เมื่อพ่อกับแม่ต้องคิดหนัก…




<


เมื่อพ่อกับแม่ต้องคิดหนัก…
ถึงลูกแม่ที่รัก
วันนี้แม่รู้สึกสับสนวุ่นวายเล็กน้อยกับชีวิตครอบครัวเล็กๆ
ของพวกเรา เดิมทีเดียวแม่อยากมีลูกสักสองคนกำลังดี
เอาไว้เป็นเพื่อนกัน
แต่...คุณพ่ออยากมีแค่คนเดียว เพราะเราแผลนเอาไว้ว่า..
อยากเกษียณก่อนอายุ แล้วย้ายกลับเมืองไทยในอีก 8-9 ปี
กับเงินจำนวนหนึ่งที่พ่อจะได้รับในแต่ละเดือนแม่คิดว่า
คงอยู่เมืองไทยได้สบายโดยไม่ต้องทำงาน
แต่สำหรับตัวแม่เองอยากมีร้านเล็กๆ หรือทำอะไรก็ได้
ที่สามารถทำเงินให้สำหรับตัวแม่เอง
และอีกอย่างพ่อกับแม่อยากไปเที่ยวรอบโลก
โดยเริ่มจากประเทสในเอเชียก่อนแล้วค่อยออกไปยังฝั่งยุโรป


คุณพ่อไม่เคยปฏิเสธใดๆ ที่แม่อยากมีลูกสอง
จนกระทั่งวันหนึ่งแม่มานั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนดีๆ
ในเมืองไทย โรงเรียนที่ลูกสามารถจะเรียนได้
ก็คงเป็นพวกโรงเรียอินเตอร์
หรือไม่ก้พวกโรงเรียนดีๆ ที่มีโปรแกรม EP
แรกที่เดียวแม่ไม่เข้าใจว่า EP คืออะไร..?
ก็เลยนั่งศึกษาหาคำตอบ
EP = English Program
คือ หลักสูตรภาษาอังกฤษที่เปิดสอน
ทั้งโรงเรียนเอกชนและรัฐบาล
EP เน้นการเรียนการสอนแบบไชลด์เซ็นเตอร์
หลักสูตรนี้อยู่ในช่วงกำลังพัฒนา EP มีปัญหาเรื่องครูมาก
ครูส่วนใหญ่จบไม่ตรงสายครู และยังเปลี่ยนครูกันบ่อยด้วย
หรือแม้ครูฝรั่งส่วนใหญ่ก็ไม่ดีเท่ากับโรงเรียนอินเตอร์
ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าหลักสูตรนี้ไม่ดี
ยังมีอีกหลายโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในโปรแกรมดังกล่าว

ส่วนโรงเรียนอินเตอร์
นั่นคือเป้าหมายที่พ่อกับแม่อยากให้ลูกได้เรียน
แต่แม่ไม่เคยศึกษาหรือรู้มาก่อนเลยว่าค่าใช้จ่ายมันเท่าไหร่บ้าง
มีอะไรที่จะต้องจ่าย จนกระทั่งแม่ไปเจอเว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง
ที่คุณๆ ทั้งหลายมีลูกเรียนโรงเรือนอินเตอร์กัน
โอ้ววว...แม่เจ้าโว้ย...ลมจะจับ
เพราะแม่เห็นรายรับของแต่ละครอบครัว
ที่ส่งลูกเรียนอินเตอร์นั้นตก 450K and up ต่อเดือน
ขอย้ำนะค่ะว่า....ต่อเดือน บางครอบครัวทำเงินได้เป็นล้าน
“อืม...พวกเขาเหล่านั้นทำมาหากินอะไรกันว่ะ
ทำไมถึงได้รวยกันนัก” บางคนบอกว่ารายรับ 200K กว่าๆ
ยังไม่กล้าส่งลูกเรียนอินเตอร์ด้วยซ้ำ
แล้ว...ครอบครัวเล็กๆ
อย่างพ่อกับแม่ที่อยากเกษียณก่อนอายุ
แล้วย้ายกลับไปอยู่เมืองไทยรายได้ต่อเดือนหลังเกษียณ
ก็คงได้แค่ 50-60 เปอร์เซ็น ของเงินปัจจุบัน
ยังไงซะแม่ก็ไม่สามารถได้ถึง 450K ต่อเดือนอย่างแน่นอน

