกกระเป๋าค่ะ แต่มันอดไม่ได้เพราะกลัวของหาย แต่กระเป๋าอีกใบที่ล๊อกตัวยูเหมือนกันก็ไม่โดนแงะนะคะ ใบนั้นล่ามโซ่ไว้กับหูกระเป๋ากันซิบเลื่อนด้วย งงนิด ๆ แหละค่ะ

 

โดย: แมวดำข้างหน้าต่าง 24 ตุลาคม 2552 7:35:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แมวดำข้างหน้าต่าง
Location :
Canada

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Que sera sera
Whatever will be will be
The future's not ours to see
Que sera sera
What will be, will be.
Friends' blogs
[Add แมวดำข้างหน้าต่าง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.