Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
พักใจ:29 สุดยอดอาหาร..ที่จะทำให้สดใส ปิ๊งๆ















29
สุดยอดอาหาร ..ยื้อเวลาหาวัยเยาว์



ไม่ว่าเพศชายเพศหญิงหรือเพศที่สาม
คงไม่มีใครคนไหนปรารถนาที่จะมีตีนกาอยู่บนใบหน้าเป็นแน่
แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าตัวเลขอายุที่เพิ่มมากขึ้น
ทำให้เรื่องของริ้วรอยเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ก็ตาม



ดังนั้นจึงมีความพยายามมากมายที่จะชะลอริ้วร้อย
ของตัวเองในรูปแบบต่างๆ



วันนี้สูตรสำเร็จของการทำให้ริ้วรอยลดเลือนลงไป
แถมมีกระดูกที่แข็งแรง และมีพลังด้วย  เป็นเรื่องของสุดยอดอาหารค่ะ  
ก็ลองเติมลงในเมนูของคุณดูสิ... สดใสดูอ่อนกว่าวัย  Stay  looking young
เพียงแค่เลือกรับประทานอาหารที่ว่ามาทั้งหมดนี้ เพียงอย่างน้อยสักอย่าง
เป็นประจำทุกวัน ก็จะช่วยให้เส้นผมดำขลับ เงางาม
ผิวพรรณผุดผ่องและดวงตาเป็นประกายค่ะ



1.บลูเบอร์รี่  :  จากผลการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานิน
(anthocyanin) สารเม็ดสีในบลูเบอร์รี่ ช่วยในการมองเห็น



2.พริกหยวก  : ทั้งพริกแดง พริกเขียว และพริกเหลือง
ต่างมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย  น้ำฉ่ำๆ 
จากพริกหยวกยังจะช่วยให้สุขภาพเล็บแข็งแรง





3.กะหล่ำปลี  : เห็นเขียวๆ ม่วงๆ
อย่างนี้รู้มั้ยว่ากะหล่ำปลีนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซี และเบตาแคโรทีน
ที่จะช่วยในเรื่องของผิวพรรณ



4.วอลนัท   : 
ทองแดงในวอลนัทช่วยคงสภาพสีผมของคุณไม่ให้เปลี่ยนสีก่อนวัยอันควร 
ลองโรยวอลนัทลงบนสลัดหรือโยเกิร์ตก็ไม่เลวนะ



5.แอปริคอท  :  สารเบตาแคโรทีนในแอปริคอท
ช่วยชะลอการเสื่อมถอยของเลนส์ตา ช่วยในการมองเห็นได้ดี



6.อะโวคาโด  : 
การรับประทานอะโวคาโดช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน 
และปกป้องผิวจากอันตรายที่เกิดจากแสงแดด 
เนื่องจากอะโวคาโดอุดมไปด้วยวิตามินอี 



7. บีทรูท  : 
เนื้อของบีทรูทอุดมไปด้วยเบต้าไซยานิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านมะเร็ง
รับประทานโดยการนำไปตุ๋นหรือย่าง



8.เต้าหู้  : 
หยุดยั้งผิวที่ซีดและแห้งโดยการรับประทานอาหารอย่าง เต้าหู้
เพราะในเต้าหู้มีสารที่จะช่วยคืนสภาพผิวและป้องกันรอยเ***่ยว
ย่น 



9.ข้าวโอ๊ต  : 
เต็มไปด้วยเส้นใยที่ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด 
ทั้งยังช่วยลดอาการตึงเครียด จึงทำให้รอยเ***่ยว
ย่นน้อยลง



10.กระเทียม  : 
สมุนไพรกลิ่นแรงอย่างกระเทียมมีคุณสมบัติป้องกันแบคทีเรีย  ล้างพิษ
และป้องกันไวรัสจากโรคภัยไข้เจ็บตั้งแต่ไข้หวัดไปจนถึงมะเร็ง 
อาหารไทยส่วนใหญ่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว



11.แครนเบอร์รี่  : 
ผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
จากงานวิจัยล่าสุดพบว่ายังช่วยป้องกันโรคเหงือก
และแผลในช่องท้องได้ชะงัดอีกด้วย



12.ลินสีด  :  ช่วยลดอาการเจ็บตามข้อต่อ 
เพราะอุดมไปด้วยโอเมก้า  3 ที่ร่างกายใช้ในการสร้างฮอร์โมน
ที่มีคุณสมบัติป้องกันอาการอักเสบ



13.กีวี  :  วิตามินซีและสารอาหารบางอย่างในกีวี
ช่วยในการไหลเวียนของออกซิเจน ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจ  เช่น โรคหืด หอบ



14.ลูกพลัม  : 
อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันการถูกทำลายของไขมัน
ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในเซลล์สมอง 





