Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
18 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
6 เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก












อันดับ 6 Algeria - "Qassaman"/"We
Pledge"

(ฟังได้ที่ //jv.wikipedia.org/wiki/Qassaman)


ประเทศแอลจีเรีย(Algeria)
ประเทศบ้านเกิดของนักฟุตบอลชื่อดัง ซีดานไงครับ
ซึ่งครั้งหนึ่งเคยอยู่การปกครองของฝรั่งเศส
ซึ่งคนในประเทศไม่ชอบเท่าไหร่เลยทำสงครามกองโจรต่อต้านฝรั่งเศสอย่างต่อ
เนื่อง จนฝรั่งเศสยอมถอนตัวจากแอลจีเรีย
จากนั้นก็มีการปฏิวัติรัฐประหารอยู่บ่อย ๆ
และประเทศยังมีคงปัญหาเรื่องเชื้อชาติเกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน

ส่วน
เนื้อเพลง " Qassaman " แปลเป็นไทยว่าคำปฏิญาณ เขียนใน 1956 โดย Moufdi
Zakaria เป็น เพลงชาติที่ใช้มายาวนาน10 ปี
โดยผู้วชาญเพลงในประเทศมาช่วยกันออกความคิดเห็นช่วยกันแต่ง
ซึ่งเนื้อหาของเพลงนั้นค่อนข้างออกมารุนแรง? การทำลาย? การนองเลือด?
และยิงด้วยปืนกล? และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ

“We swear by the
lightning that destroys, By the streams of generous blood being shed"
เราขอสาบานด้วยอำนาจการทำลายราวสายฟ้า ด้วยเลือดที่ไหลราวกับสายน้ำ

"When
we spoke, none listened to us, So we have taken the noise of gunpowder
as our rhythm, And the sound of machine guns as our melody"
เมื่อเราบอกกล่าว ถ้าไม่มีผู้ใดฟังเรา
ดังนั้นเราจึงต้องใช้เสียงปืนเป็นจังหวะของชีวิตพวก
และเสียงจากปืนคือเสียงดนตรีของพวกเรา

อันดับ 5. Italy - "Il Canto
degli Italiani"/"The Song of the Italians"

(ฟังได้ที่ //en.wikipedia.org/wiki/Il_Canto_degli_Italiani)


ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของเพลงชาติเกี่ยวกับอิตาลี
มักเศร้าระทมจนกระทั้ง จูเซปเป ฟอร์ตูนีโน ฟรันเชสโก แวร์ดี (Giuseppe
Verdi) เป็นคีตกวีบทเพลงประกอบโอเปรา ชาวอิตาลี (ค.ศ. 1813 –
1901(ได้แต่งเพลงที่ชื่อ "Il Canto degli Italiani"แปลเป็นไทยคือ"
เราพร้อมเพื่อตาย!"ซึ่งเขาแต่ในช่วงที่ในขณะที่นครมิลาน
พ่ายแพ้และถูกจักรวรรดิออสเตรียเข้ายึดครอง แวร์ดีได้ประพันธ์โอเปร่าเรื่อง
Il Corsaro ขึ้น เพื่อให้ปลุกใจให้อิตาลีเป็นอิสรภาพจากประเทศออสเตรียในปี
พ.ศ. 2390 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติในปี พ.ศ. 2489
และพัฒนาเป็นเพลงชาติในที่สุด และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ

"Mercenary
swords, they're feeble reeds. The Austrian eagle has already lost its
plumes. The blood of Italy and the Polish blood it drank, along with the
Cossack. But it burned its
heart."ทหารรับจ้างจะทำงานเพื่อเงินและรางวัลเท่านั้น
เราอ่อนแอราวนกอินทรีย์ที่สูญสิ้นปีก
ชาวคอซ-เซ็คชอบดื่มเลือดของอิตาลี่และโปแลนด์ มันทำให้เราแสบหัวใจ

อันดับ
4. Hungary - "Himnusz/Hymn"

ฟังเพลงได้ที่ // www.nationalanthems.info/hu.txt

แต่งโดย Kölcsey Ferenc ประเทศ
ฮังการีนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งมีประวัติอย่างยาวนานมาตั้งแต่ในตอนศตวรรษที่ 9 และกล่าวจะมาเป็นประเทศ
ฮังการีผ่านร้อนผ่านหวามมาเยอะเลยครับ ทำสงครามโลก สงครามเย็น
สงครามกลางเมืองที่แสนโหดร้าย ผู้บริสุทธิ์ถูกยิงไม่เว้นวัน

ถูก
ต้องเพลงสดุดีนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อให้พลเมืองของประเทศทั้งหลายจับอาวุธขึ้น
ต่อสู้ต่อต้านการกดขี่, ละเมิด, หรืออะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคาม และเพลง
Himnusz มันเหนือกว่านั้น!! และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ

