[Just Saying Part 8] ความรู้สึกหลังชม Thor: Ragnarok และ Justice League
*** หมายเหตุ :
1. นี่ไม่ใช่การรีวิวเพื่อให้คะแนน แต่เป็นรีวิวเพื่อเล่าสู่กันฟังจากความรู้สึกหลังชมภาพยนตร์เท่านั้น
2. ผู้เขียนไม่มีความรู้เรื่องภาพยนตร์ใดๆทั้งสิ้น ทุกอย่างเกิดจากความคิดและความรู้สึกส่วนตัว


หลังจากที่มีโอกาสรับชมภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ที่หลายคนรอคอย จากสองค่าย Comics ยักษ์ใหญ่อย่าง Marvel และ DC ทั้งยังเข้าฉายใกล้ๆกัน ก็เลยอยากเขียนรีวิวความรู้สึกพร้อมกันในครั้งเดียว

เราไม่ได้เป็นแฟนคลับค่ายไหนนะคะ ดูได้หมด ไม่มีการเปรียบตรงข้ามกันและกัน หรือข่มว่าฝ่ายไหนดีกว่าด้อยกว่า แต่อาจจะเปรียบเทียบผลงานภาพยนตร์จากค่ายเดียวกันนิดหน่อย

เริ่มจากเรื่องที่เข้าฉายก่อนอย่าง

Thor: Ragnarok (เข้าฉาย 02/11/2017)
ความยาว 130 นาที
กำกับการแสดงโดย Taika Waititi

ขอออกตัวก่อนว่าไม่เคยชมหนังเรื่องธอร์ 1-2 มาก่อน แต่เคยเห็นหน้าค่าตาเทพเจ้าสายฟ้านี้มาแล้วใน The Avengers
นี่จึงเรียกว่าเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์จากธอร์จริงๆ เพราะฉะนั้นคงจะไม่มีการอ้างอิงถึงตัวละครในภาคอื่นๆมากนัก

ก่อนไปชมก็ศึกษาคำวิจารณ์จากเว็บมะเขือเน่า ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่แต่ประมาณ 80% กว่าๆ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์สูงทีเดียว ก็ทำให้เบาใจว่าเรื่องราวน่าจะดูง่าย และได้รับคงามสนุกสนานพอควร

เริ่มจากนักแสดง/ตัวละครเดิมอย่างธอร์
(Chris Hemsworth) โลกิ (Tom Hiddleston) โอดิน (Anthony Hopkins) นอกจากนี้ยังมีตัวละครจาก The Avengers อย่างฮัลค์ (Mark Ruffalo) เสริมทัพด้วยตัวร้ายอย่างเฮลา (Cate Blanchett) และตัวละครใหม่อย่าง Grandmaster (Jeff Goldblum) และ Valkyria (Tessa Thompson) ปิดท้ายด้วยตัวละครเดิมแต่เฉิดฉายมากในภาคนี้คือ เฮมดัล (Idris Elba)

จากรายชื่อนักแสดงทั้งหมด คนที่กระตุ้นความสนใจทำให้เราอยากไปดูมากที่สุดคือตัวร้ายอย่างเฮลา เนื่องจากเราชื่นชอบเคต แบลนเชตต์ เป็นการส่วนตัวและดีใจมากที่จะได้เห็นเธอในหนังเรื่องนี้

การเล่าเรื่องของหนังคือง่ายมาก ไม่ซับซ้อนอะไรเลย เป็นไปตามสเต็ป ร่วมไปถึงจุดขายของมาร์เวล อย่างการสอดแทรกมุขตลก แต่โดยส่วนตัวเราคิดว่าธอร์ใช้มุขตลกเยอะกว่าการ์เดี้ยน 2 เสียอีก อารมณ์แบบเก็บทุกมิตร หยอดทุกครั้ง แซะได้เป็นแซะ ซึ่งมันเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียของเรื่องสำหรับเรา

มุขตลกที่เยอะเกินคือสิ่งที่เราติดใจมาก เพราะเราอยากเห็นความจริงจังในตัวของธอร์มากกว่านี้ ทั้งๆพ่อตาย ค้อนพัง บ้านเมืองกำลังจะล่มสลาย แต่กลับยิงมุขตลกใส่กันตลอดจนมันเฟ้อ อาจเป็นเพราะตัวผกก. เล่นเองด้วยล่ะมั้ง ซึ่งตัวละครของเขานี่ล่ะ ยิงมุขตลอดเลย

