พฤษภาคม 2556

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
การเลี้ยง BARF สุนัข
BARF= Bones and Raw Food หรือ Biologically Appropriate Raw Food



ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวเหลือเกินสำหรับบางท่านในการที่จะเปลี่ยนการให้อาหารสุนัขมาเป็น BARF

คนส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อผิดๆที่ว่า อย่าให้กระดูกไก่แก่สุนัข อย่าให้สุนัขกินอาหารดิบเพราะเดี๋ยวมันจะดุ ฯลฯ แต่คุณเคยถามตัวเองบ้างหรือไม่ ว่าที่พูดมานั้นมันเป็นความจริงหรือไม่ และอย่างไร

แท้จริงแล้วในกระดูกไก่(ดิบ) นับเป็นอาหารชั้นเลิศคุณภาพ 5 ดาว สำหรับสุนัขของคุณเลยแหล่ะ เพราะมันมีสารอาหารในปริมาณที่พอเหมาะสำหรับสุนัขของคุณ ทั้งยังราคาก็มิตรภาพสำหรับคนงบน้อยเช่นเรา จริงๆแล้วกระดุกไก่ดิบนั้นอ่อนมากพอที่จะให้สุนัขนั้นขบเคี้ยวได้ง่ายสำหรับการย่อยในลำดับต่อไป สุนัขจะไม่สำลักกระดูกดิบๆ ซึ่งตรงกับข้ามกับกระดูกไก่ที่สุกแล้ว ซึ่งมันจะแข็ง,แหลม และสุนัขสามารถสำลักกระดูกหรือมีกระดูกติดคอได้ ซึ่งนั่นแหล่ะคือปัญหาที่คนทั่วไปเชื่อว่าอย่าให้หมากินกระดูกไก่!!! นอกจากนี้กระดูกที่สุกแล้วนั้นจะเสียคุณค่าอาหารที่เป็นประโยขน์สำหรับสุนัขของคุณอันเนื่องจากความร้อน

แล้วคำถามที่ว่ากระดูกไก่ (ที่สุก) นั้นสามารถทำอันตรายแก่สุนัขถึงตายได้หรือไม่? อืม...จริงๆแล้วเรื่องทุกเรื่องสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ใครจะรู้ว่าจำนวนของสุนัขที่เสียชีวิตเนื่องจากการกินอาหารสำเร็จรูปที่แฝงไปด้วยอันตรายกับจำนวนของสุนัขที่ตายเพราะสำลักเศษกระดูกไก่ อย่างไหนมันจะมีมากกว่ากัน?

แต่ถึงกระนั้นเถอะการให้อาหารสุนัขของคุณไม่ว่าแบบใดมันก็มีความเสี่ยงแฝงอยู่ด้วยทั้งนั้น รวมทั้งอาหารของคนที่เราบริโภคอยู่ทุกวันนี้ก็ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นไม่ว่าจะมีใครวิจารณ์การตัดสินใจของคุณไป แต่ตัวคุณเองและคุณคนเดียวนั้นแหล่ะที่จะตัดสินใจได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสุนัขที่รักของคุณ โปรดจงใช้วิจารณญาณคิดและเปรียบเทียบดูถึงประโยชน์และอันตรายทั้งหมดในทุกๆด้าน แล้วรวบรวมวิเคราะห์สิ่งต่างๆด้วยตัวคุณเองว่าอะไรคือสิ่งทีดีที่สุดและมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับสุนัขของคุณ......


เนื้อหาที่ขอแนะนำเผื่อคุณต้องการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณานั้นมีดังต่อไปนี้

//www.barfers.com/barf.html ในเวปนี้มีการรวบรวมคำถามคำตอบต่างๆที่ดีเยี่ยมเกี่ยวกับการให้กระดูกและอาหารสดดิบแก่สุนัข

//groups.yahoo.com/group/BARF/ เป็นกลุ่มคนทั่วโลกที่ให้อาหารสุนัขโดยยึดหลัก BARF Diet หรือต้องการที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการดังกล่าว นอกจากนี้คุณสามารถหากลุ่มสมาชิกที่ยึด BARF เป็นหลักโดยแบ่งเป็นสายพันธุ์และอื่นๆได้จาก