แม่เข้าไปหาข้อมูลของโรงเรียนอินเตอร์แต่ละโรง
ดูรายละเอียดค่าใช้จ่าย โห...แม่เจ้า เห็นแล้วเหนื่อยใจ
ค่าเรียนเด็กเฉลี่ยตามเกรดที่เรียน แรกเข้าเสียค่าลงทะเบียน
แสนกว่าค่าเทอมตกเกือบ 2 แสน ขึ้นทุกๆ ปี
ตามเกรดที่เรียนอีกเช่นกัน
เกรด 5-8 ตก 3 แสนกว่าๆ ส่วน 9-12 ตก 4 แสนกว่า
นั่นหมายความว่าถ้าแม่มีลูกสองคนปีหนึ่ง
แม่ต้องมีเงินฝากให้ลูก
เฉพาะค่าเรียน 5 แสน- ล้านบาทต่อปี
คิดแล้วหัวใจแม่ตกไปอยู่ตาตุ่มเลยละลูกเอ่ย
ความหวังที่จะมีลูกสองคนมันคงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน
ถ้าพ่อกับแม่ยังอยากที่จะย้ายกลับไปเป็นเมืองไทย


ถ้าจะมีลูกสองคนพ่อกับแม่คงต้องอยู่เมกาต่อไป
เพราะโรงเรียนที่นี่เรียนฟรี แถม...หลักสูตรการเรียนการสอน
ค่อนข้างดีกว่าเมืองไทยด้วยซ้ำ
ถ้าพวกเราตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อไปคุณพ่อคงต้องทำงาน
จนกว่าอายุจะ 62 ปี (คิดแล้วสงสารพ่อจัง)
อเมกาไม่ดีตรงไหนทำไมพ่อกับแม่ถึงอยากย้ายกับเมืองไทย
จริงๆ แล้วที่นี่ก็ดีเกือบทุกอย่างล่ะค่ะ
ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้อยู่ในตัวเมือง
แต่ก็มีเพียบพร้อมไปหมดเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อ
ร้านอาหาร กระจายอยู่ทั่วทุกมุม
ไม่ต้องแออัดกันอยู่ก็สามารถอยู่ได้สะดวกสบาย
เรื่องจราจร ถนนหนทางที่นี่ค่อนข้างดีมาก
เวลาขับรถก็ไม่ต้องกลัวจะมีคนแซงซ้ายแซงขวา
ปาดหน้า ให้เสียวเล่นเหมือนเมืองไทย
ส่วนอีกอย่างที่แม่ชอบคือ เวลาจ่ายบิล
ไม่ต้องไปจ่ายที่ธนาคาร ห้าง หรือ ร้านสะดวกซื้อ
แค่สั่งจ่ายเช็คสอดซองติดแสตมป์
หรือไม่ก็จ่ายออนไลน์ สะดวกสบายเป็นไหนๆ

แต่...แม่เกิดเมืองไทยลูกเอ๊ย แม่ชอบวัฒนธรรมการดำรงชีวิต
ของคนไทยมากกว่า ชอบอาหารไทยรวมทั้งคุณพ่อด้วย
ชอบสายลม แสงแดด ภูเขา ทะเล แบบที่แม่เคยอยู่
อยู่ที่นี่วันไหนแม่ขี้เกียจทำกับข้าวอาหารง่ายสุดที่แม่จะได้กิน
มันคือ พิชซ่า,แซนวิส,เบอร์เกอร์,ไก่ทอด,
และก็อาหารจีนที่แสนจะเบื่อ
ถ้าจะกินร้านอาหารก็ปาไป 50-60 เหรียญ ได้แค่คนละจาน
แถม... ไม่รวมทิปอีกต่างหาก
แม่..อยากออกกินนอกบ้านแล้วส่ง ต้มยำกุ้ง,
ปลากะพงทอดน้ำปลา,แกงส้มแปะซะ
แบบว่าอะไรพวกนี้ต่างหาก แถม..กินให้จุกตาย
สองคนอย่างไงก็ไม่เกิน 2 พัน


พ่อกับแม่คุยกันอยู่หลายวัน งอนกันบ้าง ไมูุ่ถูกใจบ้าง
แต่แนวโน้มแม่คงจะได้มีลูกคนเดียวอย่างแน่นอน
(แอบเศร้ามาก)
แต่แม่ยังไม่ตอบตกลงพ่อแต่อย่างใด
เพราะถ้า Say YES เมื่อไหร่
พ่อของลูกทำหมันทันทีเลยแหล่ะ พ่อบอกว่า
พ่อรู้ว่าสิ่งนี้ทำให้แม่รู้สึกแย่ เจ็บปวด พ่อเข้าใจ
เราจะมีลูกสักโหลก็ยังได้ แต่...ว่าพวกเราจะสามารถเลี้ยง
และให้สิ่งที่ดีที่สุดให้เขาทั้ง 12 คน ได้ไหม...?
คำตอบมันก็คือ “ไม่”
ถ้าเรามีลูกเดียวแต่เราเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ให้ความสุข
ความรู้ ติดตัวเขาไปตลอด
นั่นคือ สิ่งสำคัญที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูก
ไม่ว่าวันข้างหน้าแม่จะเลือกทางไหน แม่อยากให้ลูกได้รู้ว่า
พ่อกับแม่คิดอย่างรอบครอบดีแล้วที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุด
สำหรับลูกรักของแม่
รักลูก
พ่อและแม่




Create Date : 17 มกราคม 2550
Last Update : 10 มกราคม 2551 2:17:36 น. 7 comments
Counter : 438 Pageviews.