แต่ว่ากันตามตรงแล้ว ทุกตัวละครก็มีความตลกเกือบทุกคนยกเว้นเฮมดัลคนเดียว แม้กระทั่งเฮลาเองก็ยังมีแซะตัวเองเล็กๆ เหมือนกัน เราอยากเห็นความแค้นก็เฮลามากกว่านี้

มันจึงทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยอินตาม ที่แอสการ์ดถล่ม มันคือแบบแล้วไง? เดี๋ยวก็หาบ้านใหม่ได้ จิ๊บๆ ถึงจะบอกว่าแอสการ์ดคือคนไม่ใช่สถานที่ก็เถอะ แต่เราไม่ควรมีความอาลัยบ้านเมือวที่เติบโตมาไม่ใช่หรือ?

และเมื่อพูดถึงหนัง Superhero ก็คือฉากต่อสู่ แต่เรากลังคิดว่าการต่อสู้ในธอร์มีไม่เยอะ และก็ไม่นานเท่าไหร่ด้วย บางฉากควรจะยาวกว่านี้อย่างฉากที่สู้บนสะพาน หรือฉากที่ควรขยี้อย่างต้องที่ธอร์ได้พลังสายฟ้าตอนสู้กับเฮลา สำหรับเราธอร์ควรปะทะจังๆกับเฮลาร่างนั้น ไม่ใช้บึ้มแล้วเด้งตกมาที่สะพาน หนังทั้งเรื่องแต่เรายังไม่เห็นธอร์ปะทะเฮลาแบบสูสีเลยสักครั้งเดียว

ฉากต่อสู้ที่เราชอบมีแค่ฮัคค์สู้กับเฟนรีร์ แต่ก็นิดเดียวเหมือนกัน คือทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด ไม่มีใครสู้กับเฮลาอย่างเต็มที่เลย ถึงจะต้องเจ็บหนักแต่ขอให้ได้สู้แบบทุกคนร่วมมือกันปะทะเฮลาสักครั้ง บุกคนละทีสองที นี่เหมือนเฮลาปะทะลูกกระจ๊อกแล้วก็ตูมแอสการ์ดล่มสลาย

รวมถึงสามตัวละครในภาคก่อนๆอย่างโวลสแต็กก์ แฟนดรัล ก็มาเร็ว เคลมเร็ว จนเราที่ไม่เคยดูมาก่อนเลยยังงงๆว่า อ้าว ตายล่ะ? มีแค่โฮกุน นี่ล่ะพอมีบทบาทมากหน่อย เหมือนเอาตัวละครเหล่านี้มาฆ่าเพื่อโชว์เหนือของเฮล่า ที่ก็เป็นการปะทะที่ไม่สูสีหรือดุเดือดออกแล้วเล่นๆแค่คันมือของเฮลาเท่านั้น

หลายฉากที่มีในทีเซอร์ไม่มีในหนังจริงๆ เรารอดูฉากโลกิควงมีดมากๆ อย่างเท่เลย แต่ก็ไม่มี หรือฉากพายุดาบของเฮล่า หลังจากดูจบแล้วเราก็พูดกับพี่สาวว่า "สงสัยเขาให้เราดูในตย. แล้ว คงไม่จำเป็นต้องมีในหนังล่ะมั้ง"

ในเรื่องซีจีเราจะไม่พูด (เพราะเราไม่มีความรู้ในเรื่องนี้) แต่เราว่าก็โอเค ลอยบ้าง เนียนบ้าง เป็นเรื่องปกติ

ซาวน์ประกอบมีตย. หนี่งที่เราจะได้ฟังเพลง Immigrant Song - Led Zeppelin และเพลงนี้ก็มาปรากฎในหนังถึงสองครั้ง ซึ่งมันก็เท่ดีนะ เข้ากับฉากต่อสู้ แต่มันกลับให้ความรู้สึกเฉยๆ