//groups.yahoo.com/search?query=barf&submit=Search

ส่วนหนังสือนั้น ขอแนะนำ Give Your Dog A Bone by Dr. Ian Billinghurst ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสารอาหารที่สำคัญสำหรับสุนัขไปจนถึงที่พูดเกี่ยวกับอาหารสุนัขสำเร็จรูปในปัจจุบัน
--------------------------------------------------------------------------------------

Credit : //www.pantown.com/group.php?id=560

--------------------------------------------------------------------------------------



ข้อดีของการให้กระดูกและอาหารดิบแก่สุนัข

* สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีขึ้น
* มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและสุขภาพ
* สภาพร่างกายและผิวหนังดีขึ้น
* สัตว์เลี้ยงได้รับสารอาหารที่เหมาะสม
* สามารถมั่นใจในคุณภาพเนื้อและกระดูกเพราะเป็นเกรดเดียวกับของมนุษย์
* มูลสัตว์มีกลิ่นและขนาดลดลง
* ปราศจากวัตถุกันเสีย, สีผสมอาหารและสารปรุงแต่งอาหารอื่นๆ
* ซื้อหาวัตถุดิบได้ง่ายและสะดวก
* ฟันสะอาดและมีเหงือกที่แข็งแรง
* ขนเป็นเงางามและมีสุขภาพดี
* ลดปัญหากลิ่นปากและกลิ่นเหม็นสาปของสุนัข
* ปัญหาขนร่วงมีลดน้อยลง
* สำหรับลูกสุนัข จะมีการเจริญเติบโตที่อยู่ในเกณท์ดี
* สุนัขที่อายุมากจะมีความเป็นอยุ่ที่ดีขึ้น
* การเคลื่อนไหวและสุขภาพโดยรวมทั้งหมดอยู่ในเกณท์ที่ดีขึ้น
* ช่วยในเรื่องการป้องกันโรคภัยต่างๆ อาทิเช่น โรคหัวใจ,ไต, มะเร็ง, ข้อต่ออักเสบ ฯลฯ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

//www.pantown.com/group.php?display=content&id=560&name=content2&area=

-------------------------------------------------------------------------------------------------------




อาหารเป็นพื้นฐานสุขภาพที่ดีของสุนัข

การที่เราจะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของเรานั้น มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงนั้น อาหารก็คือ หนึ่ง ในอีกปัจจัยที่มีผลสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุถึงจุดที่หวังไว้ นั้นคือการที่สุนัขของเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและอายุยืนนาน คำแนะนำต่อไปนี้ได้รับการพิสูจน์ จากคนส่วนใหญ่ ในเรื่องความประหยัด หรือผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการให้อาหารสุนัขโดยยึดหลัก Raw and Meat Bone Diet เมื่อเทียบกับอาหารสุนัขสำเร็จรูปที่มีวางขายอยู่ตามท้องตลาด


วิธีการต่อไปนี้มันเป็นเรื่องที่ง่าย, ประหยัด และยังทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีความสุขกับมัน

* มีน้ำดื่มที่สะอาดตลอดเวลา
* กระดูกติดเนื้อดิบๆ/ ปีกไก่/ ปลา/ โครงไก่ และอื่นๆ โดยคำนึงถึงความสดและสะอาดของวัตถุดิบ
* เศษอาหารทั้งที่สุกและดิบเช่นผักผลไม้ หรือธัญพืชอื่นๆขูด หรือปั่น ห้ามให้เศษกระดูกที่ผ่านกระบวนการปรุงอาหารมาแล้ว

-------------------------------------------------------------------

++ลูกสุนัขและลูกแมว++
โดยปกติแล้วลูกสุนัขหรือลูกแมวนั้น พออายุครบ 3 สัปดาห์จะเริ่มที่จะสนใจว่าอะไรคือสิ่งที่แม่ของพวกมันกินอยู่ หลังจากนั้น พออายุครบ 6 สัปดาห์ พวกมันจะสามารถกินซากไก่, กระต่าย หรือแม้กระทั่งปลาได้
เวลานี้ระหว่างช่วง 3-6 สัปดาห์นี้ อาจจะให้ไก่บดหรือสับละเอียดแก่ลูกสุนัขและลูกแมว ขั้นตอนนี้เปรียบได้กับการที่แม่สัตว์ป่า ทำการเคี้ยวและคายอาหารออกมาให้ลูกน้อยทาน โดยขนาดที่ให้แก่ลูกสุนัขนั้นเปรผันตามจำนวนลูกในแต่ละคอก หลังจากนั้นช่วงอายุระหว่าง 4-6 สัปดาห์ ฟันแท้จะขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยช่วงนี้ลูกสุนัข/แมวนี้ ต้องการอาหารที่อุดมสมบูรณ์ หรือเนื้อดิบๆติดกระดูกในขนาดที่พอเหมาะ
ลูกสุนัข/แมวนี้ จะไม่ทานอาหารมากเกินไป แต่จะแบ่งทานเป็นช่วงๆตลอดวัน
--------------------------------------------------------------------