 
จริง ๆ มีลูกคนเดียวก็ดีนะคะ

จะได้มีอะไรให้เขาได้อย่างเต็มที่

แต่ลูกก็คงเหงา ๆ เหมือนกัน

ไม่มีใครให้ทะเลาะด้วยน่ะ


โดย: โสดในซอย วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:19:46:33 น.  

 
ตอนแรกพี่คิดจะไปอยู่เมืองไทยค่ะลิน แต่คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่าเพราะอะรัยๆที่นี่ดีกว่า ที่สำคัญเหมาะที่จะเลี้ยงลูกให้เติบโต เพราะสังคมอันตรายน้อยกว่าเมืองไทย การศึกษาดีกว่า คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

มีลูกนั้นพี่ก็กะมี 2 คนอยู่แล้วเพราะเค้าจะได้เป็นเพื่อนกัน เรื่องรีไทน์ก่อนนั้นยังไม่ได้คิด ทำงานไปเรื่อยๆ ได้วัคเคชั่นเมื่อรัยค่อยไปเที่ยว พี่คิดถึงบ้านเหมือนกันค่ะลิน แต่อยู่ที่นี่เพื่อลูกค่ะ ยังไม่ได้คิดอะรัยมากมาย

ค่า รร อินเตอร์ที่เมืองไทยแพงจริงๆค่ะลิน ถ้าย้ายกลับอาจจะไม่มีปัญญาส่งเสีย เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะได้งานดีหรือเปล่า ที่สำคัญพี่บ้านไม่ได้อยู่ กทม ด้วย พี่อยู่ สงขลาค่ะ กลัวระเบิดอีกต่างหาก ให้ไปอยู่ กทม ก้อไม่เอาหรอก อากาศเป็นพิษค่ะ รถติด คนเอยะ ถ้าเป็ฯอย่างนี้แล้ว ขอเลือกอยู่ที่เมกา เวิร์คสุดแล้วค่ะ

ลินค่อยๆคิดไปนะ อย่าเพิ่งคิดมาก พี่เองเลือกมาอยู่ที่นี่ คิดถึงบ้านจะตาย แต่ชินแล้วล่ะค่ะ


โดย: Baby I love you วันที่: 17 มกราคม 2550 เวลา:21:57:41 น.  

 
ค่อย ๆ คิดนะ พี่สร้อย หญิงว่า รอให้ ลูกโตก่อนดีกว่าแล้วค่อยวางแผน อย่างน้อยให้ ลูกซัก 5-6 ขวบ ก่อน แต่ถ้าเป็นหญิงนะ เลือกที่จะอยู่เมกา เลยแหล่ะ ไม่ต้องคิดนาน เอาไว้ให้ลูกเรียนจบ แล้วค่อยกลับมาไทย ดีกว่าเนอะ