ปิดท้ายด้วย End Credit อันแรก เราว่าโอเคมาก เพราะเหมือนเป็นการเปิดไปสู่ The Avengers : Infinity War แต่อันที่สองคือ ... ??? ... อันนี้เราไม่เข้าใจจริงๆ คือให้เราจุดจบของแกรนด์มาสเตอร์เพื่อต่อไปไหนหรือป่าว? ถ้าไม่เราว่ามันเสียเวลามากๆ (ตอนแรกนึกว่าจะเป็น Black Panther หรืออะไรน่าสนใจกว่านี้เสียอีก)

สรุป - Thor: Ragnarok (ศึกอวสานเทพเจ้าสายฟ้า)

สนุกค่ะ ไม่เสียดายเงิน แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจใหม่ๆเลย (สำหรับเรา)

แม้กระทั่งตัวร้ายที่เรารอคอยอย่างเฮลาก็ยังเฉยๆเพราะไม่มีการขยี้ความรู้สึกอะไรเลย ดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรงไม่มีคดเคี้ยว

เราชื่นชอบธอร์แค่ตอนที่เขาใช้พลังไงเองได้ไม่ใช่เทพเจ้าค้อนอีกต่อไป และฉากธอร์เจอกับหมอแปลก



==============================



Justice League (เข้าฉาย 16/11/2017)
ความยาว 120 นาที
กำกับการแสดงโดย Zack Snyder

ต้องบอกก่อนว่าส่วนตัวเคยชมหนังค่าย DC แค่ Man Of Steel, BvS, SS ยังไม่มีโอกาสชม WW แต่ก็พอทราบเรื่องราวบ้าง ซึ่งทั้งสามเรื่องที่ชมแล้วก็มีทั้งประทับใจ/ไม่ประทับใจ

เช่นเดียวกับธอร์ก่อนไปดูเราก็ได้ศึกษาคำวิจารณ์จากเว็บมะเขือเน่าแล้วก็ต้องทำใจว่าเปิดตัวได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหลือเกิน ตอนนั้นที่เราดูคือประมาณ 30% กว่าๆ

นักแสดงก็มีหน้าเดิมอย่างแบทแมน (Ben Affleck) วันเดอร์ วูแมน (Gal Gadot) ลูอิส (Amy Adams) อัลเฟรด (Jeremy Irons) กอร์ดอน (J.K. Simmons)

บอกตามตรงจากทุกเรื่องที่เคยดู ทำให้เรารู้สึกหวั่นใจกับ JL เหมือนกันนะ กลัวว่าจะใส่อะไรไม่รู้จนล้น หรือมีจุดพลิกผันอะไรง่ายดายมากๆ

แต่สำหรับเรื่องจัสติซลีกนี้ ความรู้สึกหลังชมคือชอบค่ะ บอกได้เลยว่าชอบอย่างชัดเจน อีกความรู้สึกคือคิดว่าดีซีมาถูกทางล่ะ ไม่ต้องดาร์กเกินจนเครียดเพราะไม่ใช่โนแลนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สว่างสดใสจนทิ้งโทนเรื่องเดิม

มีการหยอดมุขเข้ามาสร้างสีสันที่ไม่เฟ้อมากไป มุขตลกจัดมาเป็นระยะๆ จากตัวละครหลักเองบ้างหรือจากสภาพแวดล้อมบ้าง ซึ่งเราดีซีทำได้โอเค อาจจะมีแป๊กๆบ้าง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่เริ่มต้นเอง แต่ส่วนใหญ่ก็โอเค

ตัวละครหลักที่มีหน้าที่เป็นตัวตบมุขของเรื่อง ก็คงหนีไม่พ้นตัวละครใหม่และเด็กสุดของทีมอย่าง เดอะ แฟลช/แบรี่ อัลเลน (Ezra Miller) ซึ่งเอซราเล่นได้น่ารักดี กวนแบบเด็กๆ นอกจากนี้ยังมีตัวละครที่ยิงมุขเก่งสุดอย่าง อควาแมน (Jason Momoa) (เราชอบเฮียเจสันตั้งแต่คาล โดรโก จาก GoT แล้วค่ะ) และยังมีสมาชิกใหม่คนสุดท้ายที่ก็เก่งและความน่าสนใจอย่าง ไซบอร์ก/วิคเตอร์ สโตน (Ray Fisher)