++อาหารตามธรรมชาติที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงในตระกูลกินเนื้อ++

*เนื้อสดติดกระดูก*
- ซากไก่หรือสัตว์ปีก เช่นโครงไก่, หัว, เท้า, คอ และปีก ฯลฯ เหมาะกับสุนัข/แมว
- ปลาทั้งตัวและหัวปลา
- เนื้อแพะ แกะ กวาง จิงโจ้ สามารถตัดแบ่งเป็นเนื้อและกระดูกชิ้นใหญ่
- ส่วนต่างๆของหมูเช่นเท้า ซี่โครง หัว ฯลฯ
Note: ทั้งหมดนี้ไก่จะเป็นชนิดที่เหมาะสมที่สุด ที่นำมาเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงเนื่องจากมีปริมาณกรดไขมันที่เหมาะสม หาง่าย ราคาถูก และไม่เสี่ยงต่อพวกพยาธิตัวแบน

*เครื่องใน*
ตับ, ไต, ไส้, หลอดลม, กระเพาะ, หัวใจ, ผ้าขี้ริ้ว ฯลฯ
---------------------------------------------------------------------

++คุณภาพ ปริมาณ และความสม่ำเสมอ++

สัตว์ป่าทุกชนิดทุกสายพันธ์ที่จะมีร่างกายแข็งแรงนั้น ต้องขึ้นอยู่กับอาหารที่มีคุณภาพที่เหมาะสม ในจำนวนที่พอดีและได้รับอย่างสม่ำเสมอ การที่พวกมันได้รับอาหารอย่างเหมาะสมนี้นอกจากสุขภาพดีแล้ว พวกมันยังจะมีสุขภาพฟันและช่องปากที่ดีอีกด้วย เพราะพวกมันจะทำความสะอาดฟันจากสิ่งที่มันกิน โดยการแทะ ฉีก ดึง

*คุณภาพ*
เหยื่อที่มีไขมันน้อย, ปลา, สัตว์ปีก นี้เป็นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดของสัตว์กินเนื้อ ถ้าต้องใช้เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในฟาร์ม เช่นหมู วัว แกะ จำเป็นที่จะต้องระวังในเรื่องปริมาณไขมันที่มากเกินไป หรือขนาดกระดูกหรือชิ้นส่วนใหญ่เกินไปสำหรับสัตว์เลี้ยง เพราะอาจจะทำให้ฟันของสุนัขแตกได้ขณะขบกินกระดูกในช่อนที่แข็งและใหญ่เกินไป
อาหารสำหรับแมวนั้นจำเป็นที่จะต้องสดเสมอ ส่วนสุนัขสามารถกินอาหารที่สุกงอมและบางครั้งก็จะมีการฝังกระดูกไว้ในดินเพื่อกินในครั้งต่อไป (หมายเหตุ: การที่สุนัขฝังอาหารไว้ในดินนั้น ชี้ให้เห็นถึงการที่คุณให้อาหารจำนวนที่มากเกินไปสำหรับสุนัข ดังนั้นวิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเช่นนี้ควรลดปริมาณอาหารลง เพื่อในได้ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละตัว)