โดย: babyying (BABYYING ) วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:10:47:53 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ ลินได้อ่านบล็อกของคุณแล้วพี่เองอดคิดมากไปด้วยเข้าใจนะพี่เองย้งเจอกับตัวเองเลยพี่เคยอยู่สวิสเซอร้มาสิบห้าปีพี่พิ่งย้ายมาอยู่ที่ซิดนีดย้ได้ห้าเดือนเองเพราะสามีย้ายมาทำงานที่นี้สามีพี่เป็นเอนจีเนียทำงานรอบโลกอเมริกาพี่ก็เคยไปอยู่ที่ซิกาโกที่อีราน๊อยเดี๋ยวพี่อยู่ที่ซิดนีดย้เราก็ชินอยู่ที่สวิสมานานไปมาก็สะดวกบ้านสะอาด ขับรถเป็นระเบียบซูริดถ้าไม่อยากขับรถไปก็นั่งรถไฟแค่สิบห้านาทีก็ถิงและที่ชอบมากๆๆที่สวิสคือสะอาดที่สูดในโลกก็ว่าได้ขนาดถ้าใครมีหมาพาหมาออกไปเดินข้างนอกถ้าหมาคุณขี้..คุณต้องเอาถุงพลาสติกเก็บขี้หมาคูณทิ้งขยะ...สถานที่ๆเดินเล่นรัฐบาลหรือเขตอำเภอนั้นๆจะมีไว้เป็นจุดๆเด็กๆก็เรียนฟรีและถ้าบ้านอยู่เขตไหนก็เข้าโรงเรียนเขตนั้นๆจะไม่ไกลจากบ้านของแต่ละครอบครัวมีความปลอดภัยกับเด็กๆมากถ้าเด็กจะข้ามถนนรถต้องจอดให้เด็กข้ามก่อน ถ้าไม่จอดถ้าตำรวจเห็นต้องโดนปรับ...แต่ที่ออสเตเลียกับ กันข้ามมาอยู่ใหม่๐พี่รับไม่ได้จริงๆคนขับรถเร้วมากไม่มีการจอดให้เด็กๆข้ามถนนทางม้าลายมีเฉพาะในทีชุมชนหรือในเมืองเท่านั้นเอง...ที่สวิสมีเกือบทุกหัวมุมหรือทุกตารางนิ้วก็ว่าได้ขนาดถนนในป่ายังมีทางมาลายเลย ที่สวิสโรงใกล้บ้านเด็กๆไปเองมาเอง แต่ที่ซิดนีดย้โรงเรียนอญู่ไกลบ้านพี่เองมีหน้าทีขับรถรับ ส่ง ลูกไปโรงเรียน พี่เขียนมากแล้วกลัว คุณลินเบื่อ ถ้าจะไปอยู่ที่เมืองคิดให้ดีๆๆนะอยู่ที่อเมริกาดีกว่า พียังจะกลับไปอยู่สวิสรอให้สัญญาที่บริษัทของแฟนหมดก่อน แค่นี้นะรักษาตัวเองนะ


โดย: swiss-sydney (SwissSydney ) วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:19:08:57 น.  

 
ใจเย็นๆยังมีเวลาอีกนานตอนนี้ทำใจให้สบายรอลูกคนแรกออกมาก่อนลินยังต้องอยู่ที่นี่อีกหลายปีอย่าพึ่งไปกำหนดอะไรเลยดูแลสุขภาพให้ดีใกล้ถึงคลอดแล้วนะ (เป็นห่วงนะ)


โดย: เพลง IP: 69.139.18.54 วันที่: 18 มกราคม 2550 เวลา:23:38:02 น.  

 
แม่ปุ๊แวะมาเยี่ยมค่ะ อยากจะบอกว่าอย่าเพิ่งรีบทำหมันนะคะ บางทีอีกสี่ห้าปีอะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปได้ค่ะ แม่ปุ๊เองก็อยากมีลูกอีกคน แต่สถานการณ์ ณ. ตอนนี้บอกว่าคงมีได้แค่คนเดียว แต่ทั้งนี้ก็ยังมีความหวังอยู่นะคะ อีกสามสี่ปีค่อยมาดูกันใหม่ค่ะ

จะอยู่เมืองไทยหรือเมกาก็ไม่ต้องคิดมากค่ะ ขึ้นอยู่กับคุณลินและสามีถ้าเห็นพ้องต้องกันว่าอยากมาอยู่เมืองไทยก็มาค่ะ ความสุขอยู่ตรงไหนไปตรงนั้นค่ะ แม่ปุ๊กับพ่อเซธกลับมาอยู่เมืองไทยได้ 4 ปีแล้ว ไม่เสียใจกับสิ่งที่เราเลือกเลยค่ะ

เรื่องการศึกษาของลูกแม่ปุ๊ก็เสิร์ชข้อมูลอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ ความคิดเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย..คุยกันสามวันก็ไม่จบ แต่ก็เห็นคล้าย ๆ คุณลิน โรงเรียนอินเตอร์ฯ เอื้อมไม่ถึงค่ะ สองภาษา หรือ EP มีปัญหามากน่าเป็นห่วง ค่าเทอมเทียบกับสิ่งที่ได้แล้วไม่คุ้มค่ะ ตอนนี้บทสรุปอยู่ที่ให้ลูกเข้าโรงเรียนเอกชนแถวบ้านที่เราไว้วางใจ ลูกโตแล้วค่อยส่งกลับไปเรียนที่เมกาก็ยังไม่สายค่ะ