เราเคยเห็นหน้าตัวละครใหม่ๆนั่นมาบ้างแล้วใน BvS ซึ่งก็อาจจะไม่จำเป็นเลย แต่พอมาดูแบบชัดเจนขึ้นในหนัง เราว่าทุกตัวละครมีความโดดเด่นแบบไม่ล้ำเส้นกันมากเกินไป ซึ่งเราว่าดี ทุกคนแสดงความสามารถพอๆกัน ไม่มีใครถูกลืม

การต่อสู้ก็นานพอสมควรและเยอะดี ตอนสู้ก็จะแบ่งหน้าที่กันชัดเจนใครถนัดด้านไหนก็ไปด้านนั้น อย่างสายบู๊คือ WW และอควาแมน สายสมองคือไซบอร์ก สายซัพพอร์ตแนวบู๊คือแบทแมน สายซัพพอร์ตเพื่อช่วยคนคือเดอะ แฟลช ซึ่งนั้นทำให้ทุกคนได้โชว์สกิลกันพอสมควร นอกจากนี้ทุกตัวละครมีปมความหลังของตัวเองที่น่าสนใจ

อย่างที่บอกเราไม่เคยดู WW แต่พอได้เห็นเมืองของ WW สู้ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคะแนนคำวิจารณ์ถึงโดดออกมาจากหนังดีซีเรื่องอื่นๆ ก็เท่กันซะขนาดนั้น

ถึงการต่อสู้จะเฉลี่ยบทบาทได้ดี แต่อควาแมนอาจที่เป็นสายบู๊แต่โชว์สกิลไม่ค่อยเยอะ ก็ถิ่นของเขาคือใต้น้ำ แต่ว่าการต่อสู้เกือบทั้งเรื่องอยู่บนบก แต่เราคาดว่าในหนังอควาแมน เราจะได้เห็นอะไรมากกว่านี้แน่นอน อีกทั้งเรื่องนี้ยังได้เจมส์ วาน มากำกับให้อีก เราไม่พลาดแน่ๆ

เรื่องซีจีเราจะไม่พูดถึงเช่นเดียวกับธอร์ แต่เราพอทราบมาว่าผู้ชมหลายคนวิพากย์วิจารณ์ว่าซีจีลอย แต่สำหรับเรา เราว่ามันก็ลอยในระดับที่รับได้ ไม่ได้น่าเกลียดเหมือนอย่างที่พยายามจะขยายประเด็นเลย

และฉากที่ประทับใจเรามากที่สุดในเรื่องคือ ฉากปลุก Superman (Henry Cavill) เราว่าเขาทำออกมาได้เรียลดี ตรงความรู้สึกของเฮียซุป ความสับสนหลังจ่กตื่นจากความตาย คำถามที่ถามกับแบทแมนว่า "จะอยู่ก็ไม่อยากให้อยู่ จะตายก็ไม่อยากให้ตาย" เฮียเลยตื่นขึ้นมาปุ๊ปก็ไล่กระทืบซะยับเยิน

และฉากที่ฮาที่สุดสำหรับเราคือฉากที่เฮียซุปมองตามน้องแฟลชทัน คือสีหน้าของเอซรามันตลกอ่ะ ให้ความรู้สึกว่าชิบหายแล้วของจริง แต่ว่าจะหยุดวิ่งก็หยุดไม่ได้ รวมถึงหลายๆฉากของเดอะ แฟลชที่น่ารัก ฉากวิ่งแตะดาบให้ WW ก็น่ารักดี

เราไม่ได้รู้สึกว่าการสอดแทรกมุขหรือดราม่าเยอะไปหรือน้อยไป เราชอบฉากดราม่าแบทแมนรู้สึกผิดถึง ซุปว่ามีความเป็นมนุษย์มากกว่าตัวเอง หรือตอนที่แบทแมนกดดัน WW ฉากที่เฮียซุปพาลูอิสมาบ้านเพราะเป็นสิ่งแรกที่คิดถึง

ทั้งๆที่มีข่าวมาว่ามีการตัดฉากออกไปเกือบชม. แต่หนังที่ออกมาก็สมบูรณ์ในระดับหนึ่งอาจไม่มากแต่เริ่มต้นได้ดี แต่นั่นก็ทำให้เราเซ็งเช่นเดียวกับธอร์คือบางฉากในทีเซอร์ไม่มีในหนังจริง