*ปริมาณ*
การที่เราจะกะปริมาณอาหารให้แก่สัตว์เลี้ยงนั้นมันเป็นศิลปะมากกว่าวิทยาศาสตร์ เหมือนดังเช่นพ่อแม่ของพวกเรา เมื่อตอนเรายังเด็กเวลาพ่อแม่ป้อนข้าวป้อนน้ำนั้น การจัดการอาหารนั้นก็ไม่ได้พึ่งตารางสารอาหารอะไรเลย ดังนั้นคุณก็สามารถที่จะทำสำเร็จและได้ผลที่ดีสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ โดยการให้ความใส่ใจเกี่ยวกับกิจกรรมที่สัตว์เลี้ยงของคุณทำนั้นมีอะไรบ้าง อยู่ในระดับไหน แล้วความกระหายอยากที่จะกิน รวมทั้งสภาพร่างกาย ต่างๆ ดังเช่น ถ้าสัตว์เลี้ยงมีกิจกรรมเยอะได้ออกกำลังมาก และแสดงให้เห็นว่าหิวบ่อยๆ ก็หมายถึงว่าคุณจะต้องเพิ่มปริมาณอาหารมากขึ้นกว่าเดิม
ส่วนสภาพร่างกายนั้นมักขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อย่างเช่นรูปร่างโดยรวมทั้งหมด – อ้วนหรือผอมไปรึเปล่า – และความเงางามของขนก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะบอกเราได้ ให้ลองใช้นิ้วดึงผิวหนังสัตว์เลี้ยงขึ้นมาเพื่อดูความยืดหยุ่นของผิวหนัง. ลักษณะกล้ามเนื้อ หรือลักษณะซี่โครงว่าโผล่ออกมาให้เห็นชัดรึเปล่า ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำมาปรับใช้กับตัวคุณเองและสัตว์เลี้ยงว่าอ้วนรึผอมไปอย่างไร
ปริมาณอาหารที่ควรให้โดยคราวๆนั้น สุนัข/แมว ควรได้รับประมาณ15-20% ของน้ำหนักตัว ใน1 อาทิตย์ หรือ 2-3 % ต่อวัน สามารถคิดได้โดย โดยอัตราส่วนระหว่างเนื้อสดติดกระดูก กับพวกอาหารอื่นๆเช่นผักผลไม้ นั้นอยู่ 60 : 40 (แต่มีผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มเห็นว่าอัตราส่วนที่เหมาะสมควรเป็น 70: 30) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางปฏิบัติเท่านั้น ไม่ใช่กฎตายตัวใดๆ
สำหรับสุนัขที่กำลังตั้งท้องหรืออยู่ในช่วงให้นมลูกนั้น อาจจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณอาหารมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตามถ้าเป็นไปได้ ควรให้เนื้อและกระดูกในขนาดใหญ่เพียง 1 ชิ้นเพื่อที่พวกมันจะได้ดึง แทะ ฉีกได้เต็มที่ ซึ่งหมายถึงการบริหารเหงือกและทำความสะอาดฟันไปในตัว


*ความสม่ำเสมอ*
ปกติแล้วสัตว์ล่าเนื้อที่อยู่ในป่า ไม่สามารถมาตั้งเกณฑ์เวลาที่จะกินอาหารได้ แต่สำหรับสุนัข/แมวบ้านนั้น ในกรณีที่โตแล้ว ควรให้เพียง หนึ่งมื้อ ยิ่งถ้าอาศัยในประเทศที่มีอากาศร้อน แนะนำว่าควรให้เป็นมื้อเย็น
เนื่องจากสัตว์ป่านั้น ปกติแล้วจะไม่สามารถหาอาหารทานได้ทุกวัน ดังนั้น ในกรณีที่อาหารหมด อย่าพยายามออกไปซื้ออาหารสำเร็จรูป ควรงดอาหารสัตว์เลี้ยงแทน แล้วค่อยทดแทนอาหารสดในวันต่อไป
---------------------------------------------------------------------