ที่เมืองไทยมีปัญหาระบบการศึกษามาก ทำให้ผู้ปกครองตื่นตัวและพยายามดิ้นรนหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกจนบางครั้งแม่ปุ๊ว่ามันจะยิ่งไปกันใหญ่ค่ะ แม่ปุ๊ก็เคยสับสนค่อนข้างมากจากการได้อ่านข้อมูลหลาย ๆ ทาง เดี๋ยวเขวไปทางนู้นเดี๋ยวเซไปทางนี้ จนสุดท้ายมาคิดได้ง่าย ๆ อย่างนี้ค่ะ ไม่ต้องไปมองที่ไหนไกล ย้อนมามองดูตัวเอง เรียนอนุบาลจนปริญญาตรีเมืองไทยตลอด ไม่ใช่คนเรียนเก่งแต่ก็ไม่ถึงกับอ่อน (ที่อ่อนเป็นบางช่วงเพราะขี้เกียจและไม่ใส่ใจมากกว่า) จบออกมาแล้วจนทุกวันนี้ถามว่าพอใจกับการศึกษาที่ได้รับมาตลอดเวลาที่ผ่านมาจากเมืองไทยมั้ย ตอบได้เลยค่ะว่าพอใจ การศึกษาไม่ใช่ทุกสิ่งแต่ก็มีส่วนทำให้เราเป็นผู้เป็นคนมาจนทุกวันนี้ คิดว่าที่ผ่านมาเราทำได้ไม่เลว แม่ปุ๊ก็เลิกสับสนกับแนวทางการเรียนของในอนาคตของลูกค่ะ


โดย: Lauderdale By The Sea วันที่: 19 มกราคม 2550 เวลา:11:19:03 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณลิน

เราเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่จริงๆ ค่ะ น้องสาว น้องชายเรามีลูก ค่าใช้จ่ายหนักของพวกเขาเท่าที่เราดูก็จะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกียวกับลูกนี่ล่ะค่ะ หลานๆ ที่กรุงเทพเรียนโรงเรียน อินเตอร์ และยังมีค่าเรียนพิเศษ อีก เด็กๆ แทบจะไม่มีเวลาว่างมากเพราะน้องสาว กับ น้องชายเรา พวกเขาจับเด็กไปทำกิจกรรมในช่วงสุดสัปดาห์ ตลอดและนี่ก็เป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น โชคดีไปพ่อแม่หาเงินเก่ง

ตัวเองแต่งงานมาอยู่สวิส ก็มีบ้านมีรถมีเรือ มีอะไรหลายอย่างที่สวิสแต่ก็ไม่ชอบค่ะ เห็นสัจธรรมเลยค่ะว่ามี อะไรก็ไม่สำคัญอยู่ที่ว่าเราอยู่ที่ไหนแล้วมีความสุขมากกว่า โดยส่วนตัวชอยชีวิตที่กรุงเทพมากๆ ค่ะ สะดวกสบาย โอ๊ยพูดแล้วคิดถึง

ที่สวิสเงียบ น่าเบื่อถึงแม้อยู่ซูริคก็ไม่สนุกเหมือนอยู่ที่กรุงเทพ สวิสมีกฏระเบียบมากไปในสายตาเราหรือเราเคยชินกับชีวิตที่กรุงเทพ ฮิฮิ

บางทีไม่วายที่จะแหย่สามีว่า ถ้าต้องอยู่ต่างประเทศเราขอเลือกอยู่ที่ อเมริกา หรือ อังกฤษ ดีกว่า หรืออยู่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางค่ะ แต่เรากับสามีให้อดทนนิดนึงให้เขาจัดการเรื่องธุรกิจของเขาให้เรียบร้อยก่อนเราก็จะย้ายไปอยู่ที่เมืองไทยค่ะ

คุณลินยังมีเวลาค่อยๆคิดไปไม่ต้องคิดมากถ้าอยู่ที่ไหนแล้วคุณลินกับครอบครัวมีความสุขก็ไปอยู่เถอะค่ะ

ยังงัยก็ตามเราก็ขอให้คุณลินและครอยครัวมีความสุขนะคะ


โดย: รักกรุงเทพ IP: 80.218.76.231 วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:4:01:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BeamerFamily
Location :
new jersey United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




พวกเราครอบครัว Beamer เพิ่งเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่นานมานี้เอง อยากถ่ายทอดเรื่องราวและบันทึกความทรงจำที่ดีผ่านโลกไซเบอร์แห่งนี้
บันทึก ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2549
  • Click for New Egypt, New Jersey Forecast
    Group Blog
     
    <<
    มกราคม 2550
     123456
    78910111213
    14151617181920
    21222324252627
    28293031 
     
    17 มกราคม 2550
     
    All Blogs
     
    Friends' blogs
    [Add BeamerFamily's blog to your web]
    Links
     

    MY VIP Friend

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.