"No
freedom's flowers return, from the spilt blood of the dead, and the
tears of slavery burn, which the eyes of orphans shed."ไม่
มีดอกไม่แห่งเสรีภาพหวนคืนมา จากเลือดที่สาดกระเด็นของเหล่าวายชน
และหยาดน้ำตากลายเป็นทาสจากการเผาไหม้
ความเคียดแค้นที่สุมอกที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาของเหล่าเด็กกำพร้า

อันดับ
3. Turkey - "?stiklal Mar??/Independence March"

(//en.wikipedia.org/wiki/%C4%B0stikl%C3%A2l_Mar%C5%9F%C4%B1)


“?stiklal Mar??”แปลว่าอิสรภาพ เขียนโดย Osman Zeki Üngör
ใช้อย่างเป็นทางการทางการ 12 มีนาคม 1921 เป็น
เพลงกระตุ้นสำหรับการต่อสู้ในสงครามของตุรกีเพื่อรับอิสรภาพและเป็นเพลง
สดุดีกล้าหาญสำหรับสาธารณรัฐที่ตั้งขึ้นด้วย ความรักอิสรภาพ, ศรัทธา,
บรรลุผล, ความ หวัง และการอุทิศตัวให้สูงศักดิ์
ซึ่งจากประวัติศาสตร์ตุรกีต้องเผชิญการรุกรานของยุโรปและการดูถูกดูแคลน
ดังนั้นพวกเขาจึงได้ใส่เรื่องราวเหล่านั้นเขาไปในเพลงชาติ
ที่แสดงให้เห็นว่าใครมาแหยมประเทศอั๊วมันต้องตาย และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ

"
I' m like the roaring flood; powerful and independent, I' ll tear apart
mountains, exceed the heavens and still gush out! "ฉันเหมือนน้ำท่วม
ที่มีเสียงคำราม ทรงพลัง และอิสระ ฉันจะฉีกภูเขาอย่างละส่วน กินท้องฟ้า
และทะลักออกมา!

" Render your chest as armor and your body as
trench! " "หน้าอกของฉันเป็นอาวุธ และร่างกายของคุณเป็นคู!"

" For
only then, shall my fatigued tombstone, if there is one, prostrate a
thousand times in ecstasy, and tears of fiery blood shall flow out of my
every wound" สำหรับเวลาต่อมา ที่ศิลาหน้าหลุมฝังศพของฉัน
ถ้ามีสิ่งหนึ่งนอนคว่ำพันเวลาในความปีติยินดีอย่างเหลือล้น และ
น้ำตาและเลือดซึ่งลุกเป็นไฟได้ไหลออกมาจากทุกบาดแผลของฉัน
และร่างกายไม่มีชีวิตของฉันได้หายไปจากโลกเสมือนจิตใจเป็นสิ่งที่ชั่ว
นิรันดร"

อันดับ 2. France - "Le Marseillaise"/"The Song of
Marseille"

(ฟังได้ที่ //la-lune.exteen.com/20070713/entry
)

ลามาร์แซแยส (La Marseillaise แปล ตามตัวว่า
เพลงแห่งเมืองมาร์เซย์)
เป็นชื่อของเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย โคลด โจเซฟ รูเชต์ เดอ ลิสล์ (Claude - Joseph
Rouget) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1792 ที่เมืองสตราสบูร์ก ในแคว้นอัลซาส
เดิมเพลงนี้มีชื่อว่า "Chant de guerre de l'Armée du Rhin" (แปลว่า
"เพลงมาร์ชกองทัพลุ่มน้ำไรน์")
เดอลิสล์ได้อุทิศเพลงนี้ให้แก่นายทหารชาวแคว้นบาวาเรีย
(อยู่ในประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน) ซึ่งเกิดในประเทศฝรั่งเศสผู้หนึ่ง
คือจอมพลนิโคลาส ลัคเนอร์ (Nicolas Luckner) เมื่อ
กองทหารจากเมืองมาร์เซย์ได้ขับร้องเพลงนี้ขณะเดินแถวทหารเข้ามายังกรุงปารีส
ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป
และกลายเป็นเพลงปลุกใจในการร่วมปฏิวัติฝรั่งเศส
ทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเพลงลามาร์แซแยสดังปรากฏอยู่ในปัจจุบันด้วย

สมัชชา

แห่งชาติฝรั่งเศสได้ออกประกาศรับรองให้เพลงลามาร์แซแยสเป็นเพลงชาติฝรั่งเศส
เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2338
ต่อมาเพลงนี้ได้ถูกงดใช้ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1
และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18
และมีการนำเพลงอื่นมาใช้เป็นเพลงชาติฝรั่งเศสแทนในระยเวลาดังกล่าวแทน
หลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2373
เพลงนี้ก็ได้กลับมาใช้เป็นเพลงชาติในระยะสั้นๆ
แต่ก็งดใช้อีกครั้งในสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3
ตราบจนกระทั่งฝรั่งเศสเข้าสู่สมัยสาธารณรัฐที่ 3
เพลงนี้จึงได้รับการรับรองให้เป็นเพลงชาติอย่างถาวรเมื่อ พ.ศ. 2422