++เศษอาหาร++
สัตว์ป่าที่กินเนื้อนั้นจะกินอาหารทุกชนิดในจำนวนเล็กน้อย, อาจเป็นพวกพักผลไม้ที่ย่อยแล้วในกระเพาะของสัตว์ที่มันล่ามาได้ แต่ในกรณีของเรานั้นเศษอาหารที่กล่าวถึงนี้จะเป็น ผักผลไม้ปอกเปลือก หรือเศษอาหารอื่นๆแต่ห้ามเป็นกระดูกที่สุกแล้วเด็ดขาด ยิ่งถ้าเอาผัก+ผลไม้ปั่นแล้วนั้น จะยิ่งช่วยในเรื่องการย่อยมากขึ้น
---------------------------------------------------------------------
++สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง++
•เนื้อสดที่ไม่มีกระดูกมากเกินไป — จะไม่สมดุล
• ผักสดมากเกินไป — จะไม่สมดุล
•กระดูกชิ้นเล็กๆ — เพราะอาจกลืนทั้งอันและติดคอได้
•กระดูกที่สุกแล้ว — เพราะมันแหลม แข็งและติดคอได้.
•แร่ธาตุ+วิตามินบางชนิด เช่นแคลเซี่ยม, วิตามิน A, E, D, K — ไม่สมดุลและก่ออันตราย
•อาหารสำเร็จรูป — นำมาซึ่งปัญหาเกี่ยวกับฟันและโรคต่างๆ
•อาหารที่เต็มไปด้วยแป้ง —เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน
•หัวหอมและช็อคโกแลต — เกิดพิษกับสัตว์เลี้ยง
•เมล็ดผลไม้ที่แข็งและแกนข้าวโพด — อาจติดคอ
•นม — ถ้าสุนัขไม่เคยทานอาจทำให้ท้องเสียได้

---------------------------------------------------------------------
++การดูแล++
- สุนัข/แมวแก่ ที่เคยชินกับการกินอาหารสำเร็จรูป ในช่วงแรกอาจจะปฏิเสธการกินอาหารได้
- สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาเรื่องฟัน หรือฟันไม่ค่อยมีอาจมีปัญหาในเรื่องการกินอยู่บ้าง
- ควรให้อาหารที่หลากหลายหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป เพราะถ้ากินอาหารชนิดเดียวอย่างเดียวนั้นจะทำให้ร่างกายไม่สมดุล
- ตับเป็นแหล่งอาหารที่ดี แต่ไม่ควรให้มากเกินอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
- เครื่องในชนิดอื่นๆนั้น ไม่ควรให้มากกว่า 50% ของอาหาร
- ปลาเป็นแหล่งอาหารที่ดีสำหรับสัตว์กินเนื้อแต่ปลาบางชนิดควรระวังเช่นปลาคาร์ฟรึปลาในตระกูลปลานิล ที่มีเอมไซด์ทำลายวิตามิน บี1ได้


source: //www.rawmeatybones.com

--------------------------------------------------------------------------------------
//www.pantown.com/group.php?display=content&id=560&name=content2&area=
-------------------------------------------------------------------------------------------------------



Create Date : 30 พฤษภาคม 2556
Last Update : 30 พฤษภาคม 2556 11:56:50 น.
Counter : 1906 Pageviews.

3 comments
  
รวมไว้ จะได้อ่านเข้ามาอ่านได้สะดวกขึ้น
โดย: SamzSide วันที่: 30 พฤษภาคม 2556 เวลา:11:57:26 น.
  
ขอบคุณความรู้ดีๆครับ
โดย: moresaw วันที่: 30 พฤษภาคม 2556 เวลา:14:07:11 น.
  
อยากลองให้เด็กที่บ้านกินเหมือนกัน..กำลังศึกษาอยู่พอดีเลย
โดย: Phoenix (สมาชิกหมายเลข 818095 ) วันที่: 27 พฤศจิกายน 2556 เวลา:1:37:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

SamzSide
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



samzside รายงานตัวครับผม

ชื่อ แซม ครับ หนุ่มร่างใหญ่ใจดี ชอบท่องเที่ยว และหาของกินอร่อยๆด้วยความที่ชอบหาของกินอร่อยๆ ทำให้ต้องหาข้อมูลในอินเทอร์เนทเรื่องร้านอาหารที่น่าสนใจ หรือสถานที่ ท่องเที่ยวจากบล็อคต่างๆที่พี่ๆเพื่อนๆลงไว้ ผมเองก็ชอบกิน ชอบเที่ยว ชอบถ่ายรูป เลยมีความคิดอยากลองทำบล็อค เพื่อที่จะเอาความสุขเล็กๆน้อยๆของผมมาแชร์ให้กับเพื่อนๆบ้าง เลยเป็นที่มาในการทำบล็อคของตัวเองครับผม (อย่าลืมให้กำลังใจด้วยนะครับ จักเป็นพระคุณอย่างสูง )