15.กล้วย  :  เป็นแหล่งรวมของโพแทสเซียม 
นอกจากกล้วยจะช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหารแล้วยังช่วยลดอาการท้องผูก



16.ส้ม  :  การรับประทานส้มทั้งผลแทนการดื่มน้ำส้ม
จะช่วยให้ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่
มิหนำซ้ำวิตามินซีในส้มยังช่วยป้องกันและเยียวยาโรคหวัด 
นอกจากนี้กากของส้มยังช่วยในเรื่องของการขับถ่าย





17.ข้าวกล้อง  :  ฮอตฮิต อินเทรนด์กันอยู่พักใหญ่
เพราะอุดมไปด้วยแร่แมงกานีสที่จะช่วยให้พลังงานกับร่างกาย
โดยการให้โปรตีนและคาร์โบไฮเดรต 
และยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย 18.มะเขือม่วง  : 
เปลือกของมะเขือม่วงอุดมไปด้วยนาซูนิน  (nasunin)
ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยปกป้องสมองของคุณจากการถูกทำลาย
เพื่อคงความฉลาดหลักแหลมของคุณไว้



19.ลูกพรุน  : 
โพแทสเซียมในลูกพรุนช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด และลดระดับความดันเลือด
ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคหัวใจ
เสิร์ฟคู่กับโยเกิร์ตหรือกินเล่นเป็นของว่างก็ดี



20.คะน้า  : 
ช่วยให้ตับของคุณผลิตเอ็นไซม์ในการต่อต้านมะเร็ง  เมื่อคุณเคี้ยวคะน้า 
จากการวิจัยพบว่าสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมได้



21.ผักโขม  :  คุณจะได้รับแคลเซียมจากผักโขม 
ในขณะเดียวกันก็มีแมกนีเซียมที่จะช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมได้ดี 
การรับประทานใบอ่อนของผักโขมในสลัด
จะช่วยให้ป้องกันโรคกระดูกเปราะและหักง่ายเนื่องจากขาดแคลเซียม



22.ราสเบอร์รี่  : 
จากผลการวิจัยพบว่าสารแอนตี้ออกซิเดนท์ในราสเบอร์รี่
สามารถยับยั้งการเกิดเนื้อร้ายได้
ลองนำราสเบอร์รี่ไปราดด้วยช็อกโกแลตเหลวแล้วไปแช่เย็นดูสิ



23.ถั่วงอก  :  สารประกอบ  ที่พบในถั่วงอก 
สามารถช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด นอกจากนี้ถั่วงอก 
ยังประกอบด้วยสารอาหารในปริมาณสูง  ซึ่งจะช่วยเรื่องโรคเล็กๆ น้อยๆ
ของสตรีในวัยหมดประจำเดือน



24.  บล็อคโคลี่  :  การรับประทานบล็อคโคลี่เป็นประจำ
จะช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ถึง  20% 
และยังมีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันการปวดกล้ามเนื้อ  ปวดตามข้อ
และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย





25. สตรอเบอร์รี่  :
วิตามินซีและสารบางอย่างในสตรอเบอร์รี่
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผนังเส้นเลือดผลไม้สีแดงสดทรงแบบนี้



26.   องุ่นแดง  : 
จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดเลือดจับตัวเป็นก้อน 
และดักจับไขมันในเลือดที่จะเป็นอันตรายต่อเส้นเลือดแดงของคุณ
ใส่องุ่นแดงลงในสลัดหรือดื่มไวน์แดงสักแก้วระหว่างมื้อค่ำ



27.  ปลาที่มีไขมัน  :  แซลมอน  หรือเนื้อปลาชนิดอื่นๆ
ที่มีไขมันปนอยู่บ้างนั้น สามารถช่วยปกป้องคุณจากโรคภัยไข้เจ็บมากาย  
อีกทั้งโปรตีนในเนื้อปลายังช่วยในเรื่องของสมอง  ว่ากันว่าให้เด็กๆ
กินปลาแล้วจะฉลาด ปลานึ่ง ปลาย่างราดซอสอร่อยๆ ล้วนเป็นทางเลือกที่ดี



28.  มะเขือเทศ  : สารไลโคพีนี ( lycopene)
ในมะเขือเทศจะช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูก  หมาก มะเร็งเต้านม
มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สำคัญช่วยให้ผิวสวยอย่าบอกใคร



29.  หัวหอม  :  หัวหอมที่มีกลิ่นไม่หอมเหมือนชื่อนี้
จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งยังช่วยในการรักษาและป้องกันโรคเบาหวาน



หามาทานกันนะค๊า




เครดิต
//www.yenta4.com/






Free TextEditor


Create Date : 19 พฤษภาคม 2553
Last Update : 19 พฤษภาคม 2553 13:34:55 น. 0 comments
Counter : 123 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nijanijop
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add nijanijop's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.