และอีกประเด็นที่คนวิจารณ์กันเยอะคือตัวร้ายกาก แต่เราขอไม่เห็นด้วย ก็ตัวร้ายสู้กับเฮียซุปเลยนะก็ก่อนหน้าตัวร้ายยังบอกเลยว่าที่ต้องรอนานขนาดนี้เพราะรอให้เฮียซุปตาย เพราะฉะนั้นพอเฮียซุปกลับมา ตัวร้ายก็ต้องแพ้เป็นธรรมดา

แต่เราก็ได้เห็นตัวร้ายโชว์เหนือหลายครั้ง ทั้งบุกเมือง WW บุกใต้น้ำอควาแมน สู้กับทั้งทีมฮีโร่และชนะง่ายๆ จนทีมฮีโร่หมดทางออกต้องปลุกเฮียซุป เราว่ามันสมเหตุสมผลนะ ด้วยความเหนือทุกสิ่งของเฮียซุปมันก็ต้องจบอย่างนั้นแหละ

เรื่องซาวน์ประกอบ เราว่าก็โอเคนะ บางเพลงอาจจะแปลกๆ แต่พอดูอย่างตั้งใจเราก็ลืมไปหมดเลย และที่เราชอบมาคือตอนที่เขาใช้เพลง everybody knows ของ sigrid ตอนที่ทุกคนเหมือนจะสิ้นหวังกับการจากไปของซูเปอร์แมน เราว่ามันดีมากเลย ชอบสุดๆ

และปิดท้ายด้วย End Credit อันแรก เราว่าน่ารักดี แข่ง การวิ่งวัดความเร็วระหว่างเฮียซุปกับน้องแฟลช ส่วนอันที่สองนี่ดีมากนะ ไม่เสียเวลานั่งรอ ก่อนดูเราคิดว่าน่าจะพูดถึงเปิดเผย Superhero ตัวใหม่ แต่กลายเป็นเปิดเผยตัวร้าย ซึ่งมันโอเคมาก คุ้มค่ากับการนั่งรอของเรา

สรุป Justice League

สนุกค่ะ และไม่เสียดายเงิน ได้รับความประทับใจหมายหมั่นว่าจะต้องภาคสองอย่างแน่นอน

ดีกว่าที่คาดคิดไว้เยอะพอสมควร หวังว่าในภาคต่อไปหรือในหนังเรื่องอื่นๆของดีซี จะมีการพัฒนาต่อยอดเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่ถอยกลับไปย้ำที่เดิม


******


นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของความรู้สึกเท่านั้น และส่วนตัวไม่ได้มีเจตนาเพื่อบอกว่าเรื่องไหนดีกว่า ทั้งหมดเป็นเพียงความรู้สึกหลังชมของเราเท่านั้น ทั้งสองเรื่องนั้นก็ดีและได้ถ่ายทอดผลงานออกมาในแบบของตนเองอย่างชัดเจน และยังคงเอกลักษณ์ของเรื่องเอาไว้ได้

หลังจากนี้ก็แล้วแต่ทุกคนจะตัดสินใจกันเองนะคะ เพราะความชอบ/รสนิยมของคนเรามีไม่เหมือนกัน ฉากที่เราชอบคุณอาจจะไม่ชอบ ฉากที่เราไม่ชอบคุณอาจจะชอบก็ได้

ท้ายนี้ก็ขอบคุณสำหรับทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดจบค่ะ

เขียนโดย
My Style Is 1D(5)



Create Date : 19 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2560 14:01:29 น.
Counter : 564 Pageviews.

0 comments

BlogGang Popular Award#15



My Style Is 1D(5)
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



WE. ACCEPT. THE. LOVE.
WE. THINK.
WE. DESERVE.

I ❤ T-Swizzle & 1D(ZM)
I'm a Swiftioner (Z) (Swifty and Directioner/ Zquad)
" Tim McGraw to LWYMMD
Taylor Swift to reputation
What Makes You Beautiful to History
Up All Night to Made In The A.M.
& Always support those 5 Idiots who changed my life."
พฤศจิกายน 2560

 
 
 
6
8
20
26
28
29
30
 
 
All Blog