และ
นี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ
(ปล.ผมไปให้คนในเอ็มฟังเขาบอกว่ามันคล้ายเพลงไทยอย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่ว่าทำนอง หรือคำแปล)

"Do you hear in the countryside, the roar
of these savage soldiers, they come right into our arms, to cut the
throats of your sons!" ทหารร้ายใจโจรตะโกนร้อง
คำรามก้องในท้องทุ่งได้ยินไหม มันราญรุกบุกบ้านเพื่อเอาชัย
ลูกเมียเรามันเชือดได้ให้ตายตาม”

" Amour sacré de la patrie,
Conduis, soutiens nos bras vengeurs ! Liberté, liberté chérie,Combats
avec les défenseurs ! (bis)Sous nos drapeaux, que la victoireAccoure à
tes males accents !Que les ennemis expirantsVoient ton triomphe et notre
gloire !!" (ภาษาฝรั่งเศส) “เตรียมศาสตราอาวุธเร็วพี่น้อง
รวมพลังเป็นหมู่กองให้เกรงขาม แล้วตบเท้าก้าวสู่แดนสงคราม
ให้เลือดชั่วสาดตามรอยไถนา”

Nous entrerons dans la carrière Quand
nos aînés j’y seront plus ;Nous y trouverons leur poussière Et la trace
de leurs vertus. (bis) Bien moins jaloux de leur survivre Que de
partager leur cerceuil, Nous aurons le sublime orgueil De les venger ou
de les suivre ! (ภาษาฝรั่งเศส) ความภูมิใจที่ได้รอดปลอดภัยอยู่
หรือจะสู้ได้ร่วมโลงเมื่อเป็นผี ได้แก้แค้น ได้ตายตาม เพื่อนโยธี
คือศักดิ์ศรีทะนงไว้ในใจเรา

อันดับ 1. Vietnam - "Tien Quan
Ca"/"Army March"

(ฟังได้ที่ //www.oknation.net/blog/print.php?id=236388)


ส่วนมากของเพลงสดุดีอื่นๆ
บนอันดับนี้จะเน้นเรื่องสันติภาพ, ความภูมิใจแห่งชาติ หรืออะไรก็ตามอื่นๆ
เลือด และไส้พุง แต่เพลงสดุดีของประเทศเวียดนามนั้นมันต่างกัน
เพราะเน้นเรื่องสงครามทั้งหมด

"Tien Quan Ca" แปลเป็นไทยคือ "มาร์ช
ทหารเวียดนาม" เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประพันธ์โดย
เหงียน วัน คาวและใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามใน พ.ศ.
2488 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
หลังจากการรวมประเทศในปี พ.ศ. 2519 โดยมีสองท่อน แต่ส่วนใหญ่จะร้องเฉพาะบท

และ
นี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ(เฉพาะท่อนแรก)

“ทหารเวียดนามทั้งหลาย
รุกไปข้างหน้า ! ด้วย ใจเด็ดเดี่ยวในการพิทักษ์มาตุภูมิ
เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าของเราดังก้องทั่วท้องถนนอันยาวไกลและทุรกันดาร
จิตวิญญาณของชาตินั้นสถิตในธงแดง อาบเลือดแห่งชัยชนะ
เสียงปืนกระหน่ำอันยาวนานสอดประสานไปกับเสียงเพลงเดินทัพ
หนทางสู่ความรุ่งเรืองของเราทอดทับบนซากศพของเหล่าศัตรู
มาฝ่าฟันความทุกข์ยากนานัปประการ แล้วร่วมสร้างที่มั่นต้านข้าศึกกัน
จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ !
รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า !
เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์”

“ทหาร เวียดนามทั้งหลาย
รุกไปข้างหน้า! ธงดาวทองโบกสะบัดพลิ้ว นำปวงชนพ้นจาก ความทุกข์ยากลำเค็ญ
เรามาร่วมมุมานะต่อสู้เพื่อสร้างชีวิตใหม่ จงลุกขึ้นสู้และทำลายโซ่ตรวนทิ้ง
เพราะเราต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความเคียดแค้นชิงชังมานานพอแล้ว
จงเตรียมพร้อมต่อการเสียสละทุกสิ่ง เพื่อชีวิตอันรุ่งโรจน์ในภายหน้า
จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ !
รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า !
เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์”

ซ้ำขออภัยครับ




Free TextEditor


Create Date : 18 พฤษภาคม 2553
Last Update : 18 พฤษภาคม 2553 9:45:55 น. 0 comments
Counter : 189 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nijanijop
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add nijanijop's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.